Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label Aftermath. Show all posts
Showing posts with label Aftermath. Show all posts

Tuesday, April 28, 2009

Thaksin says he loves Thailand but ....




download video file

แม้วเตรียมดึงภูมิธรรม-หมอมิ้งนำเสื้อแดง

คมชัดลึก : แม้วเตรียมดึงภูมิธรรม-หมอมิ้งนำเสื้อแดง

"สุเทพ" รับกังวลเหตุก่อวินาศกรรม-ลอบสังหาร หลังเกิดเหตุยิง "สนธิ" ประสานตำรวจ-ทหาร สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ เผยประชุมสุดยอดอาเซียนให้ทหารเข้ามารับผิดชอบรักษาความ ตั้งกก.ปรองดอง-แก้รธน.แทนขีดเส้นภายใน15วันปลอดภัย "ทักษิณ"เตรียมดึง "ภูมิธรรม-จาตุรนต์-หมอมิ้ง"นำเสื้อแดง

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 เม.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ตนไม่ค่อยอยากพูด หรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากนัก เพราะเห็นว่าถ้าพูดอะไรไปแล้ว จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ จึงขอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ให้มากขึ้นจะดีกว่า

นายสุเทพ ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัย ว่า ในเมื่อเรามีบทเรียนกันมาแล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ดังนั้นในครั้งนี้จึงจะมีการปรับแผนการรักษาความปลอดภัยกันใหม่ โดยถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ตนก็จะขอให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด

โดยให้กระทรวงกลาโหมใช้ทั้งกำลังทหารจากทุกเหล่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำงานแบบสนธิกำลังซึ่งกันและกัน ซึ่งตนคิดว่าถ้ามีการปรับแผนแล้ว จะทำให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ มีความมั่นใจในการเดินทางมาร่วมประชุมดังกล่าวมากขึ้น ที่สำคัญเราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นซ้ำสองอีกเป็นอันขาด มิเช่นนั้นประเทศไทยจะไม่มีที่ยืนบนเวทีโลก สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในช่วงนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร ร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย โดยตั้งจุดตรวจเป็นระยะ รวมทั้งมีสายตรวจเคลื่อนที่ร่วมกัน เพราะตนเป็นห่วงในเรื่องการก่อวินาศกรรมและการลอบสังหาร

อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาความปลอดภัยดังกล่าวคงต้องทำต่อไปสักระยะหนึ่งควบคู่ไปกับการประเมินด้านการข่าวไปทุกวัน ๆ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ทำให้ตนรู้สึกเครียดอยู่ไม่น้อย แต่ตนยืนยันได้ว่าไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนเสื้อเหลือง และไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลหรือกองทัพ เพราะการกระทำดังกล่าวจะยิ่งเป็นชนวนก่อให้เกิดความไม่สงบมากขึ้น โดยคดีนี้ตนได้บอกกับตำรวจที่รับผิดชอบคดีว่า งานนี้ตำรวจต้องทำงานหนัก ตามเกมให้ทันและต้องจับให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือสีไหนก็ตาม

ทักษิณเตรียมดึง"ภูมิธรรม-จาตุรนต์-หมอมิ้ง"นำเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากม็อบเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลถูกสลาย คณะทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ประเมินสถานการณ์ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ต่อสู้ทางการเมืองไป โดยเห็นด้วยที่จะดึง นพ.พรหมมินท์ เลิศสุริย์เดช นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ขึ้นมาเป็นแกนนำขับเคลื่อนมวลชนเสื้อแดง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์และรูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ไปสู้เป้าหมายเปลี่ยนประเทศไทยเป็นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนบุคคลเหล่านี้จะตอบรับหรือไม่ จะต้องรอผลการหารือร่วมกันก่อน คาดว่าจะได้ผลสรุปภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

“เกรียงกมล”ออกตัวต้องทำเพื่อประชาชน

นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษาส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยเป็นนายกฯ กล่าวว่า พูดเป็นเล่นไปได้น่า ส่วนตัวเห็นว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองยึดถือผลประโยชน์โดยรวมของสังคมเป็นที่ตั้งเสมอ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะไปร่วมในการนำการเคลื่อนไหว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะดึงไปร่วมเป็นแกนนำเคลื่อนไหวเสื้อแดงนั้น ไม่แน่ใจเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แม้เป็นเรื่องจริง แต่การตัดสินใจใดขึ้นอยู่บนพื้นฐานเป็นเรื่องของผลประโยชน์ประชาชนทั้งประเทศ และการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ดีนั้น ไม่ควรทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และการหมิ่นประมาทควรหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำไป การชุมนุมแต่ละครั้งควรชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยเปิดเผย ไม่ต้องมีอาวุธ หรือหน่วยการ์ดใด จะปล่อยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไป

แนะ“อดีตประธานศาลฎีกา”เป็นคนกลางสอบสลายม็อบแดง

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่ายนัดหารือ เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสลายม็อบเสื้อแดงว่า ขอเสนอให้นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการฯชุดนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นถึงอดีตประธานศาลฎีกา ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่มีใครปฏิเสธในความเป็นกลาง ถ้าในช่วงนั้นท่านรับเป็นประธานคตส.คงไม่ทำให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้

ตั้งกก.ปรองดอง-แก้รธน.แทนขีดเส้นภายใน15วัน

เมื่อเวลา 16.30 น.ได้มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในการประชุม โดยปรากฏว่าในการประชุมครั้งนี้ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุมนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาลแถลงว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อเสนอของวิปทั้ง 3 ฝ่ายที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 2 ชุด แต่เห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมือง เพื่อความปรองดอง และสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ยืนยันในข้อกฎหมายว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาดังกล่าว เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 135-137 จึงได้อาศัยอำนาจของประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแทน ตามข้อบังคับกาประชุมที่ 8 (5) ซึ่งการอาศัยอำนาจของประธานสภาในการตั้งคณะกรรมการเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงนายมารุต บุนนาค เป็นประธานรัฐสภานายมารุต บุนนาค ก็สามารถที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการได้ เพื่อที่จะให้มีการตั้งกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ตั้งกรรมการดังกล่าว โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 15 วัน และให้นำเสนอผลการทำงานต่อประธานรัฐสภาต่อไป

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะประกอบด้วย กรรมการ 40 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของส.ส. 23 คน เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคประชาธิปัตย์ 8 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม พรรคประชาราช พรรคราษฎร พรรคละ 1 คน ส.ว. 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของวุฒิสภา 2 คน และส.ส. 8 คน ในจำนวนของส.ส.แบ่งเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 2 คน ที่เหลือแบ่งตามโควตาของพรรคการเมืองที่เหลือ ซึ่งจะให้แต่ละพรรคได้เสนอชื่อกรรมการต่อประธานรัฐสภาภายในบ่ายวันที่ 28 เม.ย.นี้

ส่วนสาเหตุที่ไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 - 15 เม.ย.นั้นเนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศก็ได้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ไว้ชัดเจนแล้ว และในการประชุมร่วมรัฐสภาก็มีการพูดคุยอย่างชัดเจนเช่นกัน ดังนั้นจึงเห็นว่าหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอาจไม่นำสู่ข้อยุติที่แท้จริงและจะทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์การชดเชยได้ อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถมาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการของสภา วุฒิสภา รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ และคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา ในฐานะวิปวุฒิสภา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการเพียงชุดเดียว โดยจะศึกษาทั้งปัญหาการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะต้องมีการถอยคนละ 2-3 ก้าว และต้องลดทิฐิมานะ เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ โดยเอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อในสัดส่วนของวุฒิสภาประกอบไปด้วยนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิคนที่ 1 นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว.สรรหา พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ สว.สุราษฏร์ธานี นายวิทยา อินาลา สว.นครพนม นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ สว. สรรหา นายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา และในส่วนของผู้ทรงคุรวุมิภายในนอกในสัดส่วนของวุฒิสภาเสนอนายสุพจน์ นิติไกรพจน์ อาจารย์คณะนิติ ม.ธรรมศาสตร์ นายมนตรี รูปสุวรรณ ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา


Monday, April 27, 2009

"พณิช"ชี้ห้ามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไปยูเออีไม่ได้

Emirates of the UAEImage via Wikipedia

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
"พณิช"ชี้ห้ามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไปยูเออีไม่ได้

นายพณิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานว่า มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกถอนสิทธิ์เลือกตั้งจากการยุบพรรคบางคน เตรียมที่จะเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า ในหลักการรัฐบาลไม่สามารถปิดกั้น หรือสั่งห้ามมิให้เดินทางออกนอกประเทศได้ นอกจากบุคคลเหล่านี้จะมีทั้งหมายจับ และถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

"เราไม่ทราบว่าพวกเขาไปยูเออีเพื่ออะไร โดยทั้ง 111 คนไม่ได้ทำผิดทั้งหมด ความจริงพวกเขาสามารถเดินทางไปไหนทั่วโลกได้เป็นปกติ เว้นแต่เล่นการเมืองเท่านั้น แต่หากในจำนวนนี้มีผู้ที่ถูกหมายจับ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทางกระทรวงก็มีหน้าที่แจ้งไปยังต่างประเทศ เพื่อช่วยกันติดตามตัวบุคคลเหล่านี้กลับมาดำเนินคดีในประเทศ" นายพณิชกล่าว
Reblog this post [with Zemanta]

อาเซียนโล่งใจหลังไทยยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Location of Southeast Asia.  This map primaril...Image via Wikipedia

Daily News Online
อาเซียนโล่งใจหลังไทยยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันนี้(27 เม.ย.) ที่โรงแรมโฟร ซีซั่น นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงการเตรียมจัดประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ภายหลังที่รัฐบาลไทยได้ยกเลิกการประชุมดังกล่าวที่จัดขึ้นที่พัทยา เนื่องจากผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงบุกรุกและสร้างความปั่นป่วนจนทำให้การประชุมไม่สามารถเริ่มขึ้นได้ว่า ได้มีการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการกำหนดวันประชุมที่ผู้นำทั้ง 16 ประเทศ สะดวกเดินทางเข้าร่วมประชุมพร้อมกัน เท่าที่ทราบมีบางประเทศติดเลือกตั้งภายในประเทศ บ้างติดพิจารณางบประมาณประจำปี และเยือนประเทศอื่น

'เบื้องต้นเอาแค่ผู้นำของประเทศในอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาทั้ง 16 ประเทศมาร่วมประชุมให้ได้เสียก่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนที่จะนัดแนะเวลาที่เหมาะสม ส่วนการเชิญเลขาธิการยูเอ็นและองค์การสถาบันการเงินมาร่วมในกรอบอาเซียน โกลบอล ไดอะล็อกนั้น จะพิจารณากันภายหลัง เพราะอยากให้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ที่เป็นของปีที่แล้ว ให้เสร็จลุล่วงไปได้ และอย่าลืมว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 ที่เป็นของปี 2552 จะต้องมีขึ้นในปลายปีนี้' นายสุรินทร์กล่าว

เลขาธิการอาเซียน กล่าวอีกว่า ส่วนการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยตนเชื่อว่าหลายประเทศในอาเซียนโล่งใจที่ไทยยกเลิก พ.ร.ก.ดังกล่าว เมื่อสถานการณ์ในไทยคืนสู่ปกติ ไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรงภายในเดือนครึ่ง ก็พอที่จะยืนยันถึงเสถียรภาพและความมั่นคงของไทยได้ อย่างไรก็ตาม ทุกประเทศในอาเซียนยังมีความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดอาซียน และแสดงความพร้อมจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว.


Reblog this post [with Zemanta]

Saturday, April 25, 2009

เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ

City of Nakhon RatchasimaImage via Wikipedia

nationchannel: เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (25 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าวัดป่าสาลวัน ถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.นครราชสีมา โดยการนำของ นายฉลอง แสงราษฏร์เมฆินทร์ และนายลออ เปียทอง พร้อมสมาชิก นปช.จำนวน 20 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถส่วนตัวการเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่ท้องสนามหลวง ในวันนี้ (25 เม.ย.)

นายฉลอง กล่าวว่า กลุ่ม นปช.นครราชสีมา ได้ส่งตัวแทนไปร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนประมาณ 30 คน โดยใช้รถส่วนตัวและรถโดยสาร โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเวทีประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ ของกลุ่ม นปช.ยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ , นายกต้องลาออก-ยุบสภา และเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้แทนรัฐธรรมนูญ ปี 2550 รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย

"อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย ชัยภูมิ สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 150 คน" นายฉลอง กล่าว


Reblog this post [with Zemanta]

พท.ย้ำจุดยืนใช้ รธน.40 ทั้งฉบับ-ไม่เสนอนิรโทษฯ "ชวรัตน์"เชื่อ รบ.อยู่ครบวาระ "มาร์ค"ย้ำยังไม่ยุบสภา

Figure 7: 2007 Constitution of Thailand pamphl...Image via Wikipedia

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
ปชป.มอบ"บัญญัติ" เร่งศึกษารวมข้อมูลแก้ไขรธน. หน.เพื่อแผ่นดินเสนอเลิก"ยุบพรรค"- คืนชีพซากศพ

ปชป.มอบ"บัญญัติ" เร่งศึกษารวมข้อมูลแก้ไขรธน. หน.เพื่อแผ่นดินเสนอเลิก"ยุบพรรค"- คืนชีพนักการเมืองถูกตัดสิทธิ์ ขณะที่ พท.ย้ำจุดยืนเดิมให้ใช้ รธน.40 แทนทั้งฉบับ - ไม่เสนอนิรโทษฯ "ชวรัตน์" เชื่อแก้แล้วคลี่คลายปัญหาได้ รัฐบาลอยู่ครบวาระอีก 2 ปี "นายกฯ" ยันไม่ยุบสภา

ปชป.มอบ"บัญญัติ" เร่งศึกษารวมข้อมูลแก้ไขรธน.



นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายน ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีข้อสรุป จะขอรอให้ทุกพรรคนำเสนอประเด็นปัญหาเข้ามาก่อน รวมถึงจะเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ยินดีรับฟังทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องการนิรโทษกรรมคดีอาญา นอกจากนี้ ยังขอรอผลการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ตัวคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ที่จะต้องมีความเป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือ


นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานคณะกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ศึกษาและรวบรวมข้อมูล และหวังว่าการประชุมร่วม 3 ฝ่ายในวันที่ 27 เมษายนนี้ จะสามารถได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง


"ชาญชัย"เสนอเลิกยุบพรรค-ปลดล็อกถูกตัดสิทธิ์

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายน ถึงกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อแผ่นดินว่า ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็น คือ 1.เรื่องสิทธิทางการเมือง ซึ่งตนเองเห็นว่าไม่ควรมีบทลงโทษยุบพรรค และควรปลดล็อกให้บรรดานักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากคดียุบพรรคทั้งหมด 2.การกำหนดเขตเลือกตั้ง ที่ปัจจุบันกำหนดไว้กว้างมากเกินไป จนทำให้ส.ส.ดูแลประชาชนได้ไม่ทั่วถึง และ 3.การปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามระบบสากล

นายชาญชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น โดยพรรคเพื่อแผ่นดินจะจัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อรับฟังความเห็น ก่อนมีการนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.ร้อยเอ็ด ในวันที่ 26 เมษายนนี้ ต่อไป


พท.ย้ำจุดยืนใช้ รธน.40 ทั้งฉบับ-ไม่เสนอนิรโทษฯ

นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ในฐานะฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายนว่า ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ที่เตรียมยื่นให้รัฐบาลพิจารณา ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอนายกรัฐมนตรีนั้น ยังคงย้ำจุดยืนเดิมที่จะให้นำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ทั้งฉบับ มาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พรรคยังเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอจากพรรคอื่นและภาคประชาชน

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นเท่าที่ได้รับฟังจากพรรคอื่น ทราบว่าต้องการให้มีการแก้ไขเฉพาะหน้าบางประเด็น เช่น เรื่องสถาบันการเมือง การเลือกตั้ง องค์กรอิสระบางองค์กรที่เกี่ยวข้องและมาตราที่เป็นเรื่องของการบริหารเฉพาะหน้า จากนั้นจึงค่อยยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประเด็นนี้พรรคเพื่อไทยพอยอมรับได้ เนื่องจากสอดคล้องกับแนวทางที่พรรคพลังประชาชน ช่วงสมัยที่นายสมัครสุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เคยพยายามผลักดันไปก่อนหน้านี้แล้ว

นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรมให้นักการเมืองที่ติดล็อกจากคำตัดสินคดียุบพรรคนั้น พรรคเพื่อไทยจะไม่นำเสนอ เพราะเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อันใด หากจะให้บรรดาผู้ที่ติดล็อกกลับมาทำงานการเมืองในช่วงที่รัฐธรรมนูญ ยังไม่มีการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แต่หากพรรคอื่นๆ จะมีการนำเสนอ ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่ขัดข้อง


"มาร์ค"หวังทุกฝ่ายยอมรับตั้ง"กก."


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางแก้ความขัดแย้งทางการเมืองว่า มอบหมายให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข เพราะหากเป็นฝ่ายบริหารจะมีคนหวาดระแวง และเคลือบแคลงว่าทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา จะหารือร่วมกับวิป 3 ฝ่าย เพื่อตั้งคณะกรรกมารขึ้นมา 2 ชุด 1.คณะกรรมการประมวลเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ และ 2.คณะกรรมการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง หวังว่าทุกฝ่ายจะให้การยอมรับคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้น ไม่เช่นนั้นกระบวนการก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะทำให้สังคมส่วนใหญ่ตื่นตัวว่าจะปล่อยให้ความแตกแยกเหล่านี้อยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว รัฐบาลไม่เคยเลือกปฏิบัติ แต่การลงพื้นที่คงต้องรอให้อุณหภูมิเย็นลงก่อน และต้องรอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ จากนั้นจะก้าวไปอีกขึ้นหนึ่งในการหาทางออกทางการเมือง

"เช้าวันนี้ผมได้พบกับชาวต่างชาติ 2 คน ที่สนใจการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศไทย ก็ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและพูดคุยกันชัดเจนว่าสิ่งที่จะหลอมรวมจิตใจของพี่น้องประชาชนในการสร้างความสามัคคีที่สุด ก็คือความมุ่งหมายในการฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดูแลผู้ที่ควรด้อยโอกาส ทั้งคนชรา เด็ก และคนตกงาน"นายกรัฐมนตรีกล่าว


ย้ำไม่ยุบสภารอแก้รธน.ก่อน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็เป็นคำตอบสำคัญคำตอบหนึ่งสำหรับคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งต้องยอมรับความจริงที่จะต้องให้นักการเมืองเป็นผู้เริ่ม หากนักการเมืองไม่เอาด้วยกระบวนการก็เดินต่อยาก เพราะเมื่อนักการเมืองเริ่มต้นแล้วจะสามารถขยายวงให้ส่วนอื่นเข้ามาร่วมด้วย สำหรับความเห็นของกลุ่ม 40 ส.ว.หรือแม้แต่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ก็สามารถเสนอไปยังคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาได้ เพราะความเห็นแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

"ที่ดำเนินการเช่นนี้ไม่ใช่การซื้อเวลา เพราะถ้าผมมีความจำเป็นต้องตัดสินใจทางการเมืองผมก็จะว่าไปตามสถานการณ์ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าเป็นปีนี้หรือปีหน้า แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าการยุบสภาจะสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะ 1.ถ้ายุบสภาวันนี้ ก็ยังใช้กติกาซึ่งหลายคนบอกไม่ยอมรับ แล้วถ้ามีทุจริตและยุบพรรคอีก ไม่ยิ่งซ้ำเติมวงจรปัญหาหรือ 2.การเลือกตั้งจะเป็นทางอออกเมื่อทุกพรรคสามารถไปหาเสียงได้ทุกที่โดยปราศจากความรุนแรง ฉะนั้นต้องทำกติกาให้ทุกฝ่ายยอมรับก่อนคงลงไปเล่น ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ เมื่อกฎหมายให้ความเป็นธรรม และทุกคนยอมรับแล้ว จะเป็นหนทางที่นำไปสู่ความปรองดองอย่างแท้จริง"นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐบาลนี้จะอยู่พ้นปีนี้ไหม นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธจะตอบคำถาม กล่าวเพียงว่า จะขอทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าสังคมอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่จะไม่ไปประกาศว่ารัฐบาลต้องอยู่กี่ปี เพราะจะไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติมอีก ยืนยันว่าสิ่งไหนที่ดีต่อประเทศที่สุดก็จะทำไปตามนั้น


เร่งเครื่องหาทางออกการเมือง

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลถึงภารกิจของนายอภิสิทธิ์ ตลอดทั้งวันของวันที่ 24 เมษายน ว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ศ.ดร.โทมัส ไมเออร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ จากเยอรมนี ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักการเจรจาและการประนีประนอมทางการเมือง ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือเกี่ยวกับประชาธิปไตย และแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในภูมิภาคโดยเฉพาะประเทศไทย มีการแลกเปลี่ยนรับทราบปัญหา การดำเนินการของรัฐบาล เห็นตรงกันว่าในกระบวนการสมานฉันท์ ประนีประนอม และแก้ปัญหาทางการเมือง เป็นเรื่องที่ต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และภาคประชาชน ในการปฏิรูปการเมือง จะต้องเป็นกระบวนการที่ยอมรับทั้งในประเทศและสากล ประชาธิปไตยจึงจะเดินหน้าต่อไปได้หลังเกิดสภาวะวิกฤต ซึ่งมาจากผลวิจัยในหลายพื้นที่ว่าถือเป็นกระบวนการเดียวที่จะนำมาสู่ความปรองดองและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางนายกฯที่ต้องการให้มีกระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นที่รัฐสภา ส่วนกลุ่มที่ไม่ยอมและปฏิเสธทุกรูปแบบไม่เข้าร่วมนั้น ภาคประชาสังคมและนานาชาติจะมองว่ากลุ่มเหล่านั้น ได้ปฏิเสธกระบวนการประชาธิปไตย

นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้ยังหารือกับคณะนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนสหรัฐอเมริกา กลุ่มของสาธุคุณแจสซี่ แจ๊คสัน ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ผู้มีบทบาทส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยในหลายประเทศ ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโรนัล เรแกน และนายบิล คลินตัน ได้หารือถึงสถานการณ์การเมืองไทย แนวทางการหาทางออกการเมืองไทยหลายเรื่อง เช่น การปฏิรูปการเมืองและสังคมหลังผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าหลังจากวิกฤตการเมืองจะมีกลุ่มคนได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศมีผลกระทบ



Reblog this post [with Zemanta]

สนธิ ออกจากรพ.แล้ว


โพสต์ ทูเดย์ - สนธิ ออกจากรพ.แล้ว
สนธิ ปัดให้สัมภาษณ์สื่อหลังออกจาก รพ. เช้านี้ มุ่งหน้า บ้านพระอาทิตย์ ท่ามกลาง ตำรวจ อารักขาเข้มงวด "ธานี"เรียกประชุมทีมสืบสวน บ่าย 2

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเวลา ประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มพันธมิตรฯไปให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางการรักษความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ เมื่อนายสนธิออกมาจากลิฟท์ ก็ได้ตรงไปขึ้นรถส่วนตัวกลับไปบ้านพัก ย่านถนนพระอาทิตย์ทันนี โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อเวลา 09.20 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาถึงบ้านพระอาทิตย์ และเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่องค์จตุคามรามเทพ พระมหาอุปคุต แม่พระธรณี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระภูมิเจ้าที่ และไหว้รูปคุณแม่ไชย้ง ลิ้มทองกุล ก่อนขึ้นไปพักผ่อนภายในบ้านพระอาทิตย์

ทั้งนี้ ในเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานสืบสวนคลี่คลายคดี ได้เรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลอบสังหารนายสนธิด้วย
Reblog this post [with Zemanta]

ผู้ว่าฯกทม.วอนทุกฝ่ายอย่าแยกสี-ติดธงชาติทุกบ้าน4พ.ค.

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
ผู้ว่าฯกทม.วอนทุกฝ่ายอย่าแยกสี-ติดธงชาติทุกบ้าน4พ.ค.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำบุญกรุงเทพมหานครว่า เป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลและสะเดาะเคราะห์ ในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและข้าราชการ ชาวกรุงเทพมหานคร เนื่องจากที่ผ่านมา บ้านเมืองประสบปัญหาวุ่นวาย เชื่อว่า จะทำให้ความรู้สึกของประชาชนดีขึ้นและยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า หากเรามีความสมานฉันท์บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ โดยตนไม่อยากให้ประเทศชาติแบ่งแยกสี และขอให้ประชาชนรักชาติอย่างสร้างสรรค์

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครจะจัดกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูจิตใจของประชาชน และเพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศ และในวันที่ 4 พฤษภาคม ที่กำหนดให้เป็นวันสมานฉันท์ จะรณรงค์ให้ประชาชนติดธงชาติทุกครัวเรือน อย่างพร้อมเพรียงกันด้วย


Reblog this post [with Zemanta]

Friday, April 24, 2009

สมาคมนักข่าวฯแจงชายกระชากผมหญิงเสื้อแดงไม่ใช่ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ

matichon: สมาคมนักข่าวฯแจงชายกระชากผมหญิงเสื้อแดงไม่ใช่ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่น เย็นนี้ ถึงภาพข่าวที่มีชายคนหนึ่งกระชากผมผู้หญิงเสื้อแดง เหตุเกิดเมื่อวันที่13 เมษายน2552 ว่าไม่ใช่ทหาร แต่ชายคนดังกล่าวสะพายกล้องและคล้องบัตรผู้สื่อข่าว

 จากการตรวจสอบข้อมูลกับผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่อยู่ในเหตุการณ์ดัง กล่าวหลายคน ให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่เคยรู้จักชายคนดังกล่าวมาก่อน  ซึ่งตามปกติหากเป็นช่างภาพหรือผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวในภาคสนาม ก็มักจะรู้จักคุ้นเคยกัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่ผู้สื่อข่าวหรือช่างภาพ ที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนของสำนักใดสำนักหนึ่ง  ตามที่โฆษก กองทัพบกให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ตามทางสมาคมฯก็จะตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวต่อไป  ซึ่งถ้าได้รับการยืนยันแน่ชัดว่าชายคนดังกล่าวไม่ใช่ผู้สื่อข่าวหรือช่าง ภาพฯ โฆษก กองทัพบก ต้องรับผิดชอบต่อการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว

นายประดิษฐ์กล่าวว่านอกจากนี้ในที่ประชุมกรรมการสมาคม ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ที่ประชุมมีมติให้มีการทำหนังสือเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 เมษายน ถึงวันที่ 15 เมษายน โดยจะขอความร่วมมือจากนักข่าว และช่างภาพของสื่อมวลชนทุกแขนงที่อยู่ในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง ทุกพื้นที่ เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง บริเวณถนนเพชรบุรีซอย 5 ซอย 7และบริเวณชุมชุมชนนางเลิ้งและบริเวณทำเนียบรัฐบาลและทั้งพื้นที่อื่นๆ ของการชุมนุม ซึ่งจะมีการนัดหมายนักข่าวและช่างภาพสื่อมวลชนทุกแขนงหารือในเรื่องดังกล่าว ในเร็วๆ



นายกฯเมิน นปช.ชุมนุมสนามหลวง

UDD Demonstration, Victory Monument, Bangkok. ...Image by adaptorplug via Flickr

posttoday: นปช. ประกาศ จัดชุมนุมใหญ่ ทันที หลัง ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินขณะที่ตำรวจเตรียมใช้แผน มกรา 50 รับมือ ด้าน ตำรวจนำตัว 3 แกนนำ นปช. ฝากขัง หลัง ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุไม่รู้สึกเป็นห่วงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ(นปช.) จะกลับมาชุมนุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(25 เม.ย.) ที่สนามหลวง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่เตือนให้นำเหตุการณ์ในอดีตมาเป็นบทเรียนที่จะสร้างความแตกแยกในสังคม

"ไม่ห่วงเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ขอให้เก็บบทเรียนที่ผ่านมาว่าการชุมนุมต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างออกไปอีก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผบช.น.ถก 88 ผกก. หาแนวทางหลังเลิก พรก.


เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุม รอง ผบช.น. ผบก.น.1-9, ผบก.อก., ผบก.จร., ผบก.ตปพ. และผกก.ทุกนายในสังกัด บช.น. ในกรณีที่มีการประกาศยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร. ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และเรื่องการกำชับการตรวจตรารักษาความปลอดภัยในพื้นที่

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเน้นย้ำผกก. ให้ช่วยกันทำงานรักษากำหมายให้ได้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ปกติแล้ว ที่ผ่านมาตำรวจถูกมองว่าไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมา ซึ่งเราก็ยอมรับในตรงนั้น โดยปัจจุบันตามนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าต้องเป็นนิติรัฐ ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายไว้ให้ได้ จึงมาทำความเข้าใจกับตำรวจที่สำคัญในพื้นที่คือ ผกก. เพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อถามว่าเรื่องการชุมนุมแสดงว่าสามารถทำได้ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า การชุมนุมหากทำอย่างสงบก็สามารถทำได้ ส่วนกรณีที่เสื้อแดงจะเคลื่อนไหวที่สนามหลวง ซึ่งหากประกาศยกเลิก พ.ร.ก.แล้ว หากมีการชุมนุมอย่างสงบก็ทำได้ โดยเราจะจัดตำรวจไปดูแลความสะดวกเรื่องการจราจรกับประชาชนต่อไป
เมื่อ ถามว่าแกนนำเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ หลังจากยกเลิกพ.ร.ก.แล้วสามารถปล่อยตัวได้เลยหรือไม่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า ต้องดูเป็นรายๆไป รายใดที่มีเรื่องของคดีอาญาอยู่ อย่าง 3 ท่าน (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายวีระ มุสิกพงศ์ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ) ที่มีคดีอาญาอยู่ เราก็ต้องนำตัวมาทำเรื่องฝากขังต่อศาลในวันนี้ ซึ่งเมื่อเราดูตามหลักการกฎหมายแล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ถูกมองว่าเป็น 2 มาตรฐานส่วนนี้พิจารณาว่าทั้ง 3 ท่านมามอบตัวคงไม่หลบหนี หรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐานคงไม่คัดค้านการประกันตัว

“ผมเชื่อว่าบรรยากาศเมื่อคืนที่รัฐสภาเป็นไปด้วยความสมานฉันท์ เชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะยุติความรุนแรงได้ ผมมองอย่างนั้น” ผบช.น.กล่าว

Reblog this post [with Zemanta]

อภิสิทธิ์ ลงนามเลิก พรก.


posttoday: นายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ลงนามเลิก พรก.ฉุกเฉิน แล้วมีผล 12.00 น. วันนี้ มั่นใจคุมสถานการณ์ได้

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าได้ลงนามในประกาศยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก เฉิน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว ซึ่งจะมีผลภายในเที่ยงวันนี้

นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าหลังจากนี้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตามกฎหมายที่มีอยู่ พร้อมกับจะเดินหน้าสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ขณะเดียวกัน จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กำลังในการผลัก ดันกลุ่มผู้ชุมนุม

"เมื่อวานนี้ทั้งวันมีการสอบถามกันตลอดเวลา และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงก็ยืนยันว่าน่าจะดำเนินการได้ตั้งแต่เที่ยงวันนี้ เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นก็ได้มีการตัดสินใจและลงนามประกาศเพื่อยกเลิกภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ตั้งแต่เที่ยงวันนี้
ขอเรียนว่า เมื่อยกเลิกแล้ว นั่นก็หมายความว่าอำนาจต่างๆ ที่ใช้ตาม พ.ร.ก.ก็จะสิ้นสุดลงไปด้วย แต่คงไม่ได้หมายความว่าการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะจุดที่อาจจะยังมีความหวั่นวิตกของพี่น้องประชาชน จะหมายถึงว่าเราไม่ทำอะไร ก็มีการประสานกันระหว่างหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงว่าจะมีจุดไหน อย่างไร ที่จะสามารถดำเนินการได้ โดยอาศัยกฎหมายตามปกติ

เพราะฉะนั้นขอให้ความมั่นใจว่า ตรงนี้จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยต่อไป แต่จะไม่มีในเรื่องของอำนาจพิเศษ และการยกเลิกครั้งนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณไปยังทั่วโลกว่าเราได้นำบ้าน เมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ผมมีเรื่องที่จะเรียนอีก 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องของการดำเนินการต่อไป สำหรับหลายท่านซึ่งอาจจะไม่ได้ฟังการอภิปรายในช่วงค่อนข้างดึกเมื่อวานนี้ เรียนว่าขณะนี้ท่านประธานรัฐสภา รวมทั้งท่านประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธาน จะร่วมกับวิป 3 ฝ่าย ในการที่จะเดินหน้า ประการแรกก็คือ ประมวลเหตุการณ์เพื่อที่จะตรวจสอบในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ใน เรื่องของการใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในช่วงที่มีประกาศ พ.ร.ก.

ส่วนที่ 2 ก็คือการนำเอาประเด็นปัญหา ซึ่งถือเป็นปมของความขัดแย้งต่างๆ ทางการเมือง เพื่อวางแนวทางในการที่จะคลี่คลายปมประเด็นปัญหาเหล่านั้นต่อไป

เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมก็จะรอฟังความคืบหน้าของทางฝ่าย นิติบัญญัติ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลในฝ่ายบริหารจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่" นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทางสถานนีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2552 ให้เป็นพื้นที่ควบคุมตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้ ถือเป็นที่สิ้นสุดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Reblog this post [with Zemanta]

นายกฯอภิสิทธิ์ คาดคลายปมขัดแย้งใน 1 ปี

posttoday: นายกรัฐมนตรี คาด ฟื้นฟูภาพล้กษณ์-แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-คลายความขัดแย้ง ภายใน 1 ปี

เว็บไซต์ สำนักโฆษก ระบุคำชี้แจงของนาย อภสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงกรอบเวลาและแนวทางดำเนินการต่อจากนี้ที่มีต่อสาธุคุณ Jesse Jackson นักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะที่ทำเนียบรัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี เผยแนวทางการทำงาน 3 ขั้นตอนหลังจากนี้ไป รัฐบาลจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไขความตึงเครียดทางการเมืองและความขัดแย้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้นราว 1 ปี
        
"แนวทางกว้างๆ ที่จะดำเนินการต่อไป 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.เร่งฟื้นฟูชื่อเสียงของประเทศไทยในสายตาชาวโลก รวมถึงการเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมอาเซียนและประเทศคู่เจรจา 2.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ 3.ผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองและแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 1 ปี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างดีที่สุดและเร็วที่สุด" เว็บไซต์สำนักโฆษก ระบุ

 สาธุคุณ Jesse Jackson เป็นสาธุคุณนิกาย Baptist และนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกันที่มีบทบาทมากในสังคมชาวอเมริกันผิว ดำ และเป็นผู้ก่อตั้ง Rainbow/PUSH Coalition ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนของคนอเมริกัน
        
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยและกล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในวันนี้ พร้อมทั้งขอบคุณทางการสหรัฐฯ ที่มีความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์และไม่ได้วิพากษ์ วิจารณ์ในแง่ลบ ซึ่งรัฐบาลไทยจะแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างดีที่สุดโดยยึดหลักกฎหมาย และความชอบธรรม
        
ทั้งนี้ สาธุคุณ Jesse Jackson ได้กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีและสอบถามเกี่ยวกับทางออกทางการเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะใช้หน่วยงานที่เป็นกลางทางการเมืองมาเป็นตัวกลางในการปฏิรูปทาง การเมือง ซึ่งในขณะนี้ทางสถาบันพระปกเกล้าน่าจะมีความเหมาะสมที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับผู้ชุมนุมประท้วงใน 2 ประเด็น คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในบางเรื่อง ซึ่งสาธุคุณ Jesse Jackson ได้เสนอให้รัฐบาลไทยดึงคนในสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด
        
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องไม่ลืมการพัฒนาพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เยาวชนและผู้สูงอายุ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงนโยบายเรียนฟรี 15 ปี และการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
        
ในตอนท้าย สาธุคุณ Jesse Jackson ได้แสดงความประทับใจและกล่าวชื่นชม นายกรัฐมนตรีว่ามีความคล้ายคลึงกับประธานาธิบดีโอบามา เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ชีวิตในต่างประเทศ ทำให้มีวิสัยทัศน์กว้าง มีแนวทางและกรอบการทำงานที่ชัดเจน


'ทักษิณ'โผล่ที่ไลบีเรีย หาลู่ทางลงทุนเหมืองแร่

ASTVผู้จัดการออนไลน์

สตาร์เรดิโอ/ไลบีเรียนออบเซิร์ฟเวอร์ - สื่อมวลชนไลบีเรีย เผย "ทักษิณ" โผล่ที่กรุงมันโรเวียเมื่อวันอังคาร(21)หารือกับรองปธน.หาลู่ทางลง ทุนอย่างมหาศาลในไลบีเรีย จากนั้นได้ระเหเรร่อนต่อไปยังไอวอรีโคสต์และชาติอื่นๆในแอฟริกา

      
       เว็บไซต์สตาร์เรดิโอของไลบีเรีย รายงานว่า ทักษิณ ชินวัตร บอกกับรองประธานาธิบดีโจเซฟ โบไค ของไลบีเรีย ว่าเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของประเทศไทย ที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีต่อประเทศในแอฟริกา และยังบอกด้วยว่า ประเทศไทยอยากจะมีส่วนร่วมในความสำเร็จและความล้มเหลว ในเรื่องเกษตรกรรมและลดปัญหาความยากจน
      
       ทักษิณ บอกอีกว่ากลุ่มของเขา มีความสนใจที่จะสำรวจน้ำมันและเหมืองแร่ รวมถึงเรื่องการเกษตร , การโทรคมนาคมสื่อสาร และล็อตเตอร์รี
      
       รายงานของสตาร์เรดิโอระบุอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บินถึงไลบีเรีย ในวันอังคาร และเดินทางต่อไปยังไอวอรีโคสต์ และประเทศในแอฟริกาอื่น ๆ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
      
       ขณะที่รองประธานาธิบดีโบไค ให้การต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมคณะอีก 5 คน และเรียกร้องให้คนไทยไปลงทุนในไลบีเรีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีแร่ทุกชนิด
      
       ด้านเว็บไซต์ของสำนักข่าวไลบีเรียนออบเซิร์ฟเวอร์ ตีพิมพ์ภาพของ ทักษิณ กำลังจับมือกับนายริชาร์ด โทลเบิร์ต ประธานคณะกรรมาธิการการลงทุนแห่งชาติไลบีเรีย(เอ็นไอซี) หลังจากนำคณะตัวแทนเข้าพบกับนาย โทลเบิร์ต ที่กรุงมันโรเวียเมื่อวันพุธ(22) พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับการลงทุนครึ่งมหึมาในภาคอุตสาหกรรม เหมืองแร่

นายกฯ ประกาศเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน กทม.และปริมณฑล

nationchannel: วัน ที่ 24 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างอภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของสองสภา เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาว่า จากการแสดงความเป็นห่วงของหลายๆ ฝ่าย ว่าจะมีผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จึงได้เร่งหารือกับฝ่ายความมั่นคง และตัดสินใจแล้วว่า จะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ (24 เม.ย.)

Thursday, April 23, 2009

เกมนี้"มันจบแล้ว"สำหรับกบฏทักษิณ - เปลว สีเงิน 23-04-2009

ไทยโพสต์ - เปลวสีเงิน

ก็แปลกดี  เผาบ้าน-แยกเมือง  เสร็จแล้วแทนที่จะตกเป็นผู้ต้องหาก่อจลาจล  ทำลายความมั่นคง-ล้มล้างสถาบันหลักของชาติ   แต่  ส.ส.แกนนำก่อจลาจล  "นายจตุพร  พรหมพันธุ์"  และคณะพรรคเพื่อไทย  กลับใช้วาทกรรมพลิกตัวเองขึ้นเป็นผู้เสียหาย  กล่าวหารัฐบาล  และทหารว่าฆ่าพวกเขาตาย-เจ็บเป็นร้อยๆ  แล้วแอบลำเลียงศพไปเผาที่โน่น-ที่นี่

  พูดง่ายๆ  คือ  เจ้าหน้าที่ผู้รักษาบ้านเมืองแทนที่จะเป็นโจทก์  กลับกลายเป็นจำเลย  ส่วนผู้ก่อจลาจลในบ้านเมือง  แทนที่จะเป็นจำเลย  กลับกลายเป็นโจทก์  แล้วอย่างนี้ไม่แปลกหรือ?

     แต่ถ้าใครเข้าใจยุคสมัยแล้วจะไม่แปลก  ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ  ยุคนี้เป็นยุค  "สื่อสารครองโลก"  ใครยึดสื่อได้ก่อน  ก็เป็นผู้ครองโลกได้ก่อน  คนที่เข้าใจตรงนี้ดีที่สุดคือ  "ทักษิณ  ชินวัตร"  เพราะฉะนั้น  เขาและบริวารจึงสามารถพลิกแพลงความเป็นโจทก์  หรือความเป็นตัวนำได้ก่อนเสมอ

     เขาทำอย่างไร..?

     ก็ด้วยการอาศัย  "ไมค์สื่อ"  ที่จ่อปากเป็นเครื่องมือ  พลิกลิ้น  ปลิ้นปล้อน  หน้าด้าน  พลิกดำเป็นขาว-พลิกขาวเป็นดำ  ให้กลายเป็นข่าวกรอกหู-กรอกตาประชาสาธารณชนผ่านจอ  เรียกว่า  "ชิงพื้นที่ข่าว"  ก่อนได้เปรียบ  อะไรประมาณนั้น

     พวกหนังหนา-หน้าด้าน  ไร้ซึ่งหิริ  โอตตัปปะเช่นนี้  คนบุราณท่านจัดอยู่ในประเภท  "คนระยำ  ใส่ครกตำ  สักพันปี  ก็บ่มี  ซึ่งยางอาย"!

     สื่อประเภทถือไมค์  ผมสังเกตว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือง่ายมาก  และมากต่อมาก  ถ้าวัดระดับความเฉลียวดฉลาดในด้านสื่อแล้ว  ผมว่านายจตุพร  พรหมพันธุ์  ฉลาดเหนือชั้นกว่านักข่าว  และหัวหน้าข่าวโทรทัศน์หลายๆ  ช่อง  เพราะหลังจากหนีไปตั้งหลักอยู่วัน-สองวัน  พอโผล่หน้าก็มีสื่อเป็นม้าใช้  รุมกันเอาไมค์จ่อปาก

     แล้วจตุพรก็ลากไป  ว่าฝ่ายรัฐบาล  ให้ทหารลากปืนมาฆ่าประชาชนเสื้อแดงตายเป็นเบือบ้าง  ทหารขนเอาศพไปแอบเผาทิ้งบ้าง  พวกเสื้อแดงทำถูกทั้งหมด  ฝ่ายรัฐบาล-ทหารทำผิดทั้งหมดที่มาปราบปรามประชาชน  ซ้ำไม่กระดากปากปลิ้นปล้อนไปซึ่งๆ  หน้าว่า  พวกเขา-พวกเสื้อแดงไม่ใช่เป็นคนยิงใส่มัสยิด  มีคนสวมรอยป้ายความผิดไปให้พวกเขา

     เที่ยงๆ  บ่ายๆ  ค่ำๆ  คำสามานย์เหล่านั้นก็ได้ออกเป็นข่าวตามแผน  "กบฏแผ่นดิน"  ที่หลอกใช้สื่อโทรทัศน์กระจายข่าวสารจาก   "คณะก่อการทักษิณ"  สู่ประชาชน  ทั้งใกล้ปืนเที่ยง  และไกลปืนเที่ยง  เรียกว่าตั้งประเด็นเป็นโจทก์ไว้ก่อน-ได้เปรียบ  แล้วฝ่ายทหาร-ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นฝ่ายคลานตามมาแก้  (ตัว)  ซึ่งเสียเปรียบในเชิงจิตวิทยามวลชน

     เมื่อพลิกลิ้นได้เปรียบเชิงกลทางข่าวสารที่  ถึงเร็ว-ถึงไว  และถึงก่อน  ไปแล้ว  ก็คิดเค้นประเด็นใหม่เป็นเหยื่อล่อให้สื่อไล่งับใหม่ไปเรื่อยๆ  ในภาษาสื่อเขาบอกว่า  "ประเด็นไม่ด้าน"  ถ้าไม่มีประเด็นใหม่มาหลอก  สื่อก็จะไม่เอาไมค์มาจ่อปาก  หรือจ่อปาก  คนข้างในก็จะไม่ตัดต่อออกหน้าจอสู่ประชาชน

     จตุพรศิษย์เอกทักษิณเขาเก่ง  ปล่อยข่าวเท็จจนฮิตติดชาร์ตไปแล้ว  ๒  ประเด็น  ทั้งเรื่องเสื้อแดงถูกทหารยิงตายเอาศพไปแอบเผา  กับเรื่องทหารเอาปืนจริง-กระสุนจริงมายิงเสื้อแดง  ก็เปิดประเด็นใหม่ตามแผน  "ใช้สื่อเป็นสากกะเบือ"  ไล่ทุบตีฝ่ายตรงข้าม

     รถแก๊สปิดถนน  ขู่บึ้มมมมม  ทลายกรุง  ตั้ง  ๒-๓  คันทั้งย่านดินแดงและราชปรารภ  อันเป็นหลักฐานประจานความชั่วร้ายขบวนการทักษิณ  นั้น  มันตวัดลิ้นไปว่า  หาใช่เกิดจากการกระทำของพวกเขาไม่

     หากแต่มีคนอีกฝ่ายจงใจ  "จัดฉาก"  ให้ฝ่ายเขาเป็นโจร....ดูมันพูดเข้า!?

     แม้กระทั่งจลาจลนางเลิ้ง  เสื้อแดงคลั่งยิงชาวบ้านตายไป  ๒  ศพ  มันยังกล้าพูด  หาใช่ฝีมือพวกมันไม่  หากแต่มีใครอีกฝ่ายสวมรอย  แล้วป้ายความผิดให้กบฏแผ่นดิน

     พรุ่งนี้ไม่รู้เขาจะคิดสรรปั้นประเด็นอะไรมาหลอกใช้สื่อ  และลากรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ให้ตกเป็นจำเลยตามไปแก้ข้อกล่าวหาอีก  ก็ช่วยไม่ได้ครับ  ในตำราบอกว่า  "การศึกย่อมไม่หน่ายเล่ห์"  ฉะนั้น  เมื่อไม่คำนึงถึงคุณธรรม  มโนธรรม  และความงามสง่าในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

     นายจตุพรและ  ส.ส.เพื่อไทย  เขาก็มีสิทธิ์ทำทุกอย่างเพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบ  และได้มวลชน  เช่นเดียวกัน  ฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ  ซึ่งเป็นฝ่ายรักษากฎหมาย  รักษาบ้านเมือง  และบริหารราชการงานเมือง  เรียกว่าได้เปรียบทั้งทางเงื่อนไข  และทางกลไกรัฐ  แต่ในเมื่อไม่สามารถใช้สิ่งที่เหนือกว่าชิงความได้เปรียบ  แม้กระทั่งสื่อโทรทัศน์ก็เป็นของรัฐ

     แล้วจะให้ไปโขกสับ-ด่าทอนายจตุพร  หรือนายตะแบงปากพูด-ตะแคงตูดถ่ายคนไหน  ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไรกัน  ในชนชั้นไร้เสียแล้วซึ่งสำนึกแห่งชาติ  และมโนธรรมแห่งวิญญูชน

     คนในอาชีพสื่อ-ถือไมค์ทุกวันนี้  ก็น่าเห็นใจ  หน้าที่ของเขาคือซับข่าวสารกลับเข้าไปข้างในให้ได้มากที่สุด  และทุกอย่างขึ้นกับวินิจฉัยบุคลากรภายในว่าอะไรควรนำใส่จอ  แต่คนดูภายนอกไม่ค่อยเข้าใจ  ดี-ร้าย  ก็เหมาลงไปที่คนถือไมค์  และคนแบกกล้องจ้องถ่ายหมด

     ซึ่งผมก็เห็นใจ  และเข้าใจในข้อจำกัด  "นักรบถือไมค์"  ทั้งหลาย  ในภาวะสถานการณ์เป็นตาย  ประดาบกับ  "ตัวข่าว"  ทีไร  กลายเป็นเครื่องมือให้เขาไปโดยปริยายทุกที  เหตุผลง่ายๆ  ก็คือว่า  มีหน้าที่จ่อไมค์  แต่ไม่รู้จะตั้งประเด็นจี้ซักถามอะไร  เนื่องจากเหตุไม่มีภูมิในตัว  หรือไม่เคยทำการบ้านในเรื่องราวข่าวสารนั้นๆ  มาก่อน  จึงไม่มีฐานข้อมูลเป็นตัวรับและตัวรุก  คือการตั้งประเด็นซักไซ้  และถามแย้งกลับไปในการสัมภาษณ์

     ไมค์เลยถูกใช้เป็นสากกะเบือ  ให้เขาพูดลากไปตามประเด็นที่เขาตั้งใจจะใส่ร้ายป้ายสีใคร  หรือตามที่ตั้งใจจะพลิกแพลงตะแบงข่าวจากขาวเป็นดำสู่สังคม!

     เห็นมีคำถามยอดฮิตติดปากสื่อที่ได้ยินประจำทางหน้าจออยู่ประโยคเดียวซ้ำๆ  ซากๆ  คือ...ท่านครับ..ท่านคะ..เรื่องนี้ท่านว่าไงครับ  หรือไม่ก็..เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้วคะ?

     นักการเมือง  หรือนักกวนเมืองได้ยินแล้วก็หัวเราะในใจ  จับไต๋ได้ว่าคนถามมีแต่ขี้คาไส้  นอกนั้นกลวงโบ๋  จึงให้ข่าวในลักษณะ  "หลอกใช้สื่อ"  เป็นเครื่องมือสู่เป้าหมายของเขา

     เนี่ยะ..ตั้งแต่  ๑๔  เมษา  ฝ่ายกบฏทักษิณ  "ออกแผน"  เป็นแคมเปญช่วงชิงมวลชนทางการตลาด  โดยชูประเด็น  ทหารใช้กระสุนจริงยิงเสื้อแดง  ทหารฆ่าเสื้อแดงเอาศพไปเผา  รัฐบาลใช้  ๒  มาตรฐานในการจับกุม  และต่างๆ  นานา  สุดแต่ความหนาจะเสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาสาดสี  ซึ่งนอกจากเป็นการโต้กลับแล้ว  ยังเป็นการกลบเกลื่อนความชั่วร้ายฝ่ายตัวเองที่ปล้นบ้าน-เผาเมืองอีกด้วย!

     กบฏทักษิณ  นายจตุพรและคณะพรรคเพื่อไทย  ไม่เห็นพูดถึงบ้างเลยว่า  นับแต่วันที่  ๘ เมษายน  ๒๕๕๒  ที่ทักษิณวิดีโอลิงค์มาถึงมวลชนเสื้อแดงอันรายล้อมทำเนียบรัฐบาล  และบ้านประธานองคมนตรีแน่นหนา  ด้วยคำปลุกเร้าประโยคหนึ่งว่า

     "เมื่อข้าอยู่ไม่ได้  ก็อย่าหวังว่าใคร  หน้าไหนจะอยู่ด้วยความสงบ"

     แล้วบรรดาสาวกเสื้อแดงก็ฮึกเหิม  ฮือก่อการจลาจลเมืองตามคำทักษิณสั่ง  ปิดถนนเฉพาะที่  และดาวกระจายตามปกติ  ก็ไม่ว่ากัน  แต่การไล่ปิด-ไล่ยึดทั้งกรุงเทพฯ  จนเป็นเมืองร้าง

     -ยึดรถเมล์มาเผา

     -ไล่ทุบ  ตามล่า  ไล่ฆ่านายกฯ  และคณะ

     -บุกโรงแรมรอยัลคลิฟบีช  พังการประชุมอาเซียนซัมมิต

     -ปิดดินแดง  ใช้รถแก๊สหวังระเบิดกรุง  ปาระเบิดเพลิงทำร้ายทหาร

     -กราดอาวุธสงครามใส่ศาลรัฐธรรมนูญ  หวังฆ่าคณะตุลาการ

     -ก่อจลาจล  สุมไฟ  แล้วไล่ยิงชาวบ้านนางเลิ้ง  ๒  ศพ

     -ย่ำยีศาสนสถานพี่น้องชาวมุสลิมย่านถนนเพชรบุรี

     ยังไม่นับที่จ้วงจาบหยาบช้าต่อสถาบันเบื้องสูง  และปลุกเร้า-ปลุกระดม  ให้กองกำลังเสื้อแดงลุกฮือยึดศาลาจังหวัดในแต่ละจังหวัด  อันเข้าข่ายกบฏแยกบ้าน-แยกแผ่นดิน

     นี่..ย่อๆ  แค่นี้  นายจตุพร  และคณะ  ส.ส.เพื่อไทย  ในเมื่อเรียกร้องความเป็นธรรม  เรียกร้องความถูกต้อง  เรียกร้องมาตรฐานในปฏิบัติการของตำรวจ-ทหาร  และรัฐบาล  แล้วทำไม่เห็นหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาถามบ้างล่ะว่า

     "หมาหรือคนตัวไหนมันทำระยำต่อเมือง"?

     มันถูกต้องหรือไม่  มันเกินเลยกว่าการชุมนุมตามกรอบรัฐธรรมนูญหรือไม่  มันเป็นการก่อจลาจลปล้นยึดประเทศหรือไม่  และเข้าข่ายอาชญากรก่ออาชญากรรมหรือไม่?

     มากล่าวหาทหารทำรุนแรง  เอากระสุนจริงมายิงล้อรถเมล์ทะลุ  ซึ่งมันปลายเหตุ  ในเมื่อต้นเหตุก่อจลาจลเผาเมือง-ฆ่าชาวบ้านดังที่กล่าวมา  ถ้าทหาร-ตำรวจจะยิงให้ตายโหง-ตายห่าไปบ้าง  ผมว่าไม่มีใครพุทโธ  หรือติดใจสงสัยอะไรด้วยซ้ำ  มีแต่ตอนนี้ทั้งชาวบ้าน  และชาวโลกด้วยซ้ำที่กังขา

     รัฐบาล  ตำรวจ-ทหารประเทศไทย  "ใจพุทธ"  หรือว่า  "ใจไม่ถึง"?

     ทีทำหยาบช้า-ป่าเถื่อนกับบ้านกับเมือง  กับพี่น้องประชาชนด้วยกัน-ทำได้  ครั้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเขาทำหน้าที่ระงับยับยั้ง  ไม่ฆ่า-ไม่แกง  กลับแว้งกัด  ตัดประเด็นมาเสแสร้งใส่ไคล้กล่าวหา...ทหารฆ่าประชาชน

     ก็มันสมควรฆ่ามั้ยล่ะ....ถ้าเขาจะฆ่าจริงๆ  น่ะ  ไม่ปล่อยให้มายึดสภาฯ  เป็นกระดองเห่าอยู่อย่างนี้หรอก  ยิ่งลูกอีช่างสังเกตอะไรนั่นน่ะ  ทหารไม่เอากาบกล้วยคลุกขี้แมวท้องเสียแล้วราดสีแดงไปแพ่นตรงกลางกบาล  ให้มันร้องโฮๆ  ไปให้พ่อมันที่นิการากัวขัดหัวมันแผล็บให้  ก็นับว่าบุญแค่ไหนแล้ว?

     แสดงเดชศักดา  "ล่มประเทศ"  ตัวเองบูชาเจ้านาย  "กบฏทักษิณ"  กันไปเถอะ  มันจบแล้วสำหรับทักษิณที่จะได้กลับมา  "จูบแผ่นดิน"  อย่างครั้งก่อน  "บิน ลาดิน"  ที่โลกประณามเป็นผู้ก่อการร้ายโลกนั้น  ชั่ว-ดี-ถี่-ห่าง  บิน  ลาดิน  ทำทุกอย่างเพื่อปกปัก-พิทักษ์รักษาสถาบันเชื้อชาติ  ศาสนา  และวัฒนธรรม  ประเพณีของเขา

     บิน  ลาดิน  ไม่เคยทำลายประเทศชาติบ้านเมืองตัวเอง  และพี่น้องร่วมชาติ  ร่วมเผ่าพันธุ์ตัวเองเลย!

     แต่ทักษิณ  ชินวัตร  ล่ะ  ทำลายทั้งประเทศชาติตัวเอง  ทำลายทั้งสถาบันหลักของชาติตัวเอง  ทำลายทั้งพี่น้องร่วมชาติ-ร่วมเผ่าพันธุ์ตัวเอง  เพื่อปกปักรักษาสมบัติตัวเอง  อำนาจตัวเอง  และตระกูลตัวเอง  ในขณะที่มันให้ลูก-เมียบินหนีออกจากประเทศไทยไป  "ลอยชาย-ช็อปปิ้ง"  อยู่ต่างประเทศ  แล้วมันก็หลอกให้ชาวบ้านสวมเสื้อแดงก่อการกบฏบ้าน-กบฏเมือง...เพื่อมัน  อย่างนี้มันเลวกว่า  "ผู้ก่อการร้าย"  แล้วจะยอมตาย-ขายชาติให้กับคนจัญไรเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

Wednesday, April 22, 2009

"เกียรติกร"อ้างเสื้อแดงบีบปากด่า“ปชป.-พธม.”

คมชัดลึก :“เกียรติกร”พลิ้ว! อ้าง“เสื้อแดง”บีบปากด่า“ปชป.-พธม.”

ยัน“ไม่ออก”กลัวหมดสภาพส.ส. อ้อมแอ้ม ไม่อยากไล่"อภิสิทธิ์" แต่ห่วงความปลอดภัย หลังนปช.ปลุกระดมหนัก แว้งกัด 3 เกลอ ทำงานรับใช้"ทักษิณ"คนเดียว

(22 เม.ย.) นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงจุดยืนต่อการขึ้นเวทีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า ก่อนที่ตนจะไปขึ้นเวทีเสื้อแดงครั้ง แรกในวันที่ 9 เม.ย.นั้นตนได้โทรศัพท์ไปถึงนายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้บอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา เพราะกลุ่มเสื้อแดงจะ บุกไปปิดล้อมที่ประชุม แต่พูดแล้วเขาไม่ฟัง จึงได้โทรศัพท์ไปหานายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้บอกแกนนำกลุ่มเสื้อแดงให้ นำคนกลับมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและพัทยามารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล หยุดการทำร้ายประเทศชาติ ซึ่งหากทั้งหมดกลับมาจริงตนก็จะขึ้นไปขอบคุณเท่านั้นแล้วจบลงเวที แต่ปรากฏว่าขณะที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำมวลชนกลับก็ได้โทรมาบอกว่าถูกดักยิง มีเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บ กลับไม่ได้ ซึ่งถึงเวลาที่ตนต้องขึ้นไปพูด ปรากฏว่ามีเสื้อแดงตะโกนว่าให้ฆ่าตนเลยเพราะเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สถานการณ์บีบให้ตนต้องโจมตีพันธมิตรฯและพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง
 
 “มัน เป็นสัญญาลูกผู้ชายของผมกับนปช. ว่าถ้าม็อบกลับแล้วผมจะขึ้นเวทีไปขอบคุณ แต่พอสถานการณ์เปลี่ยน ม็อบถูกดักยิง มันเลยบีบให้ต้องโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรฯ ซึ่งจริงๆแล้วผมไม่เกลียดทั้งสีเหลืองหรือสีแดง แต่ถ้าผมไม่พูดผมก็ตาย ถ้าผมขึ้นไปบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ดี คุณคิดสิว่าผมจะเป็นอย่างไร” นายเกียรติกร กล่าว
 
 ส่วนการขึ้นเวทีอีกสองครั้งคือวันที่ 11-12 เม.ย. นายเกียรติกร ชี้แจงว่า เพื่อต้องการที่จะชี้แจงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสิบล้านบาท ซึ่งความจริงคือตนเคยโทรศัพท์คุยกับนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ถ้ามีคนให้เงิน 10 ล้านบาทตนก็ไม่ขึ้นเวทีหรอก และตนก็บอกด้วยว่าอย่าเชื่อนะตนปล่อยข่าวเล่นๆ ขอยืนยันว่าตนกำลังทำงานให้ผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งเอ่ยชื่อไม่ได้ ถ้าให้ไปตายก็ผมก็ต้องตายเพื่อผู้ใหญ่คนนี้ ซึ่งไม่ใช่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วนนปช.นั้นทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ จริงๆตนไม่เถียง แต่ตนไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณเลย ที่ผ่านมาตนเสี่ยงตายมาตลอด ถูกลอบทำร้ายหลายครั้ง จากขบวนการของคนที่มีอำนาจซึ่งตนมีหลักฐานชัดเจน แต่เปิดเผยไม่ได้
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงวันนี้ยังมีจุดยืนที่จะให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรือยุบสภาตามที่ได้ประกาศบนเวทีเสื้อแดงหรือ ไม่ นายเกียรติกร กล่าวว่า ตนอยากให้บ้านเมืองสงบ และอยากให้นายกฯปลอดภัยขณะนี้นปช.ปลุกระดมมวลชนรุนแรงทำให้นายกฯไปไหนไม่ได้ เลย และสงสารตำรวจทหารที่ต้องอารักขาจำนวนมาก ดังนั้นการลาออก จะเป็นทางออกที่ดี แล้วจับมือกับทุกพรรคการเมืองตั้งรัฐบาล โดยต้องให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่ง เชื่อว่าแนวทางนี้จะทำให้บ้านเมืองสงบ
 
 เมื่อถามว่า ในเมื่อขึ้นเวทีของฝ่ายตรงข้ามด่าหัวหน้าพรรคตัวเองจะมีสปิริตลาออกจากพรรค หรือไม่ นายเกียรติกร กล่าวว่า ตนไม่ออก เพราะถ้าออกก็จะพ้นสภาพของส.ส.ทันที ยอมรับว่าด่านายกฯจริง แต่ถามว่าหลังจากนั้นได้ด่าหรือไม่ บอกตรงๆว่าที่มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะศรัทธานายชวน หลีกภัย ไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้แย้งข้อมูลของนายเกียรติกร ว่าในคืนวันที่ 9 เม.ย.กลุ่มนปช.ไม่ได้นำมวลชนกลับจากพัทยา มีแต่จะระดมคนไปยังที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน แล้วนายเกียรติกรจะขึ้นไปขอบคุณได้อย่างไร แต่นายเกียรติกร ก็ยืนกรานหลายครั้งว่าในคืนวันที่ 9 เม.ย.นั้นกลุ่มเสื้อแดงพร้อมใจกันกลับแต่ถูกทำร้ายจึงกลับไม่ได้และต้องระดมพลไปสมทบ 

เผย"แม้ว"กลับไทยแล้ววันเสียงปืนแตก แต่ถูก"เจ๊แดง"ห้าม

matichon: เผย"แม้ว"กลับไทยแล้ววันเสียงปืนแตก แต่ถูก"เจ๊แดง"ห้าม

เมื่อเวลา 13.00 น. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย แถลงที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภาถึงการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นได้เคยตัดสินใจเดินทางกลับเข้าประเทศไทยครั้งหนึ่งแล้วในวันที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ทางกองทัพ ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว มาลงยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นได้วางแผนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทางภาคอีสาน เพื่อรวบรวมประชาชนในภาคอีสาน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับคนเสื้อแดงที่กำลังถูกสลายการชุมนุม โดย พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นต้องการทำความคำพูดที่ได้ประกาศเอาไว้ว่า หากมีการใช้กำลังปราบปรามประชาชนแล้วเสียงปืนนัดแรกดังขึ้นจะเดินทางกลับ ประเทศไทยทันที

แต่ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเดินทาง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ หัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน ซึ่งอยู่ในระหว่างอาการตกใจและร้องไห้ได้โทรศัพท์ประสานกับ ส.ส.เพื่อให้ช่วยกันร้องขอไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเวลานั้นมีข่าวเรื่องการลอบทำร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาและอีกอย่าง คือทางกองทัพเริ่มรู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศไทย ส.ส.จึงพยายามช่วยกันห้าม สุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยเอาไว้ แล้วก็เกิดการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ คิดได้ว่าควรเชื่อคำแนะนำของ ส.ส.

นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป การตัดสินใจกลับประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นขึ้นอยู่กับ 3 เงื่อนไขคือ 1.รัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว 2. ประกาศใช้ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้ทุกคนกลับเข้ามาพูดคุยกันเรื่องความสมานฉันท์สามัคคี  และ 3.ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงค่อยมาดูเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่า เรื่องคดีความนั้นสามารถพูดคุยกันได้ในภายหลัง



"กษิต"อ้าง "ทักษิณเอี่ยวยิง"สนธิ"

kasitImage by Klaikong via Flickr

posttoday: รัฐมนตรีต่างประเทศ ลั่นกลางเวทีนิวยอร์ค "ทักษิณ"พัวพันยิงสนธิ เชื่อ ตนเอง-4 รมต.ตกเป็นเป้าด้วย ยัน สลายเสื้อแดงไม่มีคนตาย

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวปาฐกถาที่"ดิ เอเชีย โซไซตี้" ที่นครนิวยอร์คของสหรัฐเมื่อวันอังคาร เชื่อมโยงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณชินวัตร กับเหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ที่ตำรวจไทยระบุว่ามือปืนอย่างน้อยสองคนใช้รถประกบยิงรถของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำคนสำคัญของแนวร่วมพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเคยมีส่วนร่วมโค่นล้มรัฐบาลของอดีตนายกฯทักษิณเมื่อปี 2549 และการประท้วงที่ทำให้กรุงเทพฯเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว ทำให้นายสนธิกับลูกน้องอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ

นายกษิต กล่าวต่อที่ประชุมว่า คิดว่าอดีตนายกฯทักษิณล้มเหลวในการใช้ความเคลื่อนไหวของขบวนการประชานิยม จึงได้หันไปใช้ความพยายามลอบสังหารในบางรูปแบบ และเชื่อว่าตัวเองกับสมาชิกอีก 4 คนในคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตกเป็นเป้าหมายด้วยและว่าสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เขารู้สึกเหมือนถูกกักขัง ขณะที่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเขาถูก ห้อมล้อมด้วยเหล่านาวิกโยธินติดอาวุธครบมือ เขาเสริมว่า หากจะมีการสู้กันถึงตาย พวกเราหลายคนจะเหลือแต่ขี้เถ้า

นายกษิต กล่าวว่า หากในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงมีผู้เสียชีวิตแม้เพียงสักคนหนึ่งด้วย ฝีมือกองกำลังความมั่นคง เขาคิดว่าไทยจะอยู่ในสภาวะที่อาจเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นได้เขายังได้กล่าว ปกป้องรัฐบาลจากการประท้วงและความวุ่นวายที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย โดยกล่าวว่า จะต้องไม่มีการประท้วงรูปแบบใดใดที่จะทำไปสู่การเกิดความรุนแรง พร้อมเสริมว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะแสร้งทำเป็นว่าสิ่งต่างๆเป็นปกติ


matichon: กษิตเผยสื่อนอก บอก"ทักษิณ"สั่งยิง"สนธิ ลิ้มทองกุล"

กษิตเผยสื่อต่างประเทศ ระบุทักษิณสั่งลอบสังหาร"สนธิ ลิ้มทองกุล"ระบุเชื่อรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลตกเป็นเป้าด้วย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย กล่าวกับ"สมาคมเอเชีย"ที่กรุงนิวยอร์กว่า ถึงกรณีเหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรเสื้อเหลือง ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสนธิกำลังจะรับประทานอาหารเที่ยงกับเขาในช่วงเที่ยง และเขาคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้วิธีการลอบสังหาร หลังจากล้มเหลวในการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้สนับสนุน โดยนายกษิต ไม่ได้อธิบายรายละเอียดหรือแสดงหลักฐานในการกล่าวหาดังกล่าว แต่บอกว่า เขายังเชื่อว่า เขาและรัฐมนตรีอีก 4 คน ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ยังตกเป็นเป้าด้วย

นายกษิตกล่าวด้วยว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขากำลังรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ภายใต้การจองจำจากการอารักขาของกลุ่มทหาร และว่าหากมีการต่อสู้กันจนถึงตาย เขาคิดว่าพวกเราหลายคนอาจกลายเป็นเถ้าถ่าน

นายกษิตกล่าวชี้ด้วยว่า เมืองไทยคงเกิดสงครามกลางเมืองไปแล้ว หากมีประชาชนเพียงคนเดียวตายเพราะทหาร พร้อมทั้งปกป้องรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุการณ์การเมืองวุ่นวายปั่นป่วนและเกิดการ ประท้วง แต่ชี้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอ้างว่าการเมืองไทยขณะนี้เป็นปกติ

เนื่องจากมติชนอัปเดทข่าว + เพิ่มเติมเนื้อข่าว โดยใช้พื้นที่ข่าวหน้าเดิม หรือบางครั้ง เปลี่ยน head line และเรียงเรื่องใหม่ จึงเก็บหน้าข่าวปัจจุบันไว้เพื่อการอ้างอิง


AP "Thai diplomat accuses ousted leader in shootings" 2 pages



Reblog this post [with Zemanta]

"จักรภพ"ขู่ใช้อาวุธโค่นรัฐบาล"อภิสิทธิ์"

UDD Demonstration, Victory Monument, Bangkok. ...Image by adaptorplug via Flickr

คมชัดลึก :"จักรภพ เพ็ญแข" ให้สัมภาษณ์จากที่ซ่อนว่า จะโค่นรัฐบาล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"ให้ได้ และอาจใช้อาวุธโจมตีด้วย

(22เม.ย.) ในหัวข้อข่าว "ไทย โพรเทสเตอร์ส แพลน นิว แอ็คชั่น" ในเว็บไซท์ของ BBC โดยโจนาธาน เฮด ระบุว่า นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำ " คนเสื้อแดง" ที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทย ได้ประกาศจะเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลด้วยแผนการลับต่อ ไป

นายจักรภพ ได้หลบหนีไปยังต่างประเทศ หลังทหารสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงใน กรุงเทพฯเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน เขาให้สัมภาษณ์ BBC จากที่ซ่อนว่า การเคลื่อนไหวต่อไป จะใช้ยุทธวิธีที่หลากหลายในการเผชิญหน้ากับรัฐบาล ที่รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธโจมตีด้วย

รายงานของ BBC ระบุว่า ผู้ประท้วงเสื้อแดงอ้าง ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ แต่การสลายการชุมนุมอย่างกระทันหันของคนเสื้อแดง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเคลื่อนไหวตกอยู่ในสภาพความสับสนอลหม่าน แกนนำ 5 คน ถูกจับ และถูกควบคุมตัวภายใต้ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ยังคงมีผลบังคับใช้ ขณะที่ตำรวจได้ออกหมายจับแกนนำคนอื่น ๆ อีก 48 คนแต่หนึ่งในแกนนำฝีปากกล้าอย่างนายจักรภพ กลับหนีไปต่างประเทศ

นายจักรภพได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยว่า การต่อเพื่อโค่นอำนาจรัฐบาลปัจจุบันจะยังคงเดินหน้าต่อไป แต่จะไม่อาศัยการประท้วงในรูปแบบการชุมนุมเดิมๆ อีกแล้วเขาอ้างว่า การประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ช่วยนำประชาชนหันไปต่อสู้ใต้ดิน เขาเชื่อว่า พื้นที่ ที่ปราศจากการใช้อาวุธและความรุนแรงในการแก้ปัญหาของประเทศไทย เล็กลงทุกวัน

BBC ยังคงเสนอข่าวเรื่องการปิดถนน และสถานที่ราชการของคนเสื้อแดงทางภาคเหนือของไทยซึ่งเป็นฐานสำคัญของคนเสื้อแดง แต่แทบไม่มีการเคลื่อนไหวอื่นใด หลังการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะทหารเข้าปิดล้อมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


matichon: "จักรภพ"กร้าวผ่านสื่อนอกเสื้อแดงจะไม่ประท้วงยืดเยื้ออีกแล้ว บอกสันติวิธีเริ่มหาได้ยากขึ้นทุกวัน

"จักรภพ"ประกาศสงครามผ่านบีบีซี เดินหน้าต่อสู้รัฐบาลแบบลับๆ ลั่นเสื้อแดงจะไม่ประท้วงยืดเยื้ออีกแล้ว อ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินผลักปชช.ลงใต้ดิน ย้ำสันติวิธี-ไม่ใช้ความรุนแรงเริ่มหาได้ยากขึ้นทุกวัน

สำนักข่าวบีบีซี รายงานข่าว"Thai protesters plan new action" ของนายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย ระบุว่าขณะนี้ กรุงเทพฯ ยังอยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่หนึ่งในแกนนำของผู้ประท้วง "เสื้อแดง" ประกาศว่าจะยังคงต่อสู้แบบลับในความพยายามต่อต้านรัฐบาล

นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้หลบหนีไปยังต่างแดน หลังทหารเข้าสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยนายจักรภพให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับบีบีซีจากที่ซ่อนตัวแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นที่ใด

บีบีซีรายงานว่ากลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล ที่ผิดกฎหมายและต้องการให้จัดการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตามจากการล่มสลายอย่างกะทันหันของคนเสื้อแดงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเคลื่อนไหวตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน

"แกนนำ 5 คนถูกจับและยังอยู่ในการควบคุมตัวภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ตำรวจยังได้ออกหมายจับคนอื่นๆอีก 48 ราย ทว่าหนึ่งในแกนนำของพวกเขา นายจักรภพ เพ็ญแข ได้หลบหนีออกนอกประเทศ" รายงานข่าวระบุ

ขณะที่นายจักรภพเปิดเผยว่า คนเสื้อแดงและประชาชนที่รักประชาธิปไตย จะพยายามขับไล่รัฐบาลชุดนี้ต่อไป แต่จะไม่ใช้กลยุทธการประท้วงแบบเดิมๆ ที่ใช้เวลายาวนานอีกแล้ว

"การประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลช่วยได้มาก จะยิ่งผลักดันให้ประชาชน หันมาต่อสู้ทางใต้ดินมากขึ้น เพราะขณะนี้ พื้นที่สำหรับการเรียกร้องแก้ไขปัญหาของประเทศ ด้วยสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรงนั้น เริ่มเล็กลงๆขึ้นทุกวัน" แกนนำเสื้อแดงกล่าว


อ่าน "Thai protesters plan new action"
Reblog this post [with Zemanta]

Tuesday, April 21, 2009

พท. เตรียมโชว์หลักฐานทหารยิงปชช.

posttoday: พรรคเพื่อไทย เตรียมโชว์หลักฐาน ทหารยิงประชาชนในการสลายม็อบกลางที่ประชุมรัฐสภาพรุ่งนี้

นาย ประเกียรติ นาสิมมา สส.สัดส่วน ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นที่พรรคจะอภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันพรุ่งนี้ คือ สาเหตุวิกฤตเกิดจากอะไร, การเรียกร้องประชาธิปไตยและขจัดสองมาตรฐานออกไป แต่เมื่อรัฐบาลเพิกเฉยประชาชนต้องออกมาเรียกร้องกลางถนน รวมถึง การที่รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชนในการสลายการชุมนุม ซึ่งจะมีการนำภาพทหารยิงประชาชน และภาพการทำร้าย มาแสดงต่อสภา
        
ทั้งนี้ ข้อสรุปร่วมของวิปสามฝ่าย คือ เมื่ออภิปรายเสร็จ จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสองชุด คือ คณะกรรมการศึกษาประเด็นแก้ไขรธน. และ คณะกรรมการตรวจวสอบข้อเท็จจริงในการสลายการชุมนุม
        
นายประเกียรติ กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าหมายเบื้องต้นว่ารัฐบาลจะต้องยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยุติการจับกุมแกนนำคนเสื้อแดง และต้องปล่อยผู้ที่ถูกคุมตัว และรัฐบาลควรหยิบยกร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติที่พรรคเสนอเข้ามา เพื่อพิจารณานิรโทษกรรมคดีการเมืองและคดีอาญา มิฉะนั้นประเทศก็ไม่สงบ และรัฐบาลก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้
        
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเตรียมผู้อภิปรายไว้12- 15 คน โดยจะนำคลิปวีดีโอการสลายการชุมนุมช่วงตีสี่ที่สามเหลี่ยมดินแดง และภาพผู้เสียชีวิต 2 คนที่เป็นการ์ดนปช.ที่ตกเป็นข่าวมาแสดงในสภาฯ  โดยจะมีภาพชายเสื้อดำผูกผ้าขาวที่แขนมารุมทำร้าย รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของญาติที่ยืนยันว่าถูกทำร้ายจริง และขอรับรองข้อมูลที่นำมาเปิดเผยจะเป็นข้อจริง หากบิดเบือนผู้อภิปรายก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
        
นายพร้อมพงศ์ ยังแถลงสรุปยอดรับเรื่องร้องทุกข์และเยียวยาของผู้ได้รับผลกระทบจากการสลาย การชุมนุมรวม ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลว่ามีผู้บาดเจ็บ 34 ราย สูญหาย 10 ราย โดยเป็นการเพิ่มเติมจากเมื่อวาน 2 คนโดยหนึ่งในนั้นเป็นคนอุดรธานี และเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายคือ การ์ดแนวร่วมประชาธิปไยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ซึ่งเป็นรปภ.บริษัทกรุงไทยบริการ  อยู่ในระหว่างควบคุมตัว 9 ราย


Label Cloud