Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Monday, November 9, 2009

กษิตยกเลิกMOUพื้นที่ทับซ้อน-ชงครม.10พย.

INN online
"กษิต ภิรมย์" แถลงยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ไทย-กัมพูชา เรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โฟนอิน แถลงยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อน บริเวณอ่าวไทย ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ที่กระทำขึ้นในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่า การที่รัฐบาลกัมพูชาตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจรจา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการผลักดันเรื่องดังกล่าว และรับรู้ท่าทีในการเจรจาของฝ่ายไทย ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่อาจเจรจากับฝ่ายกัมพูชาบนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้ ขณะที่การเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าว ในช่วงระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีผลความคืบหน้าเป็นรูปธรรมตามวัตถุประสงค์ กระทรวงการต่างประเทศ จึงเห็นควรให้ใช้แนวทางการเจรจาอื่นตามหลักของกฎหมายระหว่างประเทศแทน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุด้วยว่า จะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อพิจารณายกเลิก และแจ้งให้ทางการกัมพูชาทราบต่อไป


Saturday, November 7, 2009

"เตช"ชี้ปัญหาชายแดนแก้ยากขึ้น หลังไทยตอบโต้กัมพูชาตั้ง"ทักษิณ"

"เตช"ชี้ปัญหาชายแดนแก้ยากขึ้น หลังไทยตอบโต้กัมพูชาตั้ง"ทักษิณ" - Suthichaiyoon.com
"เตช"ชี้เรียกตัวทูตไทยกลับ กระทบสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ส่งผลปัญหาชายแดนแก้ยากขึ้น หลังไทยตอบโต้กัมพูชาตั้ง"ทักษิณ"-ทบทวนสัมพันธ์ ด้าน"ทักษิณ" ประกาศขอไปรับใช้กัมพูชาก่อน เย้ยนายกฯ "เด็กโอเวอร์รีแอค"

นายเตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับวันนี้ ว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงการลดระดับความสัมพันธ์ และแสดงให้เห็นถึงว่าประเทศไทยไม่พอใจกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งยอมรับว่าส่งผลให้บรรยากาศสองประเทศตรึงเครียดแน่นอน รวมถึงการแก้ปัญหาเขตแดนก็ยากขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมระดับผู้นำกรอบความร่วมประเทศลุ่มน้ำโขง ในวันที่ 6 พ.ย.ที่ญี่ปุ่น ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะมีโอกาสได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน ซึ่งเชื่อว่าอาจส่งผลให้ภาพรวม และความสัมพันธ์ 2 ประเทศดีขึ้น ไม่เสียหายไปเพราะคนๆ เดียว

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า เอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงพนมเปญจะเดินทางมาถึงเวลา 15.00 น.ในวันนี้

นายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ อธิบดีกรมพิธีการฑูต กล่าวว่า สำหรับกำหนดการหารือทวิภาคีของผู้นำไทย-กัมพูชานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนด ส่วนการประชุมเอเปค ที่สิงคโปร์วันที่ 15 พ.ย.นี้ ก็ยังไม่มีกำหนดเช่นกัน

สั่งทูตกลับประเทศ-ทบทวนสัมพันธ์

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งตอบโต้ทางการกัมพูชาทันที หลังจากอีกฝ่ายมีแถลงการณ์ แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา และที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และยืนยันที่จะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้แก่ไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหากได้รับการร้องขอ

เมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ (5 พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การแถลงของรัฐบาลประเทศกัมพูชา มีส่วนพาดพิงมาสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งตนเชื่อว่ากระทบต่อความรู้สึกของประชาชนพอสมควร ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็จะดำเนินการตามมาตรการ เพื่อให้กัมพูชาได้รับรู้ถึงความรู้สึกของประชาชนไทย และการพาดพิงกระบวนการภายในของเราอย่างนี้ ก็จะต้องดำเนินการตอบโต้ตามขั้นตอนทางการทูต ซึ่งตนจะสั่งการให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เป็นคนชี้แจงในรายละเอียดว่าการดำเนินการแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร

นายกฯ กล่าวอีกว่า มาตรการทั้งหมดที่เราจะทำโดยไม่ให้กระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน เพราะตนเชื่อว่าประชาชนไทยและประชาชนกัมพูชา ต้องการที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน แต่เมื่อรัฐบาลทำในสิ่งที่เป็นปัญหาก็จะเป็นการตอบโต้ในส่วนที่เป็นรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมลงด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะพยายามดูให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในแง่ของความร่วมมือที่รัฐบาลกัมพูชาเคยร้องขอมาก็คงต้องมาพิจารณา และให้กัมพูชารับทราบ

เมื่อถามต่อว่า จะถึงขั้นปิดชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการค้าขายชายแดนเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชน แต่ที่ตนได้หารือกับนายกษิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดว่าเราจะมาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการ ที่สำคัญประชาชนคนไทยต้องไม่เดือดร้อน

ต่อข้อถามว่าเบื้องต้นจะเรียกทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาตำหนิหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศจะชี้แจงในรายละเอียด พร้อมทั้งได้กล่าวต่อไปว่า ส่วนการช่วยเหลือในกรอบของภาพรวมต่อประชาชนกัมพูชานั้น รัฐบาลไทยไม่มีปัญหา ส่วนการช่วยเหลือระหว่างรัฐต่อรัฐ กระทรวงการต่างประเทศจะค่อยๆ ดำเนินการไป แต่ในเบื้องต้นต้องให้เขารับทราบถึงท่าทีของเราอย่างเป็นทางการก่อน

เรียกถกนายทหารระดับสูงบ้านพิษณุโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.นายกฯ ได้เดินทางไปยังบ้านพิษณุโลก และเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายนายเข้าพบ โดยคาดว่าน่าจะเป็นการหารือเรื่องปัญหาชายเเดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งปัญหาในจังหวัดชายเเดนภาคใต้ด้วย จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 08.00 น.

บัวแก้วออกแถลงการณ์ตอบโต้

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 5 พ.ย.ผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมกันนี้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า การแถลงข่าวในวันนี้สืบเนื่องมาจาก กัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา นอกจากนั้นก็ยืนยันที่จะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยตามสนธิสัญญาหากว่ามีการไปพำนักในประเทศ

....[อ่านต่อ]


Friday, November 6, 2009

เปลว สีเงิน | มนุษย์ผู้โง่ ๔ ประการ และโทษสถานเดียว

มนุษย์ผู้โง่ ๔ ประการ และโทษสถานเดียว | ไทยโพสต์
นอกจากหน่อไม้ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่คนอายุมากอย่าไปกินหน่อไม้มาก เพราะจะทำให้ปวดข้อ-ปวดกระดูก เมื่อวานนี้ (๕ พ.ย.๕๒) เห็นตื่นเต้นกันแต่เช้าด้วยเรื่องฮุน เซน ตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว และเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา พอตกบ่าย นายกฯ อภิสิทธิ์ก็พิทักษ์ศักดิ์ศรีประเทศด้วยมาตรการขั้นต้น "เรียกทูตไทยในกัมพูชากลับ" ก่อนบินไปประชุมที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะได้เจอหน้าเจอตาฮุน เซน และร่วมโต๊ะกันด้วยที่นั่น

ไม่ต้องไปตื่นเต้น-ทุกข์ร้อนอะไรกันไปหรอกครับ เป็นเหตุการณ์กระจอกที่ผู้นำเถื่อน-ถ่อยประเทศหนึ่งกวนโอ๊ย กวนมากๆ เข้าก็เบิ๊ดกะโหลกเป็นการสั่งสอนมันไปซะที สำคัญพวกเราคนไทยด้วยกัน รวมถึงนักการเมือง ต้องแยกแยะ และจัดเส้นแบ่งให้ถูก

ระหว่าง "ประเทศชาติของเรา" กับคนที่มา "หยามลบหลู่" ประเทศชาติของเรา!

และต้องเข้าใจกรณีนี้ให้ตรง ไทยเราไม่ได้มีปัญหา หรือโกรธแค้นกับประชาชนชาวกัมพูชา หากแต่ "สมเด็จฮุน เซน" ผู้นำรัฐบาลของเขา "สร้างปัญหา" ด้วยไร้มรรยาท-ขาดวุฒิภาวะแบบจงใจกับไทยเราเอง...[อ่านต่อ]


ชวน ตอกฮุนเซน ตอบแทนทักษิณ

โพสต์ ทูเดย์ - Breaking News - ชวนตอกฮุนเซนตอบแทนทักษิณ
ชวน ตอกฮุนเซน ช่วยทักษิณ เพื่อตอบแทนบุญคุณ ช่วยชนะเลือกตั้ง
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลกัมพูชาประกาศตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุน เซน และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้งยืนยันจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ไทย หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพำนักในกัมพูชา ว่า การตอบโต้กรณีดังกล่าว ถือว่ารัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการเรียกเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย

“รัฐบาลได้ดำเนินการตอบโต้ไปแล้ว แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า กรณีเป็นการตอบแทนบุญคุณพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ของสมเด็จฮุน เซน ที่กลุ่มรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งกัมพูชา บุญคุณตรงนี้ คงทำให้สมเด็นฮุน เซน นึกถึง และเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น” นายชวน กล่าว


แก้รัฐธรรมนูญ ได้อะไร?


Tuesday, October 13, 2009

'กอร์ปศักดิ์'โพสต์ลงบล็อก ต้องอยู่อย่างเข้มแข็ง

Daily News Online > 'กอร์ปศักดิ์'โพสต์ลงบล็อกต้องอยู่อย่างเข้มแข็ง
ระบุเป็นคนแรกที่ถูกลดตำแหน่ง ยันไม่เกี่ยง แบบบไหนก็รับได้ทั้งนั้น หรือที่เรียกว่า 'อยู่อย่างเข้มแข็ง'

วันนี้(13 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้เขียนลงบล็อกตนเอง ในเว็บไซต์ โอ.เค.เนชั่น ในหัวข้อ 'อยู่อย่างเข้มแข็ง' เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เป็นคนแรกที่ถูกโยกตำแหน่งจากรองนายกฯ ไปเป็นเลขาธิการนายกฯ และถือว่าเป็นการลดตำแหน่ง พูดยากว่าเป็นการทำงานไม่เข้าตากรรมการหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่ากรรมการคือใคร แต่ขอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เป็นที่ถูกใจ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นด้วยการจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมกว่า 1 แสนล้านบาทเพื่อชะลอปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น และระยะที่ 2 ด้วยการจัดทำโครงการไทยเข้มแข็ง ในช่วง 6 เดือนแรกและระยะที่ 2

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปงานนโยบายที่ต้องดำเนินการคือการปรับปรุงภาษีทั้งระบบแม้จะพูดกันมาหลายรัฐบาลแต่ทำไม่ค่อยสำเร็จ การกำหนดยุทธศาสตร์ทางออกที่รัฐบาลต้องเริ่มคิด โดยต้องเป็นนโยบายเพื่อสามารถจัดงบสมดุลได้โดยเร็วรวมถึงนโยบายด้านพลังงานเพื่อใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้อาจไม่อยู่นานพอ แต่ก็ต้องวางรากฐานไว้สำหรับรัฐบาลหน้า

นายกอร์ปศักดิ์ ยังระบุอีกว่า นโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติวางไว้หมดแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องของการแปรนโยบายให้เกิดขึ้นจริงตามเป้าที่เรียกว่าเอ็กซ์คลูชั่น โดยเครื่องมือของรัฐบาลที่สำคัญคือ ข้าราชการที่เป็นผู้ปฎิบัติ ถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้นโยบายเกิดขึ้นจริงตามเป้าหมาย และคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะนอนไม่หลับตรงที่ทำให้นโยบายเป็นจริง แต่ถ้านายกฯ มีรัฐมนตรีในทีมงานที่เก่ง ติดตามงานของกระทรวงได้อย่างดีเยี่ยม เชื่อว่าการทำให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายใดก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะทำให้นายกฯที่โชคดีท่านนั้นได้นอนหลับสบายแน่นอน

“ในโลกแห่งความเป็นจริง คนเป็นนายกฯมักจะหลับไม่เต็มตื่น ท้ายที่สุดก็ต้องมีหน่วยงานของตนเองโดยเฉพาะเพื่อใช้ติดตามงาน ตรงนี้แหล่ะคือบทบาทของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และถ้านายกฯใช้งานสำนักงานเลขาฯเต็มรูปแบบ คนเป็นเลขาธิการฯจะรับผิดชอบงานค่อนข้างมาก ถ้าจะเปรียบเทียบกับตำแหน่ง Chief of staff ของทำเนียบขาว ก็คงไม่ผิดไปนัก และถ้านายกฯ มีรัฐมนตรีเก่งๆ งานส่วนนี้จะเบา เพราะนายกฯไม่ต้องติดตามงานที่ทำให้เกิดขึ้นได้จริง สำหรับผมเองไม่เกี่ยงแบบไหนรับได้ทั้งนั้นหรือเรียกว่าอยู่อย่างเข้มแข็งนั่นเอง” นายกอร์ปศักดิ์ ระบุ.



Label Cloud