Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label Matichon. Show all posts
Showing posts with label Matichon. Show all posts

Friday, September 11, 2009

"ดีเอสไอ"บุกจับเครือญาตินักค้ายาเสพติดฟอกเงินสร้างแมนชั่น-โรงแรม

Matichon Online
"ดีเอสไอ"บุกจับเครือญาตินักค้ายาเสพติดฟอกเงินสร้างแมนชั่น-โรงแรม

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เวลา 12.30 น. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมพนักงานสอบสวนดีเอสไอกลุ่มงานความมั่นคง กระจายกำลังนำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อจับกุมเครือข่ายยาเสพติดของนายสุรวุฒิ ชินวุฒิวงศ์ และนายวิเชียรไตรจุฑากาญจน์ จำเลยในคดีค้ายาเสพติดต้องโทษจำคุก 15 ปี โดยผลการตรวจค้น 3 จุด ได้แก่ อาคารเอ็นเฮชแมนชั่น โรงแรมหอเจีย และห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเจริญด่านนอก และจับกุมตัวนายสนธิศักดิ์ ไตรจุฑากาญจน์ น.ส.กุลพร เลิศชโลธร และนางวนิดา ปิติเศรษฐโกศล หรือคงเศรษฐโกศล เป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด

ก่อนหน้านี้ดีเอสไอจับกุมตัวนายสุรวุฒิ ชินวุฒิวงศ์ และนายวิเชียรไตรจุฑากาญจน์ ฐานร่วมกันค้ายาเสพติดและได้ขยายผลการสอบสวนพบว่าจำเลยทั้ง 2 ได้ผ่องถ่ายทรัพย์สินจากการค้ายาเสพติดไปให้เครือญาติ โดยนำเงินไปลงทุนสร้างอาคารแมนชั่น โรงแรม และบริษัท ดีเอสไอจึงประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อสนธิกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้

TDMZ - อ่านข่าวนี้แล้วก็เห็นอะไรบางอย่าง เวลามีเรื่องอะไรไม่ดีทางใต้ คนก็จะคิดว่า เกี่ยวกับ ปชป  เป็นอิทธิพลของ ปชป เหมือนกับที่ "แดงนะลูก"  comment ไว้บนมติชน อย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ
ในที่สุดก็เข้าตัวเอง เพราะนามสกุล ชินวุฒิวงศ์ นั่นน่ะ ไปค้นดูดีดี ในอดีตมีคนนามสกุลนี้ลงเลือกตั้งอยู่เขต 2 สงขลา คือ หมายเลข 9.นายสุรเชษฐ์ ชินวุฒิวงศ์ ในนามพรรค พลังประชาชน

รู้แบบนี้แล้ว ก็มอง DSI ในแง่ดีขึ้น ว่าคงไม่ใช่แดนสนธยาอีกแล้ว ยิ่งรู้ว่า DSI ลงไปจัดการพวกโกงที่ดินที่ภูเก็ต ได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว โดยได้มือดีๆจากกรมที่ดินไปช่วยงาน ต่อไปประเทศไทยคงสะอาดขึ้นเมื่อ DSI ทำงานอย่างจริงจัง และเป็นมืออาชีพ ผิด คือผิด ไม่ว่าคนทำผิดจะเป็นใคร


Thursday, September 10, 2009

เรียงคนมาเป็นข่าว - "วิหคเหินฟ้า" - (กรณี ปปช ชี้มูล เหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551)

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว
โดย "วิหคเหินฟ้า"

.........จะเรียกว่า "ซื้อเวลา" ก็ไม่ได้ เพราะไม่เคย "จ่าย" เลย พรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมยื้อ "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" มาตลอด เพราะคิดว่ายิ่ง "ช้า" ยิ่งเป็นคุณกับพรรค แต่ถึงวันนี้ยื้อไม่ไหวแล้ว เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเอาจริง

.........ไล่เรียงปฏิทินการเมืองเดือนกันยายนแล้วบอกได้คำเดียวว่า "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เหนื่อยแน่ ตั้งแต่การเปิดสภาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 19 กันยาฯ "คนเสื้อแดง" ชุมนุมใหญ่ และ 21 กันยาฯตัดสินคดี "กล้ายาง"

.........ยังมีเรื่องตั้ง "ผบ.ตร." คนใหม่ที่ "อภิสิทธิ์" เล่นเกม "หมาป่ากับลูกแกะ" มาตลอด แต่ "เช็คเสียง" ณ วันนี้ แม้จะไม่มีชื่อ "พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ" เสียงหนุน "พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย" ก็ยังเหนือกว่า

.........คนที่ไม่ใช่ "คอการเมือง" สงสัยว่า "ข้อมูลใหม่" ของ "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" คืออะไร เรื่องนี้ไม่ยากให้ใส่ชื่อ "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" ใน "กูเกิล" และคลิกที่ "วิกิพีเดีย" อ่านประวัติรอบเดียวก็รู้แล้วว่า "นิพนธ์" นั้น "ของจริง" หรือ "ของปลอม"

.........เห็นคำตัดสินของ ป.ป.ช.คดี "7ตุลาฯเลือด" แล้วต้องหยิบหนังสือ "บันทึกคนข่าว 7 ตุลา ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง" ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยมาอ่าน เพราะเป็น "ความจริง 2 ด้าน" ไม่ใช่ "ความจริง 2 มาตรฐาน" ที่ฝ่ายหนึ่งถูกทั้งหมด แต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ผิด

.........ย้อนไปอ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันที่ 8-9 ตุลาคม 2551 ทุกฉบับยังสับสนอยู่เลยว่า "แก๊สน้ำตา" ทำให้คนบาดเจ็บได้อย่างไร กว่าจะพิสูจน์ได้ว่า "แก๊สน้ำตา" รุ่น "เมด อิน ไชน่า" มีประสิทธิภาพการทำลายเหนือความคาดหมายก็ใช้เวลาอีกหลายวัน

.........คำถามก็คือ ในสถานการณ์ที่สับสนเช่นนั้น "พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ-พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว" ที่รับคำสั่งจากรัฐบาลจะรู้ไหมว่า "แก๊สน้ำตา" ทำให้คนบาดเจ็บ เพราะตอนนั้นบางฝ่ายยังเชื่อว่าเป็นผลจาก "ระเบิดปิงปอง" ที่ "ม็อบ" พกพามา

.........แม้แต่ "นักข่าว" หลายคนที่เขียนใน "บันทึกคนข่าวฯ" ก็ไม่คิดว่า "แก๊สน้ำตา" ทำให้คน "แขนขาด-ขาขาด" ได้ แต่ ป.ป.ช.กลับสรุปว่าตำรวจ "รู้" ว่ามีคนบาดเจ็บอยู่แล้วแต่ทำไมยังทำซ้ำ การกระทำโดย "เจตนา" กับ "ไม่เจตนา" ระดับความผิดต้องแตกต่างกัน

.........มี "คนบาดเจ็บ" จากการสลายม็อบตั้งแต่เช้า ทำไมยังทำซ้ำในช่วงบ่าย ถ้าใช้ "หลักการ" นี้เป็น "เหตุผล" ลงโทษ "ตำรวจ" ปฏิบัติการสลายม็อบของ "ทหาร" ในวันสงกรานต์ที่มีคนบาดเจ็บตั้งแต่เช้า แต่ตอนบ่ายก็ยังทำซ้ำแบบเดิมก็คงเข้าหลักการเดียวกัน

.........แค่ "จอม เพชรประดับ" สัมภาษณ์ "ทักษิณ ชินวัตร" ก็ป่วนไปทั้งทำเนียบรัฐบาล "วิหคเหินฟ้า" ตั้งคำถามเล่นๆ ว่าถ้า "บิน ลาเดน" อาชญากรสงคราม ศัตรูหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกาจะให้สัมภาษณ์ ท่านคิดว่า "ซีเอ็นเอ็น" หรือ "สื่อ" ทั้งหลายจะบินไปสัมภาษณ์หรือไม่??

.........หรือ "ออง ซาน ซูจี" นักโทษของพม่า ถ้าเธอมีโอกาสโทรศัพท์คุยกับสื่อได้ ถามว่า "สื่อเมืองไทย" หรือ "สื่อต่างชาติ" จะสัมภาษณ์ "นักโทษการเมือง" คนนี้หรือไม่?

.........และถาม "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" ตรงๆ ว่าในความเห็นของท่านรัฐมนตรีคิดว่า "เสรีภาพ" ของ "สื่อรัฐ" กับ "สื่อเอกชน" เท่าเทียมกันหรือไม่ เพราะอ่านหนังสือ "ร้อยฝันวันฟ้าใหม่" ของ "อภิสิทธิ์" ตอนเป็นฝ่ายค้านเขายืนยันว่าเท่าเทียมกัน

.........ในเรื่อง "ปฏิรูปช่อง 11" หน้า 212 "อภิสิทธิ์" ยืนยันว่าแม้ช่อง 11 จะเป็นสื่อของรัฐก็สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนคุณภาพได้ "หากผู้มีอำนาจรัฐเคารพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน" ไม่รู้ว่าวันนี้ "อภิสิทธิ์" ยังคิดเหมือนเดิมหรือเปล่า?

.........หน้าที่ของ "สื่อมวลชน" คือการค้นหาความจริง เมื่อทุกฝ่ายแม้แต่รัฐบาลยังยอมรับว่า "ทักษิณ" คือตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศ การทำข่าวเรื่องความเห็นของ "ทักษิณ" จึงไม่ใช่เรื่องแปลก


TDMZ ^^ เอ่อ ถ้าบิน ลาเดนให้สัมภาษณ์ ก็อาจมีสื่อไปสัมภาษณ์ แต่อเมริกาคงไม่ยอมให้ออกสดโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง เพราะใน message สามารถแฝงอะไรไว้ได้มากมาย เป็นต้นว่าให้สัญญาน attack ระลอกใหม่ (อย่างที่ทักษิณให้สัญญานกับเสื้อแดง เมื่อเมษา 52) แต่ถ้ารู้ที่อยู่จริง อเมริกาคงไม่รอให้นักข่าวไปสััมภาษณ์ก่อนหรอก

บทสัมภาษณ์ของทักษิณ กับ จอม ถ้าเป็นเสื้อแดงก็คงจะเชื่อทุกคำ ทุกตัวอักษร แต่ในความจริง คำสัมภาษณ์ทุกคำ ใช่ว่าจะจริงไปทั้งหมด การใช้สื่อของรัฐ ซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศ มาให้คนที่หลีกเลี่ยงที่จะจ่ายภาษีทุกทางที่จะทำได้ มาใช้เพื่อพูดเท็จบ้าง จริงบ้าง ไม่รู้ว่าเหมาะสมแค่ไหนกัน??

Thursday, April 30, 2009

“เสถียร จันทิมาธร” ลาออกหลัง “มติชน” หักปากกาเชียร์แม้ว

Manager Online

“เสถียร จันทิมาธร” องครักษ์พิทักษ์ระบอบทักษิณ น้อยใจยื่นจดหมายลาออกจากค่ายมติชน-ข่าวสดแล้ว หลังถูกปลดกลางอากาศ พร้อม บก.เสื้อแดง ส่วน “สรกล อดุลยานนท์” ที่ชื่นชอบระบอบทักษิณยังเหนียว แม้จะงัดข้อกับลูกสาว “ขรรค์ชัย” อย่างแรง

แหล่งข่าวในหนังสือพิมพ์มติชนรายงานว่า นายเสถียร จันทิมาธร บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวสด บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ และคอลัมนิสต์หน้า 3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการใช้สื่อในเครือมติชน ผู้ปกป้องระบอบทักษิณ และโจมตีการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากบริษัทแล้ว หลังจากถูกนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัทฯ ปลดกลางอากาศ พร้อมกับ “บก.เสื้อแดง” น.ส.จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

โดยเมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) นายเสถียรได้เข้ามายื่นใบลาออกแล้วเก็บเข้าของออกไปจากบริษัททันที

ทั้งนี้ คอลัมน์และข้อเขียนของนายเสถียร และ น.ส.จุฬาลักษณ์ มีทัศนะที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร ระบอบทักษิณ และการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน โดยทั้งคู่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มคนฝ่ายซ้ายที่เป็นมันสมองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายอดิศร เพียงเกษ นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ หรือนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ฯลฯ และ น.ส.จุฬาลักษณ์ได้เปิดตัวร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาแล้ว

การแสดงบทบาทสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงออกนอกหน้า ทำให้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เปิดโปงนายเสถียรบนเวทีระหว่างการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล และเรียกร้องให้ประชาชนเลิกซื้อหนังสือในเครือมติชน-ข่าวสดทั้งหมดอีกด้วย

ส่วนการลาออกของ นายนิวัติ กองเพียร นั้น แหล่งข่าวกล่าวว่าไม่เกี่ยวข้องการการสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นความขัดแย้งจากเรื่องอื่น ประจวบกับนายนิวัติมีอายุ ครบ 60 ปี ทางบริษัทจึงถือโอกาสไม่ต่ออายุการทำงาน ทั้งนี้ โดยปกติแล้วทางบริษัทจะต่ออายุให้กับผู้ใหญ่ที่อยู่ร่วมกันมานาน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า นายนิวัติแม้จะรู้จักกับนายขรรค์ชัยมาก่อน แต่นายนิวัติก็ไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายในการก่อร่างสร้างบริษัทมาตั้งแต่ต้น แต่เข้ามาในช่วงที่บริษัทมั่นคงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว

แหล่งข่าวระดับบรรณาธิการของมติชนรายวันบอกว่า คนที่สนับสนุนระบอบทักษิณอย่างออกหน้า แต่ยังมีบทบาทในการเป็นคอลัมนิสต์มติชนรายวัน และมติชนสุดสัปดาห์ ก็คือ นายสรกล อดุลยานนท์ เจ้าของนามปากกา วิหคเหินฟ้า และหนุ่มเมืองจันท์ แม้ว่าปัจจุบันนายสรกลจะถูกจำกัดบทบาทอย่างมากหลังมีความขัดแย้งกับ น.ส.ปานบัว บุนปาน บุตรสาวของนายขรรค์ชัย และถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเข้ามาฮุบกิจการมติชนของนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรืออากู๋แห่งแกรมมี่ ซึ่งในครั้งนั้นนายวาณิช จรุงกิจอนันต์ คอลัมนิสต์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ กลายเป็นเหยื่อที่ถูกสังเวยออกจากเครือมติชนเพียงคนเดียว และครั้งนั้นองค์กรสื่อและประชาสังคมได้ออกมาต่อสู้ปกป้องเครือมติชน เพราะเชื่อว่าเบื้องหลังการเข้าฮุบกิจการมติชนของเครือแกรมมี่ครั้งนั้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

http://pics.manager.co.th/Images/552000005144001.JPEG

หน้าเว็บมติชน วันที่ 30 เมษายน 2552 เวลา 7.10น. หลังข่าวการลาออก
ความเปลี่ยนแปลง ????

right click > view image เพื่อดูรูปใหญ่

Reblog this post [with Zemanta]

Wednesday, April 8, 2009

ลือสะพัด“มติชน”ยกเครื่อง บก. เหตุเอียง นช.แม้ว-เสื้อแดง

oknation: “พี่ช้าง” ฉุนหนังสือพิมพ์มติชนเอียงกะเท่เร่ เปิด พื้นที่นักโทษชาย-กลุ่มคนเสื้อแดงเกินเหตุ ทำเอา “จุฬาลักษณ์” เพื่อนร่วมหมอมิ้งมหิดลสะดุ้ง สะพัดเตรียมยกเครื่องกองบรรณาธิการเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวจากแวดวงสื่อมวลชนระบุว่า นายขรรค์ชัย บุญปาน ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชน แสดงความไม่พอใจที่แนวทางการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน เปิดพื้นที่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี และสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงมากเกินไป สวนทางกับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับข่าวของทั้งสองฝ่าย

เหตุความไม่พอใจดังกล่าว คาดว่า น.ส.จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งเป็นที่โจษจันในวงการสื่อว่ามีความสนิทสนมกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลรุ่นไล่เลี่ยกับ น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช คนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาจจะได้รับผลกระทบ โดยในเร็วๆ นี้อาจมีการปรับโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่ในกองบรรณาธิการ

จาก คำบอกเล่าของแหล่งข่าว กล่าวว่าที่ผ่านมาพบว่าคนที่อยู่ในระดับบรรณาธิการ ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย จะเป็นผู้ที่กำหนดแนวทางข่าว ทำให้สภาพการทำงานเป็นไปด้วยความอึดอัด ต้องทำข่าวไปตามเป้าหมายทางการเมืองที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สอบถามผู้สื่อข่าวการเมือง ของหนังสือพิมพ์มติชนรายหนึ่ง เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เขาปฏิเสธที่จะให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยอ้างว่าไม่รู้เรื่องภายในระดับบริหาร

แคน ไทเมือง อดีตคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์หัวสี ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน อาจเป็นเพราะว่าแนวทางการนำเสนอพาดหัวข่าวที่พบว่าแหวกแนวไปจากหนังสือพิมพ์ ฉบับอื่น

โดยเฉพาะล่าสุดกับฉบับวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ที่พบว่าหนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสดพาดหัวข่าวสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะที่หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ให้ความสำคัญกับกรณีที่ พล.อ.พิจิตร กุลวณิชย์ องคมนตรีกล่าวพาดพิง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์




Thursday, April 2, 2009

ทักษิน เปิดหลักฐาน ไม่กลัวยึดพาสพอร์ทไทย ได้เพื่อนอดีตผู้ต้องหา ช่วยเหลือ

http://matichon.co.th/online/2009/04/12385900381238590066l.jpghttp://matichon.co.th/online/2009/04/12385900381238590095l.jpg


มติชน เปิดเผย หลักฐานหนังสือเดินทางนักการฑูต เล่มใหม่ของทักษิน ออกโดยประเทศนิคารากัว ที่อยู่ตอนใต้สุดของอเมริกาใต้ (3)


คงต้องคอยดูว่า ทักษินจะเข้าออกประเทศต่างๆได้เหมือนเดิมโดยใช้หนังสือเดินทางเล่มนี้หรือไม่ ต่างประเทศห้ามเข้าด้วยเหตุผลเพราะตัวบุคล หรือเมื่อเป็นบุคคลของประเทศอื่นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะไม่ถูกกระทบไปด้วย

เพื่อนทักษิน คืออดีตผู้ต้องหาคดีข่มขืนลูกเลี้ยงตัวเอง

เห็นรูปประธานาธิบดี ออร์เทก้า (Daniel Ortega) ผู้นำนิคารากัว กับทักษินแล้ว เห็นว่ามีความคล้ายกันหลายอย่าง ปธน. ออร์เทก้า โดนลูกเลี้ยงสาว กล่าวหา ว่าล่วงละเมิดเธอ เป็นเวลาถึง 19 ปี (1) ตั้งแต่เธออายุ 11 ปี แม้จะมีกลุ่ม human rights ต่างๆ กลุ่มสิทธิสตรี รวมทั้ง ทีมทนาย 15 ชาติคอยสนับสนุนเธอ แต่คดีข่มขืนนี้ ก็ถูกยกฟ้องโดยผู้พิพากษา แห่งนิคารากัว (2) ขณะนั้น ออร์เทก้าก็ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ คดีนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ชาวนิคารากัวตกตลึงเป็นอย่างมากในขณะนั้น


ZOILAMERICA NARVAEZ MURILLO, ลูกเลี้ยงของออร์เทก้า
ภาพจาก http://losmotivosdelzorro.blogspot.com/


ทักษิน กับลูกต่างสายเลือด กับเสียงเล่าลือ ที่ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่


Comment from MGR
To all red shirts: this is what’s going to happen in Thailand if Thaksin (now Ortega’s crony), can return to Thai politic as leader. Read and WEEP!

“I am a U.S. citizen who has lived in Nicaragua for 6 years. My wife is Nicaraguan as are many of my friends. If there were any doubts as to who controls the CPC, everyone here understands now they are agents of the Ortegas and were put in place to help “el commandante” build a cuban-style police state. The Ortegas’ own the Supreme Court and the Electoral commision have completely neutralized the political opposition through threats, blackmail, and bribery. This is not about Sandanismo- this is about complete power for the Ortega-Murillo family. Daniel was elected(with 38% of the vote) by splitting the opposition and proclaiming he was “the New Daniel”. Leading up to the election, he dropped all his Marxist rhetoric and turned into a social democrat. Once he was elected, he was the old Daniel. Back to the Future. Nicaragua has returned to the 80s with a vengeance .The Ortegas were the last thing this sad country needed. Very shortly, the violence will start. Many foreigners have already left, and the real estate market has virtually collapsed.”
(from COHA , Council on Hemisphere Affairs, June 18, 2008 web-blpgs)

คร่าวๆคือ ออร์เทก้า คุมรัฐตำรวจ คุมศาล และกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่เว้นแม้แต่คณะจัดการเลือกตั้ง ออร์เทก้าก็สั่งได้ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ คดีข่มขืนลูกเลี้ยงไม่ได้รับการพิจารณา

และถ้าทั้งหมดนี้ เป็นความจริง ก็จะยิ่งตอกย้ำความเหมือนของคู่หู สองคนนี้

(1) http://www.encyclopedia.com/doc/1P2-642850.html
(2) http://www.encyclopedia.com/doc/1G1-81624483.html
(3) http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1238590038&grpid=00&catid=01
(4) http://www.nytimes.com/1998/05/28/world/world-news-briefs-ortega-s-stepdaughter-files-charges-of-rape.html

Reblog this post [with Zemanta]

Wednesday, April 1, 2009

Comment ประชาธิปไตย

ปัญหาเศรษฐกิจที่ลามไปทั่วโลก หนักหนาสาหัสในวันนี้...ส่งผลกระทบรุนแรงกับคนทั่วโลก รวมทั้งพวกเราทุกคน

ต้นเหตุมาจากอเมริกา "ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตย"
เลือกตั้งเสรี และทุนนิยม


ต้นเหตุมาจากการบริหารผิดพลาดของรัฐบาลบุช "ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่" เลือกเข้ามากับมือถึง 2 สมัย รวม 8 ปี กว่าจะแสดงผลชัดเจนก็ปลายปีที่ 8

ระบบตรวจสอบการบริหารที่มีอยู่ทั้งหลาย ก็ไร้ผล ในการมองเห็น และป้องกันหายนะที่อยู่เบื้องหน้า

ประชาธิปไตย และการเลือกตั้งเสรี ผู้นำ และรัฐบาลจากคนส่วนใหญ่ จึงไม่ใช่หลักประกันว่า

สิ่งที่คน "ส่วนใหญ่" เห็นด้วย จะดีกับคนทั้งหมด"ทั้งประเทศ" หรือทั้งโลก


สิ่งที่น่าคิดคือ เมื่อเกิดความเสียหายอันใหญ่หลวง "คนส่วนน้อย" กลับต้องมารับผลกระทบจากการตัดสินใจผิด ของคนส่วนใหญ่เหล่านั้นด้วย

ฝากคิด แล้วตอบตัวเอง ว่า...
จริงหรือไม่????

จากมติชน ออนไลน์

Tuesday, March 31, 2009

"พันธมิตร"ร้องปกป้องสถาบันเบื้องสูง ชุมนุมกดดันผบ.ตร.ลาออก รับไม่ได้"แม้ว"ใช้ถ้อยคำเท็จหยาบคาย

พธม.ประณาม"ทักษิณ" ออกแถลงการณ์ให้ยุติวิดีโอลิงก์ แฉคดีทุจริตผ่านสื่อรัฐ เรียกร้องรบ.-ทหารปกป้องสถาบันกษัตริย์ รับไม่ได้ใช้ถ้อยคำเท็จหยาบคาย กล่าวหา"เปรม-สุรยุทธ์"วางแผนปฏิวัติ 21 แกนนำรับทราบข้อหา คดีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา 7 ต.ค. ขอเวลา 30 วันทำคำชี้แจง พันธมิตรรวมพลหน้าตร.จี้"พัชรวาท"ลาออก

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกแถลงการณ์ประณาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ที่สนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณ ปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ร่วมวางแผนล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมเรียกเรียกร้องให้ทหารออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์


แกนนำพันธมิตรประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ได้เปิดแถลงข่าวที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม โดยนายสุริยะใสอ่านแถลงการณ์พันธมิตร ฉบับที่ 1/2552 เรื่องคำเตือนต่อการวางเฉยกรณีมีการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื้อหาประณาม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวหา พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ โดยระบุว่า พล.อ.เปรมเป็นรัฐบุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี มีประวัติซื่อสัตย์สุจริต สร้างคุณูปการให้กับชาติบ้านเมืองมามากมายและยาวนาน การกล่าวหาโจมตี พล.อ.เปรม ด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จและหยาบคาย จึงเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลและไม่อาจยอมรับได้


ทั้งนี้ แถลงการณ์ของพันธมิตรยังกำหนดข้อเรียกร้อง รวม 6 ข้อ เช่น ให้รัฐบาลยกเลิกหนังสือเดินทางและดำเนินการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาลงโทษในประเทศไทย,ให้รัฐบาลแถลงความจริงและคดีทุจริตทั้งหมดในระบอบ ทักษิณผ่านสื่อของรัฐ และเร่งรัดปฏิรูปสื่อโดยด่วนที่สุด, ให้รัฐบาลและทหารพิทักษ์ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของรัฐ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งให้รัฐบาลหยุดยั้งการถ่ายทอดภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ


นายสนธิ กล่าวว่า พันธมิตรออกมาเตือนโดยสนิทใจ เพื่อหวังว่าทหารฟังแล้วจะได้คิดและทำหน้าที่ในสิ่งที่ควรทำโดยไม่วางเฉย ส่วนเตือนแล้วยังนิ่งเฉย พันธมิตรจะชุมนุมหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์


ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ทหารมีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ บัดนี้ ความมั่นคงของชาติถูกกระทบอย่างรุนแรง ทหารจะวางเฉยไม่ได้ จะต้องออกมาชี้แจง และบอกประชาชน ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร โดยพันธมิตรจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


"ผมบอกให้ออกมาชี้แจงนะครับ และบอกกับประชาชนว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ประเดี๋ยวจะเข้าใจว่าให้ทหารออกมาทำอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ใช่นะ ต้องชัดเจน" พล.ต.จำลอง กล่าว


ด้านแกนนำพันธมิตร 21 คน ที่ถูกออกหมายจับในคดีการชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายพิภพ ธงไชย 4.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 5.นายสุริยะใส กตะศิลา 6.นายสำราญ รอดเพชร 7.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 8.นายวีระ สมความคิด 9.นายกิตติชัย ใสสะอาด 10.นายสุชาติ ศรีสังข์ 11.นายอมร อมรรัตนานนท์ 12.นายศิริชัย ไม้งาม 13.นายพิชิต ไชยมงคล 14.นายอำนาจ พละมี 15.นายประยุทธ วีระกิตต์ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราน 17.นายประพันธ์ คูณมี 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ 21.น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ได้ทยอยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องประชุมบุณยจินดา 3 สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประมาณ 3,000 คน มาชุมนุมให้กำลังใจบริเวณทางเข้าสโมสรตำรวจ


พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาสมทบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าหน้ารัฐ เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ให้การ แต่จะทำเอกสารชี้แจงภายหลัง โดยขอเวลา 30 วัน ซึ่งทนายความพันธมิตรได้นัดวันที่ 27 เมษายนนี้ เป็นอย่างช้า


"หลังจากแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกประจำวัน หลังรับทราบข้อหาแล้ว ให้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องประกันตัว เพราะไม่ได้จับกุม" พล.ต.ต.อำนวย กล่าว


นายสนธิให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับทราบข้อหาว่า ได้ยื่นคำให้การไปแล้ว ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยแกนนำทุกคนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


เมื่อถามถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตร นายสนธิ กล่าวว่า ยังรอการประชุมใหญ่เดือนพฤษภาคมนี้กับแกนนำพันธมิตรทั่วประเทศที่จะตัดสินใจ ว่าทำยังไง ถ้าเอาเราก็เอา ถ้าเขาไม่เอาก็ไม่เอา


เมื่อถามถึงการทำงานของรัฐบาลในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดี นายสนธิ กล่าวว่า ก็มีแค่คนเดียวที่ทำงานอยู่คือ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นอกนั้นก็หน่อมแน้มกันเหลือเกิน ด่าหน่อมแน้มยังน้อยไป อย่าเอาเสรีภาพสื่อเป็นที่ตั้งว่าประชาธิปไตยคือ การเลือกตั้ง ไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย แม้แต่นิดเดียว ยังถ่มถุยเหมือนเดิม อย่าอคติ ถ้าว่างก็ดูเอเอสทีวีบ้าง เพราะมีแนวทางที่วางไว้ จากนั้นนายสนธิพร้อมแกนนำคนอื่นๆ ได้ทยอยออกมาพบและปราศรัยทักทายกลุ่มพันธมิตรที่มาให้กำลังใจ


ต่อมาเวลา 13.30 น.กลุ่มพันธมิตรกว่า 1,000 คน นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน นายอมร อมรรัตนานนท์ เคลื่อนขบวนมาชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน ปราศรัยเรียกร้องให้ ตร.ตั้งโต๊ะรับดำเนินคดีกับแนวร่วมพันธมิตรทั้งหมด เช่นเดียวกับแกนนำพันธมิตรทั้ง 21 คน พร้อมโจมตีการทำงานของตำรวจ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มพันธมิตร และเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาออกจากตำแหน่ง


นายอมร ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ให้กลุ่มพันธมิตรร่วมกันดาวน์โหลดแบบฟอร์มการแสดงตัวเป็นผู้ต้องหา และกรอกข้อมูล ส่งให้ทนายความพันธมิตรรวบรวม เพื่อจะยื่นต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท ในภายหลัง พร้อมประกาศจะมีผู้ชุมนุมมากกว่า 10 เท่า ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 15.45 น.

matichon

"เตช"การันตี"กษิต"ทำงานดี สงสัย"แม้ว"โจมตีรับเงิน

นายเตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่า ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ติดตามการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งประเด็นที่กล่าวหา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน ว่าเคยให้เงินใช้ ซึ่งตนไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่จากที่รู้จักนิสัยของนายกษิต ขอยืนยันว่า เป็นคนทำงานดี และเป็นคนตรงไปตรงมา  ดังนั้น จึงไม่เชื่อว่า จะมีการกระทำเช่นนั้น  และไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เหตุใดต้องออกมาโจมตี

นอกจากนี้ นายเตช ยังระบุว่า  ตนไม่ทราบว่า ขณะนี้  พ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่ไหน แต่กระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามตัวได้

[ทักษินอยู่ไหน ให้เงินเค้าใช้ไปทั่ว จนเคยชิน นี่พูดออกมาเอง ทักษินให้เอง กษิตไม่ได้ขอ ค่าขนม 2 ล้าน ก็คงไม่พ้นแบบนี้]

มติชน

Thursday, February 19, 2009

Matichon today - หรือวันนี้ มติชน เป็น มติชิน (2)

วันที่่ 18 ก.พ. 2552
วันที่ 16 ก.พ. 2552
วันที่ 14 ก.พ. 2552

อาจเป็นได้ที่มติชน ยังไม่มีคลิปใหม่เข้ามา คลิปเก่าก็เลยยังแช่อยู่อย่างที่เห็น
เราก็ต้องคอยตามดูกันต่อไป ว่าจะแช่ไปถึงแค่ไหน....

Wednesday, February 18, 2009

Matichon today - หรือวันนี้ มติชน เป็น มติชิน


http://img195.imagevenue.com/aAfkjfp01fo1i-13753/loc958/75130_Matishin_1234972830640_122_958lo.jpg

ในฐานะคนเคยอ่านมติชน ขอตั้งข้อสงสัย





เส้นประน้ำเงิน ด้านล่างคือหน้าจอปกติที่จะเห็น



Reblog this post [with Zemanta]

Thursday, February 5, 2009

ผู้นำฝ่ายค้านนอกสภา ทักษิณรีเทิร์น โดย นายซื่อตรง รักเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 2
ผู้นำฝ่ายค้านนอกสภา ทักษิณรีเทิร์น โดย นายซื่อตรง รักเมืองไทย

...ผมพร้อม ถ้าประชาชนพร้อม ผมพร้อมจะกลับไปเป็นนายกฯให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ถ้าประชาชนพร้อมเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมเมื่อนั้น ถ้าประชาชนยอมพ่ายแพ้ ก็ถือว่าผมหมดหน้าที่ ถึงแม้ผมจะต้องอยู่ต่างประเทศอีกนาน แต่ผมจะไม่ยอมตายในต่างประเทศแน่นอน... (วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ,ทักษิณรีเทิร์นกล่าว)

หลายคนบอกว่านี่คืออาการดิ้นครั้งสุดท้ายของเสือลำบาก ที่แม้ไม่ตกยาก แต่หาทางออกกับระเบิดเวลาที่ผูกมัดอยู่รอบตัวตอนนี้ไม่ได้

หลายคนจึงตั้งคำถามว่า หากคุณทักษิณไม่มีคดีติดตัวท่วมหัวแล้วนั้นยังจะคิดกลับมามีอำนาจปกครอง ประเทศอีกครั้งเพื่อประชาชนจริงหรือ? หรือแม้กระทั่งจะบอกว่า จะทำเพื่ออดีตลูกพรรคที่ยังนับถือตน

แต่หากคุณทักษิณประกาศว่าตอนนี้หมดตัวไม่เหลือเงินแล้วจะยังมีคนยอมรับนับถืออุดมการณ์คุณทักษิณจริงหรือ?

คำถามที่ไม่ต้องรอคำตอบเหล่านี้ เพราะคุณทักษิณเองได้เผยความในใจ หรือเรียกว่า "ธาตุแท้" ก็ได้เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง และสุดท้ายก็ได้ออกมาเป็น ชุดยุทธศาสตร์ที่หนักแน่น ที่จะเรียกว่า "ยุทธศาสตร์ยึดประเทศไทย" ก็ได้ (ไม่ใช่แค่การล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์)

ที่มาของปัญหาตั้งแต่ความแตกแยกภายในของพรรคเพื่อไทยที่ดูเหมือนจะยังรวมกันไม่ติดหลังการขึ้นสู่อำนาจของประชาธิปัตย์

ซึ่งอาจเป็นเพราะการหาหลักยึดที่แน่นอนไม่ได้ และการปรับตัวในฐานะฝ่ายค้านครั้งแรกในสภาที่ยังใหม่อยู่ รวมถึงหัวหน้าพรรคตัวจริงยังไม่ปรากฏ

และที่สำคัญเจ้าภาพกระเป๋าเงินใหญ่ของพรรคยังไม่รู้ว่าเจ้าเดิมจะยังคงทุ่มต่อหรือไม่

นำมาสู่การเข้าจัดการด้วยตนเองของนายใหญ่อย่างคุณทักษิณ ที่ได้ผ่านต่อสายพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในพรรคมาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อจังหวะเหมาะและทำความเข้าใจประสานผลประโยชน์กับกลุ่มก๊วนที่เหลืออยู่สำเร็จ จึงเข้าสู่กระบวนการที่สองนั่นคือ

เปิดตัวต่อสาธารณชนและกลับมายึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคตัวจริงกับบรรดาลูกพรรคในพรรคใหม่นี้เป็นครั้งแรก

โดยคุณทักษิณได้โทรศัพท์ข้ามประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อโฟนอินกลาง เวทีสัมนาของ สส.พรรคเพื่อไทยที่เขาใหญ่ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อคัดสรร"ผู้นำฝ่ายค้านในสภา" เป็นตัวหลักในการเล่นเกม ในฐานะบทบาทใหม่ของบรรดาลูกพรรคเพื่อไทยที่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน

นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้ก็เพื่อวางแผนปรับโครงสร้างพรรคใหม่ทั้งใน ส่วนฝ่ายบริหารและวางกลยุทธ์ที่ต้องปรับตัวเป็นฝ่ายรุก ในฐานะฝ่ายค้านเป็นครั้งแรกของคุณทักษิณ

อันที่จริงการเป็นฝ่ายค้านของบรรดาคนรักทักษิณได้กระทำอย่างเป็นรูปธรรมมา แล้วครั้งหนึ่งในสมัยรัฐประหารซึ่งทำได้ค่อนข้างดี เป็นกระบวนการและหนักหน่วงพอสมควร

หากแต่เป็นฝ่ายค้านในสภานั้น จะยากตรงที่เล่นเกมกับพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีความเก๋ามากในสภา

แต่การเป็นฝ่ายโจมตีย่อมง่ายกว่าฝ่ายตั้งรับอยู่แล้ว และถ้าพลาดพลั้งก็ไม่เสียหายอะไรเหมือนกับความพลาดของซีกรัฐบาล

อย่างไรก็ตามไฮไลท์อยู่ที่การโฟนอินของคุณทักษิณ 20 นาที แต่เนื้อหาได้คัดแล้วว่า สำคัญและชัดเจนจริงๆ

การโฟนอินนอกจากเป็นการปลุกใจบรรดาสส. เคลียร์ปมที่ค้างคาใจบรรดาสส. กลุ่มก๊วนต่างๆที่อยู่ภายใต้บ้านใหม่พรรคเพื่อไทยเป็นครั้งแรก ด้วยลีลาโวหารของคุณทักษิณก็ทำให้บรรดาลูกพรรคเคลิบเคลิ้มไปตามๆกัน

นอกจากนี้คุณทักษิณยังได้มอบนโยบายทั้งเรื่องภาพรวมและยุทธศาสตร์หลักใน การโจมตีรัฐบาล นั่นคือ การพูดเป็นนัยๆ ให้มีการระดมพลชาวบ้านให้มากที่สุด

โดยพูดทำนองว่า หากมีพลังเรียกร้องของประชาชนที่มากพอ ตนเองในฐานะนายใหญ่จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

ตบท้ายด้วยเรื่องเงิน

เพราะที่ผ่านมาช่วงหลังมักมีข่าวว่า นายใหญ่ตัดท่อน้ำเลี้ยง หรือแม้กระทั่งข่าวโดนอังกฤษยึดทรัพย์ซึ่งทำให้บรรดาสส.เริ่มลังเลถึง--ที่ เคยได้และอนาคตที่อาจไม่มีน้ำเลี้ยงเหมือนเคย

การโฟนอินครั้งนี้ได้ช่วยทำให้บรรดาลูกพรรคทั้งหลายมั่นใจมากขึ้น เพราะหลุดออกจากปากนายใหญ่เองว่า ตนยังมีเงินอีกมากและพร้อมให้ สส.ทุกคนโทรหาได้ทุกเมื่อ

แทบจะไม่ต้องตีความว่า ปกครองกันด้วยอะไร

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า"ธาตุแท้"ของคุณทักษิณ! ที่ออกมาในลักษณะของนักสู้หลังพิงฝา หากแต่ผลของการโฟนอินวันนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อมาในยุทธศาสตร์ของเพื่อไทย

ยุทธศาสตร์ใหม่ที่สรุปประเด็นมาได้

ประการแรกคือ ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ประกาศ แถลงการณ์เขาใหญ่ 9 ข้อ โดยระบุชัดว่า คุณทักษิณมีส่วนอย่างมากในการปรับปรุงแถลงการณ์ทั้ง 9 ข้อ ที่จะถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคต่อไป

เนื้อหาไม่มีอะไรมาก ทุกอย่างทำเพื่อประเทศชาติ

แต่ประเด็นที่กล้าประกาศว่า

คุณทักษิณมีส่วนร่วม ทั้งที่คุณทักษิณถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี และยังเป็นนักโทษคดีอาญานั่นเท่ากับคุณทักษิณไม่สนการเปลี่ยนแปลงในวิถีปกติ อีกต่อไป

และสิ่งทั่คุณทักษิณกำลังทำจะน่ากลัวและคาดเดาไม่ได้ในเส้นทางที่ควรจะเป็นอีกแล้ว

ประการต่อมาคือการปล่อยยุทธศาสตร์ในสภา ซึ่งนายปราณปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาประกาศว่า

การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลใน 2 ประเด็นหลัก คือ

1.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น มาตรการต่างๆ การสร้าง-- ความเหมาะสมในการกู้ยืมเงิน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดีในการตรวจสอบและดูจะเป็นเรื่องปกติ

2.ประเด็นการเมือง บอกว่าจะมีการตรวจสอบการบริหารงานของแต่ละกระทรวง โดยจะมีการแบ่งกลุ่มประชุมติดตามการทำงานแต่ละด้านของรัฐบาลทุกสัปดาห์ เพื่อนำข้อมูลไปอภิปรายในสภาฯและชี้แจงต่อสาธารณชน

หากแต่ในข้อนี้ยังบอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้สำเร็จอีกด้วย

อันนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่วางไว้ก่อนหน้าที่คุณทักษิณจะต้องเล่นเกมที่อยู่นอกกติกาปกติ

การแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ต่างอะไรจากหลักการนั้น และยังถือเป็นแนวทางเดียวกับ นปช.ที่เรียกร้องตลอดมา นี่คือ

การนำนโยบายของนปช.มาใช้อย่างเปิดเผยใช่หรือไม่

ยุทธศาสตร์การเมืองโดยร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ในฐานะสส.--ส่วน ประกาศชัดถึงหลักการหลักสองข้อ คือ

1.โจมตี คมช.และ

2.ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ยุทธศาสตร์นี้ยิ่งตอกย้ำการสู้นอกกติกาให้ชัดขึ้น และแน่นอนต้องใช้มวลชนมาจัดการ ไม่ใช่สส.ในระบบรัฐสภาอย่างแน่นอน

ยุทธศาสตร์ล้างกระดานล้างความผิด

งานนี้--านคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.--ส่วน และประธานสส.พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศว่า

การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะชูนโยบายนิรโทษกรรมคดีอาญาที่มีมูลเหตุจากการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 กับบุคคลทุกกลุ่มไม่เว้นแม้แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ใครมีโทษก็จะได้รับการยกโทษ และคดีไหนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ก็จะนิรโทษกรรมเช่นกัน

การเหมารวมเช่นนี้ดูเหมือนจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับและลดแรงกดดันจากซีกสีเหลือง

หากแต่เป้าประเด็นหลักคือ นิรโทษกรรมทักษิณ และทุกคนในตระกูลชินวัตร!ไม่ใช่หรือ?

สำหรับคำถามว่าใครจะมาเป็นนอมีนีคนต่อไปของคุณทักษิณ

งานนี้ไม่ต้องคาดเดาอีกต่อไปว่าเป็นใครเชื่อมโยงมายังไง

เพราะรุ่งขึ้นหลังวันประชุมก็มีข่าวชัดเจนว่าจะให้ ตระกูลชินวัตรกลับมายึดครองพรรคการเมืองอีกครั้ง

โดยภาคเหนือมีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้ดูแล

ภาคอีสานเป็นของนายพายัพ ชินวัตร

ภาคใต้มีนางเยาวเรศ ชินวัตร เป็นผู้ดูแล

ส่วนภาคกลางและกทม.นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะเป็นผู้กำกับดูแล

ขณะที่หัวหน้าพรรคจะเป็นใครใน 4 คนนี้ หรืออาจเป็นคนนอกคนใหม่

แต่ประเด็นชัดคือ เจ้าภาพ สปอนเซอร์ นายใหญ่เหมาหมดนั่นเอง

บทบาทของคุณทักษิณครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การตั้งนอมีนีมาบริหารแทนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเงา เป็นแขนเป็นขาของคุณทักษิณเองเลยที่จะเข้ามาจัดการ หากแต่เพียงครั้งนี้คุณทักษิณจะเข้ามาคุมพรรคในฐานะฝ่ายค้านครั้งแรกของ ชีวิต

จึงขอแต่งตั้งให้เป็น ผู้นำฝ่านค้านนอกสภา อย่างเป็นทางการ

เกร็ดเล็กน้อยจากการโฟนอินที่น่าสนใจก็ตรงที่

คุณทักษิณ พูดถึงการใช้เงินของตนเองในต่างประเทศว่า ใช้ปีละร้อยกว่าล้านบาทนั้น และที่บอกว่าค่าเช่าโรงแรมคืนละหมื่นบาท

ดังนั้นหากคิดคร่าวๆ ก็ตกปีละ 3 ล้านกว่าบาท รวมค่าใช้ชีวิต

ซึ่งหากจะคิดให้เป็นเท่าตัวของค่าเช่าห้องก็ยังไม่เกิน10ล้าน เบ็ดเสร็จยังไงก็ไม่น่าจะถึง 20 ล้าน ด้วยซ้ำไป

ดังนั้นค่าใช้จ่ายกว่าร้อยล้านนั้นนั่นคือวิถีชีวิตของมหาเศรษฐีที่ไม่รู้จักคำว่า"พอเพียง" นั่นเอง

ดังนั้นที่คุณทักษิณกล่าวต่อว่ารัฐบาลชุดนี้ มันเป็นรัฐบาลเสือหิว ยุคนี้มันกลียุค รวบรวมเอาเสือหิวเสือโหยมาอยู่ด้วยกันนั้น

ต้องถามกลับว่าที่คุณทักษิณต้องการกลับมาประเทศไทยมาบริหารประเทศนั้นต้องการอะไรกันแน่หรือ ?

"ความรวดร้าวรันทด ก็เป็นพลังชนิดหนึ่ง

สามารถบันดาลให้ผู้คนกระทำเรื่องที่ปกติไม่กล้ากระทำ"


(โกวเล้ง จาก ซาเสี่ยวเอี้ย)

------------------------------

คารวะท่าน โกวเล็ง 1 จอก

คุณ : กล้วยไม้ป่า Post : 378 ครั้ง
วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 07:14:14 น. 124.120.148.XXX



source: Matichon online

Label Cloud