skip to main |
skip to sidebar
Manager Onlineนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 18 พฤษภาคม หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า ยังมีการประชุมร่วมรัฐสภาเช่นเดิม เพราะ พ.ร.ก.ดังกล่าวบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ โดยจะขอเวลาช่วงเช้าเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง ว่าคำร้องของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 หรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่า การออก พ.ร.ก.ของรัฐบาลถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 หรือไม่ เท่าที่ทราบขณะนี้พรรคฝ่ายค้านยื่นเฉพาะกรณีที่การออก พ.ร.ก.ต้องมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น หากพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 ก็จะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ประธานรัฐสภา ยืนยันว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ขัดข้อง หากเห็นว่าเข้าข่ายตามมาตรา 184 ก็ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ เพื่อให้ชะลอร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวไว้ก่อน
Daily News Online : Politicsผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.20 น. วันนี้ (16 พ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดอบรมและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ 'บทบาทรัฐสภาในการสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองท้องที่ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ' ซึ่งเป็นความร่วมมือของรัฐสภา กระทรวงมหาดไทย และสถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการสัมมนาเรื่อง 'การเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจทางการเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองท้องที่' ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มวันที่ 16 พ.ค.-8 ส.ค.2552 รวม 25 รุ่น
โดย นายชัย กล่าวว่า รัฐสภาถือเป็นสภาอันทรงเกียรติ เพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง โดยเฉพาะขณะนี้มีปัญหาทั้งวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจ เชื่อมั่นว่า รัฐสภาจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ นอกเหนือจากนโยบายการบริหารของรัฐบาลแล้ว รากเหง้าของปัญหาที่สำคัญคือ การส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น จึงมีบทบาทสำคัญ ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วประเทศ เข้าใจถึงครรลองประชาธิปไตย ควบคู่กับการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน
“จากนี้ไปขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และทุกภาคส่วน ร่วมมือกันทั่วประเทศ สร้างความสมานฉันท์ ไม่มีสีเหลือง สีแดง หรือสีต่าง ๆ ขอให้ทุกคนอยู่ใต้สีเดียวกันคือ สีของธงไตรรงค์ เพราะปัญหาต่าง ๆ ทำให้ประเทศล้าหลังมามากแล้ว ทั้งนี้ พร้อมรับฟังความเห็นทุกเรื่อง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” นายชัย กล่าว.