Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label Noppadon P.. Show all posts
Showing posts with label Noppadon P.. Show all posts

Monday, October 5, 2009

"นพดล"ปัดข่าว"แม้ว"ออกจากดูไบ เตือน"เทพไท"ระวังปาก

Matichon Online
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างการตัดสินใจย้ายที่พำนักไปประเทศอื่น เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย กดดันกงสุลใหญ่ของประเทศไทยประจำประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ติดตามความเคลื่อนไหวและรายงานมายังไทยตลอดเวลา ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ อาจตัดสินใจย้ายไปพำนักในประเทศที่ไม่มีกงสุลไทย หรือเอกอัครราชทูตไทยประจำอยู่ในประเทศนั้นๆ ว่า ได้ตรวจสอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่อย่างเป็นปกติที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ ไม่มีการกดดันใดๆจากใครทั้งสิ้น

นายนพดล กล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มีความจงรักภักดีมากกว่าตน ว่า คำพูดดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาท ยืนยันว่าตนมีความจงรักภักดีเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน จริงๆ ไม่อยากจะให้ราคาหรือลดตัวไปตอบโต้กับนายเทพไท อยากให้ยุติการพูดแบบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ผูกขาดการรักชาติด้วยปากแต่เพียงผู้เดียว เรื่องที่อ่อนไหว ละเอียดอ่อนแบบนี้ไม่ควรเอามาเป็นประเด็นการเมือง ที่ผ่านมาเคยมีคนถูกศาลตัดสินให้จำคุกมาแล้ว เช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนตัวไม่อยากฟ้องร้องนายเทพไท เพราะเคยรู้จักกันมาก่อน ก็ขอฝากนายอภิสิทธิ์ให้เตือนโฆษกประจำตัวบ้าง วันนี้กรุงเทพโพลสำรวจผลออกมาว่า นายอภิสิทธิ์สอบตกได้คะแนนแค่ 4 กว่าจากเต็ม 10 คะแนน โดยเฉพาะเรื่องความปรองดอง ดังนั้นอย่าปล่อยให้โฆษกประจำตัวออกมาปล่อยมลพิษรายวัน สร้างความแตกแยกในสังคม


Wednesday, September 30, 2009

ป.ป.ช.มีมติเชือด'สมัคร-นพดล' หนุนเขมรขึ้นทะเบียนพระวิหาร

ป.ป.ช.มีมติเชือด'สมัคร-นพดล' หนุนเขมรขึ้นทะเบียนพระวิหาร - กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

ปปช.สั่งเชือด'สมัคร-นพดล'หนุนเขมรขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เตรียมส่งอัยการยื่นฟ้องศาลฎีกาฯ ส่วนรมต.รอดหมด เพราะรู้ข้อมูลในวันประชุม
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก และนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติชี้มูลความผิดคดีเขาพระวิหาร ว่า จากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2551 มีการประชุม ครม. โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดย ครม.ได้มีมติให้ความเห็นชอบในร่างคำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ในการสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลก ตามที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศเสนอ หลังจากนั้นในวันที่ 27 มิ.ย. 2551 ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยโดยมีคำสั่งห้ามมิให้ รมว.การต่างประเทศและครม. ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2551 เกี่ยวกับแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งยืนตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา เนื่องจากมีข้อความเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าแม้ในแถลงการณ์ร่วมจะไม่ปรากฏสาระสำคัญอย่างชัดเจนว่าเป็นหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่อันเป็นอาณาเขตของประเทศไทยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมด พบว่ามีความสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทย อันเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน และอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศต่อไปได้ นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังเห็นว่าการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่เป็นประเด็นโต้เถียงในเรื่องเส้นเขตแดน อีกทั้งเป็นประเด็นที่มีความแตกต่างด้านสังคมและการเมืองมาโดยตลอด การที่นายนพดลได้เจรจากับกัมพูชา ก่อนที่จะลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว พึงเล็งเห็นได้ว่าหากลงนามไปแล้วอาจก่อให้เกิดการแตกแยกทางความคิดของคนทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดวิกฤตด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อันมีผลกระทบด้านความมั่นคงทางสังคมอย่างกว้างขวาง

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติ 6 ต่อ 3 ว่านายนพดลและนายสมัครมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยในส่วนของนายนพดลนั้น มีพยานหลักฐานว่าดำเนินในลักษณะปิดบังอำพรางไม่โปร่งใส อีกทั้งมีหลักฐานแสดงว่านายนพดลมีมูลเหตุจูงใจอย่างอื่นแอบแฝง ซึ่งจากพยานหลักฐานนั้นน่าเชื่อว่านายนพดลรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้สำคัญเกินกว่าที่จะให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ โดยปราศจากการตรวจสอบของรัฐสภาและยังรู้ถึงความเสียหายที่เกิดจากสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทยและผลกระทบทางสังคม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้เจ้าหน้าที่เสนอผลเสียของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่นายนพดลไม่รับฟังแม้จะมีการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวางทั้งจากนักวิชาการ นักการเมืองและสื่อมวลชน แต่นายนพดลกลับตอบโต้อย่างรุนแรง

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานในสำนวนเมื่อพิจารณาประกอบกับสถานะทางการเมืองของนายนพดลในฐานะเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ ซึ่งต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตและผลกระทบทางสังคม ตลอดจนความเสียหายจากสภาวะและผลกระทบดังกล่าว ดังนั้นจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่านายนพดลกระทำไปโดยรู้ไปอย่างดีในความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงถือว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและคนไทยทุกคน นายนพดลจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนนายสมัครในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องรู้ดีถึงความอ่อนไหวของประเด็นที่จะทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องอาณาเขตและวิกฤตการณ์ทางสังคม อีกทั้งนายสมัครได้เป็นฝ่ายขอให้นายนพดลดำเนินการเพื่อช่วยเหลือสมเด็จฮุนเซน ในการเลือกตั้ง ในวันที่ 27 ก.ค. 2551 ซึ่งการนำผลประโยชน์ของประเทศชาติมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมืองต่างประเทศอย่างนี้ หากมองถึงสถานะทางการเมืองของนายสมัครที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นได้ว่าเป็นสิ่งเหลือเชื่อที่จะมีนักการเมืองคนใดจะมีความคิดเช่นนี้ นายสมัครจึงมีเจตนาร่วมกระทำความผิดกับนายนพดล โดย ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ถอดถอนนายสมัครและนายนพดลออกจากตำแหน่ง ตามความผิดตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ โดยให้ส่งเรื่องให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการต่อไป ส่วนผู้ถูกกล่าวที่เป็นรัฐมนตรีที่เหลือในรัฐบาลนายสมัครอีก 25 คนนั้น ซึ่งได้เข้าร่วมประชุมในการออกแถลงการณ์ร่วมด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีเจตนากระทำความผิดร่วมกับนายสมัครและนายนพดล เนื่องจากการดำเนินการของนายนพดลมีลักษณะเป็นงานทางวิชาการและทางเทคนิค การรับรู้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ เป็นการรับรู้ตามที่นายนพดลและนายสมัครแจ้งในที่ประชุมครม. ในเวลาอันสั้นเท่านั้น ผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้จึงไม่น่าจะรู้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่จะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตและความมั่นคงของประเทศ สำหรับข้าราชการที่ถูกกล่าวหาอีก 5 คนนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าไม่มีเจตนากระทำความผิดร่วมกับนายนพดลและนายสมัคร เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่าข้าราชการเหล่านี้ได้ล่วงรู้ถึงมูลเหตุจูงใจทางกาเมืองของนายสมัครและนายนพดล ที่จะช่วยเหลือพรรคการเมืองของกัมพูชา

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยนั้นจากการไต่สวนพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ส่วนนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งไปก่อน

เมื่อถามว่า จะมีการนำสำนวนส่งให้อัยการสูงสุดเมื่อไหร่ นายกล้าณรงค์ กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะรับรองมติการประชุม จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำสำนวนให้กรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คนลงนาม ก่อนที่จะส่งสำนวนทั้งหมดให้กับประธานวุฒิสภาและอัยการสูงสุด จากนั้นอัยการสูงสุดจะพิจารณาและส่งเรื่องต่อให้ศาลฎีกา แผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

เมื่อถามว่า การที่ป.ป.ช.ใช้คำว่า รู้ว่าอาจจะทำให้เสียดินแดน เหตุใดจึงเห็นว่า นายนพดลจงใจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นายวิชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นคำวิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตีความคำว่า สนธิสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตให้รวมถึงหนังสือสัญญาที่มีบทต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตด้วย โดยเฉพาะกรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เกิดจากภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทย จึงเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลต่ออาญาเขต ฉะนั้นในการวินิจฉัยการกระทำของนายสมัครและนายนพดลมีเจตนาหรือไม่นั้น จะอยู่ที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รู้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เป็นภาวะสุ่มเสี่ยงต่ออาณาเขตของประเทศไทย รวมถึงความผู้กล่าวหาทั้ง 2 รู้ถึงข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ทำให้ความมั่นคงของประชาชนกระทบอย่างรุนแรงหรือไม่ด้วย ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องถือว่ายุติตามนั้น คณะกรรมการหรือหน่วยงานอื่นจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้

เมื่อถามว่า ดูจากหลักฐานที่ป.ป.ช.พิจารณา ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายตรงข้ามนายนพดล นายวิชัย กล่าวว่า ไม่ใช่ เรานำมาทั้งฝ่ายเดียวกันและฝ่ายตรงข้ามนายนพดล โดยเฉพาะหลักฐานจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ อาทิ คำแถลงของนายนพดลและคำกล่าวของนายสมัครกรณีที่ขอให้นายนพดลช่วยเหลือสมเด็จฮุนเซนที่จะมีการเลือกตั้ง

นายกล้าณรงค์ กล่าวว่า เราไม่ได้นำหลักฐานฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามนายนพดลเท่านั้น แต่เราได้นำหลักฐานเป็นเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศและการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนที่จะมาวินิจฉัย

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ส่วนการชี้มูลนายสมัครนั้น เราดูจากพฤติการณ์ที่มีมาตั้งแต่ต้น รวมทั้งข้อความในคำแถลงการณ์ว่าในกรณีดังกล่าวมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไร ดังนั้นเอกสารหลักฐานในการชี้มูลของป.ป.ช.มีจำนวนหลายร้อยหน้า ซึ่งรวมทั้งสำเนาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย และทั้งหมดจะส่งให้อัยการสูงสุดต่อไป เพื่อส่งไปยังประธานวุฒิสภาต่อไปด้วย

เมื่อถามว่า กรณีของนายนพดลได้พิจารณาจากผลของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองด้วยใช่หรือไม่ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ศาลปกครองวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นเรื่องของศาลปกครอง เพียงแต่ป.ป.ช.ได้นำข้อวินิจฉัยดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต้องยืนยันว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันกับทุกองค์กร

ด้านนายวิชัย กล่าวว่า การพิจารณาความผิดเกี่ยวกับมาตรา 190 ก็ต้องดูว่าเขารู้อยู่แล้ว ถึงพฤติการณ์และข้อเท็จจริงนั้นหรือไม่ เนื่องจากเราจะอ้างว่าไม่รู้ข้อกฎหมายไม่ได้ แต่สำหรับข้อเท็จจริงอ้างว่าไม่รู้นั่นได้ เพราะถ้าอ้างว่า เข้าใจผิดในข้อกฎหมายว่า จะต้องนำเข้าสภาหรือไม่ อย่างนั้นไม่สามารถอ้างได้ และในกรณีนี้สิ่งที่ถูกประทุษร้ายคืออำนาจของรัฐสภาที่จะตรวจสอบการกระทำของฝ่ายบริหาร เพราะแต่เดิมถือว่าการทำสนธิสัญญาเป็นเอกสิทธิ์ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติจะไปยุ่งด้วยไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปลี่ยนหลักการว่า หากเป็นสนธิสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศแล้ว ฝ่ายรัฐสภาเท่านั้นที่จะให้ความเห็นชอบ แต่ฝ่ายบริหารดำเนินการโดยพลการไม่ได้ หากดำเนินการโดยพลการก็ถือว่าผิด ดังนั้นความสำคัญอยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ว่าไทยได้เปรียบหรือเสียเปรียบประเทศกัมพูชา

นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับเสียงของกรรมการป.ป.ช. 6 ต่อ 3 ที่ชี้มูลในครั้งนี้นั้น เสียงข้างน้อยจะเป็นใครบ้างคงบอกไม่ได้ ซึ่งความเห็นต่างในศาลนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดามาก บางครั้งในศาลเสียง 5 ต่อ 4 ยังเป็นของปกติเลย เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อการสู้ดีของนายนพดลหรือไม่ นายวิชัย กล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่ส่งผลใดๆ

ด้านนายกล้านรงค์ กล่าวว่า ในแต่ละเสียงที่มีมติซึ่งเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าไม่มีมูลให้คำร้องตกไปก็จะต้องอยู่ในสำนวนการไต่สวนด้วย หรือแม้แต่เสียงข้างน้อยหนึ่งเสียงที่เห็นว่าผิดทั้งหมดก็จะอยู่สำนวนการไต่สวนด้วยเช่นกัน ส่วนเสียงข้างมาก 5 เสียงที่เห็นว่ามีความผิดเฉพาะสองคนก็อยู่ในสำนวนการไต่สวน ดังนั้นเป็นเรื่องที่ป.ป.ช. ดำเนินการตามปกติ ถือเป็นวิจารณญาณเฉพาะเรื่อง


Tuesday, July 7, 2009

นพดลรับ แม้วโผล่มาเลย์จริงก่อนหนีไปฟิจิ

โพสต์ ทูเดย์ - แม้วโผล่มาเลย์จริงก่อนหนีไปฟิจิ
นพดลรับแม้วค้างมาเลย์1คืนจี้กษิตลาออกหมดความชอบธรรมแล้ว

นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพักที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียจึงได้มีการประสานเพื่อจับกุมว่า ตนได้รับการยืนยันจาก พ.ต.ท.ทักษิณแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซียจริง และนอนพักเพียง1คืนเพื่อแวะเติมน้ำมัน แล้วเดินทางออกไปประเทศฟิจิเท่านั้น โดยหลังจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมีกำหนดการจะเดินทางไปพบปะกับผู้นำและประมุขอีก 4 ประเทศด้วย

นอกจากนี้ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งภายหลังถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาด้วยว่า ตนคิดว่าไม่สามารถไปถามหาความรับผิดชอบจากนายกษิตได้ เพราะนายกษิตได้ยืนยันไปแล้วว่าจะไม่ลาออก และขณะเดียวกันตนอยากให้นายกษิต พิจารณาว่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นเป็นตำแหน่งสาธารณะ ที่มีไว้ให้สำหรับคนที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศทั้งนี้ หากนานาประเทศขาดความเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรี อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียอำนาจในการต่อรองได้.

อ่าน เพื่อนตท.10 โต้ข้อมูลถาวรปัดแม้วเข้ามาเลย์ เผยเสื้อแดงล้มแซยิดสนามหลวง

ติดตามข่าว นพดล ปัทมะ ทั้งหมด

Monday, June 29, 2009

“นพดล” ขย่ม “สุเทพ” จำนนต่อหลักฐานเขาพระวิหารเป็นของเขมร

Politics - Manager Online
อดีต รมว.ต่างประเทศ ได้ทีข่ม “เทพเทือก” จำนนต่อหลักฐาน ต้องฝืนกลืนน้ำลายตัวเอง เหตุปราสาทพระวิหาร เป็นของกัมพูชา โอ้อวดพร้อมยกโทษเรื่องราวในอดีต ทั้งหมด แต่ให้ไปขอโทษ ปชช.ที่สุ่มเสียงต่อการเกิดสงคราม

วันนี้ (28 มิ.ย.) นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เดินทางไปเจรจากับประเทศกัมพูชา หลังจากที่สถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียด ว่า กรณีที่ นายสุเทพ ระบุว่า ปราสาทพระวิหาร ศาลโลกได้ตัดสินไว้หลายสิบปีแล้ว ว่า เป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา และจะไม่โต้แย้ง ถือว่าเป็นฝันร้ายในอดีตนั้น ถือเป็นการกลับลำ 360 องศา กลืนน้ำลายตัวเอง แต่ในทางกลับกัน เป็นการยืนยันคำพูดของตน และรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ต้องขอบคุณ นายสุเทพ ที่ออกมาจำใจยอมรับความจริง แม้จะช้าไปหน่อย แต่ก็ทำให้คนไทยทราบข้อเท็จจริง ว่า ใครเป็นคนปกป้องดินแดนให้ประเทศไทย สถานการณ์วันนี้สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดสงคราม นายสุเทพ จึงต้องจำใจยอมรับความจริง เนื่องจากจำนนด้วยข้อเท็จจริง เมื่อครั้งที่เป็นฝ่ายค้านพูดอย่างหนึ่ง แต่พอมาเป็นรัฐบาลก็กลับพูดอีกอย่างหนึ่ง มุ่งแต่ทำลายล้างทางการเมือง โดยไม่คิดถึงปัญหาของประเทศชาติ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่จำเป็นต้องขอโทษตน แต่ให้ไปขอโทษประชาชนแทน

“ผมเป็นคนปกป้องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขายชาติจนประชาชนเข้าใจผิด แต่ผมยกโทษให้ อยากให้ทุกคนพูด และยอมรับความจริง นายกรัฐมนตรีก็เข้าใจผิดอย่างมากในเรื่องนี้ อยากให้ยอมรับความจริงเสียดีกว่า” นายนพดล กล่าว


Saturday, May 9, 2009

"นพดล" ยัน "ทักษิณ" ไม่โฟนอิน


โพสต์ ทูเดย์ - "นพดล" ยัน "ทักษิณ" ไม่โฟนอิน
ตำรวจคาดเสื้อแดงไม่ต่ำกว่า2หมื่นร่วมชุมนุมพรุ่งนี้ เตรียมกำลังจนท.450 นาย รับมือ ด้านเจ้าอาวาสวัดไผ่เขียว วอนอย่าอ้างชื่อวัด

นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ จะไม่มีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณอย่างแน่นอน ส่วนความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ประเทศตะวันออกกลาง แต่ไม่ทราบแน่ว่าอยู่ในประเทศใด

นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยใช้หนังสือเดินทางการทูต ที่ออกโดยรัฐบาลประเทศนิการากัว และพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีหนังสือเดินทางดังกล่าวเพียงฉบับเดียว ยังมีอีกหลายเล่ม ซึ่งทั้งหมดสามารถเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ได้ถูกต้องด้วย

ตร.คาดคนร่วมชุมนุม 2 หมื่น

พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 สั่งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 3 กองร้อย หรือ 450 นาย ในการดูแล รักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ที่วัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง

พร้อมกันนี้ ยังจะมีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ อย่างเข้มงวด 3 จุด คือ ถนนนาวงค์ ถนนแจ้งวัฒนะ และหน้าสำนักงานเขตดอนเมือง เบื้องต้นจากการประเมิน คาดว่าจะมีกลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดงเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ ประมาณ 2 หมื่นคน

เจ้าอาวาสวัดไผ่เขียว วอน อย่าอ้างชื่อวัด

พระครูชัยสารสุนทร เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม (วัดไผ่เขียว) ย่านดอนเมือง กล่าวว่า การจัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ทางวัดไม่ได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ของวัด เพราะไม่เคยต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เนื่องจากกิจของสงฆ์ต้องวางตัวเป็นกลาง ส่วนสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณลานกว้าง อยู่ห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน การที่แกนนำ นปช.อ้างว่าจัดงานที่วัด อาจทำให้คนเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมามีคนสอบถามบ่อยครั้ง เพราะคิดว่าวัดร่วมมือกับกลุ่ม นปช.

เจ้าอาวาสวัดไผ่เขียว กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาวัดไม่ได้รับผลกระทบ แม้จะมีการอ้างว่าการชุมนุมจะเกิดขึ้นที่วัดก็ตาม เพราะเมื่อประชาชนทราบข้อเท็จจริงก็เข้าใจ ส่วนการเอาชื่อวัดไปกล่าวอ้าง ตนคิดในทางที่ดีว่า คงเพราะจะทำให้ผู้มาร่วมชุมนุม เดินทางมาได้โดยสะดวก เพราะทุกคนรู้จักวัดไผ่เขียวเป็นอย่างดี


นพดล ยัน"ทักอิน"โฟนอินพรุ่งนี้


โพสต์ ทูเดย์ - นพดล ยัน"ทักอิน"โฟนอินพรุ่งนี้
อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมาย "ทักษิณ" ระบุ นายไม่โฟนอินเสื้อแดงชุมนุมพรุ่งนี้ ยัน ใช้พาสปอร์ตทูตนิการากัว

นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ จะไม่มีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณอย่างแน่นอน ส่วนความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ประเทศตะวันออกกลาง แต่ไม่ทราบแน่ว่าอยู่ในประเทศใด

นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยใช้หนังสือเดินทางการทูต ที่ออกโดยรัฐบาลประเทศนิการากัว และพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีหนังสือเดินทางดังกล่าวเพียงฉบับเดียว ยังมีอีกหลายเล่ม ซึ่งทั้งหมดสามารถเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ได้ถูกต้องด้วย
^
^
"ทักอิน"
พาดหัว "โฟนอินพรุ่งนี้"
เนื้อข่าว "ระบุ นายไม่โฟนอินเสื้อแดงชุมนุมพรุ่งนี้"

งงงง



Reblog this post [with Zemanta]

Saturday, April 25, 2009

นพดลขอบคุณป๋าเปรม หยุดเกมไล่ล่าทักษิณ


กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ - นพดลขอบคุณป๋าเปรม หยุดเกมไล่ล่าทักษิณ
"นพดล"ระบุขอบคุณ"ป๋าเปรม"หยุดเกมไล่ล่าอดีตนายกฯ ลั่นจะช่วยหยุดกระบวนการเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว

25เม.ย. นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ศัตรู ว่า ต้องขอขอบคุณพล.อ.เปรมที่บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ศัตรู ก็หวังว่าบารมีของพล.อ.เปรมซึ่งมีคนให้ความเคารพเชื่อฟังอยู่ไม่น้อย จะช่วยหยุดกระบวนการเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว เพราะหนูก็อยากกลับมาช่วยสร้างบ้านเหมือนกัน หลังจากที่ผ่านมาถูกรังแก ถูกไล่ล่ามาตลอด

นายนพดล กล่าวว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แถวๆทวีปแอฟริกา หาโอกาสในการลงทุนธุรกิจต่างๆ ซึ่งก็ได้รับเชิญจากหลายประเทศ อย่างไรก็ตามอดีตนายกฯยังคงอยากที่จะกลับมาประเทศไทย เพื่อช่วยพัฒนาด้านธุรกิจ และด้านอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งต้องรอดูบรรยากาศ รอดูการพัฒนาการของบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเป็นระยะนั้น เนื่องจากถูกกล่าวในหลายเรื่องๆที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะจากทีมงานโฆษกที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ถ้าหากรัฐบาลหยุดโจมตีหรือให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะหยุดก็ได้

nationchannel: นพดลเชื่อ"บารมีป๋าเปรมหยุดเกมเผาบ้านเผาเมือง

นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ศัตรู ว่า ต้องขอขอบคุณพล.อ.เปรมที่บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ศัตรู ก็หวังว่าบารมีของพล.อ.เปรมซึ่งมีคนให้ความเคารพเชื่อฟังอยู่ไม่น้อย จะช่วยหยุดกระบวนการเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว เพราะหนูก็อยากกลับมาช่วยสร้างบ้านเหมือนกัน หลังจากที่ผ่านมาถูกรังแก ถูกไล่ล่ามาตลอด ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แถวๆทวีปแอฟริกา หาโอกาสในการลงทุนธุรกิจต่างๆ ซึ่งก็ได้รับเชิญจากหลายประเทศ

อย่างไรก็ตามอดีตนายกฯยังคงอยากที่จะกลับมาประเทศไทย เพื่อช่วยพัฒนาด้านธุรกิจ และด้านอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งต้องรอดูบรรยากาศ รอดูการพัฒนาการของบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณยังคงให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเป็นระยะนั้น เนื่องจากถูกกล่าวในหลายเรื่องๆที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะจากทีมงานโฆษกที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ถ้าหากรัฐบาลหยุดโจมตีหรือให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะหยุดก็ได้

Reblog this post [with Zemanta]

Label Cloud