skip to main |
skip to sidebar
มนุษย์ผู้โง่ ๔ ประการ และโทษสถานเดียว | ไทยโพสต์นอกจากหน่อไม้ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่คนอายุมากอย่าไปกินหน่อไม้มาก เพราะจะทำให้ปวดข้อ-ปวดกระดูก เมื่อวานนี้ (๕ พ.ย.๕๒) เห็นตื่นเต้นกันแต่เช้าด้วยเรื่องฮุน เซน ตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว และเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา พอตกบ่าย นายกฯ อภิสิทธิ์ก็พิทักษ์ศักดิ์ศรีประเทศด้วยมาตรการขั้นต้น "เรียกทูตไทยในกัมพูชากลับ" ก่อนบินไปประชุมที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะได้เจอหน้าเจอตาฮุน เซน และร่วมโต๊ะกันด้วยที่นั่น
ไม่ต้องไปตื่นเต้น-ทุกข์ร้อนอะไรกันไปหรอกครับ เป็นเหตุการณ์กระจอกที่ผู้นำเถื่อน-ถ่อยประเทศหนึ่งกวนโอ๊ย กวนมากๆ เข้าก็เบิ๊ดกะโหลกเป็นการสั่งสอนมันไปซะที สำคัญพวกเราคนไทยด้วยกัน รวมถึงนักการเมือง ต้องแยกแยะ และจัดเส้นแบ่งให้ถูก
ระหว่าง "ประเทศชาติของเรา" กับคนที่มา "หยามลบหลู่" ประเทศชาติของเรา!
และต้องเข้าใจกรณีนี้ให้ตรง ไทยเราไม่ได้มีปัญหา หรือโกรธแค้นกับประชาชนชาวกัมพูชา หากแต่ "สมเด็จฮุน เซน" ผู้นำรัฐบาลของเขา "สร้างปัญหา" ด้วยไร้มรรยาท-ขาดวุฒิภาวะแบบจงใจกับไทยเราเอง...[อ่านต่อ]
โพสต์ ทูเดย์ - Breaking News - ชวนตอกฮุนเซนตอบแทนทักษิณชวน ตอกฮุนเซน ช่วยทักษิณ เพื่อตอบแทนบุญคุณ ช่วยชนะเลือกตั้ง
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลกัมพูชาประกาศตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุน เซน และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้งยืนยันจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ไทย หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพำนักในกัมพูชา ว่า การตอบโต้กรณีดังกล่าว ถือว่ารัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการเรียกเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย
“รัฐบาลได้ดำเนินการตอบโต้ไปแล้ว แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า กรณีเป็นการตอบแทนบุญคุณพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ของสมเด็จฮุน เซน ที่กลุ่มรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งกัมพูชา บุญคุณตรงนี้ คงทำให้สมเด็นฮุน เซน นึกถึง และเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น” นายชวน กล่าว
Daily News Online > 'กอร์ปศักดิ์'โพสต์ลงบล็อกต้องอยู่อย่างเข้มแข็งระบุเป็นคนแรกที่ถูกลดตำแหน่ง ยันไม่เกี่ยง แบบบไหนก็รับได้ทั้งนั้น หรือที่เรียกว่า 'อยู่อย่างเข้มแข็ง'
วันนี้(13 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้เขียนลงบล็อกตนเอง ในเว็บไซต์ โอ.เค.เนชั่น ในหัวข้อ 'อยู่อย่างเข้มแข็ง' เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เป็นคนแรกที่ถูกโยกตำแหน่งจากรองนายกฯ ไปเป็นเลขาธิการนายกฯ และถือว่าเป็นการลดตำแหน่ง พูดยากว่าเป็นการทำงานไม่เข้าตากรรมการหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่ากรรมการคือใคร แต่ขอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เป็นที่ถูกใจ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นด้วยการจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมกว่า 1 แสนล้านบาทเพื่อชะลอปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น และระยะที่ 2 ด้วยการจัดทำโครงการไทยเข้มแข็ง ในช่วง 6 เดือนแรกและระยะที่ 2
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปงานนโยบายที่ต้องดำเนินการคือการปรับปรุงภาษีทั้งระบบแม้จะพูดกันมาหลายรัฐบาลแต่ทำไม่ค่อยสำเร็จ การกำหนดยุทธศาสตร์ทางออกที่รัฐบาลต้องเริ่มคิด โดยต้องเป็นนโยบายเพื่อสามารถจัดงบสมดุลได้โดยเร็วรวมถึงนโยบายด้านพลังงานเพื่อใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้อาจไม่อยู่นานพอ แต่ก็ต้องวางรากฐานไว้สำหรับรัฐบาลหน้า
นายกอร์ปศักดิ์ ยังระบุอีกว่า นโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติวางไว้หมดแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องของการแปรนโยบายให้เกิดขึ้นจริงตามเป้าที่เรียกว่าเอ็กซ์คลูชั่น โดยเครื่องมือของรัฐบาลที่สำคัญคือ ข้าราชการที่เป็นผู้ปฎิบัติ ถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้นโยบายเกิดขึ้นจริงตามเป้าหมาย และคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะนอนไม่หลับตรงที่ทำให้นโยบายเป็นจริง แต่ถ้านายกฯ มีรัฐมนตรีในทีมงานที่เก่ง ติดตามงานของกระทรวงได้อย่างดีเยี่ยม เชื่อว่าการทำให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายใดก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะทำให้นายกฯที่โชคดีท่านนั้นได้นอนหลับสบายแน่นอน
“ในโลกแห่งความเป็นจริง คนเป็นนายกฯมักจะหลับไม่เต็มตื่น ท้ายที่สุดก็ต้องมีหน่วยงานของตนเองโดยเฉพาะเพื่อใช้ติดตามงาน ตรงนี้แหล่ะคือบทบาทของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และถ้านายกฯใช้งานสำนักงานเลขาฯเต็มรูปแบบ คนเป็นเลขาธิการฯจะรับผิดชอบงานค่อนข้างมาก ถ้าจะเปรียบเทียบกับตำแหน่ง Chief of staff ของทำเนียบขาว ก็คงไม่ผิดไปนัก และถ้านายกฯ มีรัฐมนตรีเก่งๆ งานส่วนนี้จะเบา เพราะนายกฯไม่ต้องติดตามงานที่ทำให้เกิดขึ้นได้จริง สำหรับผมเองไม่เกี่ยงแบบไหนรับได้ทั้งนั้นหรือเรียกว่าอยู่อย่างเข้มแข็งนั่นเอง” นายกอร์ปศักดิ์ ระบุ.

ส.ว.แนะทีโอทีเปิดประมูลคลื่น3จีอย่างเสรี-พิรุธตีเช็ค1500ล้าน - กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์"ไพบูลย์"แนะ"ทีโอที"เปิดประมูลเสรีคลื่น3จีมูลค่า2.6หมื่นล้าน พบข้อมูลเซ็นเช็คให้บริษัทการตลาดในเครือ 1,500ล้านอย่างเร่งรัด หวั่นต่างชาติฮุบ
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและพนักงานบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ขอให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อดำเนินโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาทของบริษัททีโอที ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยจะมีการใช้วงเงินกู้จากโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากล
โดยเรื่องนี้มีต่อเนื่องมาตั้งแต่ทีโอทีดำเนินโครงการในนามบริษัท เอซีทีโมบายล์ ซึ่งในขณะนั้นมีปัญหาการจัดซื้ออุปกรณ์มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท และบริษัท ไทยโมบายล์ ก็มีปัญหาการตลาดจนขาดทุนย่อยยับ ล่าสุด ระบุว่ามีการลงนามในเช็คจ่ายให้บริษัทที่รับจ้างบริหารด้านการตลาดใบเดียวเป็นเงิน 1,500 ล้านบาทอย่างเร่งรัดผิดปกติ ทั้งที่บริษัทนี้มีแต่จะทำให้ทีโอทีขาดทุนมากมาย
"พอเห็นข้อมูลก็รู้สึกคล้ายๆ กับเรื่องรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างมหาศาลและอาจมีการได้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคา ซึ่งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ 3 จี ของทีโอที ไม่ควรจะใช้เงินกู้ไปซื้อมาดำเนินการตลาดเอง เพราะจะมีแต่ขาดทุน แต่ควรเอาสิทธิในคลื่น 3 จีจำนวน 30 เมกกะไบต์ มาแบ่งเป็น 3 สัญญา แล้วเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลคลื่นเพื่อไปดำเนินการ เพราะจะทำให้ทีโอที มีรายได้ทันทีเป็นหมื่นๆ ล้านบาท ซึ่งกลุ่ม 40 ส.ว. จะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปในวันที่ 8 ตุลาคม" นายไพบูลย์ กล่าว
ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯกำลังศึกษาเรื่องที่ กสท.จะทำการเปิดประมูลระบบ 3 จี ในเร็วๆนี้ ซึ่งกมธ.เกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายมิติ เช่นด้านความมั่นคงของชาติ และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิบริษัท ทศท.คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เกรงว่าการเปิดประมูลครั้งนี้จะทำให้บริษัทเครือข่ายสื่อสารยักษ์ใหญ่ของต่างชาติ จะได้รับสัมปทานไปทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ตัดโอกาสธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมของไทย รวมทั้งจะทำให้ กสท.และทศท.ถูกแย่งชิงทรัพยากรนี้ไปด้วย ฝากถึงรัฐบาลต้องคำนึงถึงการสร้างรายได้จากการประมูลครั้งนี้ด้วย เข้าใจว่าการประมูลครั้งนี้ก็เป็นการหารายได้เข้าประเทศก็จริง แต่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของชาติเป็นหลัก และคิดถึงโอกาสภาคเอกชนไทยด้วย

Politics - Manager Onlineสมาชิกพรรคการเมืองใหม่เลือก “สนธิ” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค ขณะที่ “สมศักดิ์” นั่งรองหน.- “สุริยะใส” รั้งเลขาธิการพรรค "ประทีป"-ประพันธ์" -"ศรัญยู" นั่งกรรมการบริหารพรรค ด้านบรรยากาศเลือกตั้งเป็นไปอย่างชื่นมื่น
....
1.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นรองหัวหน้าพรรค
2.นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค
3.พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ เป็นเหรัญญิกพรรค
4.นายบรรจง นะแส เป็นกรรมการบริหารพรรค
5.นายประพันธ์ คูณมี เป็นกรรมการบริหารพรรค
6.นายสุทธิ อัฌชาศัย เป็นกรรมการบริหารพรรค
7.นายชาลี ลอยสูง เป็นกรรมการบริหารพรรค
8.นายชุมพล สังข์ทอง เป็นนายทะเบียนพรรค
9.นางสาวอาภารัตน์ ชาติชุติกำจร เป็นกรรมการบริหารพรรค
10.นายสำราญ รอดเพชร เป็นโฆษกพรรค
11.นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง เป็นรองเลขาธิการพรรค
12.นางกิมอัง พงษ์นารายณ์ เป็นกรรมการบริหารพรรค
...
>>