Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label Politics. Show all posts
Showing posts with label Politics. Show all posts

Friday, April 3, 2009

"จักรภพ"เตรียมนำม็อบบุกคิงเพาเวอร์ จี้ยุติเป็นกลุ่มทุนหนุนนักการเมือง

"จักรภพ"เตรียมนำม็อบบุกคิงเพาเวอร์ จี้ยุติเป็นกลุ่มทุนหนุนนักการเมือง
(neutralized headline - original "อีเพ็ญ"เตรียมนำม็อบบุกคิงเพาเวอร์ จี้ยุติเป็นกลุ่มทุนหนุนนักการเมือง)

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กล่าวว่า เวลา 12.00 น.วันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจาก จ.นครราชสีมา ดาวกระจายวันที่สอง ไปชุมนุมหน้าอาคารบริษัท คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ถนนพญาไท เพื่อยื่นข้อเรียกร้องผู้บริหารบริษัท คิงเพาเวอร์ ยุติบทบาทการเป็นกลุ่มทุนให้นักการเมืองในระบอบอำมาตยาธิปไตย ย้ำหากมีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมมาขัดขวางจะหลีกเลี่ยงการปะทะ

MGR




Thursday, April 2, 2009

แม้ว:เด็กขี้แพ้แล้วงอแง! เปิดเกมสู้เพื่อขอต่อรอง

2755-Thailand-Bangkok-Government HouseImage by PnP! via Flickr

แม้ว:เด็กขี้แพ้แล้วงอแง! เปิดเกมสู้เพื่อขอต่อรอง
ไม่เข้าใจ'หน่วยค.มั่นคง' ปล่อยพาดพิงองคมนตรี

“เอก ยุทธ” ซัด “ทักษิณ” เหมือนเด็กขี้แพ้แล้วงอแง ทั้งที่อายุก็ 60 ปีแล้ว แถมเป็นถึงอดีตผู้นำปท. แต่ไม่รู้ว่าอะไรสมควรพูดหรือไม่สมควรพูด ดันไปกล่าวพาดพิง “ปธ.องคมนตรี-องคมนตรี” เชื่อเป็น “เกมต่อรอง” เพื่อหวังผลในเรื่องคดีความต่างๆ เย้ยเหมือนจิ๋กโก๋ปากซอย ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย แต่ดันส่งคนไปฟ้องร้องคนอื่นจวก “หน่วยความมั่นคงไทย” อ่อนแอ ปล่อยให้นักโทษหนีคุก กล่าวหาคนระดับองคมนตรีได้อย่างไร

กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษหนีคุกในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ที่ปราศรัยผ่านวิดีโอลิงค์ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตอนหนึ่งระบุว่า

“ขอเล่าว่า ที่มาของความวุ่นวาย คงจำได้ว่า ปลายปี 2547 ก่อนการเลือกตั้ง ก็มีการรวมตัวกันเล็กน้อย ที่สนามหลวงก็มีสหภาพแรงงานคนหนึ่ง ร่วมกับเอกยุทธ อัญชันบุตร-ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ก็ไปรวมตัวกันเล็กๆ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่อมาพอเลือกตั้ง ไทยรักไทยชนะ ฝ่ายค้านอ่อนแอเกินไป

พอปลายปี 2548 เกิดกระบวนการรวมตัวของพันธมิตรฯ มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มต้นชุมนุมที่ลุมพินี โดยการเอื้อเฟื้อของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประชาธิปัตย์ช่วยทางอ้อม นี่คือสิ่งที่เริ่มต้นของการต่อสู้นอกระบบ แค่นั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่มีองคมนตรีบางท่านไปบอกกับสื่อ และแอบอ้างว่า พระเจ้าอยู่หัวไม่เอากับผมแล้ว ผมพูดกับสื่อก็ยอมรับ มีองคมนตรีบางคน”

ในเรื่องนี้นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า เฉพาะตน ไม่ปฏิเสธว่าจะล้มทักษิณ เพราะประกาศชัดเจนว่าจะล้มเค้า ตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อปลายปี 2547 เพราะเห็นถึงพฤติกรรมอันตรายหลายอย่างที่ “ทักษิณ” ทำไว้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ

“คนเป็นถึงอดีตนายกฯ ต้องรู้จักเรื่องความมั่นคงของชาติ ว่าอะไรสมควรพูดหรือไม่สมควร แต่กรณีนี้คงใช้กับทักษิณไม่ได้ เพราะคนๆ นี้ไม่มีวุฒิภาวะ การกล่าวพาดพิงถึงองคมนตรี ว่าอยู่เบื้องหลังนั้น เหมือนเด็กงอแง ขี้แพ้แล้วงอแง ทั้งที่อายุก็ 60 ปีแล้ว ทั้งนี้ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจเอง ว่า ทั้งพล.อ.เปรม (ติณสูลานนท์) หรือพล.อ.สุรยุทธ์ (จุลานนท์) เกี่ยวข้องจริงหรือไม่”


เมื่อถามว่า การปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการแอบอ้างสถาบันบ่อยครั้ง นายเอกยุทธ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า เป็นเกมต่อรอง และคงไม่หยุดแค่นี้ โดยเฉพาะในเรื่องคดีต่างๆ ที่ทักษิณกำลังจะโดน รวมไปถึงคดีที่โดนอายัดทรัพย์ 7.3 หมื่นล้านบาท จึงมีการให้ลูกสมุนไปเร่งผลักดันกฎหมายปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้ตัวเองหลุดคดี แต่ที่ตนแปลกใจก็คือ คนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย แต่มากระทำการเช่นนี้ หลายครั้งมีการพูดพาดพิงสถาบัน ทำไมหน่วยงานความมั่นคงของไทย ไม่จัดการอะไรเลย ซึ่งต้องโดนตำหนิ เพราะอย่าลืมว่า ทักษิณก็อยากกลับมามีอำนาจ เขาก็ต้องทำเช่นนี้ ทำทุกทาง เพราะเค้าไม่มีอะไรจะเสีย

แต่หน่วยความมั่นคงของเรา ไปมัวทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้นักโทษหนีคุกมากล่าวหาคนเป็นประธานองคมนตรีและองคมนตรี ผิดถูกอย่างไรไปว่ากัน แต่ไม่มีปัญญาทำอะไรกันเลยหรือ อย่าง ‘บุตโต’ ลี้ภัยอยู่อังกฤษก็ไม่มีใครทำอะไร แต่พอกลับมาจะเป็นใหญ่ในประเทศ ก็โดนบึ้มพลีชีพ ก็จบ

ผมถามว่า ความมั่นคงของชาติจะเอาไว้หรือไม่

เค้าบอกเค้าไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม แต่เห็นว่า เพิ่งให้ทนายไปฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างนี้มันบ้าหรือเปล่า ตอนนี้มันเป็นเงินตราภิวัฒน์มากกว่า ที่ซื้อพวกหน้าโง่ต่างๆ ได้”นายเอกยุทธกล่าว

เมื่อถามว่า แล้วกับคำพูดที่บอกให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาศร์ ผบ.สส.ว่า “ให้พาลูกน้องกลับที่ตั้ง อย่ายุ่งการเมืองอีก”

นายเอกยุทธกล่าวว่า “ทักษิณพูดฝ่ายเดียว ผมก็พูดได้ แต่ต้องดูพฤติกรรมว่า ทหารทำมา ดีขึ้นหรือไม่ อย่าคิดว่า ทหารเรียนมาด้วยกัน จะดี-จะชั่ว เหมือนกันหมด คนคิดถึงประเทศชาติก็มีอยู่ การพูดฝ่ายเดียว ต้องดูที่การกระทำของพล.อ.อนุพงษ์และผบ.สส.ดีกว่า”

นายเอกยุทธ กล่าวอีกว่า “ภาพของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในต่างประเทศยังดูดี และให้ความเชื่อถือ ไม่มีหรอก Thailand is a joke. ที่ทักษิณชอบเหน็บ

ผมพูดมาตลอด ถ้าคุณคิดเช่นนี้ ก็อย่ากลับมาอยู่เมืองไทยสิ ไปอยู่ประเทศที่เค้าต้อนรับคุณสิ ความฝันกลับมาเป็นนายกฯ แก้ปัญหาประเทศชาตินั้นเลอะเทอะ ปัญหาตัวเองยังแก้ไม่ได้ ผมมองว่าน่าสงสารมากกว่า เค้าเกิดอาการที่เกินกว่าสมองคนธรรมดาจะรับได้”

สำหรับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวตำหนิถึงรัฐธรรมนูญปี 2550 นายเอกยุทธ กล่าวว่า ตนก็ยอมรับว่า จุกจิกและหยุมหยิม แต่ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไม่ควรส่งลูกพรรคคุณลงสมัครผู้แทน แต่เมื่อคุณยอมรับแล้ว แถมตัวเองยังได้คะแนนเสียงมากสุด แต่ต่อมาการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลพลิกผัน ก็มาอ้างว่ามันไม่ถูกต้อง ถ้าบอกว่าไม่ดี ทำไมไม่แก้ตั้งแต่ตอนที่ลูกน้องตัวเองมาเป็นรัฐบาล

“แต่ละประเทศมีกฎหมายไม่เหมือนกัน ให้เป็นนักโทษทางการเมือง ก็อยู่อังกฤษได้หมด แต่ที่อังกฤษจะไม่ยอมรับเลยคือพวกฟอกเงินและโกงภาษี
ดังนั้นต้องรู้ตัวว่า ทำไมถึงเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้
จะมาบอกว่า กระบวนการยุติธรรมไทยไม่ยุติธรรม แล้วคุณให้ทนายมาฟ้องคนอื่นทำไม หากศาลตัดสินไม่เข้าข้างคุณ ก็บอกไม่ยุติธรรม อย่างนี้พูดแบบจิ๊กโก๋ปากซอย”นายเอกยุทธกล่าว

นายเอกยุทธ กล่าวอีกว่า “สุนัขที่เห่าอยู่นอกบ้านไม่มีพิษภัยหรอก หากหน่วยความมั่นคงของไทยเรามีประสิทธิภาพจริง แต่เวลาผมมองว่า การกระทำของกลุ่มทักษิณ ทำไมถึงไปสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของจปร.7

ผมเองก็อยู่ร่วมขบวนตอนกบฏ 9 กันยาฯด้วย ก็มีหลายเรื่องที่เรารู้ แต่พูดไม่ได้ ทั้งพล.อ.พัลลภ (ปิ่นมณี)-พล.ต.มนูญกฤต (รูปขจร) ที่ออกมาในเวลานี้ ประกอบกับทักษิณเคลื่อนไหวหนักขึ้น แบบเปิดหน้าเองตรงๆ แต่เวลานี้อยากให้สังเกตว่ามีการใช้ยุทธศาสตร์แยกกันเดิน-รวมกันตี และเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งมาที่พล.อ.เปรม-พล.อ.สุรยุทธ์ โดยกลุ่มคนที่ไม่ชอบพล.อ.เปรม รวมตัวกันมาเล่น

หากแก้ไขเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ และเคลียร์ปัญหานี้ไม่ได้ แล้วถ้าประชาชนแคลงใจ ผลสุดท้ายจะตกไปสู่สถาบัน ต้องระวังให้ดี รวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีภาพลักษณ์ผูกติดกับชนชั้นสูง ก็อาจได้รับกระทบจนถึงขั้นยุบพรรคก็ได้”

Reblog this post [with Zemanta]

สหรัฐฯต้องการใช้ยุทธศาสตร์ร่วมเอเชียให้พม่าเลิกโดดเดี่ยว

    นายจิม สไตเบอร์ก รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับ"สถาบันวิจัยเอเชียแห่งชาติ"ที่กรุงวอชิงตัน ดีซีของสหรัฐฯว่า สหรัฐต้องการหารือเรื่องการใช้ยุทธศาสตร์ร่วมกันกับสมาคมประชาชาติเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน และกับจีน ,อินเดีย และญี่ปุ่น เพื่อหาทางเกลี้ยกล่อมให้รัฐบาลทหารพม่าเลิกโดดเดี่ยวตัวเอง และหานโยบายที่จะปรับปรุงชีวิตของชาวพม่า กับส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคแถบนี้ สหรัฐฯเปิดกว้างที่อาจมีการจัดตั้งกรอบการเจรจาที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งมีต้นแบบมาจากการเจรจา 6 ฝ่าย เพื่อพยายามยุติปัญหาอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี เพราะการแก้ปัญหาหลายๆประการของโลกไม่จำเป็นต้องทำด้วยการจัดตั้งหน่วยงาน หรือสถาบันใหม่ๆอย่างเป็นทางการ เสมอไป
    นายสไตเบอร์กกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯต้องการวิธีการเข้าหาพม่าแบบร่วมมือกันและสร้างสร้างสรรค์และว่าชาติ ต่างๆที่ มีอิทธิพลต่อพม่าสมควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้วิธีแข่งขันกัน เพราะการมองความสัมพันธ์กับประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องเผด็จการอย่างพม่าว่า เป็นทฤษฏีเกม (zero-sum game) ซึ่งคะแนนที่ผู้ชนะได้ไป เท่ากับคะแนนที่ผู้แพ้เสียนั้น จะไม่เป็นประโยชน์แก่ชาติใดเลย
    ที่ผ่านมา ชาติเอเชียส่วนใหญ่รวมทั้งอาเซียนพยายามเข้าหาพม่า รวมทั้งจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักและเป็นหุ้นสาวนทางทหารกับพม่า ซึ่งวิธีการของเอเชียแตกต่างจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรพม่าเพื่อกดดันให้พม่าปรับปรุงด้านสิทธิมนุษยชน และปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า นายสไตเบอร์กยืนยันว่า เป้าหมายหลักต่างๆของสหรัฐยังคงเหมือนเดิม กล่าวคือ ต้องการให้พม่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างมากขึ้น เคารพสิทธิของประชาชน และเข้ามีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯกับเอเชียมีความสนใจร่วมกันที่จะร่วมกันทำงานเพื่อให้มีทางออกอย่าง สร้างสรรค์ โดยทำให้รัฐบาลทหารพม่าเชื่อว่าวิธีการที่ใช้อยู่ไม่เป็นผลดีสำหรับพวกเขา เอง

Reblog this post [with Zemanta]

Wednesday, April 1, 2009

"อัยการ"เตือนเสื้อแดงอย่าเหิมทำผิดซ้ำ! ยันคดีบุกบ้าน"ป๋า"ยังไม่สิ้นสุด

อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เผย ความเห็นแย้ง ผบ.ตร.เห็นควรสั่งฟ้องแกนนำ นปก.บุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ ถึงมือแล้ว เตรียมเสนอ อัยการสูงสุด ชี้ขาด ฝากเตือนแกนนำเสื้อแดง อย่าอ้างความเห็นสั่งไม่ฟ้องอัยการไปกระทำผิดซ้ำ เพราะคดียังไม่สิ้นสุด
      
       วันนี้(1 เม.ย.)นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแกนนำแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ( นปช.)ในคดีนำกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวายหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.50 ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทราบว่าทาง พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.ได้ส่งความเห็นแย้งโดยเห็นควรสั่งฟ้องแกนนำทุกคนในทุกข้อหา กลับมายังสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอให้ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด พิจารณาชี้ขาดต่อไป
      
       นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อทางตำรวจมีความเห็นแย้งกลับมา ดังนั้น จึงถือว่าคดียังไม่สิ้นสุด และเมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันในชั้นปฏิบัติงาน ผู้ที่จะชี้ขาดคืออัยการสูงสุด ซึ่งขอฝากเตือนไปยังแกนนำ นปช.ที่นำเรื่องนี้ไปพูดบนเวทีทำนองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด เพราะแม้ว่าอัยการเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปกระทำการ ในลักษณะเดิมซ้ำได้อีก
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือความเห็นแย้งที่ ผบ.ตร.ส่งกลับไปให้อัยการสูงสุด พิจารณา ระบุว่ามีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล นายบรรธง สมคำ ม.ล.วีระยุทธ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นายศราวุธ หลงเส็ง นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน นายวันชัย นาพุทธา นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท น.พ.เหวง โตจิราการ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ในข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือก่อความวุ่นวายในบ้าน เมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธและมีผู้สั่งการ ร่วมกันเดินขบวนในลักษณะกีดขวางการจราจร ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลัง

MGR

โพลชี้ ปชช.ไม่สบายใจหลัง "ทักษิณ" โฟนอินห่วงรุนแรงเพิ่ม ไม่เห็นด้วยพาดพิงบุคคลสำคัญ

เอแบคโพลเผยผลสำรวจพบประช่าชน 73.4% ไม่เห็นด้วยกับการโฟนอินที่พาดพิงบุคคลสำคัญ และ 69.4% ไม่สบายใจ ห่วงขัดแย้งรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก

 
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผล "เอแบคเรียลไทม์โพลล์" ในหัวข้อเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อ การโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ อ่างทอง สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรปราการ ยโสธร มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครราชสีมา สตูล และสุราษฎร์ธานี จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 1,154 ตัวอย่าง ในวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมาด้วยระบบเทคโนโลยีสื่อสารเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูลและ ประมวลผลแบบเรียลไทม์


ผลสำรวจพบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.5 ทราบข่าวการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ร้อยละ 4.5 ไม่ทราบข่าว แต่เมื่อสอบถามความคิดเห็นต่อการโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรีที่กล่าวพาดพิง บุคคลสำคัญของสังคมไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.4 ไม่เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 15.6 เห็นด้วย และร้อยละ 11.0 ไม่มีความเห็น


ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.4 รู้สึกไม่สบายใจ หลังทราบข่าวการโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าบ้านเมืองจะวุ่นวาย เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นอีก ปัญหาเยอะมากพออยู่แล้ว มีการโจมตีผู้ใหญ่ในสังคม เกรงอดีตนายกรัฐมนตรีจะได้รับอันตราย และกลัวการปฏิวัติยึดอำนาจอีก เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 23.3 รู้สึกสบายใจ เพราะได้ยิน ได้เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ และเห็นว่าประเทศไทยยังเป็นประชาธิปไตยอยู่ เป็นต้น และร้อยละ 7.3 ระบุไม่รู้สึกอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับใคร ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตนเอง เป็นต้น


ที่น่าเป็นห่วงคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 คิดว่าจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงบานปลายขึ้นอีกในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ในขณะที่ร้อยละ 10.9 ไม่คิดว่าจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงบานปลายอีก และร้อยละ 27.3 ไม่มีความเห็น


สิ่งที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งในมุมมองของประชาชนที่ถูกศึกษา คือ ทางออกของปัญหาการเมืองที่อยากเห็น พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.4 อยากให้คนไทยรักกัน รองลงมาคือ ร้อยละ 86.2 ยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 83.5 หยุดการโต้ตอบกันไปมา ร้อยละ 67.9 นำวัฒนธรรม ประเพณีไทยมาแก้ปัญหาแตกแยก ร้อยละ 55.3 ระบุให้เร่งรัดคดีความต่างๆ ให้จบสิ้น ร้อยละ 52.2 ให้จับมือกันกับอดีตนายกรัฐมนตรี เร่งแก้ปัญหาของประเทศ และร้อยละ 39.1 ให้นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ ตามลำดับ

matichon

เรียกครม.ประชุมนัดพิเศษที่กรมประชาฯ "ชวน"ตำหนิ"มาร์ค-สุเทพ"อย่างุบงิบแก้ปัญหา ปชป.ยันไร้เหตุนองเลือด

ครม.ประชุมนัดพิเศษที่กรมกร๊วก นายกฯ ยันมีข่าวบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรงก่อนสงกรานต์ ลั่นถ้าจำเป็นก็พร้อมใช้ความเด็ดขาด ปชป.ใช้วิทยุชุมชน-เอ็นบีทีตอบโต้ "ชวน"อัด"มาร์ค-สุเทพ"ทำอะไรควรปรึกษากันก่อน ส่วนรมต.อย่าดีแต่นั่งทำงานในกระทรวง ผบ.ทบ.ยันไม่คิดปฏิวัติ

"สุเทพ"เรียกครม.ประชุมนัดพิเศษที่กรมกร๊วก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(1 เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีสัมพันธ์ ใน​เวลา 10.00 น.
 

ปชป.ยันไม่มีเหตุนองเลือด

 ก่อนหน้านี้ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คณะทำงานปฏิบัติการประเมินและติดตามสถานการณ์ หรือวอร์รูม พรรค ปชป. ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานวอร์รูม นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษก ปชป. และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษก ปชป. ร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางตอบโต้วีดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง
 

เมื่อเวลา 13.00 น. นพ.บุรณัชย์ แถลงว่า มีความชัดเจนแล้วว่า การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมายปรองดอง และการเสนอให้ยุบสภา การประกาศว่าจะนำมวลชนเข้ากรุงเทพฯเองนั้น สอดคล้องกับคำพูดของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่บอกว่าจะมีการนองเลือด พรรคขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีทางทำให้เกิดการนองเลือดอย่างเด็ดขาด


รบ.ถอยฉากไม่กลัวเสียฟอร์ม
 

ด้านนพ.วรงค์ กล่าวเสริมว่า วอร์รูมยังประเมินแนวทางการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ต้องการให้เรื่องนี้จบเร็วและแรงที่สุด ก่อนช่วงสงกรานต์ แต่นายสุเทพยืนยันว่า จะไม่มีการสลายชุมนุมเด็ดขาด แม้แต่ใช้น้ำฉีดยังไม่ใช้
 

"รัฐบาลจะอดทน ถอยไปเรื่อยๆ โดยไม่กลัวเสียฟอร์ม ถ้าเขารุกมามาก็เต้นฟุตเวิร์คถอยฉาก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแม้เลยช่วงสงกรานต์ไป พ.ต.ท.ทักษิณและคนเสื้อแดงก็ยังไม่ยุติการเคลื่อนไหว เพราะขณะนี้ถือว่าการเคลื่อนไหวจุดติดระดับหนึ่งแล้ว ส่วนร่างพ.ร.บ.ปรองดองนั้นไม่มีทางเป็ฯไปได้  นายสุเทพเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้พูดคุยกับพรรคร่วมแล้ว และทุกพรรคยังยืนยันว่าแน่นปึ้กเหมือนเดิม" นพ.วรงค์กล่าว


ใช้วิทยุชุมชน-เอ็นบีทีโต้"แม้ว"
 

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมวอร์รูม วิเคราะห์กันว่า  แนวทางการเคลื่อนไหวพ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการให้เกิดการนองเลือดเพื่อทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงมาไกล่เกลี่ย เหมือนสมัยพล.อ.สุจินดา คราประยูร และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง จากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณก็จะยื่นข้อเรียกร้องต่างๆ แลกกับการยุติความวุ่นวาย พรรคจึงต้องปูพรมให้ข้อมูลกับประชาชน เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยึดพื้นที่สื่อและคนเริ่มหลงเชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากพูดอยู่ฝ่ายเดียว
 

"จึงมีความคิดจะนำวิทยุชุมชุน และคลื่นของกรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงคลื่นกองทัพบก 400-500 คลื่น มาใช้ตอบโต้พ.ต.ท.ทักษิณ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะให้เวลา 1 ชั่วโมง กับนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง จัดรายการทางสถานทีโทรทัศน์เอ็นบีทีเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงแทนรัฐบาลด้วย โดยรูปแบบรายการจะคล้ายรายการความจริงวันนี้ในอดีต " รายข่าวระบุ


วันเดียวกัน ตัวแทนเครือข่ายวิทยุเพื่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (วมค.) นำโดยนายประชา มุ่งรักษ์ปน ประธานเครือข่าย เข้าพบนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้กำลังใจรัฐบาล


"ชวน"ตำหนิ"สุเทพ-มาร์ค"งุบงิบ
 

ต่อมามีการประชุมส.ส.ประจำสัปดาห์ โดยส.ส.หลายคนต่อว่ารัฐบาลที่ตั้งรับมากเกินไป นายสุเทพ จึงบอกว่า จากนี้ไปรัฐบาลต้องให้ข้อมูลเชิงรุก อยากให้ส.ส.ลงพื้นที่ชี้แจงข้อมูล และปกป้องพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษและพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ถ้ารัฐบาลปกป้องไม่ได้จะถือว่าบกพร่องหน้าที่
 

ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ลุกขึ้นกล่าวตำหนินายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ซึ่งไม่ได้อยู่ในที่ประชุมว่า จะทำอะไรควรปรึกษาคนอื่นบ้าง ไม่ใช่คุยกันอยู่แค่ 2 คน พอมีปัญหา ทุกคนก็ต้องมาช่วยกันแก้ไข นอกจากนี้ ยังแนะนำรัฐมนตรีของพรรคว่าจะทำอะไรก็ควรแจ้งให้คนในพรรคทราบบ้าง ไม่ใช้มัวแต่ทำงานอยู่ในกระทรวง สุดท้ายอาจถูกข้าราชการพาไปทำเรื่องที่ผิดๆ ได้ ขณะเดียวกันยังตำหนิการทำหน้าที่ของโฆษกพรรค และวอร์รูม ว่า จากนี้ไปทำอะไรต้องระวัง เพราะที่ผ่านมาทำงานไม่ไปในทางเดียวกัน จึงทำให้เกิดความสับสน
 

เวลา 17.00 น. นายสุเทพ เรียกรัฐมนตรีและคณะทำงานพรรคปิดห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยหารือถึงการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณว่า สาเหตุที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักช่วงนี้ เพราะหากนายอภิสิทธิ์ไปปรากฎตัวบนเวทีจี 20 สำเร็จ จะทำให้ภาวะผู้นำของพ.ต.ท.ทักษิณเลือนหายไป ดันนั้นจึงขอให้ทุกคนทำงานด้วยความอดทน
 

เวลา 19.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันที่ 1 เมษายน ส.ส.ปชป.บางส่วน จะไปให้กำลังใจพล.อ.เปรม แต่หลังจากประสานคนใกล้ชิดได้รับแจ้งว่าเนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ พล.อ.เปรมยังไม่สะดวกให้เข้าพบ แต่ได้รับทราบความปรารถนาดีและฝากขอบคุณมายังส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ ตั้งใจมาให้กำลังใจ


"มาร์ค"ยันมีข่าวให้เกิดเหตุรุนแรง
 

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 11.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ห้องรับรองวีไอพี สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางไปประชุมกลุ่มประเทศ จี 20 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า อยากบอกประชาชนให้สบายใจว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดูแลความสงบของบ้านเมือง
 

"แต่ทราบว่าบางฝ่ายต้องการให้เกิดความ รุนแรงในช่วงก่อนสงกรานต์ จึงมีความพยายามหลายอย่างให้เกิดความตรึงเครียด เช่น การพูดถึงการสลายการชุมนุม  แต่เชื่อว่าประชาชนทราบว่ารัฐบาลอดทน อดกลั้น และทราบมาว่ามีความพยายามประสานงานสื่อต่างประเทศให้เข้ามาทำข่าวความรุนแรง แต่รัฐบาลจะไม่ตกหลุมด้วยการทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น เพราะรู้ว่านั่นเป็นการทำร้ายบ้านเมืองมากที่สุด จึงไม่ตกไม่เหยื่อของการยั่วยุ" นายอภิสิทธิ์กล่าว


ลั่นถ้าจำเป็นจะใช้ความเด็ดขาด
 

เมื่อถามว่า หากกลุ่มเสื้อแดงไม่สนใจคำสั่งของศาลแพ่งรัฐบาลจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ดำเนินการตามคำสั่งของศาลก็ต้องดำเนินการอีกขึ้นหนึ่ง
 

"เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาด ในการแก้ไขปัญหา ก็จำเป็นจะต้องทำ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับ ประชาชน ถ้าใช้สิทธิเสรีภาพโดยไม่สร้างปัญหา ไม่ผิดกฎหมายหรือกระทบความมั่นคงอย่างรุนแรง รัฐบาลก็จะไม่เข้าไปดำเนินการที่ทำให้ถูกบิดเบือน ตีความ ขยายผลให้เสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ถ้าจะมีการใช้ความเด็ดขาดในเรื่องใดก็จะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ต้องเป็นความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ระบุ"ทักษิณ"ไม่อยู่ใกล้ไทย
 

เมื่อถามถึงการสืบหาที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีกระแสอยู่บ้าง แต่ไม่ได้อยู่ใกล้ประเทศไทย และได้ดำเนินการทางการต่างประเทศบ้าง คงจะสามารถหวังผลได้ เมื่อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ โจมตีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศว่าเคยให้เงินใช้และไม่น่าไว้วางใจให้ทำงาน สำคัญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อ่านจากข่าว ก็แปลกใจว่าคนเป็นถึงนายกฯแล้วคิดว่าคนไม่เหมาะสมแล้วยังส่งไปอยู่วอชิงตัน กับโตเดียวได้
 

เมื่อถามว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรบอกว่าสมน้ำหน้ารัฐบาลที่แก้ปัญหาไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมเดินหน้าทำงานตามปกติ หากใจร้อน ผลีผลามจะผิดพลาดซ้ำซาก แต่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ยั่งยืนต้องใช้เวลาและอดทน วิธีการที่จัดการจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายที่เป็นเหยื่อของฝ่ายที่ต้อง การทำลายเสถียรภาพของประเทศ" 
 

"ช่วงที่ไม่อยู่ผม มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ล้มรัฐบาล การเมืองนั้นขอให้เล่นกันเต็มที่ แต่เราจะไม่ยอมให้บ้านเมืองเสียหาย ขอย้ำว่า หากใจร้อน ผลีผลามจะแก้ไขไม่ได้ แล้วยิ่งทำให้บ้านเมืองมีปัญหามากขึ้น" นายอภิสิทธิ์กล่าว
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ พร้อมนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา เดินทางไปยังอาคารห้องรับรอง วีไอพี ขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิ แจ้งกับทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯให้เปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากพบผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 10 คนที่อาคารผู้โดยสาร


ผบ.ทบ.ยันทหารไม่มีปฏิวัติ
 

ด้านพล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวงโจมตีพล.อ.เปรมว่า ตนเคยเรียนตั้งแต่สมัยที่เป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ว่า ประธานองคมนตรีถวายงานแด่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ ควรไปล่วงเกิน
 

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานองค์กรกลาง ระบุว่า มีทหารบางกลุ่มรับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณเพื่อทำปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ข่าวนี้ ยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีการปฏิวัติ
 

"ทหารไม่มีพวก ยืนยันตั้งแต่สมัยที่พันธมิตรโจมตี สื่ออนุมานเองว่า ผมเป็นพวกนั้นพวกนี้ไปจูบปากคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่า ทหารกองทัพบก 2 แสนนายไม่มีพวก และกองทัพบกไม่สามารถเป็นพวกใดพวกหนึ่งได้ เราทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน เพื่อประชาชน ไม่เคยแบ่งสีใดสีหนึ่ง สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ใช้ทหารแม้แต่นิดเดียว ท่านเลือกใช้ตำรวจ และให้ผมดูแลความมั่นคงภาคใต้ ส่วนปัญหาภายในท่านจะจัดการเอง ส่วนเหตุการณ์วันที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผมพูดหลายครั้งว่า เหตุการณ์ตอนนั้นไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน วันนั้นเป็นเหตุการณ์คนตีกัน แต่การที่คนเข้าไปยุ่งสถานที่ราชการ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างวันที่ 7 ตุลาคม 2551" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว


มั่นใจสถานการณ์จะคลี่คลาย
 

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรณภูมินั้น รัฐบาลขระนั้นมอบให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งท่านก็ทำอะไรไม่ได้  เมื่อถามว่า สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะตอบแง่สร้างสรรค์ต่อประเทศชาติว่า ประเทศจะยืนอยู่บนความขัดแย้งไม่ได้ จะมีสองฝั่ง สองฝ่ายอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ต้องแตกหักกันไปข้าง ดังนั้นตนจะดูแลความสงบให้เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด มั่นใจว่าสถานการณ์ข้างหน้าทุกอย่างต้องเรียบร้อยและคลี่คลายไปในทางที่ดี
 

เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตร เรียกร้องให้ทหารออกมาปกป้องสถาบันพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทหารจะปกป้องสถาบันกษัตริย์ด้วยชีวิต ดังนั้นจะไม่ทำอะไรที่นอกกรอบกฎหมาย นอกบทบาทภารกิจ


มท.ชี้ม็อบ42จว.แค่ทดสอบกำลัง
 

นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงใน 42 จังหวัดเป็นเพียงการทดสอบกำลังว่าแต่ละจังหวัดมีกำลังมากน้อยเพียงใด และไม่มีการคาดโทษผู้ว่าฯทั้ง 42 จังหวัด เพราะไม่มีเหตุรุนแรง และเมื่อทดสอบพลังตามที่แกนนำกลุ่มสั่งเสร็จแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกันกลับตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม
 

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ฝ่ายการข่าวประเมินว่า การชุมนุมใน 42 จังหวัดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณต้องการที่จะทดสอบพลังมวลชนว่าสามารถจุดติดหรือไม่ จากตัวเลขผู้มาชุมนุมแต่ละจังหวัด เห็นว่าไม่มีพลังเพียงพอ การปลุกพลังมวลชนจึงไม่สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องอากาศที่ร้อนอบอ้าวและเงินสนับสนุน
 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัดหลายนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะประชาชนศรัทธาพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ เป็นเรื่องที่เขาวางแผนไว้ก่อนแล้ว


มท.2ยันไม่ดันเสื้อน้ำเงินมาสู้
 

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพิเศษในการดูแลการชุมนุมเสื้อแดง เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ อยู่แล้ว เนื่องจากศาลากลางจังหวัดเป็นสถานที่ราชการ หากมีผู้กระทำผิดกฎหมายบุกยึดสถานที่ราชการก็ต้องดำเนินคดี ขณะนี้ผู้ว่าฯตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์การชุมนุม โดยขอความร่วมมือจาก อปพร. อาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาช่วยดูแล และจะไม่ผลักดันให้กลุ่มเสื้อน้ำเงินออกมาปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง แต่หากจะมีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อน้ำเงิน ตนเชื่อว่าเป็นการเคลื่อนไหวของประชาชน ที่จะออกมาปกป้องสถาบันหลักคือสถาบันสูงสุดมากกว่า
 

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) แถลงภายหลังการประชุมพรรค ว่า ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ปราศรัยผ่านวิดีโอลิงค์กล่าวหาว่าส.ส.พรรคพลังประชาชนที่มาตั้งพรรคภูมิใจ ไทยและร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถูกกำลังทหารบังคับหรือไม่ก็ขายตัวนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ส.ส.ออกมาตั้งพรรคใหม่นั้นเป็นการตัดสินใจโดยมีสติ อยู่บนพื้นฐานเพื่อแก้วิกฤตประเทศ คนส่วนใหญ่ในสังคมก็ยอมรับและเห็นว่าการที่ส.ส.ภูมิใจไทยเข้าร่วมกับพรรคประ ชาธิปัตย์เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 
ครม.เล็งประชุมที่กรมประชาสัมพันธ์ 1 เม.ย.

 
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการสั่งงดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.และคู่สมรสต้องเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องไปร่วมประชุมจี 20 ที่ประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่เอื้อ


"สาเหตุสำคัญที่ผมสั่งงดประชุม ครม.เพราะไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ ชุมนุม ไม่ใช่เรื่องเอาแพ้เอาชนะ รัฐบาลจะค่อยๆ แก้ปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้น และพยายามให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเข้าใจดีว่า ถ้าไปตกหลุมพรางของบางฝ่ายจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนคงเห็นแล้วว่าการดำเนินการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นขั้นตอน มีการประสานกันทั้งในและนอกสภา โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ส่วนสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อไรนั้น ต้องคอยดูกันไป" นายสุเทพกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า กลุ่มเสื้อแดงได้กระจายกำลังไปปิดประตูเข้าออกทำเนียบรัฐบาลทุกประตู โดยนำรถบรรทุก 6 ล้อมาจอดขวางไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการประชุม ครม. ต่อมาเวลา 08.30 น. หลังจากนายสุเทพยกเลิกการประชุม ครม. ทำให้ผู้ชุมนุมกระจายตัวไปนอนพักผ่อนตามจุดต่างๆ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุเทพได้นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ ในวันที่ 1 เมษายน เวลา 09.00 น.

matichon

คำต่อคำ: “ป๋าเปรม” เปิดใจไม่ได้สั่ง “สนธิ” ปฏิวัติ ซัด รบ.ทักษิณแย่เอง

ถ้อยคำ “พล.อ.เปรม” ระหว่างเปิดใจกับเหล่าศิษย์เก่ามหาวชิราวุธ สงขลา แจงข้อกล่าวหา “ทักษิณ” ไม่มีอำนาจสั่งให้ “สนธิ” ปฏิวัติ ซัดรัฐบาลทักษิณแย่เอง ทำทหารต้องออกมาปฏิวัติเอง จนคนร้องไชโยไปทั้งเมือง ย้ำไม่ได้นำเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ แต่ทำตามหน้าที่ถวายรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยันพูดเรื่องจริง พ้อขี้เกียจต่อความยาวสาวความยึดแก้ตัว ระบุไม่มีฝักมีฝ่าย แต่มีหน้าที่ให้คนไทยรักกัน
      
       ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะอาจารย์ และศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย ได้เดินทางเข้าพบและให้กำลังใจ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่บ้านพัก ซึ่งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ได้นำเสนอเนื้อหาคำพูดระหว่าง พล.อ.เปรม ที่ได้กล่าวกับศิษย์เก่าวชิราวุธ กรณีที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังเหตุปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อล้มรัฐบาลทักษิณ มีใจความสำคัญ ดังนี้ “ขอพูดบางกอกน่ะ ใจคอไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ คุณทักษิณ ท่านกล่าวหา 3 อย่าง”
      
       ข้อ 1.เขาเปิดเผยว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือเรา คือคนเขารู้หมดแล้ว ตั้งแต่คุณทักษิณพูดตั้งแต่วันนั้น แล้วคุณทักษิณ ว่า แต่เราพยายามถามเขาตอนนั้น ว่า หมายถึงเราใช่ไหม เขาก็ไม่ตอบ แล้วเราก็ถามอีกว่า ถ้าไม่ใช่เรา ก็ขอให้บอกมาว่าใคร ให้รู้กันชัดๆ ไม่ได้ถามแต่คุณทักษิณ ให้คนถามคุณหญิงอ้อ ว่า งั้นให้ช่วยพูดหน่อยได้ไหมว่า ที่คุณทักษิณ พูดว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่ผม เขาก็ไม่พูด ตกลงไม่พูด ไม่ตอบ ทั้งสามคำถาม ซึ่งจริงๆ เราก็รู้ว่า เขาหมายถึงเรา ตอนนั้นคุณทักษิณ ไปพูดที่ไหนไม่รู้ แล้วก็เปิดเผยผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือ พล.อ.เปรม
      
       ข้อ 2.เขากล่าวหาว่า เราอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติของคุณสนธิ เราก็ไม่รู้ว่าจะไปชี้แจงเขาได้อย่างไร เพราะว่าเราไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ เราจะอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติไม่ได้ เพราะเราไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปปฏิวัติ และเราก็ไม่มีอิทธิพลพอที่จะไปบอกคุณสนธิ ว่า “ปฏิวัติเถอะ” เพราะตอนนั้น รัฐบาลคุณทักษิณ นี่แย่มากๆ คนกำลังเล่นงานรัฐบาลทักษิณอยู่ ถ้าคุณจำได้ เขาจึง ไชโย ไชโย กันมาตอนที่ทหารออกมาปฏิวัติ คุณทักษิณ ก็บอกว่า ป๋า อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติครั้งนี้ เบื้องหลังนี่ หมายความว่า อย่างไรก็ไม่รู้ เรานี่คงจะไปยุแหย่ หรือไม่ก็รู้ว่า คุณสนธิ จะปฏิวัติ แต่ก็จริงๆ เรามิได้เกี่ยวข้อง เขาก็ปฏิวัติกันไป ก็คิดดูกันเอาก็แล้วกันว่า ถ้าเรามีอิทธิพลพอที่จะไปบอกคุณสนธิ ว่า คุณไปปฏิวัติ คุณสนธิก็แย่ เพราะคุณสนธิต้องคิดเองว่า ทำไมจึงต้องปฏิวัติ มีเหตุใดที่ปล่อยให้รัฐบาลคุณทักษิณอยู่ต่อไปไม่ได้ ไม่ใช่มาเชื่อเรา ฉะนั้น เราไม่ได้อยู่เบื้องหลังเบื้องหน้า
      
       ข้อ 3 เขาบอกว่า เราเป็นคนนำ ผบ.เหล่าทัพ ไปเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็ไม่จริง คืนนั้นเขาประกาศปฏิวัติกัน ประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ คือ วันที่ 19 กันยายน พอเราได้ยินว่า เขาปฏิวัติกันไป เราก็เข้าไปในสวนจิตรฯ ที่เราเข้าไป เพราะเป็นหน้าที่ของเราที่เป็นองคมนตรี เนี้ยเมื่อมีปัญหาอย่างนี้ เราก็ต้องไปอยู่ใกล้ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผื่อว่า ท่านจะมีรับสั่งอย่างไรบ้าง เราจะได้รับใส่เกล้ามาปฏิบัติ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราเข้าไปประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ คุณสนธิ กับ คุณชลิต ผบ.ทอ.2 คน เข้าไป เมื่อตอน 5 ทุ่มเศษ คุณสถิรพันธุ์ ผบ.ทร. มาทีหลัง มาเกือบ 2 ยาม แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้นำ 3 คน เข้าไปสวนจิตรฯ เพื่อเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราไปของเราเอง แต่พอตอนที่เมื่อพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลงมา เราเล่าข้ามตอนไปนิดว่า พวกที่เข้าไปบอก สมุหราชองครักษ์ เขาจะมาเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมุหราชองครักษ์ ก็ไปทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สักพักหนึ่ง ก็เสด็จฯลงมาทั้ง 2 พระองค์ เพราะฉะนั้น เราก็เป็นคนเข้าไปร่วมในการเฝ้าฯ จะว่าเรานำเข้าเฝ้าฯก็ไม่ถูก แต่ว่าเราไปอยู่ในที่นั่นด้วย เพราะฉะนั้น ที่คุณทักษิณ บอกว่า เราเป็นคนที่นำ 3 คนนี้ไปเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะเราเข้าไปก่อน ชั่วโมงกว่า และเราก็ไม่รู้ว่า เขาจะมา หรือไม่มา เรารู้ก็ต่อเมื่อ คุณสนธิ เข้าไปกับ คุณชลิต ไปเจอเราในสวนจิตรฯ แล้ว นี่คือเรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้น เราขี้เกียจไปต่อความยาวสาวความยืด ไม่แก้ตงแก้ตัว
      
       พะจุณณ์ ก็ทราบดี พวกเราก็ทราบดี เล่าให้ฟังเพื่อจะได้รู้ว่า ที่จริงมันเป็นอย่างไร ที่จริงคุณทักษิณ ก็มาบ้านเราหลายครั้ง คุณอ้อ ก็มาหลายครั้ง แล้วเมื่อ คุณทักษิณ ถูกปฏิวัติ แล้วคุณอ้อ ก็มาอีก แล้วหนังสือพิมพ์ก็เล่นงานเรา จำได้ไหม คุณอ้อ ก็มาให้ป๋าช่วยเหลือตอนนั้น สักประมาณปลายๆ เดือนกันยายน ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ เพื่อจะได้รู้ว่า เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนั้น เป็นมาอย่างไร อยากจะพูดกับทุกคน และขอบใจว่า เราเนี้ย เราถือว่า เราไม่มีศัตรู ไม่มีฝ่ายตรงข้ามกับเรา เพราะเราถือว่า เราจะทำหน้าที่ของเรา เพื่อคนไทยทุกคน แต่บางส่วน เขาเห็นว่า เราเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา เราก็ไม่ว่าอะไร เขาอยากเป็นฝ่ายตรงข้ามก็เป็น แต่เราไม่เป็นด้วย เราถือว่า เราทำเสมอภาค ไม่มีฝ่ายตรงข้าม แต่นี่มีบางคนเห็นว่า เราเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณ ความจริง เราก็ไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณหรอก ที่เขาปฏิวัติ รู้สึกว่า เขาจะมีเหตุผลพอสมควร นี่คือ ที่อยากให้เข้าใจ ให้รู้เรื่อง ก็ขอบใจที่มากัน และมีหลายคนที่โทรศัพท์มาบ้าง มาพบเองบ้าง ขอมาเชียร์ และมาให้กำลังใจ ผมขอบอกว่า ขอบคุณ กำลังใจผมยังอยู่เต็มร้อย ผมไม่มีปัญหา ผมโดนมาเยอะแล้ว ผมโดนมามากกว่านี้ด้วยซ้ำไป อย่างตอนที่ผมเป็นแม่ทัพ ผมไปปราบ ผกค.เขาก็พูดว่า ปราบพวก ผกค. ผมบอกว่า ผมไม่ได้มาปราบพวกคุณหรอก ผมมาทำความเข้าใจกับพวกคุณ ว่า เราเข้าใจถูก เข้าใจผิดกันอย่างไร ผมไม่มีหน้าที่จะมาปราบคนไทยหรอก มีหน้าที่มาช่วยเหลือพวกไทยด้วยกัน ว่า ทำอย่างนี้ไม่ถูกหรอก ควรจะทำอย่างนี้มากกว่า เพื่อจะได้รู้ว่า ผมไม่คิดว่า คนไทยเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม ผมมีหน้าที่ที่จะทำให้คนไทยรักกัน ชอบพอกัน อันนี้ ถ้าหนังสือพิมพ์ถามผม ผมก็จะตอบ บางคนเขาบอกว่า ผมควรจะมาชี้แจง ผมคิดว่ายังไม่ชี้แจงหรอก แต่ถ้าเผื่อถามก็จะชี้แจง แต่เล่าให้พวกเราฟัง โดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งหลาย เพื่อจะได้รู้ความจริง....

MGR

Tuesday, March 31, 2009

“สันติบาล” ชี้เนื้อหาบางส่วน “แม้ว” โฟนอินปลุกระดม-ดูข้อ กม.เอาผิด

สันติบาลเร่งศึกษาข้อกฎหมายเอาผิด “นช.แม้ว” โฟนอินปลุกระดม สั่งหน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดเชื่อมสัญญาณโฟนอิน เป็นแบบสดหรืออัดเทป ขณะที่ ผบช.น.ชี้โฟนอิน “แม้ว” จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง
      
       วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดและข้อกฎหมายว่าจะสามารถ ดำเนินการทางกฎหมาย รวมทั้งมาตรการทางศาลอย่างไรได้บ้าง กับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งยอมรับว่ามีเนื้อหาบางส่วนปลุกระดมมวลชน
      
       นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดโฟนอินของอดีต นายกรัฐมนตรีว่า เชื่อมสัญญาณมาจากประเทศใด และการโฟนอินดังกล่าวเป็นเทป หรือเป็นการโฟนอินสด
      
       พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า อีกไม่นานจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงขึ้น ส่วนการเฝ้าระวังมือที่ 3 ฉกฉวยสร้างสถานการณ์นั้น จากการติดตามด้านการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ตนมองว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะสามารถพูดคุยกันได้
      
       ทางด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันว่าการออกประกาศเตือนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวานที่ผ่าน มา เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของคำสั่งศาลปกครองที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งพฤติกรรมการชุมนุมที่มีลักษณะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ในการเข้าไปปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาล
      
       ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นเพียงการหมิ่นตัวบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
      
       นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังกล่าวถึงการชุมนุมที่ปิดถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ประกอบกับงานกาชาด ซึ่งส่งผลกระทบกับการจราจรเป็นอย่างมาก โดยการประชุมในวันนี้จะหารือถึงเส้นทางการจราจรที่เข้ามาในงานกาชาดด้วย

mgr

กลุ่มคนรักป๋าเปรมด่าวีระเนรคุณ

กลุ่มคนรักป๋าเปรม รวมตัวที่สงขลาแสดงพลังป้องพล.อ.เปรม ที่จ.สงขลา กลุ่มคนรักป๋าเปรม จาก 16 อำเภอของสงขลา พร้อมใส่เสื้อเหลือง เดินทางไปรวมตัวที่หน้าพิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ ในเขตเทศบาลนครสงขลา บ้านเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เพื่อให้กำลังใจพล.อ.เปรม  ภายหลังถูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านวิดีโอลิงค์โจมตีว่า เกี่ยวข้องกับการเมือง และสั่งทำรัฐประหาร ทั้งนี้ บรรดาแกนนำกลุ่มคนรักป๋า ได้ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเป็นชาวสงขลา ว่าเนรคุณต่อพล.อ.เปรม

อย่างไรก็ตาม  ก่อนเที่ยงวันนี้ กลุ่มคนรักป๋าเปรม จะเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้กับนายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อผ่านไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งการใส่ร้ายป้ายสีโจมตีประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษทันที พร้อมทั้งตัดสัญญาณโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม  พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังต้องติดต่อสถานที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ซ่อนตัวอยู่ให้ส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน มาจำคุกตามคำพิพากษาของศาล และให้จับกุมแกนนำคนเสื้อแดงมาดำเนินคดี

วาทะเด็ด - แนวหน้า



 "วันนี้เป็นการต่อสู้ของ 2 อุดมการณ์ เราต้องการประชาธิปไตย มีสถาบันพระมหากษัตริย์ มีรัฐธรรมนูญ แต่อีกฟากไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ ถึงเวลาเราต้องออกมาแล้ว เพราะเป็นเรื่องความอยู่รอดของสิ่งที่เราอยู่กันมาหลายร้อยปี"

นายกษิต ภิรมย์
รมว.ต่างประเทศ
(29 มีนาคม 2552)


“เทพเทือก”แจงงดประชุมครม.ที่ทำเนียบ ไม่ใช่เรื่องเอาแพ้ชนะ

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่สั่งงดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนทำให้ดูเหมือนรัฐบาลแพ้กลุ่มคนเสื้อแดง เพราะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาลได้ ว่า ไม่ใช่เรื่องเอาแพ้เอาชนะกัน  แต่เป็นเรื่องของการรักษาบ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลพยามยามรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองโดยอาศัยกฎหมาย  ขณะ นี้มีผู้ชุมนุมอยู่ทุกถนนรอบๆทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถ้าไม่ฝ่าฝืนกฎหมายจะไปผลักดันเขาก็ลำบาก ดังนั้นวิธีที่ทำได้ คือ ร้องศาลไต่สวนฉุกเฉิน

"พันธมิตร"ร้องปกป้องสถาบันเบื้องสูง ชุมนุมกดดันผบ.ตร.ลาออก รับไม่ได้"แม้ว"ใช้ถ้อยคำเท็จหยาบคาย

พธม.ประณาม"ทักษิณ" ออกแถลงการณ์ให้ยุติวิดีโอลิงก์ แฉคดีทุจริตผ่านสื่อรัฐ เรียกร้องรบ.-ทหารปกป้องสถาบันกษัตริย์ รับไม่ได้ใช้ถ้อยคำเท็จหยาบคาย กล่าวหา"เปรม-สุรยุทธ์"วางแผนปฏิวัติ 21 แกนนำรับทราบข้อหา คดีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา 7 ต.ค. ขอเวลา 30 วันทำคำชี้แจง พันธมิตรรวมพลหน้าตร.จี้"พัชรวาท"ลาออก

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกแถลงการณ์ประณาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ที่สนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณ ปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ร่วมวางแผนล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมเรียกเรียกร้องให้ทหารออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์


แกนนำพันธมิตรประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ได้เปิดแถลงข่าวที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม โดยนายสุริยะใสอ่านแถลงการณ์พันธมิตร ฉบับที่ 1/2552 เรื่องคำเตือนต่อการวางเฉยกรณีมีการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื้อหาประณาม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวหา พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ โดยระบุว่า พล.อ.เปรมเป็นรัฐบุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี มีประวัติซื่อสัตย์สุจริต สร้างคุณูปการให้กับชาติบ้านเมืองมามากมายและยาวนาน การกล่าวหาโจมตี พล.อ.เปรม ด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จและหยาบคาย จึงเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลและไม่อาจยอมรับได้


ทั้งนี้ แถลงการณ์ของพันธมิตรยังกำหนดข้อเรียกร้อง รวม 6 ข้อ เช่น ให้รัฐบาลยกเลิกหนังสือเดินทางและดำเนินการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาลงโทษในประเทศไทย,ให้รัฐบาลแถลงความจริงและคดีทุจริตทั้งหมดในระบอบ ทักษิณผ่านสื่อของรัฐ และเร่งรัดปฏิรูปสื่อโดยด่วนที่สุด, ให้รัฐบาลและทหารพิทักษ์ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของรัฐ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งให้รัฐบาลหยุดยั้งการถ่ายทอดภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ


นายสนธิ กล่าวว่า พันธมิตรออกมาเตือนโดยสนิทใจ เพื่อหวังว่าทหารฟังแล้วจะได้คิดและทำหน้าที่ในสิ่งที่ควรทำโดยไม่วางเฉย ส่วนเตือนแล้วยังนิ่งเฉย พันธมิตรจะชุมนุมหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์


ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ทหารมีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ บัดนี้ ความมั่นคงของชาติถูกกระทบอย่างรุนแรง ทหารจะวางเฉยไม่ได้ จะต้องออกมาชี้แจง และบอกประชาชน ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร โดยพันธมิตรจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


"ผมบอกให้ออกมาชี้แจงนะครับ และบอกกับประชาชนว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ประเดี๋ยวจะเข้าใจว่าให้ทหารออกมาทำอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ใช่นะ ต้องชัดเจน" พล.ต.จำลอง กล่าว


ด้านแกนนำพันธมิตร 21 คน ที่ถูกออกหมายจับในคดีการชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายพิภพ ธงไชย 4.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 5.นายสุริยะใส กตะศิลา 6.นายสำราญ รอดเพชร 7.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 8.นายวีระ สมความคิด 9.นายกิตติชัย ใสสะอาด 10.นายสุชาติ ศรีสังข์ 11.นายอมร อมรรัตนานนท์ 12.นายศิริชัย ไม้งาม 13.นายพิชิต ไชยมงคล 14.นายอำนาจ พละมี 15.นายประยุทธ วีระกิตต์ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราน 17.นายประพันธ์ คูณมี 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ 21.น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ได้ทยอยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องประชุมบุณยจินดา 3 สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประมาณ 3,000 คน มาชุมนุมให้กำลังใจบริเวณทางเข้าสโมสรตำรวจ


พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาสมทบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าหน้ารัฐ เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ให้การ แต่จะทำเอกสารชี้แจงภายหลัง โดยขอเวลา 30 วัน ซึ่งทนายความพันธมิตรได้นัดวันที่ 27 เมษายนนี้ เป็นอย่างช้า


"หลังจากแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกประจำวัน หลังรับทราบข้อหาแล้ว ให้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องประกันตัว เพราะไม่ได้จับกุม" พล.ต.ต.อำนวย กล่าว


นายสนธิให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับทราบข้อหาว่า ได้ยื่นคำให้การไปแล้ว ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยแกนนำทุกคนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


เมื่อถามถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตร นายสนธิ กล่าวว่า ยังรอการประชุมใหญ่เดือนพฤษภาคมนี้กับแกนนำพันธมิตรทั่วประเทศที่จะตัดสินใจ ว่าทำยังไง ถ้าเอาเราก็เอา ถ้าเขาไม่เอาก็ไม่เอา


เมื่อถามถึงการทำงานของรัฐบาลในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดี นายสนธิ กล่าวว่า ก็มีแค่คนเดียวที่ทำงานอยู่คือ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นอกนั้นก็หน่อมแน้มกันเหลือเกิน ด่าหน่อมแน้มยังน้อยไป อย่าเอาเสรีภาพสื่อเป็นที่ตั้งว่าประชาธิปไตยคือ การเลือกตั้ง ไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย แม้แต่นิดเดียว ยังถ่มถุยเหมือนเดิม อย่าอคติ ถ้าว่างก็ดูเอเอสทีวีบ้าง เพราะมีแนวทางที่วางไว้ จากนั้นนายสนธิพร้อมแกนนำคนอื่นๆ ได้ทยอยออกมาพบและปราศรัยทักทายกลุ่มพันธมิตรที่มาให้กำลังใจ


ต่อมาเวลา 13.30 น.กลุ่มพันธมิตรกว่า 1,000 คน นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน นายอมร อมรรัตนานนท์ เคลื่อนขบวนมาชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน ปราศรัยเรียกร้องให้ ตร.ตั้งโต๊ะรับดำเนินคดีกับแนวร่วมพันธมิตรทั้งหมด เช่นเดียวกับแกนนำพันธมิตรทั้ง 21 คน พร้อมโจมตีการทำงานของตำรวจ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มพันธมิตร และเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาออกจากตำแหน่ง


นายอมร ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ให้กลุ่มพันธมิตรร่วมกันดาวน์โหลดแบบฟอร์มการแสดงตัวเป็นผู้ต้องหา และกรอกข้อมูล ส่งให้ทนายความพันธมิตรรวบรวม เพื่อจะยื่นต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท ในภายหลัง พร้อมประกาศจะมีผู้ชุมนุมมากกว่า 10 เท่า ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 15.45 น.

matichon

สปน.จะร้องศาลคุ้มครองชั่วคราว ให้เสื้อแดงเปิดทำเนียบ

นายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเตรียมหลักฐาน ก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อ ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) เปิดทางเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้คณะรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปทำงานภายในทำเนียบรัฐบาลได้ โดยตนได้มอบหมายให้ นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก รองปลัดสำนักนายกรัฐมตรีเป็นผู้ดำเนินการและเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาล
 
ด้าน นายจตุรงค์ กล่าวว่า ตนกำลังเร่งเตรียมพยานหลักฐานให้พร้อม ก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง หากหลักฐานพร้อม ก็สามารถยื่นคำร้องได้ทันที เชื่อว่าภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เจ้าหน้าที่จะสามารถยื่นคำร้องได้อย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นเวลาใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้

    [good practice, step by step, be professional!!]



Monday, March 30, 2009

One Voice

เอะอะก็บอกเสื้อเหลืองเคยทำ เสื้อเหลืองเลวอย่างโง้นอย่างงี้ พวกคุณรู้ว่าเสื้อเหลืองไม่ดีแล้วทำตามอย่างทำไมครับ แล้วตอนนี้ สิ่งที่คุณทำ มันไม่ใช่การเอาคืนเสื้อเหลืองอย่างที่พวกคุณด่ากันนะครับ คุณกำลังทำลายทั้งประเทศ เห็นคนอื่นๆ ที่เขาไม่เกี่ยวบ้านรึปล่าว หรือในโลกของคุณ ใครไม่เห็นด้วยกะคุณ จะต้องเป็นเสื้อเหลืองกันหมด ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า เสื้อเหลืองคงมีเป็นหลายพันล้านคนทั่วโลกนะครับ ตอนนี้คุณคือปัญหาของประเทศครับ คุณพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้มีการสลาย เพื่อให้คุณเอาประเทศของตัวเองไปประจานนานาชาติ แล้วคุณจะได้อะไรครับ ผลของการกระทำ พวกคุณนั่นแหละที่จะเป็นคนเดือดร้อนไม่ต่างจากคนอื่นๆ คุณจะได้มาแค่ความสะใจ ทุกวันนี้ ไอ้ลิ้มมันไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้แล้ว คนที่คุณเกี่ยวด้วยตอนนี้คือประชาชนทั้งประเทศที่ต่อให้คุณเอาเหลืองกะแดง รวมกันคูณ 10 ก็ยังมีไม่เท่า ระวังคนพวกนี้จะลุกขึ้นมา ทวงคืนประเทศนะครับ ประเทศ ไม่ใช่ของพวกคุณคนเดียว คุณถึงจะย่ำยียังไงก็ได้ ประชาชนทั้งประเทศ ต้องการความสงบ ให้ประเทศเดินหน้า อย่าเอาความเป็นคนด้อยพัฒนา ด้อยคุณภาพมาถ่วงดึงประเทศให้มันแย่ไปเลยครับ และขอบเขตของการกระทำมันต้องมีครับ อย่าเล่นกันจนเกินขอบเขตที่พอดี การพาลโดยการดึงเอาทุกอย่างที่คิดว่าเกี่ยวข้องลงมาเล่น มันไม่สามารถเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ง่ายๆ หรอกนะครับ ทุกสิ่งที่พวกคุณพยายามบิดเบือน ให้ร้าย มีหลักฐานเป็นรูปธรรมให้เห็นกันแล้วว่าคุณโกหก คนที่เชื่อคุณ มันก็แค่โดนกล่อมไปซักพัก ความดีงามเป็นความจริงแท้อันประเสริฐพอที่จะไม่โดนคนเลวๆอย่างไอ้เหลี่ยมกัด กร่อนเอาง่ายๆ หรอกครับ
……………………………

ยากให้ใช้กำลังสลายการชุมนุม เสื้อแดงจะได้ลุกฮือ ทั่วประเทศ อยากเห็นเมืองไทยพินาศว่ะ สะใจดี

ความคิดเห็น โดย: ด (#67461)

……………………………

เช่นความเห็นแบบนี้เป็นตัวอย่าง อันนี้พิสูจน์ให้เห็นง่ายๆ ว่า ในหัวสมองคิดอะไรอยู่บ้าง พฤติกรรมเฮไหนเฮด้วย ไม่รู้จักไตรตรอง มันพิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นอยู่แล้วว่าคุณเป็นคนยังไง คนเราจะโง่ได้ขนาดไหน ที่ยอมจะเผาบ้านตัวเอง เพื่อให้ชาวโลกได้หันมามอง เขาหันมามองแล้วยังไงครับ เค้าจะเชื่อรึปล่าว เค้าจะเชื่อคนโง่ที่เผาบ้านตัวเองมั๊ยครับ วันนี้ เสื้อเหลือง หรือสนธิไม่ได้มีบทบาทแล้ว คุณพวกเดียวที่กำลังแสดงบทบาทโง่ๆ โชว์สายตาชาวโลกอยู่

ผมขอชื่นชมผู้คนที่รักในประชาธิปไตยจริงๆ แต่ถ้าคุณบอกว่าประชาธิปไตยต้องเห็นไปข้างเดียวกันหมด คนที่ไม่เห็นด้วยไม่ใช่ประชาธิปไตย นั่นแสดงว่าพวกคุณไม่ได้รู้จักคำว่าประชาธิปไตยครับ ประชาธิปไตย หมายถึงการให้เสียงส่วนใหญ่นำพาก็จริง แต่ก็ไม่ได้ละเลยเสียงส่วนน้อย ไม่ใช่ไม่ยอมรับ และมองเป็นศัตรูครับ

ความคิดเห็น โดย: จตุพร (#67692)


หยุดตะแบงดันกม.ฟอกผิดทักษิณ (บทบรรณาธิการแนวหน้า)

ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่ผลักดันร่างกฏหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรเมื่อเร็วๆนี้ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีเป้า หมายแฝงเร้นทางการเมืองเพื่อฟอกโทษและความผิดคดีทุจริตทั้งหมดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้เป็นนักโทษหนีความผิดตามคำพิพากษาของศาลฏีกาที่ไปใช้เวทีต่างแดน ปลุกระดมและบัญชาการม็อบเสื้อแดงให้ลุกฮือขึ้นโค่นล้มอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้

ร่างกฏหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติฉบับนี้มีสาระสำคัญที่กำหนดให้มีการ นิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดอันเป็นผลพวงของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 จนกระทั่งถึงวันที่5 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า มีเจตนาวางแผนนิรโทษกรรมความผิดล่วงหน้าให้กับม็อบเสื้อแดงที่กำลังทำสงคราม ขั้นแตกหักโดยมี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแม่ทัพใหญ่อยู่ในขณะนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามร่างกฏหมายดังกล่าวนั่นหมายความว่าหากม็อบเสื้อแดงก่อเหตุ จลาจล ในช่วงนี้ไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคมก็จะอยู่ในข่ายได้รับการนิรโทรกรรมด้วย

การออกมาผลักดันร่างกฏหมายว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติของพรรคเพื่อไทยในช่วง เวลาสอดรับการออกมาทำสงครามแตกหักของม็อบเสื้อแดงซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ล้วนเป็นเครือข่ายหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณชัดเจนว่าเป็นเพียงหมากทางการเมืองเพื่อกดดันต่อรองหาทางรอดให้ กับตัวเองของ พ.ต.ท.ทักษิณในภาวะที่กำลังหลังพิงฝาและใกล้จนตรอกเข้าไปทุกขณะ

ดังนั้นการออกกฏหมายที่อ้างว่าเพื่อความปรองดองในชาติความจริงแล้วจึงเป็น เพียงการออกกฏหมายเพื่อฟอกล้างความผิดให้กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นคือพ .ต.ท.ทักษิณโดยอ้างการสร้างความปรองดองในชาติบังหน้า แต่ที่สำคัญกฏหมายฉบับนี้เป็นการทำลายหลักนิติรัฐตลอดจน มาตรฐานระบบยุติธรรมในสังคมอย่างยับเยิน และเป็นการสร้างบรรทัดฐานอันไม่ถูกต้องชอบธรรมกลายเป็นการฟอกความผิดให้กับ คนเพียงบางคนที่ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน จนอาจเกิดคำถามว่าหากเป็นตาสีตาสานายมีนายมาซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไปจะได้รับ ข้อยกเว้นไม่ต้องรับโทษเช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาวหรือไม่

กฏหมายฉบับนี้ยังทำลายความศักดิ์สิทธิ์แห่งสถาบันศาลอย่างยับเยินหากมีการ นิรโทษความผิดแก่อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาได้ถูกศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึง ที่สุดให้จำคุก 2 ปีในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกไปแล้ว และยังมีอีกหลายคดีอยู่ระหว่างรอการชี้ขาดของศาลโดยเฉพาะคดียึดทรัพย์มูลค่า 76,000 ล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ

นอกจากนี้กฏหมายฉบับนี้แทนที่จะสร้างความปรองดองในชาติ แต่กลับจะเป็นชนวนจุดไฟวิกฤติความแตกแยกให้กลับมาลุกโชนและลุกลามรุนแรงยิ่ง ขึ้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นอดีตนายกรัฐมนตรีได้รับโทษความผิดตาม กระบวนการยุติธรรมเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางสังคม เพราะฉะนั้นขบวนการเครือข่ายระบอบทักษิณทั้งหลายจึงควรหยุดเคลื่อนไหวตีรวน จุดไฟเผาบ้านป่วนเมืองเพื่อตัวเองสวนกระแสของสังคมที่อยากเห็นบ้านเมืองเดิน ไปข้างหน้าเสียที

แนวหน้า


คนสงขลาขู่บุกกรุงป้องป๋าเปรม

กลุ่มคนรักป๋าเปรมจ.สงขลาขู่บุกกรุง หากทักษิณยังไม่หยุดใส่ร้าย
ที่จ.สงขลาหน้าพิพิธภัณฑ์พระธำมรงค์ ถนนปละท่า อ.เมือง กลุ่มคนรักป๋าเปรม นำโดยนายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลาเป็นแกนนำรวมตัวชุมนุมหน้าบ้านเกิดของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุญ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมออกแถลงการณ์กรณี"ทักษิณบิดเบือนกล่าวเท็จใส่ร้ายป๋าเปรม" พร้อมทั้งยื่นข้อเรียกร้อง4 ข้อคือ 1 .ให้รัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งการใส่ร้ายป้ายสีโจมตีประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษป๋าเปรมทันที 2.ตัดสัญญาณโฟนอิน ของทักษิณทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม 3.รัฐบาลต้องติดต่อประเทศที่ทักษิณซ่อนตัวอยู่ให้ส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้าม แดนมาจำคุกตามคำพิพากษาของศาล และ4.ให้จับแกนนำคนเสื้อแดง 3 เกลอหัวขวดมาดำเนินคดีทันที  
          
นอก จากนี้ ผู้ที่มาร่วมชุมนุมมีหลากหลายอาชีพมีการขึ้นกล่าวโจมตี แกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่เป็นคนลืมบุญคุณผู้มีพระคุณ ลืมชาติกำเนิดบุญคุณแผ่นดิน และในวันพรุ่งนี้จะมีการชุมนุมใหญ่ของชาวสงขลาเรือนหมื่น ที่มาจาก 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อแสดงพลังมวลชนชาวสงขลา ที่มีต่อพลเอกเปรม และหากว่ากลุ่มเสื้อแดงยังไม่หยุดการกล่าวใส่ร้ายป๋าเปรมก็จะเดินทางเข้า กรุงเทพเพื่อไปปกป้องป๋าเปรม

ขณะเดียวกันก็จะเดินทางไปปิดล้อมบ้าน นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่อำเภอระโนด เพื่อให้พ่อแม่สั่งสอนลูกให้ดีกว่านี้ ให้นึกถึงบุญคุณแผ่นดินเกิด ไม่ใช่สั่งสอนให้เนรคุณชาติ

http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=40150


ตำรวจขู่ควบคุมฝูงชน

บช.น.ประกาศเสียงตามสายขอเสื้อแดงเลิกปิดล้อมทำเนียบฯขู่ควบคุมฝูงชน!

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ประกาศเสียงตามสายในทำเนียบรัฐบาลว่า ตำรวจขอประกาศไปถึงผู้จัดการชุมนุม และผู้เข้าร่วมการชุมนุม ขอให้หยุดการกระทำขัดขวางการเข้าออกภายในทำเนียบรัฐบาล หากยังไม่ยอมเลิก ตำรวจจะเข้าควบคุมฝูงชนตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก โดยจะเริ่มจากการใช้โล่ แต่ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้พกพาอาวุธปืนแต่อย่างใด และจะทำตามกฎหมายกับผู้จัดการชุมนุม และผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกราย หากกระทำการผิดกฎหมาย ดังนั้นหวังว่า จะได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะการแก้ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่ใช้ความรุนแรง
         
ทั้ง นี้นอกจากการประกาศเสียงตามสายแล้ว บช.น.มีการเปิดเพลงมาร์ชปลุกใจอยู่เป็นระยะๆ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ พากันโห่ร้อง ขณะที่แกนนำก็รีบประกาศบนเวทีระดมผู้ชุมนุมให้รีบมารวมตัวกันด้านหน้าเวที และที่บริเวณประตูทางเข้าออกต่างๆภายในทำเนียบรัฐบาล โดยให้รวมตัวกันให้ได้ประตูละ 100-300 คน

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบ รัฐบาล เมื่อได้ฟังประกาศเสียงตามสายที่อาจจะมีการสลายการชุมนุม ต่างก็รีบเซ็นชื่อ และเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเป็นจำนวนมากเพื่อความปลอดภัย

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งระดมพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อยไปรวมตัวกันที่บริเวณ ด้านข้างสำนักงานอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมระดมกำลังจำนวนมาก มาตั้งแถวเผชิญหน้ากับตำรวจ เนื่องจากเกรงว่า จะใช้เส้นทางดังกล่าวเข้ามาสลายการชุมนุม อีกทั้งเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่สำนักงานสหประชาชาติ ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
          
ต่อมา กลุ่มเสื้อแดงประกาศห้ามข้าราชการเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลโดยเด็ดขาด แต่อนุญาติให้เฉพาะผู้สื่อข่าวเท่านั้น พร้อมทั้งมีการตรวจคนอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะห้ามถือข้าวกล่อง และครื่องดื่มที่แพ็กเป็นจำนวนมากเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล

http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=40148

Sunday, March 29, 2009

ประชาธิปไตย กับคำถาม

ลองคิดดูเล่นๆ

ว่า

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย มีการซื้อเสียง แม้เพียง 1 เสียง ผลการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะถือว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่

หากเป็นประชาธิปไตย ซื้อเสียงจำนวนเท่าใดจึงจะไม่ทำให้เป็นประชาธิปไตย

หรือขึ้นอยู่กับว่า การซื้อเสียงเกิดจาก ฝั่งจัดตั้งรัฐบาล จึงถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
แต่หากเกิดจากฝั่งตรงข้ามส่วนน้อย ผลเลือกตั้งถือว่าเป็นประชาธิปไตย

Saturday, March 28, 2009

Thaksin, Where are you?

จากการ โฟนอิน เมื่อ 26 มี.ค. 2552 เวลาประมาณ 20น.

ทักษินบอกว่าอยู่อาฟริกา กำลังจะไปพบประธานาธิบดี เดาเอาว่า เนื่องจากทักษิน รักประชาธิปไตย จึงน่าจะยอมรับประเทศแอฟริกาที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น

แต่มีแค่ 4 ประเทศในแอฟริกา ที่ทั่วโลกยอมรับในความเป็น ประชาธิปไตย

1. Botswana, President: Seretse Khama Ian Khama, GNI (gross national income) per capita: US $5,840

2. Ghana, President: John Atta Mills, GNI US $590

3. Mauritius, President: Sir Anerood Jugnauth , Prime minister: Navin Ramgoolam, GNI US $5,450

4. South Africa, President: Kgalema Motlanthe, GNI US $5,760

ดูแล้ว ถ้าทักษินช่วยแก้จน ก็ต้องเป็น กาน่า

หลุดจาก 4 ประเทศนี้ แสดงว่าทักษิน ไม่รักประชาธิปไตยจริง :D

ref: http://allafrica.com/stories/200901140107.html


Reblog this post [with Zemanta]

Tuesday, March 17, 2009

นายกฯ อภิสิทธิ์ตอบใจ PM Abhisit answered JI


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ตอบคำถามนายใจ อึ๊งภากรณ์ ในการปาฐกถาที่
St.John's College, University of Oxford
Mr.Abhisit Vejjajiva Prime Minister of the Kingdom of Thailan.

Label Cloud