Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label Justice. Show all posts
Showing posts with label Justice. Show all posts

Saturday, September 26, 2009

จวกเพื่อไทยปล่อยข่าวลดความน่าเชื่อถือศาลไทย

Daily News Online > จวกเพื่อไทยปล่อยข่าวลดความน่าเชื่อถือศาลไทย
(26 ก.ย.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึง กรณีที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ระบุ คนสิงคโปร์ไม่กล้าขึ้นศาลไทย เพราะไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยว่า ขอตำหนิการให้ข่าวของ นายวรวัจน์ เพราะจากการเข้าพบเจ้าหน้าที่สถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยยืนยันว่า ประเทศสิงคโปร์ยังเคารพบูรณภาพของสถาบันตุลาการ ดังนั้น การกล่าวอ้างของ นายวรวัจน์ ไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นกระบวนการลดความน่าเชื่อถือของศาลไทย โดยการดึงประเทศอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอด...>>


โฆษกมาร์คตอกกลับ“แม้ว”ไม่กล้าพิสูจน์ความจริง

Daily News Online > โฆษกมาร์คตอกกลับ“แม้ว”ไม่กล้าพิสูจน์ความจริง
(26 ก.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุ ไม่มีใครกล้าให้ออกสื่อวิทยุ ทีวี รัฐบาลนี้กลัวความจริง ใจแคบ และขี้ตกใจ ว่า ขอชี้แจงว่า รัฐบาลนี้ไม่เคยกลัวความจริง พร้อมที่จะเผชิญข้อเท็จจริงทุกเรื่อง แต่คนที่กลัวความจริงก็คือ คนที่ไม่กล้าพิสูจน์ตัวเองกับศาลสถิตยุติธรรม เมื่อถูกตัดสินให้จำคุกจากการใช้อำนาจหน้าที่ ก็เป็นนักโทษหนีคุก ร่อนเร่พเนจรในต่างประเทศ และไม่กล้าที่จะกลับมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงในประเทศไทย จึงอยากถามว่า ใครกันแน่ที่มีพฤติกรรมกลัวความจริง ใจแคบ และขี้ตกใจ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่พูดเอาแต่ได้จริง ๆ เมื่อมีนักจัดรายการได้เชิญให้ออกรายการวิทยุ ก็ชมเชยว่า เป็นคนกล้า และมีอุดมการณ์ ลืมไปว่า ตัวเองมีสถานะเป็นนักโทษชายคนหนึ่งที่หลบหนีคดี จึงไม่มีสิทธิเหมือนบุคคลทั่วไป จึงไม่มีใครที่จะให้ออกรายการผ่านสื่อต่าง ๆ...>>


ป.ป.ช.ขอเปิดกฎหมายก่อนสอบทรัพย์สินผู้พิพากษา

Daily News Online > ป.ป.ช.ขอเปิดกฎหมายก่อนสอบทรัพย์สินผู้พิพากษา
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึง กรณีที่ชมรมกฎหมายภิวัฒน์ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินขององค์คณะผู้พิพากษาในคดีกล้ายางว่า ขณะนี้ตนยังไม่เห็นคำร้องดังกล่าว จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวม และทำความเห็นมาให้ก่อน เรื่องนี้ต้องดูข้อมูลว่า ป.ป.ช. มีอำนาจ และมีข้อกฎหมายให้ทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลฎีกาต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง...>>


Thursday, September 24, 2009

ควันหลงจากกรณียกฟ้องคดีกล้ายาง คตส.ซัด"อัยการ"ไม่ทำหน้าที่ทนายแผ่นดิน

ควันหลงจากกรณียกฟ้องคดีกล้ายาง คตส.ซัด"อัยการ"ไม่ทำหน้าที่ทนายแผ่นดิน - Suthichaiyoon.com
คตส.เดือดอัยการหยามหลังแพ้คดีกล้ายาง โต้เป็นทนายแผ่นดินแต่ไม่ทำหน้าที่ เที่ยววุ่นวายสร้างความสับสนในสังคม แฉมีกระบวนการดิสเครดิต หัวโจกกระบวนการยุติธรรมเป็นพยานให้จำเลย “สัก-นาม” มั่นใจคดี “หวยบนดิน” เอาผิดได้แน่ เหตุหลักฐานแน่น "ทักษิณ" เหน็บอดีตรัฐมนตรีย้ายฟากเพื่อรอดพ้นคดี จวกเป็นพวกนายหน้าค้าอำนาจ

อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ประกอบด้วย นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง นายกล้านรงค์ จันทิก นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก กอแสงเรือง และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ได้ประชุมหารือกัน หลังจากที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องคดีทุจริตกล้ายางพารา 90 ล้านต้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ออกมาโจมตีการทำงานของ คตส.ที่พ่ายแพ้คดี

นายสัก แถลงภายหลังการหารือว่า สาเหตุต้องแถลง เพราะโฆษกอัยการสูงสุดพาดพิง คตส. โดยมีการวิจารณ์สั่งสอน และหยามการทำงานของ คตส. โดย คตส.ขอชี้แจงว่า การแถลงครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฎีกา โดย คตส.ยอมรับ และถือเป็นข้อยุติ แต่กลับมีการกระทำของผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์กรหลักในกระบวนการยุติธรรมออกมาวิจารณ์

จึงอยากถามว่า หลังจากศาลพิพากษาแล้ว องค์กรอัยการมีหน้าที่ต้องออกมาชี้แจงหรือไม่ หากไม่มีหน้าที่แล้วออกมาชี้แจง ก็จะให้สังคมไปพิจารณาเอง เพราะทำให้สังคมวุ่นวายและทำให้องค์กรกระบวนการยุติธรรมเสื่อม ซึ่งมีมาแล้วหลายองค์กร ที่มีความเสื่อมมาจากผู้นำ

นายสัก กล่าวว่า ศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาว่า คตส.ได้แจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน และมีอำนาจเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถนำพยานในชั้นตรวจสอบมาใช้ในชั้นไต่สวนได้ ส่วนที่อัยการเห็นว่า คตส.ไม่มีอำนาจฟ้องเองจนจำเลยยกมาเป็นข้อต่อสู้ ศาลได้พิพากษาแล้วว่า คตส.มีอำนาจฟ้อง

“การที่บอกว่า คตส.ฟ้องคดีเองทำให้รัฐเสียหาย ต้องเสียค่าทนายความ เนื่องจากอัยการมีหน้าที่ฟ้องคดีแทนแผ่นดิน แต่ไม่ทำหน้าที่ กฎหมายจึงกำหนดให้ คตส.ต้องจัดหาทนายความฟ้องเอง โดยขอให้สภาทนายความ ส่งทนายความฟ้องความให้ จนขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายค่าทนายแต่อย่างใด จึงขอถามสังคมว่า ถึงเวลาสมควรแล้วหรือยัง ที่จะมีองค์กรอิสระภาคประชาชน มาทำหน้าที่ในกรณีที่องค์กรของรัฐไม่ทำหน้าที่ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน เกาหลี เหมือนสุภาษิตจีนที่ว่า อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล” นายสัก กล่าว

คตส.จวกอัยการดิสเครดิต

นายสัก กล่าวว่า การที่อัยการออกมาแถลงว่า จะฟ้องใครต้องมีหลักฐานเพียงพอที่ศาลจะลงโทษได้ ขอถามอัยการว่า ผลที่สุดแล้ว ผลแห่งคดีที่อัยการฟ้อง ไม่มีการยกฟ้องเลยใช่หรือไม่ แต่ปรากฏว่ามีผู้รับผิดชอบระดับสูงของกระบวนการยุติธรรม ไปเบิกความพยานฝ่ายจำเลย ทั้งคดีกล้ายาง และคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว และตอบคำถามทนายจำเลยบางประการว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อกฎหมาย มันเป็นเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวพัน ผลจึงออกมาในลักษณะนี้

"ขอยืนยันว่า คตส.ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกกล่าวหา และฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญา จากฝ่ายผู้ถูกตรวจสอบรวมกว่า 20 คดี แล้วยังต้องมาถูกกล่าวหาซ้ำเติม จากเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมของรัฐบางกลุ่มอีก ดังนั้น เราต้องจับตาดูว่า มีกระบวนการดิสเครดิตการทำงานของ คตส. ผ่านบางกลุ่ม บางพวกในองค์กรกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสังเกตได้ว่า กระบวนการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ คตส.ชี้มูลความผิดคดีซีทีเอ็กซ์"

มั่นใจคดี "หวย" เอาผิดได้แน่

นายสัก ยังตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากคดีกล้ายางแล้ว ขอให้รอดูคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว ในช่วงปลายเดือนก.ย.ว่า ศาลจะตัดสินอย่างไร เพราะจากการวิเคราะห์พบว่า 1.มติ ครม.ที่อนุมัติให้ออกหวยบนดินได้ ผิดกฎหมาย เพราะเป็นสลากกินรวบ ไม่ใช่สลากกินแบ่ง ถือเป็นการพนัน กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าผิด

2.มติ ครม.ที่อนุมัติให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ไม่ต้องนำเงินส่งกระทรวงการคลัง 28% ต้องถามว่า ครม.มีอำนาจยกเว้นการไม่นำเงินภาษีส่งคลังหรือไม่ เพราะถือว่า ไม่มีกฎหมายรองรับ และ 3.มติ ครม.ที่สั่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการศึกษาและการช่วยเหลือสังคม นำเงินไปใช้ในโครงการเพื่อสังคม ก็ถือว่า ไม่มีกฎหมายรองรับเช่นกัน

นายนาม กล่าวว่า ไม่หนักใจในการที่ศาลจะพิจารณาคดีหวยบนดินในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพราะมั่นใจในหลักฐานของ คตส. แต่การต่อสู้ในข้อกฎหมายย่อมมีทั้งบวกและลบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อศาลตัดสินออกมาอย่างไร คตส.ก็พร้อมรับ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง และเชื่อว่าคดีนี้ไม่มีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขึ้นกับดุลยพินิจของศาลในการปกป้องประโยชน์ของแผ่นดิน

"แก้วสรร" ซัดโฆษกอัยการ "พูดไม่สวย"

นายแก้วสรร กล่าวเสริมว่า คตส.คงไม่ไปฟ้องร้องโฆษกอัยการสูงสุด ที่ออกมาพาดพิงการทำงานของ คตส. แต่การพูดในลักษณะเช่นนี้ มันไม่สวย เพราะจะมีผลกระทบกับอีกหลายคดีที่รอการพิพากษาในชั้นศาล และใน ป.ป.ช.ซึ่งแต่ละคดีจะมีความแน่นและหนักเบาไม่เหมือนกัน ดังนั้น การพูดจึงไม่ควรมาก้าวล่วง คตส.เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่โฆษกอัยการสูงสุดออกมาพูดอย่างนี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะมีผู้บริหารสูงสุดของอัยการสูงสุด (อสส.) ตกเป็นจำเลยในคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์หรือไม่ นายแก้วสรร ตอบว่า คตส.ไม่บังอาจไปคิดก้าวล่วงอย่างนั้น เพราะยังมีเรื่องในชั้นศาลอีกหลายคดี ไม่อยากไปละเมิดศาล

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ คตส.แพ้คดีกล้ายาง เพราะมี คตส.บางคน ไปเป็นพยานฝ่ายจำเลยหรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า เขาเป็นคนที่ทนายจำเลย คณะกรรมการนโยบายพัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) อ้างอิงให้เป็นพยาน ซึ่งเขาเป็นเสียงส่วนน้อยใน คตส. ที่เห็นว่า คชก.ไม่มีความผิด เพราะเป็นการอนุมัติงบตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้นที่เขาต้องไปให้ปากคำ เพราะทำตามอำนาจศาลในการเรียกพยาน

"ทักษิณ" เหน็บอดีต รมต.ย้ายฟากเพื่อรอดคดี

เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ twitter.com ใน Thaksinlive ถึงการตัดสินคดีกล้ายาง ที่ศาลฎีกาฯ ยกฟ้องจำเลยทั้ง 44 คน โดยมีใจความว่า "จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผมรู้สึกเห็นใจและขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่ออดีตรัฐมนตรีที่ยังมั่นคงอยู่กับผมแต่โดนคดี ผมไม่ขัดข้องและไม่โกรธเลยถ้าท่านจะย้ายข้ามฟากเพื่อความรอดพ้น เพราะท่านมีครอบครัวต้องรับผิดชอบ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า แต่ข้ามฟากอย่างเดียวไม่พอ ท่านต้องเนียนด้วยการคลอเคลียใส่ความผมเยอะๆ และลืมไม่ได้ ต้องกล่าวทับถมระบอบทักษิณ ที่ครั้งหนึ่งท่านเคยว่าคนที่ว่าเรามาก่อน และข้อกล่าวหาที่ได้ผลชัด คือ ล้มล้างสถาบัน ทั้งๆ ที่ท่านรู้ดีว่าผมเทิดทูนสูง เพราะท่านก็เคยร่วมกับผมทำงานถวายอย่างมีความสุขมาหลายปีหลายงาน และเราก็เคยพูดกันใน ครม. ถ้าท่านทำได้ครบก็จะมีคนยกหูช่วยท่านให้หลุดพ้น

ผมขอให้โชคดีและพ้นคดีกันทุกคนนะครับ ถ้าเนียนจริงก็จะได้เป็นนายหน้าค้าอำนาจ ไม่ต้องห่วงผม ชีวิตผมต้องช่วยตัวเองครับ เกิดปีวัวกลางวันก็หนักหน่อย ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนก็สบายดีครับ ถึงแม้จะเหงาหน่อยแต่ก็จิตสงบดี เพราะไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระรายวัน คนที่นี่เขาใช้เวลาทำมาหากินอย่างมีกติกาครับ"

"พัชรวาท" ร้องศาล ปค.ล้มมติ ป.ป.ช.

นายสมบูรณ์ บุญญาภิรมย์ ทนายความที่รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งคณะ กรณีที่มีมติชี้มูลความผิด พล.ต.อ.พัชรวาท กระทำความผิดวินัยร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และมีความผิดอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ในการสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551

โดยขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยและชี้มูล และมติรับรองคำวินิจฉัยดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชดใช้ค่าเสียหาย ทดแทนความเสียหายที่เกิดแก่สิทธิ และเกียรติยศชื่อเสียง เป็นเงิน 50 ล้านบาท รวมทั้งขอให้ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย


Saturday, September 19, 2009

กองทุนฟื้นฟูฯฟ้องคุณหญิงพจมานคืนที่ดินรัชดาฯ

กองทุนฟื้นฟูฯฟ้องคุณหญิงพจมานคืนที่ดินรัชดาฯ - กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

กองทุนฟื้นฟูฯส่งอัยการยื่นฟ้องแพ่งคุณหญิงพจมาน ส่งคืนที่ดินย่านรัชดาฯ 4 แปลง 33 ไร่เศษ มูลค่า 772 ล้าน ชี้นิติกรรมสัญญาซื้อขายปี46 เป็นโมฆะ
ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายพศิน ทิพยรักษ์ พนักงานอัยการฝ่ายคดีแพ่ง รับมอบอำนาจจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย เรื่องโมฆะกรรม ขอให้ศาลเพิกถอนรายการจดทะเบียนขายโฉนดที่ดินรัชดาภิเษก 4 แปลงจำนวน 33 ไร่เศษมูลค่า 772 ล้านบาท และให้ส่งมอบการครอบครองที่ดินคืน

ตามฟ้องอัยการโจทก์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 46 คุณหญิงพจมาน จำเลย เข้าร่วมยื่นซองประกวดราคาซื้อที่ดินดังกล่าวต่อมา กองทุนฯ ประกาศให้เป็นผู้ชนะในการซื้อที่ดิน 4 แปลงในราคาสูงสุดเป็นเงิน 772 ล้านบาทโดยกองทุนฯ และคุณหญิงพจมาน จำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สินเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 46 และได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิที่ดินให้กับคุณหญิงพจมาน จำเลยในวันที่ 30 ธ.ค. 46 โดยสัญญาซื้อขายที่ดินมีข้อความว่า กองทุนฯ โจทก์ ผู้ขายตกลงยอมขาย และคุณหญิงพจมาน จำเลย ผู้ซื้อตกลงยอมซื้อ

แต่ต่อมาภายหลังจากทำสัญญาซื้อขาย คุณหญิงพจมาน จำเลย และ พ.ต.ท.ทักษิณ สามี ถูกอัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จากกรณีที่คุณหญิงพจมาน จำเลยคู่สมรสของ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าเป็นคู่สัญญาทำสัญญาซื้อขายที่ดิน 4 แปลงกับกองทุนฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่อยู่ในอำนาจกำกับดูแลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาวันที่ 17 ก.ย. 51 ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดให้จำคุก 2 ปี

การที่คุณหญิงพจมาน จำเลยเสนอตัวเข้ายื่นซองจนชนะการประกวดและเข้าทำนิติกรรมสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายที่ดินกับกองทุนฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่นายกฯ เป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแล โดยคุณหญิงพจมาน จำเลยรู้และตระหนักดีว่าตนเองเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นการเข้าทำนิติกรรมสัญญาย่อมเป็นการทำโดยมีวัตถุประสงค์ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนรวม และส่วนตัวซึ่งต้องห้ามตามพ.ร.บ.ว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 100

เมื่อคุณหญิงพจมาน จำเลย มีเจตนาจงใจเข้าทำนิติกรรมสัญญาทั้งที่ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้ง 4 แปลงจึงตกเป็นโมฆะทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 ซึ่งมีผลทำให้การจดทะเบียนซื้อขายที่ดินวันที่ 30 ธ.ค. 46 ระหว่างกองทุนฯ โจทก์ กับคุณหญิงพจมาน จำเลยเป็นอันสิ้นผล ไม่มีผลบังคับใช้ไปด้วย คุณหญิงพจมาน จำเลยจึงมีภาระต้องดำเนินการให้เจ้าพนักงานที่ดิน สาขาห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ทำการเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดิน และให้ส่งมอบคืนต้นฉบับโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลงที่ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วให้กับกองทุนฯ พร้อมทั้งต้องส่งมอบการครอบครองที่ดินในสภาพสมบูรณ์เช่นเดิมโดยปราศจากภาระผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น

กองทุนฯ โจทก์เคยมีหนังสือแจ้งให้คุณหญิงพจมาน จำเลยดำเนินการ แต่ยังไม่ดำเนินการเมื่อกองทุนฯ โจทก์ไม่มีวิธีอื่นบังคับจึงต้องนำคดีมาฟ้อง และขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สินและหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน 4 แปลงระหว่างกองทุนฯ โจทก์ กับคุณหญิงพจมาน จำเลยตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย และให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายที่ดินวันที่ 30 ธ.ค. 46 พร้อมทั้งให้นำต้นฉบับโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลงคืนให้กองทุนฯ โจทก์ โดยให้คุณหญิงพจมาน จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและภาษีพร้อมค่าทนายความ หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแพ่งเป็นการแสดงแทนเจตนาคุณหญิงพจมาน จำเลยดำเนินการส่งโฉนดคืนแก่กองทุนฯ

ทั้งนี้ศาลแพ่งประทับรับฟ้องคดีไว้เป็นคดีดำที่ 5379/2552 และนัดให้ กองทุนฯ และคุณหญิงพจมานมาศาลเพื่อกำหนดประเด็นการสืบพยานต่อไป




Tuesday, September 1, 2009

อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว

MCOT News : อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว
อัยการฟ้อง 2 อดีต กกต.ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว

ศาลอาญา 31 ส.ค.- อัยการ ฟ้อง 2 อดีต กกต. “ปริญญา - วีระชัย” ขึ้นเงินเดือนตัวเองแล้ว นัดตรวจหลักฐาน 12 ต.ค. ยื่น 120,000 บาท ประกันตัวไป ส่วนอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหมายให้ ป.ป.ช.ตามตัวมาฟ้องต่อไป

ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (31 ส.ค.) พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อายุ 65 ปี และ นายวีระชัย แนวบุญเนียร อายุ 60 ปี อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1 – 2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป.อาญา ม.157 ประกอบ ม.83 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ม.4

ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีต กกต. ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง นายจรัล บูรณพันธุ์ศรี อดีต กกต. (เสียชีวิตแล้ว) และจำเลยทั้ง 2 ซึ่งเป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐ ตาม ม.4 พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ฯ และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2541 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต โดย เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2547 จำเลยกับพวกร่วมกันประชุม แล้วมีมติเห็นชอบร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษของประธาน กรรมการ และ กกต. พ.ศ.2547 และให้ พล.ต.อ.วาสนา ประธาน กกต. ขณะนั้นออกระเบียบ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 กำหนดเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ ลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายเดือน ให้กับจำเลยกับพวก เดือนละ 20,000 บาท โดยให้ใช้บังคับย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2547 เป็นต้นไป ทั้งที่จำเลยทั้ง 2 กับพวก ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. 2547 พล.ต.อ.วาสนา ประธาน กกต. ได้ลงนามออกในระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 ฉบับลงวันที่ 3 ก.ย. 2547 อันเป็นการมีมติออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในวันที่ 6 ก.ย 2547 จำเลยกับพวกยังได้ประชุมแก้ไขระเบียบดังกล่าวในข้อ 2 จากเดิม “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2547 เป็นต้นไป” แก้เป็น “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2547 เป็นต้นไป” จากนั้น ในวันที่ 13 ก.ย. 2547 พล.ต.อ.วาสนา ยังได้ลงนามออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. พ.ศ.2547 ฉบับลงวันที่ 13 ก.ย. 2547 โดยแก้ไขข้อความในระเบียบเดิม กระทั่งวันที่ 28 ก.ย. 2547 จำเลยกับพวกได้อาศัยระเบียบดังกล่าว รับเงินค่าตอบแทนไปจากสำนักงาน กกต. คนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 100,000 บาท เหตุเกิดที่สำนักงาน กกต. อาคารศรีจุลทรัพย์ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.

ต่อมา พล.ต.อ.วาสนา พล.อ.จารุภัทร และ นายจรัล ได้ส่งเงินคืน สำนักงาน กกต. ชั้นไต่สวนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จำเลยทั้ง 2 ให้การปฏิเสธ โดยขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้ง 2 ต่อจากคดีที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 2 ในคดีทุจริตจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 รวม 2 สำนวน รวม 6 ปี ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นหมายเลขดำที่ อ.3015/2552 และนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 12 ต.ค. นี้ เวลา 09.00 น. ต่อมา ญาติทั้ง 2 คน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด คนละ 120,000 บาท ขอประกันตัว ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 120,000 บาท

ส่วน พล.ต.อ.วาสนา อดีตประธาน กกต. และ พล.อ.จารุภัทร อดีต กกต. และกลุ่มอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวม 13 คน ชุดที่มี นายกระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน และคณะผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา 3 คน ชุดที่มี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เป็นประธาน ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องด้วยนั้น

นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า อัยการฝ่ายคดีพิเศษ มีหนังสือแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ และแจ้งหมายให้ผู้ถูกกล่าวทั้งหมดทราบ มารายงานตัวต่ออัยการ ในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาแล้ว อย่างไรก็ดี ขณะนี้อัยการยังไม่ได้กำหนดวัน ว่าจะยื่นฟ้องเมื่อใด เนื่องจากต้องรอว่า ป.ป.ช. ดำเนินกระบวนการแจ้งหมาย ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบเป็นที่เรียบร้อยเมื่อใด ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะใช้เวลาภายในกี่วัน ในการส่งตัวผู้ถูกกล่าวหา

นายเศกสรรค์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุที่คดีของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีต กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนคดีที่ ป.ป.ช. ชุดที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ รวม 9 คน เป็นจำเลยในความผิดตามมาตรา 157 ที่ออกระเบียบขึ้นเงินเดือนตัวเอง เมื่อปี 2548 เนื่องจากตามกฎหมายระบุว่า นอกจาก ป.ป.ช. แล้ว องค์กรที่กระทำผิดให้ยื่นฟ้องคดีศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งให้ฟ้องอดีต กกต. และคณะผู้ตรวจการแผ่นดินฯ นั้น อัยการมีความเห็นตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และพิจารณาจากแนวทางคดี ที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้จำคุกประธานและกรรม ป.ป.ช. ทั้งคณะ 9 คน ชุดที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย เป็นประธาน คนละ 2 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ทั้งนี้ คดีความผิดตาม มาตรา 157 มีอัตราโทษจำคุก 1 - 10 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ .- สำนักข่าวไทย

>>ห้าปีมาแล้ว อัยการเพิ่งจะสั่งฟ้อง
เสื้อแดงที่รอคดีสนามบิน ก็รอไปพลางๆก่อน
ถ้าทำคดีเร็ว อัยการก็จะโดนกล่าวหาได้ว่า สองมาตรฐาน
:D - TDMZ


Wednesday, June 17, 2009

ศาลอาญายกฟ้องคดีหมิ่นฯห้างโลตัสยันคนไทยวิจารณ์ปัญหาค้าปลีกได้

โพสต์ ทูเดย์ - Breaking News - ศาลยกฟ้องคดีหมิ่นฯโลตัส
ศาลอาญายกฟ้องคดีหมิ่นฯห้างโลตัสยันคนไทยวิจารณ์ปัญหาค้าปลีกได้

ศาลอาญาอ่านคำพิพากษายกฟ้องว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองเลขาธิการหอการค้าไทย และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คดีห้างสรรพสินค้าโลตัสฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัท เอก - ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบกิจการค้าปลีกและส่งห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส โดยนายอนุชา เสริมสิทธิกุล ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้อง ว่าที่ ร.อ.จิตร์ว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2550จำเลย ได้ให้สัมภาษณ์ นสพ.ผู้จัดการรายวัน ด้วยการหมิ่นประมาทโจทก์ทำนองว่าห้างค้าปลีกเทสโก้โลตัส ของโจทก์ดูดเงินจากคนไทยส่งกลับบริษัทแม่ที่อังกฤษปีละหลายหมื่นล้านบาท และกำลังรุกขยายสาขาอย่างหนัก โดยระบุว่าหากไม่วางแผนชะลอการขยายสาขาห้างค้าปลีกขนาดใหญ่รวมถึงร้านสะดวก ซื้อ อนาคตประเทศไทย จะมีสาขาของห้างค้าปลีกต่างชาติฮั้วกันทำกำไร ทำลายร้านค้าเล็ก และผู้ประกอบการอิสระจะไม่เหลือ ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง และยังส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าของโจทก์ ทั้งที่จริงแล้วโจทก์ประกอบกิจการค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า คำให้สัมภาษณ์ของจำเลยตามฟ้องเป็นการวิจารณ์ปัญหาค้าปลีกในประเทศไทย โดยมีฐานข้อมูลในฐานะหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับจำเลยมาก่อน จึงถือเป็นการเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถทำได้พิพากษายกฟ้อง



Thursday, June 11, 2009

ศาลยกฟ้อง อภิสิทธิ์ สุเทพ หมิ่นทรท.โกงเลือกตั้ง

โพสต์ ทูเดย์ - ศาลยกฟ้องหมิ่นทรท.โกงเลือกตั้ง
ศาลอาญายกฟ้องนายกฯ-สุเทพหมิ่นฯทรท.จ้างพรรคเล็กโกงเลือกตั้ง

เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.908 /2549 นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามมาตรา 326, 328, 332 และ 393 กรณีเมื่อวันที่ 16 มี.ค.49 นายสุเทพ และนายองอาจ ร่วมกันแถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุพบผู้บริหารพรรคไทยรักไทยอย่างน้อย 3 คนสั่งการและจ่ายเงินให้ขบวนการทุจริตเลือกตั้ง โดยการให้พรรคเล็กลงสมัครแข่งขันเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.49 และกล่าวจูงใจให้ประชาชนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ที่ห้องพิจารณาคดี 704

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 3 นายสุเทพ ได้แถลงข่าวกล่าวตามข้อเท็จจริงที่ได้รับฟังมา และตรวจสอบโดยสุจริต แถลงข่าวแสดงความคิดเห็นให้ประชาชนได้รับทราบถึงการกระทำ และการทำลายประชาธิปไตยของประเทศ เป็นการปกป้องประโยชน์ของประเทศ อีกทั้งเวลาต่อมาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย อันเนื่องจากกระทำผิดโดยกรรมการบริหารพรรคที่ได้ว่าจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง ดังนั้นจำเลยที่ 3ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และเมื่อไม่มีความผิดจำเลยที่1,2,4ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบจึงพิพากษายกฟ้อง

ทั้งนี้ หลังใช้เวลาฟังคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง นายอภิสิทธิ์ ได้ให้คนขับรถยนต์ประจำตำแหน่งซึ่งเป็นรถกันกระสุนไปรับบริเวณประตูข้างของ ศาลอาญาเพื่อเลี่ยงกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจ นายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ ที่มารายงานตัวต่อศาลหลังครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย เพื่อคืนหลักทรัพย์ประกันและปล่อยตัว เนื่องจากอัยการฟ้องคดีไม่ทัน ภายใน 48 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปยังสถานกงสุลกาบอง ย่านประดิพัทธ์ เพื่อลงนามแสดงความเสียใจ ที่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกาบอง ถึงแก่อสัญกรรม.


Monday, April 27, 2009

"ทนายผู้เสียหายสลายพันธมิตร" ถอนฟ้อง "พัชรวาท-อำนวย"

NationChannel : "ทนายผู้เสียหายสลายพันธมิตร" ถอนฟ้อง "พัชรวาท-อำนวย"
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 27 เม.ย.52 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อ.4142/2551 ที่ นายสิทธิพร โพธิโสตา อาชีพทนายความ ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ที่ผ่านมา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. , พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีร่วมสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

โดยวันนี้ทนายความจำเลยเดินทางมาศาลเพื่อเตรียมการซักค้านพยานแต่ปรากฏว่า นายสิทธิพร โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท จำเลยที่ 2 , พล.ต.ท.สุชาติ จำเลยที่ 4 และพล.ต.ต.อำนวย จำเลยที่ 5 ไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องนายสมชาย จำเลยที่ 1 ไปตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.51 และถอนฟ้อง พล.ต.อ.จงรัก จำเลยที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.52 ซึ่งการถอนฟ้องโจทก์ระบุว่าไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป และเพื่อความสมานฉันท์และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยศาลสอบถามฝ่ายจำเลยไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสิทธิพร นั้นมีรายงานข่าวระบุว่ามีความสนิทสนมกับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.และถูกมองว่านำคดีดังกล่าวมาฟ้องเพื่อหวังให้ ป.ป.ช.ยุติการไต่สวนนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังสลายการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 86 ได้บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.รับคำกล่าวหาที่เกี่ยวกับเรื่องที่ศาลรับฟ้องในประเด็นเดียว


ศาลคุกเสธแดงหมิ่นเสรีฯ

…And Justice for All album coverImage via Wikipedia

โพสต์ ทูเดย์
ศาลคุกเสธแดง2เดือนรอลงอาญา2ปีคดีโพสต์หมิ่นเสรีฯโกงกฐินบนเวปไซต์

ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์เสธ.แดง โดยมีการตั้งกระทู้ภายในเว็บไซต์ อันมีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์กล่าวหาว่า ยักยอกเงินทอดกฐินของวัดไร่ใหญ่สามัคคีเป็นจำนวนกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นความเท็จทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ ควรดูแลรับผิดชอบและลบข้อความที่ไม่เหมาะสม แต่จำเลยกลับไม่ได้กระทำการดังกล่าว จึงถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการหมิ่นประมาท พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และเคยสร้างคุณงามความดีต่อประเทศ และไม่เคยได้รับโทษทางอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน
Reblog this post [with Zemanta]

Thursday, April 23, 2009

นายกฯประกาศพ.ร.ก.ชอบด้วยกม.

matichon:  ศาลยกคำร้องทนายนปช.ขอปล่อย 3 แกนนำเสื้อแดงชี้นายกฯประกาศพ.ร.ก.ชอบกม.

ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวนายวีระ มุกสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ 3แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตามที่ทนายความได้ยื่นคำร้องต่อศาล โดยระบุว่าการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน ตามที่ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

ศาล พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของนายกรัฐมนตรี ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และที่ประชุมได้ลงมติให้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีก็ได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบในเรื่องดัง กล่าวจึงไม่ใช่การประกาศโดยลำพังตามที่กล่าวอ้าง การควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการกระทำโดยชอบตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว

อย่างไรก็ ตามภายหลังรับฟังคำสั่งของศาลแล้ว นายคารมณ์ พลทะกลาง ทนายความ นปช. เปิดเผยว่า จะเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายในสัปดาห์หน้า ในประเด็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะต่อสู้ในข้อกฎหมายต่อไป

Saturday, April 11, 2009

ตร.เสนอออกหมายจับแกนนำนปช.

posttoday: ตำรวจเสนอศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำนปช. 10คน
เวลา 22.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่า ตำรวจได้เสนอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับแกนนำนปช.รวม 10 คน ในข้อหาร่วมกันเกินกว่า 10 คนขึ้นไป ก่อความไม่สงบเรียบร้อย และข้อหาร่วมกันกระทำการเป็นอันตรายต่อการจราจร ตามคำบัญชาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมีชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ต้องหา และมีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายอดิศร เพียงเกษ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายจตุพร นายณรงค์ศักดิ์ มณี หรือเป๋ คลองเตย ฯลฯ

Wednesday, April 8, 2009

"กษิต"แปลคำตัดสินคดี"แม้ว"ส่งทั่วโลก

Many flags are displayed in the Parliamentary ...Image via Wikipedia

มติชน: เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างการแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ถึงกระแสข่าวครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวนายสมชายออกนอกประเทศแล้ว ว่าถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมของครอบครัวทักษิณจะไปไหนไม่ได้มีปัญหาอะไร

นายกษิตกล่าวว่า ส่วนการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณในต่างประเทศได้บอกกับประเทศต่างๆแล้วว่าสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ที่หนีคุก ได้แปลสำนวนและคำพิพากษาของศาลเป็นภาษาอังกฤษส่งให้ทุกประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตของต่างประเทศในไทยรวมถึงประสานงานกับสำนักงานอัยการ เรื่องการเจรจาตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน

"นอกจากนั้นก็มีอีกช่องทางคือ การประสานงานกับตำรวจสากลเป็นการร่วมมือกัน 3 เส้า ระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูไบ มีการเจรจาข้อตกลงและบอกกล่าวว่าไม่ต้องการให้ประเทศไหนให้อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เป็นเวทีโจมตีประเทศไทย รวมถึงการออกหนังสือเดินทางต่างๆให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังว่าจะรักกับประเทศไทยหรือจะรักกับอดีตนายกรัฐมนตรี มากกว่า อันนี้อยู่ในดุลพินิจของเขาเองว่าอันไหนถูกต้องไม่ถูกต้องและจะไปปกป้องใคร โจมตีประเทศไทยเป็นเรื่องหนึ่งแต่บอกว่าต้องล้มล้างด้วยก็ขึ้นไปอีกระดับ หนึ่งดีกรีของความร้ายแรงก็สูงขึ้นด้วย" นายกษิตกล่าว


Reblog this post [with Zemanta]

เสื้อแดงบุกล้อมโรงพักพัทยาจี้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทุบรถนายกฯ

Nation Channel breaking news  - ช่วงค่ำที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มเสื้อแดงในนามชมรมคนรักประชาธิปไตยพัทยา กว่า 500 คน นั่งรถบัสปรับอากาศจำนวน 8 คัน เดินทางมาปิดล้อมที่หน้า สภ.เมืองพัทยา เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว นายวันเฉลิม กุมแสน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201/40 ม .10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีทุบรถยนต์โตโยต้า แลนครุยเซอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ศห -9210 กทม.ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั่งออกมาจากโรงแรม รอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่ประชุม ครม.สัญจร
   
โดยกลุ่มคนเสื้อได้กรู กันเข้าไปปิดล้อมภายในโรงพักจนประชาชน ที่เข้ามาแจ้งความแตกตื่นพากันวิ่งหลบหนีออกไป ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้ยื่นคำขาดให้ พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก. สภ.เมืองพัทยา ปล่อยตัว นายวันเฉลิม อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นคนกระทำผิด และเป็นผู้เสียหายด้วยซ้ำ ทาง ผกก .จึงเจรจาขอบันทึกปากคำ ของผู้ต้องหาประมาณ 10 นาที กลุ่มคนเสื้อแดง จึงยินยอมแต่ยังคงปิดล้อมโรงพักอยู่ อีกทั้งยังมีการนำเครื่องขยายเสียงมาปราศัยโจมตีการทำงานของตำรวจพัทยา จนกระทั่งทนแรงกดดันไม่ไหว จึงต้องปล่อยตัวนายวันเฉลิม ออกมาก่อนชั่วคราว โดยไม่มีการประกันตัว แต่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำให้เสียทรัพย์ของทางราชการ พร้อมกับนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันพรุ่งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจ และพากันขึ้นรถบัสเดินทางเข้ากทม.เพื่อชุมนุมร่วมกับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ
   
ขณะที่ ร.ท. มนตรี ป่าจันทร์ อายุ 48 ปี หัวหน้าการ์ด รักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี ได้พา ส.อ.รังสรรค์ แย้มพยุง อายุ 35 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 41/2 ม .3 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ . พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.เสน่ห์ ยศรุ่งเรือง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่า ได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดง ทุบรถยนต์ทำให้กระจกหลังแตกมูลค่าความเสียหายประมาณ 40,000 บาท นอกจากนี้ยังนำใบรับรองแพทย์มายืนยันว่า ถูกทำร้ายร่างกายที่ใบหน้า ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน 2 คดี คือ ทำให้เสียทรัพย์กับทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งภายหลังร.ท.มนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้โกรธเคืองอะไรกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเห็นว่า เป็นคนไทยด้วยกัน ถือเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย และอยากจะให้เรื่องดังกล่าวจบลงด้วยดี


Saturday, April 4, 2009

องคมนตรี จี้ถาม "ทักษิณ"ทำไมไม่รับโทษ

องคมนตรี "พิจิตร กุลละวณิชย์" ถาม"ทักษิณ" อ้างสิทธิ์อะไร ไม่ยอมรับโทษ แถมยังจาบจ้วง จี้ ตรวจสอบ มีเงินจำนวนมากบนเกาะฟอกเงิน

พล. อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิง บนเวทีนปช.ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้ตั้งข้อสงสัยถึงเรื่องราวที่ผ่านมาว่า เหตุใดการที่ อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ถูกศาลพิพากษาจำคุกแล้ว แต่ไม่ยินยอมรับโทษนั้น อ้างความมีสิทธิพิเศษในเรื่องใด หรือการกล่าวถึงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่ไม่ถูกไม่ควร เหตุใดจึงไม่มีผู้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเงินจำนวนมากไปฝากในเกาะที่มี ชื่อเรื่องของการฟอกเงิน ทำไมจึงไม่มีการติดตามเรื่องเหล่านี้เพื่อนำข้อเท็จจริงให้ปรากฏออกมาให้ ประชาชนได้รับทราบ
        

พล.อ.พิจิตร ยืนยันว่า ในปัจจุบันนี้ คณะองคมนตรี ไม่มีความคิดเห็นแตกต่างกันตามที่มีนักวิชาการบางคนออกมากล่าว ซึ่งตนเองและคณะประชุมร่วมกันทุกวันอังคาร โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน อย่างสม่ำเสมอ และยืนยันอีกด้วยว่า ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมือง ตามที่มีผู้กล่าวอ้าง

posttoday

Thursday, April 2, 2009

ศาลไม่รับฟ้อง"โอ๊ค"ยื่นฟ้องสรรพากรอายัดทรัพย์ พิเคราะห์ไม่อยู่ในเขตอำนาจ สั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบ

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลปกครองกลาง ไม่รับฟ้อง พานทองแท้ ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกับพวกรวม 7 คน อายัดทรัพย์ พิเคราะห์ไม่อยู่ในเขตอำนาจพร้อมให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่า  ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องกรมสรรพากรกับพวก รวม 7 คน เรื่องออกคำสั่งโดยมิชอบกรณีที่กรมสรรพากรมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานยึดอายัด ทรัพย์สินของนายพานทองแท้ เพื่อชำระภาษีจากการขายหุ้น บริษัทชินคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ออกจากสารบบกลาง
 
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง แต่อยู่ในเขตศาลภาษีอากรกลาง จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครอกลาง ไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบกลาง

 สำหรับคำฟ้องดังกล่าว นายพานทองแท้ ได้ระบุว่า กรมสรรพากรได้มีคำสั่งให้ชำระภาษีขายหุ้น โดยนายพานทองแท้ได้นำบัญชีเงินฝาก ธนาคารไทยพาณิชย์ ไปเป็นหลักค้ำประกัน แต่กรมสรรพากรไม่รับ เนื่องจากเห็นว่า เป็นบัญชีซึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบกานกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อายัดไว้ แล้วได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่มายึดอายัดทรัพย์สินเพื่อชำระค่าภาษี

matichon

Tuesday, March 31, 2009

สปน.จะร้องศาลคุ้มครองชั่วคราว ให้เสื้อแดงเปิดทำเนียบ

นายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเตรียมหลักฐาน ก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อ ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) เปิดทางเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้คณะรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปทำงานภายในทำเนียบรัฐบาลได้ โดยตนได้มอบหมายให้ นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก รองปลัดสำนักนายกรัฐมตรีเป็นผู้ดำเนินการและเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาล
 
ด้าน นายจตุรงค์ กล่าวว่า ตนกำลังเร่งเตรียมพยานหลักฐานให้พร้อม ก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง หากหลักฐานพร้อม ก็สามารถยื่นคำร้องได้ทันที เชื่อว่าภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เจ้าหน้าที่จะสามารถยื่นคำร้องได้อย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นเวลาใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้

    [good practice, step by step, be professional!!]



Tuesday, March 17, 2009

นายกฯ อภิสิทธิ์ตอบใจ PM Abhisit answered JI


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ตอบคำถามนายใจ อึ๊งภากรณ์ ในการปาฐกถาที่
St.John's College, University of Oxford
Mr.Abhisit Vejjajiva Prime Minister of the Kingdom of Thailan.

Tuesday, February 17, 2009

Thaiinsider.info comment

ฟัง "บิ๊กแม้ว" โฟนอินเข้ามาที่ "ดีทีวี" คร่ำครวญถึง "ความไม่เป็นธรรม" ที่เจ้าตัวได้รับแล้วรู้สึกสะท้อนใจ อยากชี้แจงให้ "บิ๊กแม้ว"

O ฟัง "บิ๊กแม้ว" โฟนอินเข้ามาที่ "ดีทีวี" คร่ำครวญถึง "ความไม่เป็นธรรม" ที่เจ้าตัวได้รับแล้วรู้สึกสะท้อนใจ อยากชี้แจงให้ "บิ๊กแม้ว" เข้าใจว่า จริงๆ แล้วตัวท่านน่ะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะในชั้นอัยการกับตำรวจ มากกว่าทุกๆ คนในประเทศนี้...

O ลองคิดดู...หากกระบวนการยุติธรรมไม่ให้ความเป็นธรรมกับท่าน คดีถุงขนมยัดเงิน "2 ล้าน" ที่ทีมทนายของท่านนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการถึงบนอาคารศาลฎีกา คงถูกอัยการสั่งฟ้องและสาวถึงที่มาของเงินสดๆ 2 ล้านบาทแล้วว่าเป็นของผู้ใดกันแน่ เพราะมันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งว่าไม่มีทนายคนไหน "บ้า" เอาเงินตัวเองไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่ศาล แต่คดีนี้อัยการก็ "สั่งไม่ฟ้อง"

O หากกระบวนการยุติธรรมไม่ให้ความเป็นธรรมกับท่าน ไฉนเลยคดีเสนอสินบน "30 ล้าน" ให้กับตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทยซึ่งท่านเคยเป็นหัวหน้าพรรค อัยการจึงสั่งไม่ฟ้องอีกเช่นกัน เพราะหาไม่แล้วก็จะต้องมีการสอบสวนทวนความว่า พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ อดีตผู้กำกับการ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม เพื่อนร่วมรุ่น "นิติ มธ.09" ของอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของท่าน ร่ำรวยมาจากที่ไหนถึงได้เสนอเงินหลายสิบล้านให้กับตุลาการในคดี ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย

O ถ้ากระบวนการยุติธรรมไม่ให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ไหนเลยจะตัดสินใจถอนฟ้องคดียักยอกทรัพย์ของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและพวก หลังจากท่านไปขอใช้พื้นที่ปราศรัยกับมวลชนของท่านก่อนสิ้นอำนาจไม่นาน ทั้งๆ ที่คดีทำกันมาจนใกล้จะตัดสินอยู่รอมร่อแล้ว หมดเปลืองงบประมาณแผ่นดินไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

O แค่คดีตัวอย่างเพียงเท่านี้ก็สรุปได้แล้วว่า "บิ๊กแม้ว" ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมมากจนเกินปกติเสียด้วยซ้ำ!

บนความเคลื่อนไหว
สิงห์ม่วง kobkab034@hotmail.com

http://thaiinsider.info/2009news/gossip/384-2009-01-31-03-32-42

Friday, August 29, 2008

Another Sad Day of Thailand


Polices use force to remove protesters.










It's time to end corrupted police state and corrupted government.

Label Cloud