Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Tuesday, September 1, 2009

อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว

MCOT News : อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว
อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว

ศาลอาญา 31 ส.ค.- อัยการ ฟ้อง 2 อดีต กกต. “ปริญญา - วีระชัย” ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว นัดตรวจหลักฐาน 12 ต.ค. ยื่น 120,000 บาท ประกันตัวไป ส่วนอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหมายให้ ป.ป.ช.ตามตัวมาฟ้องต่อไป

ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (31 ส.ค.) พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อายุ 65 ปี และ นายวีระชัย แนวบุญเนียร อายุ 60 ปี อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1 – 2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป.อาญา ม.157 ประกอบ ม.83 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ม.4

ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีต กกต. ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง นายจรัล บูรณพันธุ์ศรี อดีต กกต. (เสียชีวิตแล้ว) และจำเลยทั้ง 2 ซึ่งเป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐ ตาม ม.4 พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ฯ และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2541 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต โดย เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2547 จำเลยกับพวกร่วมกันประชุม แล้วมีมติเห็นชอบร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษของประธาน กรรมการ และ กกต. พ.ศ.2547 และให้ พล.ต.อ.วาสนา ประธาน กกต. ขณะนั้นออกระเบียบ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 กำหนดเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ ลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายเดือน ให้กับจำเลยกับพวก เดือนละ 20,000 บาท โดยให้ใช้บังคับย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2547 เป็นต้นไป ทั้งที่จำเลยทั้ง 2 กับพวก ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. 2547 พล.ต.อ.วาสนา ประธาน กกต. ได้ลงนามออกในระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 ฉบับลงวันที่ 3 ก.ย. 2547 อันเป็นการมีมติออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในวันที่ 6 ก.ย 2547 จำเลยกับพวกยังได้ประชุมแก้ไขระเบียบดังกล่าวในข้อ 2 จากเดิม “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2547 เป็นต้นไป” แก้เป็น “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2547 เป็นต้นไป” จากนั้น ในวันที่ 13 ก.ย. 2547 พล.ต.อ.วาสนา ยังได้ลงนามออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 ฉบับลงวันที่ 13 ก.ย. 2547 โดยแก้ไขข้อความในระเบียบเดิม กระทั่งวันที่ 28 ก.ย. 2547 จำเลยกับพวกได้อาศัยระเบียบดังกล่าว รับเงินค่าตอบแทนไปจากสำนักงาน กกต. คนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 100,000 บาท เหตุเกิดที่สำนักงาน กกต. อาคารศรีจุลทรัพย์ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.

ต่อมา พล.ต.อ.วาสนา พล.อ.จารุภัทร และ นายจรัล ได้ส่งเงินคืน สำนักงาน กกต. ชั้นไต่สวนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จำเลยทั้ง 2 ให้การปฏิเสธ โดยขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้ง 2 ต่อจากคดีที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 2 ในคดีทุจริตจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 รวม 2 สำนวน รวม 6 ปี ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นหมายเลขดำที่ อ.3015/2552 และนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 12 ต.ค. นี้ เวลา 09.00 น. ต่อมา ญาติทั้ง 2 คน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด คนละ 120,000 บาท ขอประกันตัว ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 120,000 บาท

ส่วน พล.ต.อ.วาสนา อดีตประธาน กกต. และ พล.อ.จารุภัทร อดีต กกต. และกลุ่มอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวม 13 คน ชุดที่มี นายกระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน และคณะผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา 3 คน ชุดที่มี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เป็นประธาน ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องด้วยนั้น

นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า อัยการฝ่ายคดีพิเศษ มีหนังสือแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ และแจ้งหมายให้ผู้ถูกกล่าวทั้งหมดทราบ มารายงานตัวต่ออัยการ ในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาแล้ว อย่างไรก็ดี ขณะนี้อัยการยังไม่ได้กำหนดวัน ว่าจะยื่นฟ้องเมื่อใด เนื่องจากต้องรอว่า ป.ป.ช. ดำเนินกระบวนการแจ้งหมาย ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบเป็นที่เรียบร้อยเมื่อใด ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะใช้เวลาภายในกี่วัน ในการส่งตัวผู้ถูกกล่าวหา

นายเศกสรรค์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุที่คดีของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีต กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนคดีที่ ป.ป.ช. ชุดที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ รวม 9 คน เป็นจำเลยในความผิดตามมาตรา 157 ที่ออกระเบียบขึ้นเงินเดือนตัวเอง เมื่อปี 2548 เนื่องจากตามกฎหมายระบุว่า นอกจาก ป.ป.ช. แล้ว องค์กรที่กระทำผิดให้ยื่นฟ้องคดีศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งให้ฟ้องอดีต กกต. และคณะผู้ตรวจการแผ่นดินฯ นั้น อัยการมีความเห็นตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และพิจารณาจากแนวทางคดี ที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้จำคุกประธานและกรรม ป.ป.ช. ทั้งคณะ 9 คน ชุดที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย เป็นประธาน คนละ 2 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ทั้งนี้ คดีความผิดตาม มาตรา 157 มีอัตราโทษจำคุก 1 - 10 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ .- สำนักข่าวไทย

>>ห้าปีมาแล้ว อัยการเพิ่งจะสั่งฟ้อง
เสื้อแดงที่รอคดีสนามบิน ก็รอไปพลางๆก่อน
ถ้าทำคดีเร็ว อัยการก็จะโดนกล่าวหาได้ว่า สองมาตรฐาน
:D - TDMZ


วุฒิสภาเห็นชอบ 6 ตุลาการศาลปกครองสูงสุดใหม่

MCOT News : วุฒิสภาเห็นชอบ 6 ตุลาการศาลปกครองสูงสุดใหม่
31 ส.ค. - ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 จำนวน 6 คน โดยได้ประชุมลับเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะลงมติ ผลปรากฎว่า

1.นายสุเมธ รอยกุลเจริญ อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้ 112 เสียง ไม่ออกเสียง 2 เสียง
2. นายสมชาย งามวงศ์ชน อธิบดีศาลปกครองสงขลา ได้ 110 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง
3.นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ รองอธิบดีศาลปกครองระยอง ได้ 109 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียงไม่ออกเสียง 4 เสียง
4.นายสุชาติ มงคลเลิศลพ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ได้ 109 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 ไม่ออกเสียง 4 เสียง
5.นายมนูญ ปุญญกริยากร รองปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ 102 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง ไม่ออกเสียง 5 เสียง และ
6. นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ ได้ 106 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 ไม่ออกเสียง 5 เสียง

ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบทั้ง 6 คนให้เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้หลังจากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้วจะส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดต่อไป.




Monday, August 31, 2009

จับคนSC โยงคลิปเสียงนายกฯ

โพสต์ ทูเดย์ - จับคนSCโยงคลิปเสียงนายกฯ
กองปราบสอบพนักงานเอสซีเอี่ยวคลิปเสียงนายกฯเตรียมขยายผลต่อ

วันนี้(31สิงหาคม) ที่กองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองกำักับการ1 จับกุม นายสมศักดิ์ แซ่อึง อายุ 38 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2511/2552 และน.ส.กันทิมา แต้มครู อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2512/2552 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2552 ข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน กรณีนำคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรีที่อ้างว่าสั่งการให้ใช้ความรุนแรง ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายน 2552

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.ได้เดินทางไปที่กองปราบปรามเพื่อสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ทำให้ทราบว่้า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นพนักงานบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีรังสิต ส่วนรายละเอียดในคดีนั้นผู้ต้องหาทั้งสองขอให้การในชั้นศาล จากนั้นได้ใช้เงินสดคนละ 1 แสนบาท เป็นหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว ซึ่งพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวออกไปได้ ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ พล.ต.ท.ไถง ได้มีคำสั่งห้ามตำรวจที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลใดๆกับสื่อมวลชน โดยอ้างว่าได้มีการปรึกษากับผู้หลักผู้ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดต่อคลิปเสียง แต่เป็นเพียงผู้ส่งไฟล์คลิปเสียงผ่านทางอีเมล์ของบริษัท เอสซี แอสเสทฯ โดยที่มาของคลิปเสียงนั้นพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับแจกแผ่นซีดีคลิปเสียงดังกล่าวมาอีกทอดหนึ่ง จากนั้น ได้มีการนำไฟล์ไปแปลงเพื่อให้สามารถส่งต่อผ่านอีเมล์บริษัทได้ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนขยายผลต่อไปว่าผู้ต้องหาได้แผ่นซีดีมาจากบุคคลใด และกำลังขยายผลเข้าตรวจค้นบริษัทเอสซี แอสเสทฯ ซึ่งเป็นที่ทำงานของคนทั้งสองเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมด้วย.


ศาลเลื่อนคดีจตุพรหมิ่นนายกฯอภิสิทธิ์

โพสต์ ทูเดย์ - ศาลเลื่อนคดีจตุพรหมิ่นนายกฯ
จตุพรอ้างติดสมัยประชุมศาลเลื่อนสอบคำให้การหมิ่นนายกฯ

วันนี้(31สิงหาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดพร้อมสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำที่ อ.404 /2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 12 ม.ค.52 นายจตุพร แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย กล่าวหานายอภิสิทธิ์ กระทำการมิบังควรตีตนเสมอพระเจ้าแผ่นดิน โดยนั่งเก้าอี้เทียบเสมอพระเจ้าแผ่นดินในการถวายรายงานราชการ

อย่างไรก็ตามวันนี้ นายจตุพร ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มอบให้นายองอาจ คำทอง ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดต่อศาลโดยระบุว่าจำเลย เป็น ส.ส. ขณะนี้อยู่ระหว่างสมัยประชุมสภา จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลเพื่อสอบคำให้การได้

นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความโจทก์ แถลงศาลว่า เนื่องจากการประชุมสภาจะปิดสมัยประชุมประมาณสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ดังนั้นเพื่อความสะดวกขอให้ศาลนัดพร้อมสอบคำให้การนายจตุพรคดีนี้ พร้อมกับอีกคดีที่นายจตุพร ตกเป็นจำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ฯ กรณี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 นายจตุพร ได้ปราศรัยด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชน จำนวนกว่าหมื่นคน ทำนองว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน และใส่ร้ายกลุ่มคนเสื้อแดง

ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุอันสมควรจึงนัดพร้อมสอบคำให้การนายจตุพร จำเลยคดีนี้ พร้อมกับคดีหมายลขดำ อ.1962/2552 ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.ด้านทนายความนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับคดีในชั้นสืบพยาน เบื้องต้นได้เตรียมพยานบุคคลไว้แล้วประมาณ 2 ปาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาเบิกความด้วยตนเองอย่างแน่นอน


4 เดือน ศูนย์รับเรื่องข้อมูลคนหาย จากการชุมนุมทางการเมือง

ไม่ว่าจะไม่มีใครหายไปจริงๆ
มีคนหายไปจริงๆ
หรือเชื่อว่ามีคนหายไปจริงๆ
หรืออยากจะให้คนเชื่อว่ามีคนหายไปจริงๆ

วันเวลาที่ผ่านมาน่าจะรวบรวมข้อมูลเพียงพอที่จะเสนอเป็นประเด็นทางการเมืองได้
4 เดือนผ่านไป กลับมีคลิปเสียงนายกอภิสิทธิ์ ผุดขึ้นมาแทนหลักฐานการหายตัวไปของผู้ก่อการจราจลกลางกรุง

วันนี้ เรื่องนี้หายไปจากความสนใจของหลายคน และสื่อต่างๆแล้ว
คงเหลือทิ้งไว้แต่ความเชื่อที่สร้างไว้ ในใจของคนไทยที่ได้รับรู้
ไม่ว่าจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ

ว่า

มีคนหายไปจริงๆ !!!???



กองปราบขยายผลปลอมคลิปเสียงนายกฯ

โพสต์ ทูเดย์ - กองปราบขยายผลคลิปเสียงนายกฯ
กองปราบบุกอาคารชินวัตรค้นคอมพิวเตอร์ขยายผลคลิปเสียงนายกฯ

วันนี้(31สิงหาคม) พ.ต.ท.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รองผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบ 4 นาย นำหมายค้นของศาลอาญา ไปที่อาคารชินวัตร 3 ชั้น 19 และ 20 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เอสซีแอทเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า พร้อมประสานนายพิชิฏ ชื่นบาน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของตระกูลชินวัตร เพื่อขอเข้าตรวจค้นคอมพิวเตอร์ของ 2 ผู้ต้องหาที่เผยแพร่คลิปตัดต่อเสียงของนายกรัฐมนตรี แต่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ออกมาจากบริษัท จึงนำโน้ตบุ๊กไปโอนถ่ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง ที่ 2 ผู้ต้องหาใช้เป็นประจำ เพื่อต้องการรู้ว่าทั้ง 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดต่อเสียงในคลิปหรือไม่

นายพิชิฏ ยืนยันว่า พนักงานทั้ง 2 คน ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ จึงส่งต่อให้พนักงานในบริษัท ไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่หรือตัดต่อเสียง แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั้ง 5 เครื่องอย่างละเอียด

ด้าน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนหาต้นตอผลิต และเผยแพร่คลิปเสียง เปิดเผยว่าแนวทางการสืบสวน ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน คือกลุ่มผู้ทำ ตัดต่อ และนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับรายงานว่าคืบหน้าโดยได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก แต่ยังไม่ขอเปิดเผยขบวนการที่สั่งการและแหล่งผลิต และยังไม่ชัดเจนว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนพนักงานบริษัทที่ถูกจับกุมน่าจะแค่นำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่น่าจะอยู่ในขบวนการ.


Label Cloud