Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label red-shirted. Show all posts
Showing posts with label red-shirted. Show all posts

Sunday, June 21, 2009

รวบดาราหนุ่ม "เมธี" คดีเสื้อแดง


ตม. รวบ ดาราหนุ่ม "เมธี อมรวุฒิกุล" คาสุวรรณภูมิ โดนหมายจับร่วม เสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบฯ คุมตัวส่งสน.ดุสิต

เจ้าหน้าที่ ตม.ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทอช.) เข้าจับกุมนายเมธี อมรวุฒิกุล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279 ถนนวรจักร แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ดารานายแบบชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1697/2552 ลงวันที่ 15 มิ.ย.52 ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้ที่มีหน้าที่สั่งการ ,ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ,ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมณ ที่ใดๆตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปในท้องที่กรุงเทพมหานคร หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเจ้าตัวเดินทางกลับมาจากประเทศเวียดนาม ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และพ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต ร่วมทำการสอบปากคำ

เมธี อมรวุฒิกุลหลังสอบปากคำนายเมธี เปิดเผยว่า ช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงมีการชุมนุม ตนเคยไปขึ้นเวทีอยู่ 2 ครั้ง คือก่อนรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 ครั้ง และหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 ครั้ง ซึ่งตนก็ทำใจแล้วว่าจะต้องถูกออกหมายจับแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ จนวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนก็เดินทางไปประเทศเวียดนาม และมาทราบว่า ตัวเองถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. จึงเดินทางกลับในวันนี้ ซึ่งตนก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเดินทางเข้ามอบตัวเลยทันที แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน ทั้งนี้ตนขอให้การปฏิเสธ และได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท มายื่นขอประกันตัวแล้ว

สำหรับคดีปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ศาลอนุมัติหมายจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มอีก 8 คน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้เหลือนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เพียงคนเดียวยังไม่มาติดต่อเข้ามอบตัว.

Wednesday, June 17, 2009

ออกหมายจับ 8 แกนนำเสื้อแดง

โพสต์ ทูเดย์ - ออกหมายจับ 8 แกนนำเสื้อแดง
บช.น.ออกหมายจับเพิ่ม 8 แกนนำเสื้อแดง มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ยันไม่ใช่ 2 มาตรฐาน

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการถอดเทปปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ที่กลุ่มคนเสื้อแดงปิดการจราจร ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ แกนนำที่จัดให้มีการชุมนุมได้ขึ้นกล่าวปราศรัย พบว่ามีผู้กระทำผิดเพิ่มอีก 8 คน นอกเหนือจากที่ได้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับเพิ่ม ประกอบด้วย นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายสมชาย ไพบูลย์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายเมธี อมรวุฒิกุล และนายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

รอง ผบช.น. กล่าวว่า การออกหมายจับครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการทำงานแบบ 2 มาตรฐาน การดำเนินกานรสอบสวนนั้นทำงานอย่างต่อเนื่อง และผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง มีหลักฐานชัดเจน จึงจะมีการดำเนินการขออนุมัติออกหมายจับ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆ



Wednesday, May 13, 2009

จตุพรเปิดซีดีแล้วสรุปอภิสิทธิ์ไม่อยู่ในรถ



จตุพรเปิดซีดีแล้วสรุปอภิสิทธิ์ไม่อยู่ในรถ คมชัดลึก
คมชัดลึก :นปช.โวยฝนเทียมกลั่นแกล้งเสื้อแดงชุมนุมทุลักทุเล "จตุพร"ยันนายกฯเปลี่ยนรถชี้คนละคันแต่เลขทะเบียนเดียวกัน แกนนำเสื้อแดงชี้รัฐประหาร-อำมาตย์ทำร้ายประเทศไทย เสวนาสาธารณะ ครบรอบ 17 ปีพฤษภาทมิฬ “ ญาติวีรชน – กก.รณรงค์สิทธิมนุษยชน ” เรียกร้องกองทัพยุติบทบาทแทรกแซงการเมือง

เวทีปราศัยของ นปช.เปิดฉากขึ้นอีกครั้งในเวลา 17.00 น.วันที่ 10 พ.ค. หลังจากถูกพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดยแกนนำขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับผู้ชุมนุมเสื้อแดง และนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย.มาขึ้นเวทีด้วย

จากนั้นนายวีระ มุสิกพงษ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้แจ้งขอปรับรูปแบบการชุนุมจากการปราศรัยสลับการแสดงดนตรี มาเป็นการปราศรัยรวดเดียว จากนั้นจะเปิด วีซีดี จับโกหกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรี เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย

นายวีระ กล่าว่า แกนนำได้มาสำรวจพื้นที่วัดไผ่เขียว แล้วเห็นว่าเหมาะสม และตั้งใจจะจัดชุมนุมที่นี่เป็นประจำ เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่วันนี้ไม่คิดว่าจะเกิดฝนตกหนักขนาดนี้ คาดว่าพายุฝนครั้งนี้เกิดจากการทำฝนเทียม เพราะคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมล่วงหน้าเป็นเวลานานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้พื้นที่บริเวณการชุมนุมเกิดน้ำขังจนมีสภากลายเป็นดินเลน ผู้ชุมนุมที่ยังปักหลักรอฟังการปราศัยต้องถอดรองเท้าเดินย่ำไปอย่างทุลักทุเล

"จตุพร"ยันนายกฯเปลี่ยนรถชี้คนละคันแต่เลขทะเบียนเดียวกัน

เมื่อเวลา 17.30 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. แถลงข่าวว่า การจัดเวทีในวันนี้ ก็เพื่อทำความจริงให้ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ถูกใส่ร้ายอย่างไร โดยเฉพาะที่กระทรวงมหาดไทย ที่จะมีการนำภาพเคลื่อนไหวที่ยืนยันได้ว่า นายกฯไม่ได้อยู่ในรถคันนั้น แต่ได้เปลี่ยนไปอยู่ในรถคันอื่น ที่เป็นเลขทะเบียนเดียวกัน โดยใช้เวลาเปลี่ยนรถเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาที

"หากรัฐบาลยังบิดเบือนต่อไป จะทำให้เราไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเร็วขึ้น ผมขอเรียกร้องให้ผู้ที่ถูกออกหมายจับ ที่ก่อเหตุที่ ก.มหาดไทย 21 คน ที่ขณะนี้ ยังไม่มอบตัว ซึ่งเชื่อว่า เป็นทหารที่สวมเสื้อสีแดง มามอบตัว ซึ่งหากใครสามารถแจ้งเบาะแส หรือทราบที่อยู่ ก็จะให้รางวัลนำจับ เพิ่มจาก 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท"

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ในคืนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่โฟนอิน แต่ได้ฝากบอกแกนนำว่า ให้ช่วยกันดูแลความปลอดภัย อย่าให้เกิดความรุนแรง อย่าให้มีมือที่สาม เข้ามาปั่นป่วน และขอให้แกนนำ นำความจริงออกมาเปิดเผย เพราะเมื่อความจริงเปิดเผย รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้

ทั้งนี้ กลุ่มคนเสื้อแดง จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุหการณ์สลายการชุมนุม ควบคู่ไปกับกรรมการที่รัฐสภาตั้งขึ้นด้วย

"จตุพร"เปิดซีดีแล้วสรุป"อภิสิทธิ์"ไม่อยู่ในรถ

เมื่อเวลา 20.20 น. นายจตุพรได้ขึ้นเวที่ทำการปราศรัยท่ามกลางฝนที่ตกลงมาพรำ ๆ ตลอดเวลา ได้เทลงมาอย่างหนัก

นายจตุพร กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เคยประกาศแถลงการณ์หลายครั้งในค่ายทหาร แต่ทำไมต้องออกมาประกาศพรก.ฉุกเฉิน ที่กระทรวงมหาดไทย และการที่ บช.น. ออกหมายจับ 21 คนเสื้อแดง ที่บุกกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่า มีคนเสื้อแดงบางส่วนจริง แต่สายข่าวบอกว่า ที่เหลือเป็นทหารมาสร้างสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนี้ นายจตุพร ได้เปิดวีซีดี โดยเป็นการลำดับและตัดต่อภาพโดยดีสเตชั่น ซึ่งนายจตุพร ได้สรุปความดังนี้

1.นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในรถประจำตำแหน่ง

2.เป็นกับดักเพราะไม่มีทีมรปภ.ดูแลประตูต่าง ๆ ในกระทรวงมหาดไทย แตกต่างกับที่ทำเนียบฯ ที่ใช้ทหาร 5 พันนายรักษาความปลอดภัยทำเนียบ อีกทั้งยังมีการหลอกคนเสื้อแดง โดยให้การ์ดของนายกฯ มายืนคุ้มกันรถประจำตำแหน่ง และมีการถอยรถชนคนเสื้อแดง จนคนเสื้อแแดงโกรธและเข้าไปทำร้าย เพีราะคิดว่า นายกฯอยู่ในรถ

3.การถอยรถชนคนเสื้อแดง ถือเป็นการยั่วยุ อีกทั้งสื่อฯ ก็นำเสนอภาพรถของนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ เลขาธิการนายกฯ ที่ถูกตัดต่อเสมือนว่า นายนิพนธ์ ตามนายอภิสิทธิ์มา ทั้ง ๆ ที่อยู่คนละพื้นที่ในกระทรวงมหาดไทย

4.มีการโฟกัสไปยังกระจกหน้ารถที่ติดฟิลม์ดำ ของรถประจำตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเห็นเพียงคนขับรถ และการ์ดของนายกฯ ที่นั่งอยู่ด้านหน้า แต่ไม่เห็นว่า มีคนนั่งด้านหลัง จึงเชื่อได้ว่า นายอภิสิทธิ์ หลบหนีไปโดยรถคันอื่น ก่อนที่คนเสื้อแดงจะบุกก.มหาดไทย หลังการประกาศพรก.ฉุกเฉิน

แกนนำเสื้อแดงชี้รัฐประหาร-อำมาตย์ทำร้ายประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 19.30 น.ฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนก็ยังปักหลักชุมนุม ทั้งนี้ บนเวทีมีแกนนำคนเสื้อแดง อยู่กันครบทั้งหมด ยกเว้นนายจักรภพ เพ็ญแข เท่านั้น นายแพทย์เหวง โตจิลาการ กล่าวปราศรัยว่า พวกเราคือผู้สร้างประชาธิปไตย ดังนั้น จึงขอให้หยุดร้องไห้ ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการชุมนุม เขาได้ไปเยี่ยมผู้ที่บาดเจ็บ ก็พบว่า รัฐใช้กระสุนจริง ซึ่งความจริงต้องปรากฏ ไม่ใช่รัฐบาลเสนอข่าวฝ่ายเดียว ต้องให้ข้อมูลรอบด้านให้ทุกฝ่ายพิจารณา

"เรื่องนี้ ต้องมีการชำระสะสาง หลังจากมีประชาธิปไตยที่แท้จริง คนที่ทำร้ายประเทศไทย ก็คือ การรัฐประหาร 19 ก.ย. และระบอบอำมาตยาธิปไตย"

แกนนำเสื้อแดงประกาศชมถ่ายทอดสดได้ที่ช่องMVวาไรตี้


เวลาประมาณ 20.00 น. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ได้ขึ้นเวทีประกาศต่อผู้มนุมว่า ขณะนี้ชาวเสื้อแดงสามารถรับชมรายการการชุมนุมของคนเสื้อแดง และความจริงวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ผ่านช่อง MV วาไรตี้ได้แล้ว โดยสามารถใช้จานดาวเทียมและเครื่องรับชุดเดิม

ต่อมานางดารณี กฤตบุญญาลัย พร้อมกับสามีได้นั่งรถตู้เข้ามายังด้านหลงเวทีปราศรัย จากนั้นนางดารณี ซึ่งใส่เสื้อแดง วิกผมสีแดง กางเกงแดง และรองเท้าแดง ได้ขี่คอการ์ดเสื้อแดงเพื่อไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นโคลนเลน

ก่อแก้วประกาศตรวจสอบแกนนำสื่อ"หยุดทำร้ายประเทศไทย"


นายก่อแก้ว พิกุลทอง ปราศรัยบนเวทีถึงการไปร่วมรณรงค์กับกลุ่มหยุดทำร้ายประเทศไทยว่า เนื่องจากตนต้องการแสดงจุดยืนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ต้องการทำร้ายประเทศชาติ ทั้งๆที่รู้ว่าเครือข่ายที่เป็นแนวร่วมของขบวนการหยุทำร้ายประเทศไทยนั้นครึ่งหนึ่งเป็นแนวร่วมของรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย และแกนนำในการรณรงค์บางคนก็มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ซึ่งการไปครั้งนั้นไม่ได้ปรึกษาแกนนำคนอื่น เพราะเชื่อว่าคนอื่นคงไม่อยากให้ไป แต่มั่นใจว่าการทำความดีทำที่ไหนก็ได้

นายก่อแก้วยังอ้างเหตุต่อว่า ที่ตนไปร่วมรณรงค์ก็เพราะว่าปฏิญญา 1 ใน 9 ข้อมีการเรียกร้องให้สื่อทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และแกนนำในการรณรงค์ที่เป็นสื่อคนหนึ่ง ที่ผ่านมาทำหน้าที่บิดเบือน โจมตีกลุ่มคนเสื้อแดง ดังนั้นจะขอตรวจสอบแกนนำสื่อคนนี้ว่าจะบิดเบือนหรือไม่ ถ้าบิดเบือนอีก ตนจะออกมาด่าด้วยตัวเอง

นอกจากนี้นายก่อแก้วยังเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมพยายามส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์ไปยังรายการข่าวทุกรายการ ทุกช่อง เพื่อชี้ให้เห็นความไม่เป็นธรรมของสังคม


Reblog this post [with Zemanta]

Tuesday, May 12, 2009

พายุฝนถล่มวัดไผ่เขียว เสื้อแดงกระเจิง

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ : หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ
พายุฝนถล่มวัดไผ่เขียว เสื้อแดงกระเจิง "นครบาล" จับตาคำปราศรัยแกนนำที่อยู่ระหว่างประกันตัว

ฝนถล่มกรุง เสื้อแดงกระจายตัวหนีอลหม่าน ผบช.น.เผยส่งตร.นอกเครื่องแบบร่วมปะปนชุมนุมแดง พร้อมบันทึกเทปปราศรัย "เทพไท"จี้คนระบบ"แม้ว"นิ่ง มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ตร.นอกเครื่องแบบเนียนร่วมม็อบหาข่าวมือที่3 "รักเชียงใหม่ 51"จี้หา"เพชรวรรต"หายตัว

ฝนเทวัดไผ่เขียว เสื้อแดงกระจายตัวหนีกระเจิง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนักลงในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงบริเวณข้างวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ส่งผลให้ผู้ชุมนุมต่างหาวิ่งหลบฝนกันชุลมุน บางส่วนต้องอาศัยหลบฝนภายในโบสถ์และศาลาต่างๆ ของวัดไผ่เขียวกันจนแน่นขนัด ก่อนการนัดหมายการชุมนุมจะเริ่มในเวลา 16.00 น.


พะเยาอาร์มียังนิ่ง ขอตามข่าวเสื้อแดงในเน็ตแทน

วันที่ 10 พฤษภาคม นายอนุรักษ์ โปร่งสุยา เลขานุการชมรมพะเยาอาร์มี จังหวัดพะเยา เปิดเผยถึงการนัดรวมพลของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในวันนี้(10 พ.ค.) บริเวณข้างวัดไผ่เขียว ดอนเมือง กรุงเทพฯ ว่า ทางชมรมยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือร่วมการชุมนุมครั้งนี้แต่อย่างใด คงต้องรอความชัดเจนของการดำเนินงานและแผนงานส่วนกลางก่อน ซึ่งเบื้องต้นทางชมรมได้ส่งตัวแทนเข้าไปร่วมกิจกรรมและประสานงานกับแกนนำส่วนกลาง เมื่อทราบทิศทางการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจะกลับมาวางแผนกันอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่ายังไม่ต้องการเคลื่อนไหวนอกพื้นที่มากเกินไป

"ถึงแม้ว่าขณะนี้ผมจะไม่ออกไปเคลื่อนไหวร่วมชุมนุมกับพื้นที่อื่น อีกทั้งไม่สามารถติดตามข่าวสารของกลุ่มเสื้อแดงในส่วนกลางได้ เพราะไม่มีดีสเตชั่น ผมจึงต้องใช้วิธีการสื่อสารกับกลุ่มเสื้อแดงทางระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันทุกระยะ" นายอนุรักษ์ กล่าว

"นครบาล"บันทึกเทปแกนนำ"แดง"ที่อยู่ระหว่างประกันตัว

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ถึงเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่วัดไผ่เขียว ย่านดอนเมือง ช่วงเย็นวันนี้ (10 พ.ค.) ว่า ทางนครบาลได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 กองร้อย จำนวน 450 นาย ดูแลความปลอดภัยบริเวณจัดงาน โดยมีการตั้งด่านตรวจ 3 จุด เพื่อตรวจค้นอาวุธ ไม่ให้พกพาเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม รวมถึงการจัดระบบการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าว ซึ่งจากการประเมิน คาดว่า ผู้ที่มาชุมนุมน่าจะมีกว่า 10,000 คน

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปปะปนร่วมกับผู้ชุมนุมในการสืบหาข่าวเพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาก่อกวน และดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม การปราศรัยของแกนนำ หากมีการพูดจายั่วยุ ปลุกปั่น เจ้าหน้าที่ก็มีการบันทึกเทปไว้ตลอดอยู่แล้ว ก็จะนำมาพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ จัดการชุมนุมที่วัดไผ่เขียว ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เปิดเผย ถึงความพร้อมในการดูแลการชุมนุม และเนื้อหาที่จะมีการปราศรัยบนเวที โดยเฉพาะอาจมีผู้ปราศรัยบางรายที่อยู่ระหว่างการประกันตัวว่า การปราศรัยในวันนี้จะมีการบันทึกเทปไว้ตามวิธีปฏิบัติ เพื่อนำมาพิจารณาอีกครั้งว่ามีข้อความไหนที่เข้าข่ายการกระทำผิดหรือไม่ โดยเฉพาะกับผู้ที่อยู่ระหว่างการประกันตัว อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จัดการชุมนุมนั้น พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าวว่า จากการข่าวนั้นประเมินว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 10,000 คน ซึ่งตนเองจะลงพื้นที่ไปดูแลการชุมนุมด้วยตนเอง

เผยเสื้อแดงกรุงเก่า500คน มุ่งหน้าวัดไผ่เขียวแล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.พระนครศรีอยุธยาไม่ต่ำกว่า 500 คน ได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ข้างวัดไผ่เขียว ดอนเมืองแล้ว ทั้งนี้สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่ได้ใส่เสื้อหลากหลายสีเข้าไปร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะถูกสกัดกั้นจากส่วนราชการ

"เทพไท"จี้คนระบบ"แม้ว"นิ่ง มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายเทพไท เสนพงษ์ โหษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยออกมาระบุรัฐบาลควรเอาเวลาไปหารายได้มากกว่าตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะดีกว่า ว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ทำงานหนักตลอดเวลา โดยเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้แน่นอน เพียงแต่ขอให้คนในระบอบทักษิณยุติการเคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลนำประเทศชาติผ่าวิกฤติไปให้ได้ อย่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทั้งนี้การพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษเป็นการดำเนินการเพื่อรักษาหลักนิติรัฐเมื่อคนทำความผิดย่อมต้องตามคนมารับโทษ

กองทัพไม่ส่งกำลังคุมเสื้อแดงชุมนุม แต่จับตาใกล้ชิด


เมื่อวันที่ 10 พ.ค. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติข้างวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง ในช่วงเย็นวันนี้(10 พ.ค.) ว่า กองทัพจะเฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ น.อ.มนทล สัชชุกร รองโฆษกกองทัพอกาศ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศก็ไม่ได้มีการจัดส่งกำลังเข้าสังเกตการชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม


Saturday, May 9, 2009

ปชป.อ้างเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นบิดเบือนความจริง


โพสต์ ทูเดย์  - ปชป.อ้างเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นบิดเบือนความจริง
พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ตอบโต้ เสื้อแดงเคลื่อนไหวชุมนุม อ้างเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นบิดเบือนความจริง

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ตอบโต้การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีความพยายามการบิดเบือนข้อมูล เพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสนจากกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมตรวจสอบความจริงอย่างตรงไปตรงมา

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ยังได้ประเมินการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ โดยใช้แกนนำเคลื่อนไหวเพื่อทำให้เกิดความหวาดกลัว เปลี่ยนแปลงจากการกล่าวหาระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นการสร้างเหตุแห่งความไม่เป็นธรรม บิดเบือนความจริง และใช้ประเทศเล็กเป็นฐานในการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่ายุทธวิธีดังกล่าวจะถูกปฏิเสธจากประชาชน เพราะไม่ต้องการให้เกิดความบอบช้ำขึ้นอีกครั้ง ส่วนการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ อยากให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

นพ.บุรณัชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิรูปการเมือง และสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย ทั้งนี้จะให้สาขาของพรรคทั้ง 195 แห่งทั่วประเทศ มีส่วนร่วมเพื่อสะท้อนปัญหาและรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการ




,

Saturday, May 2, 2009

ภาพกลุ่มคนไทยในอังกฤษประท้วงรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์



Group of Thai people in anti-Abhisit demonstration in UK.



, , ,

Reblog this post [with Zemanta]

ผู้พันไก่ฟ้องหมิ่น2 สส.เพื่อไทย

โพสต์ ทูเดย์ - Breaking News - ผู้พันไก่ฟ้องหมิ่น2 สส.เพื่อไทย
พ.ท.เกรียงศักดิ์ ฟ้องหมิ่น 2 สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาจิกผมหญิงเสื้อแดง 2 คน แยกดินแดง

พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิ์เดช หรือผู้พันไก่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ พร้อมทนายความ เข้าพบ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คน คือ นายสมคิด บางไธสง ส.ส.จังหวัดหนองคาย และ น.ส.อรุณี ชำนาญยา ส.ส.จังหวัดพะเยา ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท และ มาตรา 328 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท กรณีเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร แล้วกล่าวพาดพิงตนว่า เป็นผู้กระชากผมของหญิงสวมเสื้อแดง 2 คน ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะมีการผลักดันการชุมนุมบริเวณดังกล่าวพร้อมเผยแพร่ภาพชายดังกล่าวว่าเป็นตน โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง ทำให้ตนได้รับความเสียหาย เนื่องจากข้อมูลที่พูดหรือภาพที่เผยแพร่ไม่มีมูลความจริง

วันเกิดเหตุได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ คลี่คลายสถานการณ์และเปิดการจราจรบริเวณถนนราชปรารภ ซึ่งปฏิบัติโดยการจัดตั้งแนวทหารตามขั้นตอนของกองทัพบก และห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร และจุดดังกล่าวก็มีสื่อมวลชนจำนวนมากมาทำข่าว พอเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และขยับมาใกล้จุดที่ตนปฏิบัติหน้าที่จึงสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปห้ามปรามและแยกคู่กรณี โดยไม่รู้ว่าชายที่ทำร้ายร่างกายเป็นใครด้วย และนอกจากหลักฐานเทปบันทึกภาพการอภิปรายฯ คำพูดจากการถอดเทป และภาพเหตุการณ์บางส่วน รวมทั้งข้อมูลที่เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อประกอบการสอบสวนแล้ว ยังจะนำพยานบุคคล คือ พ.ต.ขจรศักดิ์ ไทยประยูร อาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ผู้บังคับกองร้อย และประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ มายืนยันกับพนักงานสอบสวนด้วย ส่วนเรื่องฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ขอปรึกษาทนายความ

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ในวันอภิปรายฯ ดังกล่าว ผู้อภิปรายทุกคนต่างรู้ว่ามีการถ่ายทอดสดสู่สาธารณชน แต่คดีนี้สามารถเจรจายอมความกันได้ ส่วนเรื่องฟ้องแพ่งขึ้นอยู่กับผู้เสียหาย


Thursday, April 30, 2009

ปลัดกห.-อ.นิด้าชี้แดงตกยุคใช้รูปแบบพคท.

(Kookykman, self-made, based on Ricky Chow's work.Image via Wikipedia

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ - ปลัดกห.-อ.นิด้าชี้แดงตกยุคใช้รูปแบบพคท.
"อภิชาติ"ชี้เสื้อแดง"ตกยุค"เคลื่อนไหวแบบพรรคคอมฯ ด้านอธิการนิด้า ระบุคอมมิวนิสต์ทั่วโลกล่ม เชื่อไทยมีขบวนการสาธารณรัฐ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อภิชาติ เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) มีแนวคิดจะใช้ความเคลื่อนไหวแบบพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ(พคท.) ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าคงทำไม่ได้ เพราะบ้านเมืองเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัยแล้ว อีกทั้งเชื่อว่าแนวคิดนี้คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ใครมีแนวคิดดังกล่าวก็คงตกยุค

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช.ระบุว่าจะใช้การเคลื่อนไหวลงใต้ดินและอาจใช้กองกำลังติดอาวุธ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า อยากถามว่าเขาจะทำได้แค่ไหน แต่เท่าที่ประเมิน ทำไม่ได้ เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เอาด้วย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง คิดว่าสิ่งที่นายจักรภพพูดเป็นแค่การหลอกลวง หลอกประชาชน"

ด้านนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายจักรภพว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะต้องรอหมายจับจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ก่อน จึงจะดำเนินการหาแหล่งที่อยู่ของนายจักรภพ ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ถ้ามีการพำนักอยู่ที่ประเทศไลบีเรียจริง ก็คงเป็นปัญหา เนื่องจากประเทศไลบีเรียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งถ้าทราบว่าอยู่ที่ไหน เราก็พร้อมที่จะไปประสาน ยอมรับว่าในขณะนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และนายจักรภพนั้นอยู่ที่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยหรือยัง และมีการห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยหรือไม่ นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศส่วนใหญ่ไม่มีการห้ามคนของเขาเข้ามาเที่ยวประเทศไทย เพียงแต่ให้ระมัดระวังตัว เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ยังคงมีการเตือน โดยเขียนเตือนนักท่องเที่ยวว่าในเมื่อสถานการณ์ยังไม่แน่นอน ก็ขอให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่ใช้ในการชุมนุม ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังสถานทูตไทยและสถานกงศุลต่างๆ ทั่วโลก ให้สร้างความมั่นใจ และเมื่อสถานการณ์ต่างๆ สงบลงแล้ว เชื่อว่าต่างประเทศเองก็รอดูสถานการณ์ไปสักระยะ จากนั้นก็คงเข้าสู่ภาวะปกติ

มท.1 ไม่ตอบเสื้อแดงปลุกคนเดือนตุลาเดินเกมใต้ดิน

ต่อมา เวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกลุ่มเสื้อแดงเตรียมให้คอมมิวนิสต์มานำขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐ นายชวรัตน์ ย้อนถามว่า คอมมิวนิสต์ยังมีอีกหรือ ส่วนที่มีข่าวว่าคนเสื้อแดงจะให้อดีตคนเดือนตุลามาช่วยวางยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหนนั้น ตนยังไม่ทราบข่าว

เมื่อถามย้ำว่า ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างไร เพราะล่าสุด นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์(แซ่ด่าน) แต่งกายด้วยชุดของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มามอบตัวตำรวจนครศรีธรรมราช นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น ส่วนจะมีรายงานความเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ หรือไม่ นายชวรรัตน์ปฏิเสธจะตอบคำถามนี้

เมื่อถามว่ารัฐบาลมั่นใจหรือไม่ว่าในการจัดงานครบรอบ 60 ปีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 5 พ.ค.จะไม่มีการขนคนเพื่อให้เห็นว่ามีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีเพราะเป็นการจัดงานเพื่อถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อธิการนิด้า ระบุมีขบวนการสถาปนาสาธารณรัฐ

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) คนเดือนตุลา กล่าวถึงกรณีคนเดือนตุลา จะเข้ามาเป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่า กลุ่มคนที่เรียกว่าคนเดือนตุลา มีหลายประเภท ส่วนใหญ่ที่ไปร่วมกับเสื้อแดงจะเป็นอดีตนักศึกษายุค 6 ต.ค. 2519 ซึ่งก็สามารถแยกได้หลายแนวคิดอุดมการณ์ ในเรื่องคอมมิวนิสต์นั้นถือว่าหมดอิทธิพลจากสังคมไทยไปแล้วในปัจจุบัน แม้แต่มหาอำนาจอย่างรัสเซียก็ต้องล่มสลายไป หรือจีนก็มีแต่เพียงพรรคคอมมิวนิสต์ที่ยังคงครองอำนาจอยู่เท่านั้น แต่ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบทุนนิยมเสรีไปเรียบร้อยแล้ว ในเอเชียก็ยังมีเพียงเนปาลและฟิลิปปินส์เล็กน้อย

ทั้งนี้ แนวคิดคอมมิวนิสต์นั้นแม้ไม่สนับสนุนการมีสถาบันพระมหากษัตริย์แต่ก็ไม่ได้มองว่าสถาบันฯเป็นศัตรู เห็นได้จากประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศก็ยังให้เกียรติสถาบันฯของประเทศอื่นเห็นได้จากประเทศจีนที่มีความสัมพันธ์กับสถาบันฯของไทย

"เท่าที่ผมเห็นจากขบวนการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันฯ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงนี้ คาดว่าจะเกิดจากกลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปเป็นสาธารณรัฐมากกว่าคอมมิวนิสต์ เพราะแนวทางคอมมิวนิสต์นั้นล่มสลายไปแล้ว อาจจะมีบ้างที่เอากลยุทธ์การต่อสู้ของคอมมิวนิสต์มาใช้ ส่วนคนที่เคยเข้าร่วมการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์วันนี้ ส่วนหนึ่งก็หมดความเชื่อในเรื่องนี้กลายไปเป็นลิ่วล้อทุนนิยมสามานย์ไปแล้ว” นายสมบัติ กล่าว
Reblog this post [with Zemanta]

Wednesday, April 29, 2009

Clip: Thai troops crack down on protesters - 13 Apr 09



News Agency: AlJazeera
Reporter: Tony Cheng

Min. 0:05
Molotov cocktail or petrol bomb thrown at troops.
ระเบิดเพลิงถูกขว้างเข้าใส่เจ้าหน้าที่ปราบจลาจล

Min.1:10
Red Protester: We are ready to fight for the peace..ful way. We don't have any weapon. We're free hand. We are going to fight them again.
เสื้อแดง: เราพร้อมที่จะสู้เพื่อสัน..ติ แบบสันติ เราไม่มีอาวุธ เรามามือเปล่า เราจะสู้อีกครั้ง

Min. 1:20
Meeting between army and protesters during riot.
ภาพการต่อรองระหว่างเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ (แสดงขั้นตอนการสลายการชุมนุมของทางเจ้าหน้าที่)

Min. 1:48
Presence of media behind the army line.
ภาพแสดงการทำงานของสื่อหลังแนวเจ้าหน้าที่
(แตกต่างจาก พฤษภา 35 ที่ไม่มีสื่อบนถนนเลยในคืนนองเลือดเนื่องจากถูกกักบริเวณ แม้กระนั้นก็ยังมีภาพออกมาให้เห็นจำนวนมาก - ปัจจุบัน โลกดิจิทัล ทั้งกล้องมือถือ กล้องดิจิทัล หลักฐานน่าจะมีจำนวนมาก ถ้ามีผู้เสียชีวิตตามที่ผู้ชุมนุมกล่าวอ้าง)

Min. 1:52
Gun fire broke out
เจ้าหน้าที่เริ่มยิงปืน

Min. 2:00
Reporter: The soldiers fire into the air to force protesters back.
ผู้รายงานข่าว: ทหารยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อบีบบังคับให้ผู้ชุมนุมถอยร่น

Min. 2:15
Protesters sent buses careering down the road
เสื้อแดงส่งรถเมล์พุ่งใส่เจ้าหน้าที่ สุดท้ายชนเสาไฟ หยุด

Reblog this post [with Zemanta]

Tuesday, April 28, 2009

เสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่สัปดาห์หน้า

โพสต์ ทูเดย์ - เสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่สัปดาห์หน้า
แกนนำนปช.เผยเตรียมจัดชุมนุมใหญ่ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันไม่เป็นการชุมนุมยืดเยื้อ

นายวีระ มุกสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ร่วมแถลงยืนยันว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงภายในสัปดาห์หน้า

นายวีระ กล่าวว่า ขบวนการของคนเสื้อแดงยังไม่สามารถยุติได้ โดยคาดว่าการชุมนุมจะสามารถมีขึ้นได้ภายในสัปดาห์หน้าแต่จะไม่เป็นการชุมนุมแบบยืดเยื้อซึ่งรูปแบบของการชุมนุมจะเป็นการบอกทิศทางในการเคลื่อนไหวพร้อมกับสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด

ทั้งนี้คิดว่าการชุมนุมจะไม่เป็นการกระทำที่ขัดกับเงื่อนไขในการให้ประกันตัวของศาลเพราะจะไม่มีการยุยง ปลุกปั่น แต่จะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 นอกจากนี้ได้รับการประสานมาจากผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นแล้วโดยตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อขออนุญาตในการเปิดสถานีอีกครั้งซึ่งคาดว่าจะออกอากาศได้เร็วๆนี้

“สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมามีความเห็นว่าเป็นช่วงที่มีความวิกฤติ จึงเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการขำระข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะการสลายการชุมนุมว่าไม่ได้เป็นไปตามหลักสากล จะมาใช้คำว่าจลาจลกับคนเสื้อแดงมันก็ดูไม่เป็นธรรม ดังนั้นต้องมีการตั้งคณะกรรมการอิสระที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีความเป็นกลางขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเหมือนเหตุการณ์พฤษภามิฬในปี 2535 เช่นเดียวกับการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม7ต.ค.2551 ที่ตรวจสอบบุคคลระดับนายกรัฐมนตรีลงม เพื่อไม่ให้มีลักษณะเป็น 2 มาตรฐาน” นายวีระ กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า คณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นมาต้องไม่มีมีตัวแทนจาก ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส.ว. และคนเสื้อแดงเข้าไปเป็นกรรมการ แต่ควรนำคนที่มีความเป็นกลางจริงๆ เข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้เราไม่เคยหากินกับคนตายเพียงแต่ต้องการแสวงหาความยุติธรรมให้เท่านั้น และขอตั้งข้อสังเกตว่าในงานศพผู้เสียชีวิตที่นางเลิ้งมีแต่พวงหรีดของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

“พรรคเพื่อไทยไม่ควรเข้าไปร่วมแก้รัฐธรรมนูญกับรัฐบาล ส่วนที่มีความพยายามยั่วยุว่าจะให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าหากพรรคเพื่อไทยคิดได้เท่านี้ก็ควรกลับไปเป็นควาย เราอย่าไปตื่นเต้นกับการแก้รัฐธรรมนูญตามเกมของพรรคประชาธิปัตย์เพราะวันนี้ประชาธิปัตย์กลัวการถูกยุบมากที่สุด การเป็นนักการเมืองไม่ควรมีพฤติการณ์เหมือนหมาคาบเนื้อบนสะพานเห็นเงาเนื้อในน้ำชิ้นใหญ่กว่าก็ปล่อยชิ้นเนื้อที่คาบออกไป พรรคเพื่อไทยถ้าเอาเฉพาะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเป็นการฝันลมๆแล้งๆ หากละเลยในการแสวงหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ปราบปรามประชาชน พรรคจะมีปัญหากับตนแน่นอน หวังว่าที่ประชุมของพรรคน่าจะมีการทบทวนเรื่องนี้” นายจุตพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งหนังสือมายังนายชัย ชิดชอบประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับของศาลระหว่างสมัยประชุมสภานั้น จะขอให้สภาดำเนินการส่งตัวตนไปดำเนินคดีได้เลย และจะมอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแน่นอน และพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลอย่าหน้าด้านยกมือให้เพื่อคุ้มครองตน เพราะส่วนตัวไม่สามารถทำงานร่วมกับฆาตกรที่ฆ่าประชาชนได้

ทั้งนี้ นายจตุพร ได้ปฎิเสธถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาจจะร้องขอให้นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชชยชัย อดีต รมช. คมนาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยมาเป็นแกนนำนปช.รุ่นต่อไป


เผย10ปมเสื้อแดงสู้ จับตาปรับยุทธศาสตร์เหมือนพคท.

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ - เผย10ปมเสื้อแดงสู้ จับตาปรับยุทธศาสตร์เหมือนพคท.
หน่วยข่าวกรองประเมิน10ประเด็นเสื้อแดงฮือสู้ คาดปรับยุทธศาสตร์ใหม่รุนแรงขึ้น จับตาเปลี่ยนโครงสร้างเคลื่อนไหวตามรอยพรรคคอมมิวนิสต์ หวังสร้างแนวร่วมเพิ่มในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน-นศ.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ศูนย์ปฏิบัติการข่าวกรองแห่งชาติ (ศป.ข.) สำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปการประเมินแนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง


1.ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงยังน่ากังวล ค่อนข้างแน่ชัดว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่อไป และมีความเป็นไปได้ว่าจะเคลื่อนไหวจนถึงขั้นที่อาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงได้อีก เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงยังคงมีศักยภาพที่จะเคลื่อนไหวต่อไป และยังคงมีมวลชนที่เข้มแข็ง แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่บรรลุเป้าหมายในการล้มรัฐบาลก็ตาม กลุ่มเสื้อแดงยังมีขีดความสามารถที่จะฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และมีวิธีดำเนินการหลายหนทาง โดยเฉพาะการโหมทำสงครามข่าวสาร เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโจมตีรัฐบาลและกองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสื่อมวลชนในและต่างประเทศ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต ควบคู่ไปกับการปลุกระดมมวลชน การจัดชุมนุมย่อยในพื้นที่กรุงเทพฯและภูมิภาค ตลอดจนการเคลื่อนไหวผ่านทางเครือข่ายแกนนำ ส.ส. หัวคะแนน ในการลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูและขยายแนวร่วมมวลชนในระดับต่างๆ เพื่อพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อๆ ไป


2.ศักยภาพและขีดความสามารถของกลุ่มเสื้อแดง ภายหลังการยุติการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเสื้อแดงได้รับความสูญเสียบางส่วน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สูญเสียความเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศไปมากและมีคดีเพิ่ม และถูกกดดันในด้านพื้นที่ที่จะอยู่อาศัยและเสรีภาพในการเดินทาง รวมทั้งสูญเสียทางการเงินและโอกาสหารายได้


ส่วนระดับนำที่เป็นมันสมองใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะกลุ่มคนเดือนตุลาฯซึ่งมีอยู่หลายคน ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนใดๆ และน่าจะเป็นกลุ่มที่ยังคงปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ต่อไปแต่อาจถูกจำกัดความเคลื่อนไหว ทำให้คนที่ออกมาดำเนินการต่อเป็นแกนนำระดับรองๆ ขณะที่นายจักรภพ เพ็ญแข น่าจะดำเนินการเคลื่อนไหวในทางลับใต้ดินต่อไป ซึ่งจะมีความสามารถในการชี้นำยุยงผ่านทางสื่อที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการปิดสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น วิทยุชุมชน เว็บไซต์ที่ยุยงให้ใช้ความรุนแรง เป็นมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ส่วนมวลชนรากหญ้าทั้งในเมืองและในชนบท โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน น่าจะยังมีความเข้มแข็งและมีจำนวนมาก


3.ในระยะเวลา 1-2 เดือนจากนี้ไปกลุ่มเสื้อแดงอาจจะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ โดยเฉพาะการสรุปบทเรียนการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเพื่อนำไปวางแผนอุดช่องว่าง และแสวงหาช่องทางที่จะสามารถชิงเป็นฝ่ายรุกในการสร้างประเด็นใหม่ๆ สร้างเงื่อนไขกดดันรัฐบาล ทั้งบนดินและใต้ดินต่อไปจนกว่าบรรลุเป้าหมาย


4.โครงสร้างการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ระดับแกนนำยังคงเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนั้นคือ นายจักรภพ และคนเดือนตุลาฯที่เคยเข้าร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ส่วนระดับปฏิบัติมีหลายระดับ หลังจากที่มีการออกหมายจับ ทำให้แกนนำระดับรองมาทดแทน เช่น นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายขวัญชัย ไพรพนา ร่วมทั้งแกนนำระดับภูมิภาคและมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีกลุ่มนักรบไซเบอร์ดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อ เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จปลุกปั่นยุยง


5.กลุ่มที่น่าให้ความสำคัญมากที่สุดคือฐานมวลชนของกลุ่มเสื้อแดง ที่ถูกแสวงประโยชน์ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง


6.แนวคิดของกลุ่มเสื้อแดง มีข้อสังเกตถึงการเน้นชี้นำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างอำมาตย์กับประชาชน ที่เป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นอย่างชัดเจน


7.การชี้นำทางความคิด มีอิทธิพลสูงต่ออารมณ์ความรู้สึกของมวลชนเสื้อแดงโดยเฉพาะรากหญ้าที่นิยม พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้น่าจะยังให้การสนับสนุนและพร้อมเคลื่อนการชุมนุมเมื่อมีการนัดหมาย หากรัฐบาลไม่สามารถสถาปนาความไม่สงบเรียบร้อยได้อย่างแท้จริง และการปรับปรุงภาวะเศรษฐกิจไม่ได้ผล ซึ่งรูปแบบการขยายจำนวนมวลชนจะคล้ายกับพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต โดยใช้เครือข่ายชนบท ร่วมกับการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ตลอดจนนักการเมืองและผู้นำท้องถิ่น ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อ การใช้วิธีจรยุทธ์ในเมือง การชุมนุมประท้วง ร่วมกับการดำเนินงานในรัฐสภา


8.เครื่องมือที่สำคัญที่กลุ่มเสื้อแดงจะใช้ในการปลุกระดมประชาชนในต่างจังหวัด ประกอบกับการใช้สื่อทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และระบบอินเตอร์เน็ต ส่วนการใช้อาวุธมีความเป็นไปได้เนื่องจากมีข้อมูลข่าวสารบ้างแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบความถูกต้องอยู่ ทั้งนี้น่าจะถึงขั้นตั้งกองกำลังติดอาวุธอย่างที่ พคท.เคยทำมาในอดีต


9.มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะพยายามสร้างแนวร่วมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ใช้แรงงานและนักศึกษา เพื่อขยายมวลชนให้ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทางด้านเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง เกษตรกรที่ผลผลิตเสียหายหรือราคาตกต่ำ รวมทั้งราษฎรที่ขัดแย้งกับโครงการต่างๆ ของรัฐ


10.ด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปัจจุบันยังสามารถรักษามวลชนได้อย่างเหนียวแน่น เหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญ กลุ่มพันธมิตร ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงในทันที แต่มีการแสดงท่าทีพร้อมจะเคลื่อนไหว รวมถึงการเคลื่อนไหวคัดค้านการดำเนินงานของรัฐบาล ที่ขัดกับจุดยืนของพันธมิตรโดยเฉพาะการนิรโทษกรรมนักการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


แม้วเตรียมดึงภูมิธรรม-หมอมิ้งนำเสื้อแดง

คมชัดลึก : แม้วเตรียมดึงภูมิธรรม-หมอมิ้งนำเสื้อแดง

"สุเทพ" รับกังวลเหตุก่อวินาศกรรม-ลอบสังหาร หลังเกิดเหตุยิง "สนธิ" ประสานตำรวจ-ทหาร สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ เผยประชุมสุดยอดอาเซียนให้ทหารเข้ามารับผิดชอบรักษาความ ตั้งกก.ปรองดอง-แก้รธน.แทนขีดเส้นภายใน15วันปลอดภัย "ทักษิณ"เตรียมดึง "ภูมิธรรม-จาตุรนต์-หมอมิ้ง"นำเสื้อแดง

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 เม.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ตนไม่ค่อยอยากพูด หรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากนัก เพราะเห็นว่าถ้าพูดอะไรไปแล้ว จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ จึงขอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ให้มากขึ้นจะดีกว่า

นายสุเทพ ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัย ว่า ในเมื่อเรามีบทเรียนกันมาแล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ดังนั้นในครั้งนี้จึงจะมีการปรับแผนการรักษาความปลอดภัยกันใหม่ โดยถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ตนก็จะขอให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด

โดยให้กระทรวงกลาโหมใช้ทั้งกำลังทหารจากทุกเหล่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำงานแบบสนธิกำลังซึ่งกันและกัน ซึ่งตนคิดว่าถ้ามีการปรับแผนแล้ว จะทำให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ มีความมั่นใจในการเดินทางมาร่วมประชุมดังกล่าวมากขึ้น ที่สำคัญเราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นซ้ำสองอีกเป็นอันขาด มิเช่นนั้นประเทศไทยจะไม่มีที่ยืนบนเวทีโลก สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในช่วงนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร ร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย โดยตั้งจุดตรวจเป็นระยะ รวมทั้งมีสายตรวจเคลื่อนที่ร่วมกัน เพราะตนเป็นห่วงในเรื่องการก่อวินาศกรรมและการลอบสังหาร

อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาความปลอดภัยดังกล่าวคงต้องทำต่อไปสักระยะหนึ่งควบคู่ไปกับการประเมินด้านการข่าวไปทุกวัน ๆ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ทำให้ตนรู้สึกเครียดอยู่ไม่น้อย แต่ตนยืนยันได้ว่าไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนเสื้อเหลือง และไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลหรือกองทัพ เพราะการกระทำดังกล่าวจะยิ่งเป็นชนวนก่อให้เกิดความไม่สงบมากขึ้น โดยคดีนี้ตนได้บอกกับตำรวจที่รับผิดชอบคดีว่า งานนี้ตำรวจต้องทำงานหนัก ตามเกมให้ทันและต้องจับให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือสีไหนก็ตาม

ทักษิณเตรียมดึง"ภูมิธรรม-จาตุรนต์-หมอมิ้ง"นำเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากม็อบเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลถูกสลาย คณะทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ประเมินสถานการณ์ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ต่อสู้ทางการเมืองไป โดยเห็นด้วยที่จะดึง นพ.พรหมมินท์ เลิศสุริย์เดช นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ขึ้นมาเป็นแกนนำขับเคลื่อนมวลชนเสื้อแดง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์และรูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ไปสู้เป้าหมายเปลี่ยนประเทศไทยเป็นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนบุคคลเหล่านี้จะตอบรับหรือไม่ จะต้องรอผลการหารือร่วมกันก่อน คาดว่าจะได้ผลสรุปภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

“เกรียงกมล”ออกตัวต้องทำเพื่อประชาชน

นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษาส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยเป็นนายกฯ กล่าวว่า พูดเป็นเล่นไปได้น่า ส่วนตัวเห็นว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองยึดถือผลประโยชน์โดยรวมของสังคมเป็นที่ตั้งเสมอ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะไปร่วมในการนำการเคลื่อนไหว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะดึงไปร่วมเป็นแกนนำเคลื่อนไหวเสื้อแดงนั้น ไม่แน่ใจเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แม้เป็นเรื่องจริง แต่การตัดสินใจใดขึ้นอยู่บนพื้นฐานเป็นเรื่องของผลประโยชน์ประชาชนทั้งประเทศ และการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ดีนั้น ไม่ควรทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และการหมิ่นประมาทควรหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำไป การชุมนุมแต่ละครั้งควรชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยเปิดเผย ไม่ต้องมีอาวุธ หรือหน่วยการ์ดใด จะปล่อยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไป

แนะ“อดีตประธานศาลฎีกา”เป็นคนกลางสอบสลายม็อบแดง

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่ายนัดหารือ เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสลายม็อบเสื้อแดงว่า ขอเสนอให้นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการฯชุดนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นถึงอดีตประธานศาลฎีกา ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่มีใครปฏิเสธในความเป็นกลาง ถ้าในช่วงนั้นท่านรับเป็นประธานคตส.คงไม่ทำให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้

ตั้งกก.ปรองดอง-แก้รธน.แทนขีดเส้นภายใน15วัน

เมื่อเวลา 16.30 น.ได้มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในการประชุม โดยปรากฏว่าในการประชุมครั้งนี้ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุมนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาลแถลงว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อเสนอของวิปทั้ง 3 ฝ่ายที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 2 ชุด แต่เห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมือง เพื่อความปรองดอง และสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ยืนยันในข้อกฎหมายว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาดังกล่าว เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 135-137 จึงได้อาศัยอำนาจของประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแทน ตามข้อบังคับกาประชุมที่ 8 (5) ซึ่งการอาศัยอำนาจของประธานสภาในการตั้งคณะกรรมการเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงนายมารุต บุนนาค เป็นประธานรัฐสภานายมารุต บุนนาค ก็สามารถที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการได้ เพื่อที่จะให้มีการตั้งกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ตั้งกรรมการดังกล่าว โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 15 วัน และให้นำเสนอผลการทำงานต่อประธานรัฐสภาต่อไป

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะประกอบด้วย กรรมการ 40 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของส.ส. 23 คน เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคประชาธิปัตย์ 8 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม พรรคประชาราช พรรคราษฎร พรรคละ 1 คน ส.ว. 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของวุฒิสภา 2 คน และส.ส. 8 คน ในจำนวนของส.ส.แบ่งเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 2 คน ที่เหลือแบ่งตามโควตาของพรรคการเมืองที่เหลือ ซึ่งจะให้แต่ละพรรคได้เสนอชื่อกรรมการต่อประธานรัฐสภาภายในบ่ายวันที่ 28 เม.ย.นี้

ส่วนสาเหตุที่ไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 - 15 เม.ย.นั้นเนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศก็ได้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ไว้ชัดเจนแล้ว และในการประชุมร่วมรัฐสภาก็มีการพูดคุยอย่างชัดเจนเช่นกัน ดังนั้นจึงเห็นว่าหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอาจไม่นำสู่ข้อยุติที่แท้จริงและจะทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์การชดเชยได้ อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถมาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการของสภา วุฒิสภา รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ และคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา ในฐานะวิปวุฒิสภา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการเพียงชุดเดียว โดยจะศึกษาทั้งปัญหาการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะต้องมีการถอยคนละ 2-3 ก้าว และต้องลดทิฐิมานะ เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ โดยเอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อในสัดส่วนของวุฒิสภาประกอบไปด้วยนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิคนที่ 1 นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว.สรรหา พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ สว.สุราษฏร์ธานี นายวิทยา อินาลา สว.นครพนม นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ สว. สรรหา นายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา และในส่วนของผู้ทรงคุรวุมิภายในนอกในสัดส่วนของวุฒิสภาเสนอนายสุพจน์ นิติไกรพจน์ อาจารย์คณะนิติ ม.ธรรมศาสตร์ นายมนตรี รูปสุวรรณ ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา


Monday, April 27, 2009

"สุรชัย แซ่ด่าน"สวมชุดนักรบป่า-เครื่องแบบพคท.มอบตัว

May Day 2006 - Communist PartyImage by nic0 via Flickr

NationChannel : "สุรชัย แซ่ด่าน"สวมชุดนักรบป่า-เครื่องแบบพคท.มอบตัว
เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 27 เม.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย (แซ่ด่าน) ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลพัทยา ในกรณีเป็นแกนนำเสื้อแดง บุกล้มการประชุมอาเซียนที่ พัทยา จ.ชลบุรี และ หมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในกรณีพกพาอาวุธปืน และชักปืนหลังจากที่กลุ่มเครือข่ายรักป๋าเปรม เข้าไปต่อต้านการชุมนุมขนคนเสื้อแดงไปยัง กทม.ก่อนวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ติดต่อกับ พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอเข้ามอบตัวสู้คดีดังกล่าว
โดยเมื่อเดินทางมาถึงยังกองบังคับการ ภ.นครศรีธรรมราช พบว่า นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้สวมเครื่องแบบทหารป่าสีเขียวขี้ม้า และ มีดาวแดงเป็นสัญลักษณ์บนหมวกเขียว โดยหน้าอกด้านซ้ายปักตัวอักษร ทปท.บนพื้นสีแดง ซึ่งเป็นตัวย่อจากข้อความว่า “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย” และมีทนายความรวมถึงผู้ติดตามใกล้ชิดเช่น นายประกอบ แต้มสีทอง และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทยเก่า พรรคพลังประชาชน และ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งชาวบ้าน ซึ่งพบว่าเป็นอดีตผู้เคยเคลื่อนไหวในฝ่ายซ้ายมาก่อนราว 10 คน เดินทางตามมาให้กำลังใจ

พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าตามหมายจับของทั้งสองคดีในคดีที่เกิดขึ้นใน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นคดีพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และในอีกคดีคือ คดีที่ศาลพัทยา เป็นผู้ออกหมายจับ
โดยในคดีแรกพนักงานสอบสวนจะรับมอบตัว และให้ทนายความยื่นขอประกันตัวตามขั้นตอน ในอีกคดีคือที่ศาลพัทยาพนักงานสอบสวนจะทำบันทึกการรับมอบตัวแล้วนำตัวไปส่งมอบยังพนักงานสอบสวนเจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุต่อไป ซึ่งขอยืนยันว่าดำเนินการไปตามกระบวนของกฎหมาย ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เปิดเผยว่าในข้อหาที่ถูกออกหมายจับนั้นขอปฏิเสธทั้งหมด ทั้งในส่วนของนครศรีธรรมราช และที่พัทยา ซึ่งตนเองไม่ได้เข้าร่วมเข้าไปในโรงแรมที่ประชุมด้วย หลังจากที่ถูกออกหมายจับตนได้หลบมากบดานในป่าแถวนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นพื้นที่ใด

ซึ่งหากมีการไล่ล่าตนเองเตรียมที่จะเข้าป่าต่อสู้อีกครั้งอยู่แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายตนเองจึงออกมามอบตัวสู้คดี
ต่อข้อถามการสวมเครื่องแบบ พคท.จะเป็นการสื่อความหมายถึงการสานต่อการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไทยใหม่ หรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า การออกมาเปิดเผยแนวคิดก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องเล่นๆเท่านั้น แต่มาวันนี้ต้องการให้เกิดการเมืองขั้วที่ 3

“เราเคยคาดหวังกับนโยบาย 66/23 และ เราเคยประกาศไว้ว่าเราวางอาวุธแต่ไม่วางอุดมการณ์ ที่ผ่านมาเป็นการหลอกให้เราวางปืน แต่ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เหล่านี้เป็นสาเหตุในการเข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง ”นายสุรชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้ประกาศในการเริ่มก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยใหม่ จนเป็นข่าวโด่งดัง และต่อมาได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์ตนเองตามลำดับ และ สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในภาคใต้ ได้มีการรวมตัวกันในหลายพื้นที่บ่อยครั้งเช่น ที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และตรัง

ซึ่งมีความเคลื่อนไหวอย่างหนักช่วงเหตุการณ์ความวุ่นวายและมีการจับตาความเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
ส่วนนายสุรชัยนั้นมีรายงานว่า ได้หลบกบดานอยู่ใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายสุรชัย กว้างขวาง และเคยเคลื่อนไหวในอดีต


Reblog this post [with Zemanta]

Saturday, April 25, 2009

เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ

City of Nakhon RatchasimaImage via Wikipedia

nationchannel: เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (25 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าวัดป่าสาลวัน ถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.นครราชสีมา โดยการนำของ นายฉลอง แสงราษฏร์เมฆินทร์ และนายลออ เปียทอง พร้อมสมาชิก นปช.จำนวน 20 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถส่วนตัวการเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่ท้องสนามหลวง ในวันนี้ (25 เม.ย.)

นายฉลอง กล่าวว่า กลุ่ม นปช.นครราชสีมา ได้ส่งตัวแทนไปร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนประมาณ 30 คน โดยใช้รถส่วนตัวและรถโดยสาร โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเวทีประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ ของกลุ่ม นปช.ยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ , นายกต้องลาออก-ยุบสภา และเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้แทนรัฐธรรมนูญ ปี 2550 รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย

"อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย ชัยภูมิ สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 150 คน" นายฉลอง กล่าว


Reblog this post [with Zemanta]

"เสื้อแดง"กาญจนบุรี 500 คน นัดรวมตัวไปร่วมชุมนุมใหญ่

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
"เสื้อแดง"กาญจนบุรี 500 คน นัดรวมตัวไปร่วมชุมนุมใหญ่

นายบุญชู วิวัฒนาธร ประธานแกนนำกลุ่มเสื้อแดงกาญจน์ 52 กล่าวว่า เวลา 13.00 น. กลุ่มเสื้อแดงกาญจนบุรีนัดรวมตัวบริเวณหน้าห้างโลตัส อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง ตามที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่มแกนนำ นปช. รุ่น 2 นัดชุมนุม เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โดยการชุมนุมอย่างสงบสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่า กลุ่มเสื้อแดง กาญจนบุรี ผู้รักประชาธิปไตย จะเดินทางไปร่วมชุมนุมในลักษณะต่างคนต่างไป ประมาณ 500 คน โดยทุกคนมีความอึดอัดที่อยากจะไประบายความรู้สึก เรื่องของการคุมคามสื่อ และการสลายการชุมนุมที่ผ่านมา


Friday, April 24, 2009

สมาคมนักข่าวฯแจงชายกระชากผมหญิงเสื้อแดงไม่ใช่ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ

matichon: สมาคมนักข่าวฯแจงชายกระชากผมหญิงเสื้อแดงไม่ใช่ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่น เย็นนี้ ถึงภาพข่าวที่มีชายคนหนึ่งกระชากผมผู้หญิงเสื้อแดง เหตุเกิดเมื่อวันที่13 เมษายน2552 ว่าไม่ใช่ทหาร แต่ชายคนดังกล่าวสะพายกล้องและคล้องบัตรผู้สื่อข่าว

 จากการตรวจสอบข้อมูลกับผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่อยู่ในเหตุการณ์ดัง กล่าวหลายคน ให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่เคยรู้จักชายคนดังกล่าวมาก่อน  ซึ่งตามปกติหากเป็นช่างภาพหรือผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวในภาคสนาม ก็มักจะรู้จักคุ้นเคยกัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่ผู้สื่อข่าวหรือช่างภาพ ที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนของสำนักใดสำนักหนึ่ง  ตามที่โฆษก กองทัพบกให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ตามทางสมาคมฯก็จะตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวต่อไป  ซึ่งถ้าได้รับการยืนยันแน่ชัดว่าชายคนดังกล่าวไม่ใช่ผู้สื่อข่าวหรือช่าง ภาพฯ โฆษก กองทัพบก ต้องรับผิดชอบต่อการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว

นายประดิษฐ์กล่าวว่านอกจากนี้ในที่ประชุมกรรมการสมาคม ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ที่ประชุมมีมติให้มีการทำหนังสือเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 เมษายน ถึงวันที่ 15 เมษายน โดยจะขอความร่วมมือจากนักข่าว และช่างภาพของสื่อมวลชนทุกแขนงที่อยู่ในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง ทุกพื้นที่ เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง บริเวณถนนเพชรบุรีซอย 5 ซอย 7และบริเวณชุมชุมชนนางเลิ้งและบริเวณทำเนียบรัฐบาลและทั้งพื้นที่อื่นๆ ของการชุมนุม ซึ่งจะมีการนัดหมายนักข่าวและช่างภาพสื่อมวลชนทุกแขนงหารือในเรื่องดังกล่าว ในเร็วๆ



ฉลองเลิกพรก.! นปช.ชุมนุมใหญ่พรุ่งนี้

posttoday: ตำรวจนำตัว 3 แกนนำ นปช. ฝากขัง หลัง ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ด้านทนายความยื่นค้าน พร้อมขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว

เมื่อ ช่วงเช้าที่ผ่านมา  พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุม รอง ผบช.น. ผบก.น.1-9, ผบก.อก., ผบก.จร., ผบก.ตปพ. และผกก.ทุกนายในสังกัด บช.น. ในกรณีที่มีการประกาศยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร. ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และเรื่องการกำชับการตรวจตรารักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเน้นย้ำผกก. ให้ช่วยกันทำงานรักษากำหมายให้ได้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ปกติแล้ว ที่ผ่านมาตำรวจถูกมองว่าไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมา ซึ่งเราก็ยอมรับในตรงนั้น โดยปัจจุบันตามนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าต้องเป็นนิติรัฐ ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายไว้ให้ได้ จึงมาทำความเข้าใจกับตำรวจที่สำคัญในพื้นที่คือ ผกก. เพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อถามว่าเรื่องการชุมนุมแสดงว่าสามารถทำได้ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า การชุมนุมหากทำอย่างสงบก็สามารถทำได้ ส่วนกรณีที่เสื้อแดงจะเคลื่อนไหวที่สนามหลวง ซึ่งหากประกาศยกเลิก พ.ร.ก.แล้ว หากมีการชุมนุมอย่างสงบก็ทำได้ โดยเราจะจัดตำรวจไปดูแลความสะดวกเรื่องการจราจรกับประชาชนต่อไป
เมื่อ ถามว่าแกนนำเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ หลังจากยกเลิกพ.ร.ก.แล้วสามารถปล่อยตัวได้เลยหรือไม่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า ต้องดูเป็นรายๆไป รายใดที่มีเรื่องของคดีอาญาอยู่ อย่าง 3 ท่าน (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายวีระ มุสิกพงศ์ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ) ที่มีคดีอาญาอยู่ เราก็ต้องนำตัวมาทำเรื่องฝากขังต่อศาลในวันนี้ ซึ่งเมื่อเราดูตามหลักการกฎหมายแล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ถูกมองว่าเป็น 2 มาตรฐานส่วนนี้พิจารณาว่าทั้ง 3 ท่านมามอบตัวคงไม่หลบหนี หรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐานคงไม่คัดค้านการประกันตัว

“ผมเชื่อว่าบรรยากาศเมื่อคืนที่รัฐสภาเป็นไปด้วยความสมานฉันท์ เชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะยุติความรุนแรงได้ ผมมองอย่างนั้น” ผบช.น.กล่าว

ทนาย นปช.ถึงศาล ยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัว

ด้าน นายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความของ นปช. เดินทางมาที่ศาลอาญารัชดา เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ 3 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ผู้ต้องหาในคดีก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตาม พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงที่รัฐสภาว่าจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พนักงานสอบสวนจึงต้องนำตัว 3 แกนนำ มาฝากขังต่อศาลภายใน 24 ชั่วโมง โดยทีมทนายความได้เตรียมยื่นหลักทรัพย์ในการขอปล่อยตัวชั่วคราวคนละ 500,000 บาท พร้อมกันนี้ ได้เตรียมยื่นคำร้องคัดค้าน หากกรณีที่พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหา 3 แกนนำเพิ่มเติมอีกด้วย

ตร.นำตัว 3 แกนนำ ถึงศาลขอฝากขัง

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ ได้นำตัว นายวีระ มุสิกพงษ์ นพ.เหวง โตจิราการ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 3 แกนนำ นปช. มาถึงศาลอาญา เพื่อขออำนาจฝากขัง หลังรัฐบาลประกาศยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน  โดยมีกำลังตำรวจประมาณ 1 กองร้อย ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้ ได้มี กองเชียร์ ประมาณ 10-20 คน มาคอยให้กำลังใจแกนนำทั้ง 3 ด้วย

นปช.ประกาศชุมนุมใหญ่พรุ่งนี้ สนามหลวง

ด้านนายสมยศ  พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม นปช. แถลงว่า นปช.จะ ปรับเปลี่ยนวัน เวลา และสถานที่ชุมนุมใหม่ หลังรัฐบาลยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 6 จังหวัด โดยวันพรุ่งนี้(25 เม.ย.) เวลา 17.00 น.จะนัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเพียงวันเดียว หลังจากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเวียนไปชุมนุมในจังหวัดใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง
        
"พรุ่งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเพียงวันเดียว จากนั้นอีกสัปดาห์จะกำหนดต่อเนื่องตามจังหวัดใหญ่ ได้แก่ อุดรธานี เชียงใหม่ พัทลุง นนทบุรี อยุธยา" นายสมยศ  พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม นปช.กล่าว
        
แกนนำกลุ่ม นปช.กล่าวว่า ส่วนที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเดิมนัดชุมนุมในวันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย.นี้จะไม่มีการชุมนุมแล้ว และในวันที่ 29 เม.ย.52 จะแถลงข่าวกรณีเหตุการณ์คุกคามชาวเพชรบุรี โดยมีคนเสื้อเหลืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่ม นปช.ขอเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ยุติการคุกคามแกนนำเสื้อแดง คืนสิทธิ์ดีสเตชั่นที่ถูกปิด และวิทยุชุมชนบางจังหวัด

Thursday, April 23, 2009

เกมนี้"มันจบแล้ว"สำหรับกบฏทักษิณ - เปลว สีเงิน 23-04-2009

ไทยโพสต์ - เปลวสีเงิน

ก็แปลกดี  เผาบ้าน-แยกเมือง  เสร็จแล้วแทนที่จะตกเป็นผู้ต้องหาก่อจลาจล  ทำลายความมั่นคง-ล้มล้างสถาบันหลักของชาติ   แต่  ส.ส.แกนนำก่อจลาจล  "นายจตุพร  พรหมพันธุ์"  และคณะพรรคเพื่อไทย  กลับใช้วาทกรรมพลิกตัวเองขึ้นเป็นผู้เสียหาย  กล่าวหารัฐบาล  และทหารว่าฆ่าพวกเขาตาย-เจ็บเป็นร้อยๆ  แล้วแอบลำเลียงศพไปเผาที่โน่น-ที่นี่

  พูดง่ายๆ  คือ  เจ้าหน้าที่ผู้รักษาบ้านเมืองแทนที่จะเป็นโจทก์  กลับกลายเป็นจำเลย  ส่วนผู้ก่อจลาจลในบ้านเมือง  แทนที่จะเป็นจำเลย  กลับกลายเป็นโจทก์  แล้วอย่างนี้ไม่แปลกหรือ?

     แต่ถ้าใครเข้าใจยุคสมัยแล้วจะไม่แปลก  ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ  ยุคนี้เป็นยุค  "สื่อสารครองโลก"  ใครยึดสื่อได้ก่อน  ก็เป็นผู้ครองโลกได้ก่อน  คนที่เข้าใจตรงนี้ดีที่สุดคือ  "ทักษิณ  ชินวัตร"  เพราะฉะนั้น  เขาและบริวารจึงสามารถพลิกแพลงความเป็นโจทก์  หรือความเป็นตัวนำได้ก่อนเสมอ

     เขาทำอย่างไร..?

     ก็ด้วยการอาศัย  "ไมค์สื่อ"  ที่จ่อปากเป็นเครื่องมือ  พลิกลิ้น  ปลิ้นปล้อน  หน้าด้าน  พลิกดำเป็นขาว-พลิกขาวเป็นดำ  ให้กลายเป็นข่าวกรอกหู-กรอกตาประชาสาธารณชนผ่านจอ  เรียกว่า  "ชิงพื้นที่ข่าว"  ก่อนได้เปรียบ  อะไรประมาณนั้น

     พวกหนังหนา-หน้าด้าน  ไร้ซึ่งหิริ  โอตตัปปะเช่นนี้  คนบุราณท่านจัดอยู่ในประเภท  "คนระยำ  ใส่ครกตำ  สักพันปี  ก็บ่มี  ซึ่งยางอาย"!

     สื่อประเภทถือไมค์  ผมสังเกตว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือง่ายมาก  และมากต่อมาก  ถ้าวัดระดับความเฉลียวดฉลาดในด้านสื่อแล้ว  ผมว่านายจตุพร  พรหมพันธุ์  ฉลาดเหนือชั้นกว่านักข่าว  และหัวหน้าข่าวโทรทัศน์หลายๆ  ช่อง  เพราะหลังจากหนีไปตั้งหลักอยู่วัน-สองวัน  พอโผล่หน้าก็มีสื่อเป็นม้าใช้  รุมกันเอาไมค์จ่อปาก

     แล้วจตุพรก็ลากไป  ว่าฝ่ายรัฐบาล  ให้ทหารลากปืนมาฆ่าประชาชนเสื้อแดงตายเป็นเบือบ้าง  ทหารขนเอาศพไปแอบเผาทิ้งบ้าง  พวกเสื้อแดงทำถูกทั้งหมด  ฝ่ายรัฐบาล-ทหารทำผิดทั้งหมดที่มาปราบปรามประชาชน  ซ้ำไม่กระดากปากปลิ้นปล้อนไปซึ่งๆ  หน้าว่า  พวกเขา-พวกเสื้อแดงไม่ใช่เป็นคนยิงใส่มัสยิด  มีคนสวมรอยป้ายความผิดไปให้พวกเขา

     เที่ยงๆ  บ่ายๆ  ค่ำๆ  คำสามานย์เหล่านั้นก็ได้ออกเป็นข่าวตามแผน  "กบฏแผ่นดิน"  ที่หลอกใช้สื่อโทรทัศน์กระจายข่าวสารจาก   "คณะก่อการทักษิณ"  สู่ประชาชน  ทั้งใกล้ปืนเที่ยง  และไกลปืนเที่ยง  เรียกว่าตั้งประเด็นเป็นโจทก์ไว้ก่อน-ได้เปรียบ  แล้วฝ่ายทหาร-ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นฝ่ายคลานตามมาแก้  (ตัว)  ซึ่งเสียเปรียบในเชิงจิตวิทยามวลชน

     เมื่อพลิกลิ้นได้เปรียบเชิงกลทางข่าวสารที่  ถึงเร็ว-ถึงไว  และถึงก่อน  ไปแล้ว  ก็คิดเค้นประเด็นใหม่เป็นเหยื่อล่อให้สื่อไล่งับใหม่ไปเรื่อยๆ  ในภาษาสื่อเขาบอกว่า  "ประเด็นไม่ด้าน"  ถ้าไม่มีประเด็นใหม่มาหลอก  สื่อก็จะไม่เอาไมค์มาจ่อปาก  หรือจ่อปาก  คนข้างในก็จะไม่ตัดต่อออกหน้าจอสู่ประชาชน

     จตุพรศิษย์เอกทักษิณเขาเก่ง  ปล่อยข่าวเท็จจนฮิตติดชาร์ตไปแล้ว  ๒  ประเด็น  ทั้งเรื่องเสื้อแดงถูกทหารยิงตายเอาศพไปแอบเผา  กับเรื่องทหารเอาปืนจริง-กระสุนจริงมายิงเสื้อแดง  ก็เปิดประเด็นใหม่ตามแผน  "ใช้สื่อเป็นสากกะเบือ"  ไล่ทุบตีฝ่ายตรงข้าม

     รถแก๊สปิดถนน  ขู่บึ้มมมมม  ทลายกรุง  ตั้ง  ๒-๓  คันทั้งย่านดินแดงและราชปรารภ  อันเป็นหลักฐานประจานความชั่วร้ายขบวนการทักษิณ  นั้น  มันตวัดลิ้นไปว่า  หาใช่เกิดจากการกระทำของพวกเขาไม่

     หากแต่มีคนอีกฝ่ายจงใจ  "จัดฉาก"  ให้ฝ่ายเขาเป็นโจร....ดูมันพูดเข้า!?

     แม้กระทั่งจลาจลนางเลิ้ง  เสื้อแดงคลั่งยิงชาวบ้านตายไป  ๒  ศพ  มันยังกล้าพูด  หาใช่ฝีมือพวกมันไม่  หากแต่มีใครอีกฝ่ายสวมรอย  แล้วป้ายความผิดให้กบฏแผ่นดิน

     พรุ่งนี้ไม่รู้เขาจะคิดสรรปั้นประเด็นอะไรมาหลอกใช้สื่อ  และลากรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ให้ตกเป็นจำเลยตามไปแก้ข้อกล่าวหาอีก  ก็ช่วยไม่ได้ครับ  ในตำราบอกว่า  "การศึกย่อมไม่หน่ายเล่ห์"  ฉะนั้น  เมื่อไม่คำนึงถึงคุณธรรม  มโนธรรม  และความงามสง่าในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

     นายจตุพรและ  ส.ส.เพื่อไทย  เขาก็มีสิทธิ์ทำทุกอย่างเพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบ  และได้มวลชน  เช่นเดียวกัน  ฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ  ซึ่งเป็นฝ่ายรักษากฎหมาย  รักษาบ้านเมือง  และบริหารราชการงานเมือง  เรียกว่าได้เปรียบทั้งทางเงื่อนไข  และทางกลไกรัฐ  แต่ในเมื่อไม่สามารถใช้สิ่งที่เหนือกว่าชิงความได้เปรียบ  แม้กระทั่งสื่อโทรทัศน์ก็เป็นของรัฐ

     แล้วจะให้ไปโขกสับ-ด่าทอนายจตุพร  หรือนายตะแบงปากพูด-ตะแคงตูดถ่ายคนไหน  ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไรกัน  ในชนชั้นไร้เสียแล้วซึ่งสำนึกแห่งชาติ  และมโนธรรมแห่งวิญญูชน

     คนในอาชีพสื่อ-ถือไมค์ทุกวันนี้  ก็น่าเห็นใจ  หน้าที่ของเขาคือซับข่าวสารกลับเข้าไปข้างในให้ได้มากที่สุด  และทุกอย่างขึ้นกับวินิจฉัยบุคลากรภายในว่าอะไรควรนำใส่จอ  แต่คนดูภายนอกไม่ค่อยเข้าใจ  ดี-ร้าย  ก็เหมาลงไปที่คนถือไมค์  และคนแบกกล้องจ้องถ่ายหมด

     ซึ่งผมก็เห็นใจ  และเข้าใจในข้อจำกัด  "นักรบถือไมค์"  ทั้งหลาย  ในภาวะสถานการณ์เป็นตาย  ประดาบกับ  "ตัวข่าว"  ทีไร  กลายเป็นเครื่องมือให้เขาไปโดยปริยายทุกที  เหตุผลง่ายๆ  ก็คือว่า  มีหน้าที่จ่อไมค์  แต่ไม่รู้จะตั้งประเด็นจี้ซักถามอะไร  เนื่องจากเหตุไม่มีภูมิในตัว  หรือไม่เคยทำการบ้านในเรื่องราวข่าวสารนั้นๆ  มาก่อน  จึงไม่มีฐานข้อมูลเป็นตัวรับและตัวรุก  คือการตั้งประเด็นซักไซ้  และถามแย้งกลับไปในการสัมภาษณ์

     ไมค์เลยถูกใช้เป็นสากกะเบือ  ให้เขาพูดลากไปตามประเด็นที่เขาตั้งใจจะใส่ร้ายป้ายสีใคร  หรือตามที่ตั้งใจจะพลิกแพลงตะแบงข่าวจากขาวเป็นดำสู่สังคม!

     เห็นมีคำถามยอดฮิตติดปากสื่อที่ได้ยินประจำทางหน้าจออยู่ประโยคเดียวซ้ำๆ  ซากๆ  คือ...ท่านครับ..ท่านคะ..เรื่องนี้ท่านว่าไงครับ  หรือไม่ก็..เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้วคะ?

     นักการเมือง  หรือนักกวนเมืองได้ยินแล้วก็หัวเราะในใจ  จับไต๋ได้ว่าคนถามมีแต่ขี้คาไส้  นอกนั้นกลวงโบ๋  จึงให้ข่าวในลักษณะ  "หลอกใช้สื่อ"  เป็นเครื่องมือสู่เป้าหมายของเขา

     เนี่ยะ..ตั้งแต่  ๑๔  เมษา  ฝ่ายกบฏทักษิณ  "ออกแผน"  เป็นแคมเปญช่วงชิงมวลชนทางการตลาด  โดยชูประเด็น  ทหารใช้กระสุนจริงยิงเสื้อแดง  ทหารฆ่าเสื้อแดงเอาศพไปเผา  รัฐบาลใช้  ๒  มาตรฐานในการจับกุม  และต่างๆ  นานา  สุดแต่ความหนาจะเสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาสาดสี  ซึ่งนอกจากเป็นการโต้กลับแล้ว  ยังเป็นการกลบเกลื่อนความชั่วร้ายฝ่ายตัวเองที่ปล้นบ้าน-เผาเมืองอีกด้วย!

     กบฏทักษิณ  นายจตุพรและคณะพรรคเพื่อไทย  ไม่เห็นพูดถึงบ้างเลยว่า  นับแต่วันที่  ๘ เมษายน  ๒๕๕๒  ที่ทักษิณวิดีโอลิงค์มาถึงมวลชนเสื้อแดงอันรายล้อมทำเนียบรัฐบาล  และบ้านประธานองคมนตรีแน่นหนา  ด้วยคำปลุกเร้าประโยคหนึ่งว่า

     "เมื่อข้าอยู่ไม่ได้  ก็อย่าหวังว่าใคร  หน้าไหนจะอยู่ด้วยความสงบ"

     แล้วบรรดาสาวกเสื้อแดงก็ฮึกเหิม  ฮือก่อการจลาจลเมืองตามคำทักษิณสั่ง  ปิดถนนเฉพาะที่  และดาวกระจายตามปกติ  ก็ไม่ว่ากัน  แต่การไล่ปิด-ไล่ยึดทั้งกรุงเทพฯ  จนเป็นเมืองร้าง

     -ยึดรถเมล์มาเผา

     -ไล่ทุบ  ตามล่า  ไล่ฆ่านายกฯ  และคณะ

     -บุกโรงแรมรอยัลคลิฟบีช  พังการประชุมอาเซียนซัมมิต

     -ปิดดินแดง  ใช้รถแก๊สหวังระเบิดกรุง  ปาระเบิดเพลิงทำร้ายทหาร

     -กราดอาวุธสงครามใส่ศาลรัฐธรรมนูญ  หวังฆ่าคณะตุลาการ

     -ก่อจลาจล  สุมไฟ  แล้วไล่ยิงชาวบ้านนางเลิ้ง  ๒  ศพ

     -ย่ำยีศาสนสถานพี่น้องชาวมุสลิมย่านถนนเพชรบุรี

     ยังไม่นับที่จ้วงจาบหยาบช้าต่อสถาบันเบื้องสูง  และปลุกเร้า-ปลุกระดม  ให้กองกำลังเสื้อแดงลุกฮือยึดศาลาจังหวัดในแต่ละจังหวัด  อันเข้าข่ายกบฏแยกบ้าน-แยกแผ่นดิน

     นี่..ย่อๆ  แค่นี้  นายจตุพร  และคณะ  ส.ส.เพื่อไทย  ในเมื่อเรียกร้องความเป็นธรรม  เรียกร้องความถูกต้อง  เรียกร้องมาตรฐานในปฏิบัติการของตำรวจ-ทหาร  และรัฐบาล  แล้วทำไม่เห็นหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาถามบ้างล่ะว่า

     "หมาหรือคนตัวไหนมันทำระยำต่อเมือง"?

     มันถูกต้องหรือไม่  มันเกินเลยกว่าการชุมนุมตามกรอบรัฐธรรมนูญหรือไม่  มันเป็นการก่อจลาจลปล้นยึดประเทศหรือไม่  และเข้าข่ายอาชญากรก่ออาชญากรรมหรือไม่?

     มากล่าวหาทหารทำรุนแรง  เอากระสุนจริงมายิงล้อรถเมล์ทะลุ  ซึ่งมันปลายเหตุ  ในเมื่อต้นเหตุก่อจลาจลเผาเมือง-ฆ่าชาวบ้านดังที่กล่าวมา  ถ้าทหาร-ตำรวจจะยิงให้ตายโหง-ตายห่าไปบ้าง  ผมว่าไม่มีใครพุทโธ  หรือติดใจสงสัยอะไรด้วยซ้ำ  มีแต่ตอนนี้ทั้งชาวบ้าน  และชาวโลกด้วยซ้ำที่กังขา

     รัฐบาล  ตำรวจ-ทหารประเทศไทย  "ใจพุทธ"  หรือว่า  "ใจไม่ถึง"?

     ทีทำหยาบช้า-ป่าเถื่อนกับบ้านกับเมือง  กับพี่น้องประชาชนด้วยกัน-ทำได้  ครั้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเขาทำหน้าที่ระงับยับยั้ง  ไม่ฆ่า-ไม่แกง  กลับแว้งกัด  ตัดประเด็นมาเสแสร้งใส่ไคล้กล่าวหา...ทหารฆ่าประชาชน

     ก็มันสมควรฆ่ามั้ยล่ะ....ถ้าเขาจะฆ่าจริงๆ  น่ะ  ไม่ปล่อยให้มายึดสภาฯ  เป็นกระดองเห่าอยู่อย่างนี้หรอก  ยิ่งลูกอีช่างสังเกตอะไรนั่นน่ะ  ทหารไม่เอากาบกล้วยคลุกขี้แมวท้องเสียแล้วราดสีแดงไปแพ่นตรงกลางกบาล  ให้มันร้องโฮๆ  ไปให้พ่อมันที่นิการากัวขัดหัวมันแผล็บให้  ก็นับว่าบุญแค่ไหนแล้ว?

     แสดงเดชศักดา  "ล่มประเทศ"  ตัวเองบูชาเจ้านาย  "กบฏทักษิณ"  กันไปเถอะ  มันจบแล้วสำหรับทักษิณที่จะได้กลับมา  "จูบแผ่นดิน"  อย่างครั้งก่อน  "บิน ลาดิน"  ที่โลกประณามเป็นผู้ก่อการร้ายโลกนั้น  ชั่ว-ดี-ถี่-ห่าง  บิน  ลาดิน  ทำทุกอย่างเพื่อปกปัก-พิทักษ์รักษาสถาบันเชื้อชาติ  ศาสนา  และวัฒนธรรม  ประเพณีของเขา

     บิน  ลาดิน  ไม่เคยทำลายประเทศชาติบ้านเมืองตัวเอง  และพี่น้องร่วมชาติ  ร่วมเผ่าพันธุ์ตัวเองเลย!

     แต่ทักษิณ  ชินวัตร  ล่ะ  ทำลายทั้งประเทศชาติตัวเอง  ทำลายทั้งสถาบันหลักของชาติตัวเอง  ทำลายทั้งพี่น้องร่วมชาติ-ร่วมเผ่าพันธุ์ตัวเอง  เพื่อปกปักรักษาสมบัติตัวเอง  อำนาจตัวเอง  และตระกูลตัวเอง  ในขณะที่มันให้ลูก-เมียบินหนีออกจากประเทศไทยไป  "ลอยชาย-ช็อปปิ้ง"  อยู่ต่างประเทศ  แล้วมันก็หลอกให้ชาวบ้านสวมเสื้อแดงก่อการกบฏบ้าน-กบฏเมือง...เพื่อมัน  อย่างนี้มันเลวกว่า  "ผู้ก่อการร้าย"  แล้วจะยอมตาย-ขายชาติให้กับคนจัญไรเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

Tuesday, April 21, 2009

"เสื้อแดง"โชว์ภาพถูกยิงเจอจับผิด ที่แท้ถูกตี

matichon: "เสื้อแดง" โชว์ภาพถูกยิงเจอจับผิด ที่แท้ถูกตี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวนายสมยศนำเทปวิดีโอซึ่งอ้างว่ามีคนที่อยู่ในเหตุการณ์วัน ทหารปราบปรามกลุ่มเสื้อแดง เปิดให้กลุ่มสื่อมวลชนดู เป็นภาพรถเมล์ประจำทางสีขาวน้ำเงินถูกสกัดให้จอดบริเวณใดยังไม่ทราบ มี สห.และเจ้าหน้าที่ลากตัวผู้ชายสวมเสื้อแดงลงจากรถ และขณะลากต่อไปมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทำให้ผู้ชายเสื้อแดงคนนั้นทรุดลง ซึ่งนายสมยศเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการใช้อาวุธยิงผู้ชุมนุมจริง และกำลังตามสืบหาสถานที่อยู่

ต่อมาทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ในรายการข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ ได้นำภาพดังกล่าวมาเสนอและมีการตรวจสอบเปรียบเทียบกับภาพข่าวที่ช่างภาพใน เหตุการณ์ถ่ายไว้ได้ พบว่าชายสวมเสื้อแดงคนดังกล่าวไม่ได้ถูกยิง แต่ถูกตีที่ศีรษะและล้มลง ก่อนทหารจะดึงให้ลุกขึ้นแล้วนำตัวไปควบคุมโดยไม่มีการเสียชีวิตแต่อย่างใด



thairath: ที่ จ.สมุทรสาคร จี้สื่อถาม "พัลลภ" ใครปั่นสถานการณ์ให้เกิดการรุนแรง โดยเฉพาะ การเผายางรถยนต์ ยึดและเผารถเมล์ระบุจันทร์นี้จะเปิดโปงอีกรอบ..?

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (20 เม.ย.) ที่ห้องสีดา โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน สองแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำคนเสื้อแดง จ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การสลายการชุมนุม และยกย่องนายวีระ มุกสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ที่ยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาชีวิตของประชาชน??

อย่าง ไรก็ตาม นายสมยศ ยืนยันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่การกระทำของคนเสื้อแดง แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีการแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลที่ต้องการทำลายความชอบธรรมใน การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติของคนเสื้อแดง จึงฝากสื่อมวลชนทุกแขนงไปถาม พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน.ว่าการปั่นสถานการณ์ให้เกิดการรุนแรง โดยเฉพาะ การเผายางรถยนต์ ยึดและเผารถเมล์ เผาสถานที่ราชการ แบบเดียวกับเหตุการณ์สมัยพฤษภาทมิฬ 2535 ทหารทำกันอย่างไรในยุคนั้น ซึ่งในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ ตนจะนำข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานมาเปิดโปงอีกครั้งว่า ใครเป็นผู้ก่อความรุนแรงกันแน่?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำเสื้อแดงยังได้เปิดคลิปวิดีโอที่อ้างว่า เป็นภาพบันทึกเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารที่สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ยิงผู้ชุมนุมเสื้อแดงเสียชีวิต บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยคลิปวิดีโอดังกล่าว เป็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารกำลังจับกุมชายเสื้อแดง ลงจากรถประจำทางสีขาว และมีเสียงปืนดังขึ้น 1นัดชายเสื้อแดงจึงล้มลงกับพื้นพร้อมทั้งมีเสียงของผู้เห็นเหตุการณ์ตะโกน ว่า ''ทหารฆ่าประชาชน'' แต่ภาพหลังจากนั้นชายเสื้อแดงถูกดึงแขนให้ลุกขึ้น??

ทั้งนี้ นายสมยศ กล่าวว่า ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีผู้เสียชีวิต และขอเชิญคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมร่วมทำบุญบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ในวันที่ 23 เม.ย. ในเวลา 10.00 น. เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ผู้ที่เราเชื่อว่าเสียชีวิตในบริเวณนั้น และกลุ่ม นปช.จะชุมนุมใหญ่ที่ จ.สมุทรสาครในวันที่ 25 เม.ย. ส่วนจะเป็นสถานใดที่ยังไม่ชัดเจน เป็นการชุมนุมเพื่อต่อต้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยุติความรุนแรง?

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพวิดีโอถ่ายที่ใดและได้มาอย่างไร นายสมยศ กล่าวว่า เราขอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นสถานที่ใด ซึ่งภาพดังกล่าวมีภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ส่งภาพมา ให้ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นการมาเพื่อแสดงว่าใครขอเอาชีวิตเดิมพันว่าไม่มีผู้เสีย ชีวิตเราจะเอาซีดีไปให้ และในขณะนี้การรายงานว่ามีผู้สูญหายแล้ว 30 คน

Reblog this post [with Zemanta]

Monday, April 20, 2009

Asia Times Online: Smoke, mirrors and lies

UDD Demonstration at Sanam Luang. Bangkok. 19t...Image by adaptorplug via Flickr

Smoke, mirrors and lies
By Shawn W Crispin

Apr 17, 2009
Asia Times Online

BANGKOK - As the smoke and debris settle on Thailand's recent street chaos, the propaganda wars have begun in earnest as competing sides look for a tactical edge in the political conflict's inevitable next round. So far it appears Prime Minister Abhisit Vejjajiva's embattled coalition government has won the upper hand.

Exiled former premier Thaksin Shinawatra has in interviews told foreign news outlets - including the BBC and CNN - that the Thai military killed and secretly carted away the bodies of an undisclosed number of his red shirt followers on April 13, when troops cracked down on anti-government protests in a pre-dawn operation on the streets of Bangkok.

The government and military have maintained that nobody was
killed in the melee, though scores were injured and taken to hospital.
Thaksin has claimed a conspiracy of censorship among local broadcast and print media, the former largely controlled by the state, but the latter offering a wide array of pro- and anti-government coverage and opinion, including of the recent protests.

Thaksin and his spin doctors have bid to co-opt the potent symbolism of the bloody May 1992 military crackdown, when over 200 pro-democracy demonstrators went missing and nearly 17 years later activist groups claim are still unaccounted for by the military.

During that past crackdown, the military blacked out the local broadcast media and pressured print publications to censor their coverage. The night of the crackdown, many media members were rounded up at central Bangkok's Royal Hotel and held in virtual detention while soldiers opened fire on demonstrators. After their release, reporters saw blood and bullets, but no bodies, in the streets.

This time, local and international media were present and filmed the exchange, with some reporters even embedded with the troops. International wire agency and local print reports, which included graphic images of bloodied protesters and reports from hospitals that received the injured, have not corroborated Thaksin's claims. The influential Bangkok Post ran a front-page story lauding the military for professionalism and restraint.

The exiled Thaksin's apparently bogus claims underline his movement's vigorous propaganda efforts to sway international opinion in his favor. His claims also hint that his United Front of Democracy Against Dictatorship (UDD) protest group was tasked with creating a situation of anomie specifically aimed at luring soldiers into opening fire on their red-shirted supporters to galvanize international support for his supposed pro-democracy cause.

Reports that Thaksin's family members left the country days before the unrest reached its chaotic crescendo would also seem to belie UDD co-leader claims that the rallies organically spun out of control, driven by stick-wielding and Molotov cocktail-hurling mobs imbued with the spirit of democratic change. So, too, does a national reconciliation bill tabled before the recent unrest by the Thaksin-affiliated opposition Peua Thai party, which suspiciously and perhaps still ominously includes an amnesty clause for political actors and acts committed from the September 19, 2006, coup to May 5 of this year.

Democratic spin
The exiled Thaksin and his in-country media operatives had before the recent street chaos achieved some success in selling to international audiences their UDD movement as a pro-democracy cause. They have consistently claimed Abhisit's elected coalition government was installed by behind-the-scenes military maneuvering and that a wider aristocracy has long retarded Thailand's democratic development.

That message has been dutifully perpetuated by Thaksin's foreign media advisors, including the Hong Kong-based Samuel Moon, who claims on Thaksin's Building a Better Future Foundation's website to have worked for the Economist, Dow Jones and, through his own company, in partnership with Businessweek. Certain of those media groups have shown strong editorial sympathy for Thaksin's supposed democratic cause.


One UDD organizer told this reporter that he had "virtually written" The Economist's critical cover story about the Thai monarchy, which was banned by authorities from entering Thailand. The same source had previously worked as a fixer for foreign broadcasters in Thailand, including al-Jazeera, and has been in consistent contact with Asia Times Online to provide the UDD's side of breaking news events.

Many foreign reporters have perpetuated the simplistic notion put forward by Thaksin's spin doctors that Thailand's is a rural poor versus urban elite struggle, with the billionaire Thaksin the champion of the former. To be sure, that perception became a reality in the minds of many Thais after being bombarded relentlessly with Thaksin's pro-poor messages over state-controlled television, where over 80% of Thais receive their news, during his six years in power.

His actual spending policies, including government-backed corporate bailouts, in baht terms heavily favored indebted Sino-Thai industrialists and property developers over the poor rural farmers he showered with village development funds and a cheap health care scheme that was largely in place before he assumed power and heavily marketed by his top advisors.

Longer-term observers have rightly couched Thaksin's pro-democracy claims within the former leader's established anti-democratic history, including his propensities for cracking down on the press, bypassing parliamentary processes and undermining the independent checking and balancing institutions by the 1997 constitution he and his supporters now claim to promote. Thailand's conflict is more accurately portrayed as a struggle between competing elites, both able to mobilize disruptive masses to their political calls, jockeying for position ahead of an uncertain royal succession.

Thaksin appeared to lose one crucial front in the propaganda war when the US government publicly condemned the UDD's acts of violence in Bangkok. His media operatives were known to be just as active among the Bangkok-based diplomatic community, pressing their pro-democracy claims, in particular to US diplomats.

The United Kingdom cast its diplomatic vote on those assertions last year when it canceled Thaksin's visa after he was convicted on criminal conflict-of-interest charges.

Thaksin's image as a persecuted democrat will have been undermined by recent events, including his wild calls from exile for a "people's revolution" and "national uprising" that sparked the scenes of violence and destruction broadcast across the world.

While some Western governments may have harbored doubts about possible political motivations behind Thaksin's corruption conviction, Thai officials will make a stronger future case with their extradition requests on potential terrorism and sedition charges. The government revoked Thaksin's Thai passport on Wednesday, though the former premier is known to have acquired travel documents from the new independent state of Montenegro.

Conservative counters
To be sure, the conservative establishment Thaksin now claims to be up against has its own, if less sophisticated, political spin machine. Privy Councilor General Pichitr Kullavanijaya claimed to local media days before the UDD ramped up its protests that former US ambassador to Thailand Ralph "Skip" Boyce had shared information with him indicating that Thaksin had laundered 100 billion baht (US$2.8 billion) through Cayman Island bank accounts and was using the funds to organize the UDD's protests.
Thaksin strongly denied the charges and filed a defamation suit against the royal advisor in a Thai court - despite Thaksin's repeated claims from exile that he could not receive a fair trial in the Thai judiciary. Former ambassador Boyce has told numerous people that he has no idea why he was cited as a knowledgeable source about where Thaksin may or may not have made deposits, and that he has no such information.

There was also widespread skepticism that conservative forces may have cooked up the alleged assassination plot against Privy Councilor Charnchai Likitjitta, to counter claims made by UDD speakers the royal advisor, among others, was behind the 2006 coup. Captain Chakkrit Sekhanant, a navy officer with alleged links to another top royal advisor, was released after being named by another military officer supposedly involved in the plot. It wasn't immediately clear that any of the suspects were Thaksin supporters.

Now, even with the UDD's suppression and its top leaders held in police custody, Abhisit has gone underground at an undisclosed location to emphasize to reporters the still grave threat UDD supporters represent to his personal security. The embattled premier has in recent days agreed to speak to certain foreign broadcasters, but only by telephone and not in person because it would compromise the sanctity of his secret location.

Abhisit earlier aimed to assure the international community that his government's installation late last year signaled a restoration of stability after the anti-Thaksin People's Alliance for Democracy (PAD) street protest movement had for months paralyzed the workings of government and culminated in the seizure and closure of Bangkok's main international and domestic airports.

The television images of red-shirted protesters violently assaulting Abhisit's car twice in one week, and the UDD's extraordinary disruption of the Association of Southeast Asian Nation (ASEAN) summit meeting last weekend, has sent strongly the opposite message. International media universally referred to the ASEAN breakdown as "embarrassing" and "humiliating" for Abhisit's government and an indication of his weak leadership.

The fact that his government has now maintained a state of emergency a full two days after the protests were wound down and swept up, and while crowds rivaling the size of the UDD's recent rallies rollick and hurl water playfully in Bangkok's streets in celebration of the Buddhist New Year, is raising new questions about whether Abhisit or army commander General Anupong Paochinda is really calling the shots.

With all the propaganda, misinformation and image-management dispensed on both sides of the political divide, competing histories of recent events will only obfuscate further the mess and contribute more ammunition to the next round of Thailand's dangerously escalating and wholly unresolved political conflict.


click thumbnail to view capture


Reblog this post [with Zemanta]

Label Cloud