Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label MGR. Show all posts
Showing posts with label MGR. Show all posts

Wednesday, April 1, 2009

คำต่อคำ: “ป๋าเปรม” เปิดใจไม่ได้สั่ง “สนธิ” ปฏิวัติ ซัด รบ.ทักษิณแย่เอง

ถ้อยคำ “พล.อ.เปรม” ระหว่างเปิดใจกับเหล่าศิษย์เก่ามหาวชิราวุธ สงขลา แจงข้อกล่าวหา “ทักษิณ” ไม่มีอำนาจสั่งให้ “สนธิ” ปฏิวัติ ซัดรัฐบาลทักษิณแย่เอง ทำทหารต้องออกมาปฏิวัติเอง จนคนร้องไชโยไปทั้งเมือง ย้ำไม่ได้นำเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ แต่ทำตามหน้าที่ถวายรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยันพูดเรื่องจริง พ้อขี้เกียจต่อความยาวสาวความยึดแก้ตัว ระบุไม่มีฝักมีฝ่าย แต่มีหน้าที่ให้คนไทยรักกัน
      
       ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะอาจารย์ และศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย ได้เดินทางเข้าพบและให้กำลังใจ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่บ้านพัก ซึ่งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ได้นำเสนอเนื้อหาคำพูดระหว่าง พล.อ.เปรม ที่ได้กล่าวกับศิษย์เก่าวชิราวุธ กรณีที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังเหตุปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อล้มรัฐบาลทักษิณ มีใจความสำคัญ ดังนี้ “ขอพูดบางกอกน่ะ ใจคอไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ คุณทักษิณ ท่านกล่าวหา 3 อย่าง”
      
       ข้อ 1.เขาเปิดเผยว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือเรา คือคนเขารู้หมดแล้ว ตั้งแต่คุณทักษิณพูดตั้งแต่วันนั้น แล้วคุณทักษิณ ว่า แต่เราพยายามถามเขาตอนนั้น ว่า หมายถึงเราใช่ไหม เขาก็ไม่ตอบ แล้วเราก็ถามอีกว่า ถ้าไม่ใช่เรา ก็ขอให้บอกมาว่าใคร ให้รู้กันชัดๆ ไม่ได้ถามแต่คุณทักษิณ ให้คนถามคุณหญิงอ้อ ว่า งั้นให้ช่วยพูดหน่อยได้ไหมว่า ที่คุณทักษิณ พูดว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่ผม เขาก็ไม่พูด ตกลงไม่พูด ไม่ตอบ ทั้งสามคำถาม ซึ่งจริงๆ เราก็รู้ว่า เขาหมายถึงเรา ตอนนั้นคุณทักษิณ ไปพูดที่ไหนไม่รู้ แล้วก็เปิดเผยผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือ พล.อ.เปรม
      
       ข้อ 2.เขากล่าวหาว่า เราอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติของคุณสนธิ เราก็ไม่รู้ว่าจะไปชี้แจงเขาได้อย่างไร เพราะว่าเราไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ เราจะอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติไม่ได้ เพราะเราไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปปฏิวัติ และเราก็ไม่มีอิทธิพลพอที่จะไปบอกคุณสนธิ ว่า “ปฏิวัติเถอะ” เพราะตอนนั้น รัฐบาลคุณทักษิณ นี่แย่มากๆ คนกำลังเล่นงานรัฐบาลทักษิณอยู่ ถ้าคุณจำได้ เขาจึง ไชโย ไชโย กันมาตอนที่ทหารออกมาปฏิวัติ คุณทักษิณ ก็บอกว่า ป๋า อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติครั้งนี้ เบื้องหลังนี่ หมายความว่า อย่างไรก็ไม่รู้ เรานี่คงจะไปยุแหย่ หรือไม่ก็รู้ว่า คุณสนธิ จะปฏิวัติ แต่ก็จริงๆ เรามิได้เกี่ยวข้อง เขาก็ปฏิวัติกันไป ก็คิดดูกันเอาก็แล้วกันว่า ถ้าเรามีอิทธิพลพอที่จะไปบอกคุณสนธิ ว่า คุณไปปฏิวัติ คุณสนธิก็แย่ เพราะคุณสนธิต้องคิดเองว่า ทำไมจึงต้องปฏิวัติ มีเหตุใดที่ปล่อยให้รัฐบาลคุณทักษิณอยู่ต่อไปไม่ได้ ไม่ใช่มาเชื่อเรา ฉะนั้น เราไม่ได้อยู่เบื้องหลังเบื้องหน้า
      
       ข้อ 3 เขาบอกว่า เราเป็นคนนำ ผบ.เหล่าทัพ ไปเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็ไม่จริง คืนนั้นเขาประกาศปฏิวัติกัน ประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ คือ วันที่ 19 กันยายน พอเราได้ยินว่า เขาปฏิวัติกันไป เราก็เข้าไปในสวนจิตรฯ ที่เราเข้าไป เพราะเป็นหน้าที่ของเราที่เป็นองคมนตรี เนี้ยเมื่อมีปัญหาอย่างนี้ เราก็ต้องไปอยู่ใกล้ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผื่อว่า ท่านจะมีรับสั่งอย่างไรบ้าง เราจะได้รับใส่เกล้ามาปฏิบัติ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราเข้าไปประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ คุณสนธิ กับ คุณชลิต ผบ.ทอ.2 คน เข้าไป เมื่อตอน 5 ทุ่มเศษ คุณสถิรพันธุ์ ผบ.ทร. มาทีหลัง มาเกือบ 2 ยาม แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้นำ 3 คน เข้าไปสวนจิตรฯ เพื่อเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราไปของเราเอง แต่พอตอนที่เมื่อพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลงมา เราเล่าข้ามตอนไปนิดว่า พวกที่เข้าไปบอก สมุหราชองครักษ์ เขาจะมาเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมุหราชองครักษ์ ก็ไปทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สักพักหนึ่ง ก็เสด็จฯลงมาทั้ง 2 พระองค์ เพราะฉะนั้น เราก็เป็นคนเข้าไปร่วมในการเฝ้าฯ จะว่าเรานำเข้าเฝ้าฯก็ไม่ถูก แต่ว่าเราไปอยู่ในที่นั่นด้วย เพราะฉะนั้น ที่คุณทักษิณ บอกว่า เราเป็นคนที่นำ 3 คนนี้ไปเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะเราเข้าไปก่อน ชั่วโมงกว่า และเราก็ไม่รู้ว่า เขาจะมา หรือไม่มา เรารู้ก็ต่อเมื่อ คุณสนธิ เข้าไปกับ คุณชลิต ไปเจอเราในสวนจิตรฯ แล้ว นี่คือเรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้น เราขี้เกียจไปต่อความยาวสาวความยืด ไม่แก้ตงแก้ตัว
      
       พะจุณณ์ ก็ทราบดี พวกเราก็ทราบดี เล่าให้ฟังเพื่อจะได้รู้ว่า ที่จริงมันเป็นอย่างไร ที่จริงคุณทักษิณ ก็มาบ้านเราหลายครั้ง คุณอ้อ ก็มาหลายครั้ง แล้วเมื่อ คุณทักษิณ ถูกปฏิวัติ แล้วคุณอ้อ ก็มาอีก แล้วหนังสือพิมพ์ก็เล่นงานเรา จำได้ไหม คุณอ้อ ก็มาให้ป๋าช่วยเหลือตอนนั้น สักประมาณปลายๆ เดือนกันยายน ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ เพื่อจะได้รู้ว่า เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนั้น เป็นมาอย่างไร อยากจะพูดกับทุกคน และขอบใจว่า เราเนี้ย เราถือว่า เราไม่มีศัตรู ไม่มีฝ่ายตรงข้ามกับเรา เพราะเราถือว่า เราจะทำหน้าที่ของเรา เพื่อคนไทยทุกคน แต่บางส่วน เขาเห็นว่า เราเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา เราก็ไม่ว่าอะไร เขาอยากเป็นฝ่ายตรงข้ามก็เป็น แต่เราไม่เป็นด้วย เราถือว่า เราทำเสมอภาค ไม่มีฝ่ายตรงข้าม แต่นี่มีบางคนเห็นว่า เราเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณ ความจริง เราก็ไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณหรอก ที่เขาปฏิวัติ รู้สึกว่า เขาจะมีเหตุผลพอสมควร นี่คือ ที่อยากให้เข้าใจ ให้รู้เรื่อง ก็ขอบใจที่มากัน และมีหลายคนที่โทรศัพท์มาบ้าง มาพบเองบ้าง ขอมาเชียร์ และมาให้กำลังใจ ผมขอบอกว่า ขอบคุณ กำลังใจผมยังอยู่เต็มร้อย ผมไม่มีปัญหา ผมโดนมาเยอะแล้ว ผมโดนมามากกว่านี้ด้วยซ้ำไป อย่างตอนที่ผมเป็นแม่ทัพ ผมไปปราบ ผกค.เขาก็พูดว่า ปราบพวก ผกค. ผมบอกว่า ผมไม่ได้มาปราบพวกคุณหรอก ผมมาทำความเข้าใจกับพวกคุณ ว่า เราเข้าใจถูก เข้าใจผิดกันอย่างไร ผมไม่มีหน้าที่จะมาปราบคนไทยหรอก มีหน้าที่มาช่วยเหลือพวกไทยด้วยกัน ว่า ทำอย่างนี้ไม่ถูกหรอก ควรจะทำอย่างนี้มากกว่า เพื่อจะได้รู้ว่า ผมไม่คิดว่า คนไทยเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม ผมมีหน้าที่ที่จะทำให้คนไทยรักกัน ชอบพอกัน อันนี้ ถ้าหนังสือพิมพ์ถามผม ผมก็จะตอบ บางคนเขาบอกว่า ผมควรจะมาชี้แจง ผมคิดว่ายังไม่ชี้แจงหรอก แต่ถ้าเผื่อถามก็จะชี้แจง แต่เล่าให้พวกเราฟัง โดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งหลาย เพื่อจะได้รู้ความจริง....

MGR

Tuesday, March 31, 2009

“สันติบาล” ชี้เนื้อหาบางส่วน “แม้ว” โฟนอินปลุกระดม-ดูข้อ กม.เอาผิด

สันติบาลเร่งศึกษาข้อกฎหมายเอาผิด “นช.แม้ว” โฟนอินปลุกระดม สั่งหน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดเชื่อมสัญญาณโฟนอิน เป็นแบบสดหรืออัดเทป ขณะที่ ผบช.น.ชี้โฟนอิน “แม้ว” จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง
      
       วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดและข้อกฎหมายว่าจะสามารถ ดำเนินการทางกฎหมาย รวมทั้งมาตรการทางศาลอย่างไรได้บ้าง กับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งยอมรับว่ามีเนื้อหาบางส่วนปลุกระดมมวลชน
      
       นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดโฟนอินของอดีต นายกรัฐมนตรีว่า เชื่อมสัญญาณมาจากประเทศใด และการโฟนอินดังกล่าวเป็นเทป หรือเป็นการโฟนอินสด
      
       พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า อีกไม่นานจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงขึ้น ส่วนการเฝ้าระวังมือที่ 3 ฉกฉวยสร้างสถานการณ์นั้น จากการติดตามด้านการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ตนมองว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะสามารถพูดคุยกันได้
      
       ทางด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันว่าการออกประกาศเตือนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวานที่ผ่าน มา เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของคำสั่งศาลปกครองที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งพฤติกรรมการชุมนุมที่มีลักษณะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ในการเข้าไปปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาล
      
       ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นเพียงการหมิ่นตัวบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
      
       นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังกล่าวถึงการชุมนุมที่ปิดถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ประกอบกับงานกาชาด ซึ่งส่งผลกระทบกับการจราจรเป็นอย่างมาก โดยการประชุมในวันนี้จะหารือถึงเส้นทางการจราจรที่เข้ามาในงานกาชาดด้วย

mgr

Friday, February 20, 2009

เมื่อฝ่ายซ้ายเขี่ยทิ้ง “ทักษิณ”

comment from MGR

คอมก็คือพวกฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ พวกนี้หลายคนไม่ชอบสถาบัน แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่ใจยังคิดอยู่

คอม อกหักคือพวกที่ออกจากป่าเพราะปฎิวัติประชาชนไม่สำเร็จ ส่วนหนึ่งเพราะประเทศไทยมีสถาบัน เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ อีกส่วนคือจีนแดงสมัยเติ้งเสี่ยวผิงผูกมิตรกับไทย เลยหยุดสนับสนุนพวก พคท(พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ถึงได้เรียกว่าคอมอกหักเพราะโดนปักกิ่งหักอกดังโพล๊ะ

พวกนี้หลายคนยังไม่กลับใจ ยังมีแผนร้ายต่อสถาบันอยู่ ไปคิดดูกันเองแล้วกันว่ามีใครบ้าง จึงเรียกว่า พวกคอมอกหัก แต่ยังไม่กลับใจ

จริงๆ แล้วลัทธิคอมก็เป็นเผด็จการในตัวเองอยู่แล้ว แต่เป็นเผด็จการคนละขั้วกับเผด็จการทหาร โดยพรรคคอมมิวนิสต์ คุมกองทัพและตำรวจอีกทีหนึ่ง

ถ้าเทียบอัตราส่วนความสำเร็จในการพัฒนา ประเทศระหว่างประเทศที่ปกครองโดย พรรคคอมมิวนิสต์ กับโดย คณะนายทหารแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์ แพ้หลุดลุ่ย มีจีนแดงประเทศเดียวที่พอจะไปรอด นอกนั้น ล้มไม่เป็นท่า

เผด็จการทหาร ถ้าผู้นำมีความตั้งใจดี มักจะไปรอด ทั้งนี้ไม่รวมไอ้เต่ายุทธกับไอ้บังธิ เพราะเหลาะแหละเกินไป ขอเรียกว่าเผด็จการหน่อมแน้ม

ทำไมคอมถึงไปไม่รอดหละ

หลักการ ฟังดูดี แต่เป็นการฝืนธรรมชาติของมนุษย์อย่างแรง ประมาณว่า กินไม่ได้แต่เทห์ แต่มีโมเดลที่ประสบความสำเร็จคือรัฐสวัสดิการทุนนิยม เช่นพวกสแกนดิเนเวีย เป็นอะไรที่เดินทางสายกลางน่าจะเหมาะกับเมืองไทยมากกว่าคอมเพียวๆ ที่พิสูจน์ถึงความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน

ลัทธิที่ขัดกับความเป็น มนุษย์ ไปไม่รอดหรอก คนขยันทนไม่ได้หรอกที่จะมีรายได้เท่าคนโง่และขี้เกียจ มันก็จะมีแต่พวกอู้งานโดยจิตวิณญาณเต็มประเทศ

ต้องรู้ว่ายิว มาร์ก(ไม่ใช่อภิสิทธิ์) มันเกิดในยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม ตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายสวัสดิภาพแรงงานเพราะพึ่งพ้นจากยุคกสิกรรมมาไม่นาน

ไอ้ บ้านี่มันเลยเพ้อฝันเห็นโลกอุดมคติที่อีกสิบชาติก็ไม่มีวันได้เห็น แต่ตอนนี้ระบบทุนนิยมปรับปรุงได้ไปมากแล้ว จะกดขี่อย่างสมัยไอ้มาร์คไม่ได้แล้ว

สังคมที่ไปรอดเขาใช้ทุนเป็นตัว ล่อให้คนรู้สึกเป็นเจ้าของ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพไม่ใช่ทำอย่างซังกะตาย แต่ก็ไม่ให้ผูกขาดแบบเสือนอนกิน ที่พ่อเหลี่ยมจะทำกับ กฟผ

ส่วนคนที่ระดับล่างสุดที่ไปไม่รอดก็มีสวัสดิการช่วยให้พอดำรงชีพอยู่ได้ เงินก็มาจากคนรวย + คนชั้นกลาง

ประเทศ ไทยเป็นสังคมเปิด ใครที่มีความรู้ความสามารถ จะเลื่อนชั้นทางสังคมได้ภายในชั่วคนเดียว พ่อเป็นกรรมกรแต่สร้างตัวเป็นเศรษฐี ลูกก็เป็นไฮโซ พ่อเป็นจ่า ลูกเข้าเตรียมทหารได้ ได้เป็นนายพลก็เป็นไฮโซเหมือนกัน

ทิบัง อารีย์ วันนอร์ เป็นอิสลาม ก็เป็นใหญ่เป็นโตได้ อดีตคอมอยู่ป่า ยังได้ดิบได้ดี เป็นรมต เต็มสภา มีประเทศไหนยอมขนาดนี้

ประเทศไทยเป็นสังคมเปิด ไม่ได้มีชนชั้นอย่างที่พวกเอ็งเข้าใจ

ถึงบอกไงว่าตำรามาร์กซิสต์นี่เป็นลัทธิที่ใช้ไม่ได้ เหมือนตำราที่เขียนไม่เสร็จ

ไม่ รู้คอมไปอยู่กับทุนสามานย์ได้ยังไง ไอ้ยิวมาร์กมันเขียนตำราจากการที่มันเห็นทุนสามานย์เอาเปรียบชาวบ้าน เลนิน เหมา มาเห็นพวกมันอยู่กับทุนสามานย์ ลมจับแน่

ทุนสามานย์มี 2 ประเภท

1 ทุนที่ขูดรีด กดขี่ แรงงาน เช่น พวกโรงงานนรกทั้งหลาย

2 ทุนที่ใช้การผูกขาด หรือกึ่งผูกขาด มาหาประโยชน์ จากกำไรส่วนเกิน พวกนี้ไม่ได้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต หรือ คิดนวตกรรมใหม่ๆให้โลก แต่อาศัยการผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดเป็นตัวสร้างผลกำไร เรียกเป็นภาษาเศรษฐศาสตร์ว่าพวกหากินกับค่าเช่าทางเศรษฐกิจ เช่นพวกหากินกับสัมปทาน ยิ่งเจ้าของสัมปทานมีอำนาจรัฐในมือยิ่งน่ากลัวทวีคูณ วันดีคืนดี นึกอยากจะแก้สัมปทานก็ทำ ดูกรณี ไอทีวีเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม หรือการพยายามจะแปรรูป รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

********* ก็ต้องสะกิดย้ำเตือนว่า “คอมมิวนิสต์” ไม่ใช่อุดมการณ์ แต่จะเป็นวิธีจัดการ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ*********

จึงไม่แปลกที่...ทำไม “สหายจรัส-สหายใหญ่” และผองเพื่อน...ถึงเลือกหยิบ “ชายหน้าเหลี่ยม” มาเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้...ก่อนหน้านี้

วันนี้เข้าใจแล้วว่าคอมไปอยู่กับทุนสามานย์ได้ยังไง

ทุน ศักดินาเก่าโดนกวาดไปตั้งแต่ปี 40 ตอนนี้แทบจะหมดพลังแล้ว ไม่สามารถโตอย่างก้าวกระโดดได้ จึงยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ภัยของพวกเราคือทุนใหม่ที่มาพร้อมกับอำนาจรัฐและความไร้ยางอาย พวกนี้จะเปลี่ยนกติกาตามใจชอบอาศัยเสียงมากลากไป ตัวอย่างที่ชัดเจน นอกจากการแก้สัมปทานไอทีวี ก็คือกรณีออก กฎหมายสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในกิจการโทรคมนาคม ก่อนปี 44 อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 49% หลังจากทักสินเป็นนายกเกิดความกลัวต่างชาติจะเข้ามาแข่งขัน จึงลดสัดส่วนเหลือเพียง 25% ทำให้การแข่งขันลดความดุเดือดลง

หลังปี 48 ตัวเองเห็นว่าธุรกิจมือถืออิ่มตัว อยากจะเอาเงินไปลงทุนธุรกิจอื่น โดยเฉพาะพลังงาน ก็เลยแก้กฎกลับเป็นอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 49% เหมือนเดิม แล้วอีกวัน สองวันก็ประกาศขายให้เทมาเสก อย่างงี้มันเล่นเปลี่ยนกฎเพื่อเอาเปรียบคนอื่น จะไม่รวยยังไงไหว

คนไทยต้องการทุนแบบนี้หรือ
ดำ

MGR

Label Cloud