
Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.
Upcoming
Wednesday, April 15, 2009
Tuesday, April 14, 2009
เสื้อแดงยอมสลายแล้ว
เมื่อ เวลา 10.55 น.ที่ผ่านมา นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ขึ้นประกาศยุติการชุมนุมบนเวทีบริเวณทำเนียบรัฐบาล หลังจากแกนนำ นปช.ประเมินการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ทหารในทุกด้าน เกรงว่าผู้ชุมนุมจะได้รับบาดเจ็บ หากปล่อยให้เกิดการสลายดังกล่าวขึ้น พร้อมระบุการยุติไม่ได้เป็นการยอมแพ้ เพียงต้องการรักษาชีวิตของผู้ชุมนุมไว้ อีกทั้งหวั่งเกรงว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะฉวยโอกาสเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างที่เกิดขึ้นที่สามเหลี่ยมดินแดงเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (13 เม.ย.)
ขณะที่นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.ได้ยื่นข้อเสนอไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร เสนอให้ทหารถอนกำลังถอยออกห่างจากพื้นที่การชุมนุม 20 เมตร เนื่องจากการให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวออกจากทำเนียบฯ ไปได้อย่างสะดวก
ทั้ง นี้ มีการยืนยันจากรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุแกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายจับทั้ง 5 คน จากการนำผู้ชุมนุมบุกโรงแรมสถานที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จะเข้ามอบตัว ทั้งนี้ยังไม่มีการระบุตำรวจจะให้ประกันตัวหรือไม่ ส่วนบรรยากาศบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเสริมกำลังคอยรับการเดินทางเข้ามอบตัวของแกนนำ นปช.โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทย และต่างประเทศมาดักรอรายงานข่าวอยู่จำนวนมาก
และ มีรายงานว่า ภายหลังการประกาศยุติการเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช. ผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณโดยรอบทำเนียบฯ เริ่มทยอยเก็บข้าวของ เดินทางกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่มีบางส่วนยังปักหลักรอดูท่าทีจากแกนนำฯ อีกครั้ง ขณะเดียวกันเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น เมื่อผู้ชุมนุมบางส่วนแสดงอาการไม่พอใจกับการประกาศยุติของแกนนำ นปช.จุดไฟเผารถเมล์บริเวณแยกนางเลิ้งเพิ่มอีก 1 คัน หลังจากเมื่อช่วงเช้าได้เผาไปแล้ว 1 คัน.

Labels: Rally, Red Shirt, red-shirted, State of Emergency
Monday, April 13, 2009
ทักษิณหลุด ...เข้าแถวรอรับ 500 บาท...
(พูดเสียงดัง มือซ้ายปล่อยข้างตัว มือขวาแบมือยื่น ตีไปข้างหน้าตามจังหวะการพูด)
....ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ผมพร้อมให้คำปรึกษา
แต่ถ้าพี่น้อง...บอกว่าทักษิณมาทำเองเลย...พร้อมครับ (กำมือ ยื่นไปข้างหน้า)
จะขอเหนื่อยตอนอายุ 60 นี่อีกครั้งหนึ่ง
ไม่ต้องไปเข้าแถวรอรับ 500 บาท
(แบมือคว่ำ ยื่นไปข้างหน้า)
.
.
(หันหน้ามองด้านขวาล่าง อึกอัก อ้ำอึ้ง..ยกมือซ้ายครึ่งทาง...แล้วจับชายเสื้อแถวๆท้องด้านขวา เหมือนพูดอะไรผิดไป???)
.
.
พี่น้องครับ (เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นพูดธรรมดา)
พี่น้องที่เคยได้รับ..........อานิสงค์....จากประชาธิปไตยที่กินได้...
[ทักษิณลืมตัวหลุด วินาทีที่ 40 ลูกน้องทัก เลยแก้เก้อเปลี่ยนเรื่องพูด???]
ว่าตาม context - ผู้พูด พูดกับใคร ... ผู้พูดสื่อสารว่าใครไม่ต้องไปเข้าแแถวรอรับ 500 บาท ถ้าผู้พูดกลับมาทำงาน
แปลความ - ถ้าทักษิณกลับมาทำงานเอง(ถ้าพี่น้องเสื้อแดงเรียกร้อง) (ผู้ฟังคือพี่น้องเสื้อแดง)ไม่ต้องไปเข้าแถวรอรับ 500 บาท ???
Labels: Paid-protesters, Rally, Red Shirt, red-shirted, thaksin
Saturday, April 11, 2009
Thailand protesters besiege ASEAN summit site
Reporting from Pattaya, Thailand -- Anti-government protesters broke through razor-wire barricades and a wall of riot police officers and soldiers Friday in a move to disrupt a summit of Asian leaders.
After a tense standoff that lasted for hours, the demonstrators pushed past police and raced to the entrance of the seaside hotel where regional leaders, some of whom had already arrived, are scheduled to meet. The protesters, wearing red shirts, occupied the lower steps and called for supporters from around the country to join them.
"There will be no negotiations," shouted one through a megaphone from atop a cargo truck outside the hotel. "This government is illegal. The prime minister came to power with assistance from the army. It was a 'silent coup.' "
The breach came just minutes after a government official had assured reporters that the situation was under control. It was not clear whether the meeting of the Assn. of Southeast Asian Nations, or ASEAN, would proceed as planned. Leaders from China, Japan, South Korea, India, Australia, New Zealand and the United Nations are scheduled to attend the gathering today in Pattaya, about 90 miles southeast of Bangkok, the capital. Foreign ministers of member nations began meeting Friday.
The protesters, known collectively as the United Front for Democracy Against Dictatorship, or UDD, are supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra. They are demanding the resignation of the current prime minister, Abhisit Vejjajiva, and the dissolution of his 4-month-old government.
The group, known as the "red shirts," also calls for the prosecution of the leaders of an opposing, yellow-shirted, protest group that stormed and occupied Bangkok's Government House and overran its two international airports late last year in its successful campaign to oust two Thaksin-linked governments.
Abhisit, a 44-year-old Oxford-educated economist, was selected by the parliament after his political party came in second in national elections in late 2008.
The opposition's attempt to discredit and ultimately topple Abhisit's government, follows a wave of protests that have crippled Bangkok and thrust image-conscious Thailand into the glare of international scrutiny.
On Thursday night, UDD parliamentarian Jatuporn Prompon declared that a sea of red-shirted supporters would not allow the ASEAN meeting to commence.
"We have run out of peaceful measures," he told a crowd of supporters.
The government reassured the public that the summit, delayed from December because of the earlier unrest, would take place. About 8,000 officers and soldiers were deployed to Pattaya, known for its beach resorts and bars.
Since Wednesday, more than 100,000 "red shirts" have been rallying and marching in the capital. At one point, hundreds surrounded the home of Privy Councilor General Prem Tinsulanonda, who they say was behind the military coup that ousted Thaksin in 2006.
Thaksin says the movement is a "people's revolution" against the "aristocracy." Speaking to supporters Thursday in a video conference, Thaksin said, "Abhisit is too young to play this game. He should resign and give power back to the people to decide the future of this land."
Two days earlier, his supporters attacked a vehicle carrying Abhisit at a traffic light in Pattaya, smashing the rear window and pummeling his driver and bodyguards. Abhisit sought to quickly reassure foreign leaders after the attack.
"This is not the game, they cannot play like this," said Abhisit. "If they are sincere, the government is open to political reform."
Thaksin, a former police officer who became a billionaire telecommunications tycoon, has been sentenced to two years in jail on corruption charges, but he has evaded arrest and his whereabouts are unknown. He has a strong base of support among Thailand's rural poor, mostly in the northern and northeastern provinces, because of his populist policies.
Thursday, April 9, 2009
รายงาน-กับดัก "ใยแมงมุม" ...สยบแผนป่วนเมือง
Image via Wikipedia
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภายใต้แรงขับเคลื่อนจากพรรคเพื่อไทย ได้ระดมชาวบ้านนับหมื่นคนเข้าเมืองหลวง
เป้าหมายเพื่อเผด็จศึก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมทั้งกดดันให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลาออกหรือยุบสภา
เกมนี้จึงมีเดิมพันสูงยิ่งระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับประมุขแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์
ฝ่ายใดพลาดพลั้ง นั่นย่อมถึงความพ่ายแพ้
ศึกหนนี้จึงเชื่อกันว่า จะเล่นกันทั้งบนดินและใต้ดิน ในที่ลับและที่โล่งแจ้ง ร่วมถึงมือที่สอง มือที่สาม ที่อาจเข้ามาก่อเหตุจุดชนวน "สงครามกลางเมือง"
แม้ที่ผ่านมาเกมในสภาจะตกเป็นรอง แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่ายุทธศาสตร์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วางไว้อาจมี "แผนแตกหัก" ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย หากมวลชนคนเสื้อแดงไม่อาจทนกดดันอยู่ได้เกิน 3 วัน จนทำให้แผนการ รวมถึงเงินที่ทุ่มลงไปสูญเปล่า
มีเหตุการณ์ที่ต้องถือว่าเกี่ยวเนื่องกับการเมือง จากความพยายามลอบสังหาร นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึก หรืออ๊อด อายุ 45 ปี พร้อมพวกทั้งหมดให้การรับสารภาพ และยังมีแผนวางเพลิงธนาคารอีก 10 แห่ง เพื่อสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่แผนทั้งหมดเกิดรั่วจากทีมสังหารเสียก่อน
ยังจับสัญญาณอันตรายบางอย่างจากครอบครัว "ชินวัตร" ซึ่งส่อเค้าว่า "ศึกล้มองคมนตรี" คราวนี้จะถึงจุดแตกหัก โดยเฉพาะการเดินทางออกจากประเทศไทยเป็นการด่วนของ คุณหญิงพจมาน พร้อมครอบครัว รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เมื่อคืนวันที่ 7 เมษายน ก่อนการชุมนุมใหญ่เพียงไม่กี่ชั่วโมง
สัญญาณต่างๆ เหล่านี้ดูเหมือนรัฐบาลเองก็กังวลและมองเกมนี้ออกเช่นกัน
การประเมินสถานการณ์จากฝ่ายความมั่นคงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ โดยมีทหาร ตำรวจ สภาความมั่นคง วิเคราะห์ตรงกันว่า หากสถานการณ์ไปถึงจุดนั้นจริง ต้องสกัดตัวจุดชนวนให้ได้ ทั้งมือที่หนึ่ง มือที่สอง มือที่สาม ที่ว่ากันว่าจะมีทั้งการใช้ระเบิด ลุกลามถึงขั้นเผาสถานที่ราชการเลยทีเดียว
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ต้องออกคำสั่งเน้นย้ำนายตำรวจดูแลเรื่องความมั่นคงเป็นพิเศษ โดยให้ผู้บังคับหน่วยกองร้อยควบคุมฝูงชน ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลให้เป็นไปตามแผน "กรกฎ 48" อย่างเคร่งครัด
"ในพื้นที่โดยรอบการชุมนุม ให้ตั้งด่านตรวจเป็นเครือข่ายใยแมงมุม เน้นการตรวจอาวุธสงคราม บุคคลต้องสงสัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถกระบะ รถตู้ ที่มีการขนคนจำนวนมาก พร้อมตั้งจุดสกัดตรวจค้นอาวุธผู้ชุมนุมอย่างละเอียด ห้ามพกพาอาวุธใดๆ เข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด โดยให้ตั้งแผงเหล็กกั้นพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่จำกัด และห้ามตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม" ผบช.น.ระบุ
"แผนโครงข่ายใยแมงมุม" ถูกนำมาใช้เพื่อรองรับการก่อเหตุร้าย เป็นเหมือนการดักจับแมลงทีละชั้น หรือกรองสิ่งที่เล็ดลอดผ่านจากด่านแรก ด้วยการตั้งด่านสกัดตั้งแต่เขตรอบนอกจนถึงพื้นที่สีแดง
โดยใช้กำลังตำรวจจาก 88 สน. ตั้งจุดตรวจ สน.ละ 2 ด่าน รวมทั้งสิ้น 176 จุด เคลื่อนย้ายสลับไปตามถนนสายหลักต่างๆ ในเขตพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ได้สั่งให้ตั้งด่านจราจรอีก 97 จุด เชื่อมโยงกับโครงข่ายใยแมงมุมของโรงพัก โดย บก.จร.เน้นตั้งจุดตรวจพื้นที่ชั้นใน โดยเฉพาะถนนสายหลักรอบทำเนียบรัฐบาล เช่น ถนนศรีอยุธยา ราชดำเนินนอก และพิษณุโลก เพื่อสกัดรถต้องสงสัยที่จะเข้ามาพื้นที่ชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าการชุมนุมจะยุติ
และหากกลุ่มผู้ไม่หวังดีสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้จะเจอกับด่านสุดท้าย ที่มีฝ่ายสืบสวนทั้งตำรวจหญิงและชาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ซึ่งเข้าไปแทรกซึมปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมคอยหาข่าวเป็นเส้นใยสายสุดท้าย คอยดักจับ
ถ้ารวมกับกำแพงตำรวจควบคุมฝูงชนอีก 23 กองร้อย ทหารอีกนับพันที่อยู่รายรอบม็อบเสื้อแดงแล้วล่ะก็ มดสักตัวก็ยากจะเดินเข้าไปจุดชนวนเหตุได้
อย่างไรก็ตาม "แผนโครงข่ายใยแมงมุม" จะยุติเหตุนองเลือดได้หรือไม่ ต้องติดตามอย่ากะพริบตา
มาร์ควอนปชช.อย่าเป็นเหยื่อคนหนีคดี
Image by central_vietnam via Flickr
(9เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการจมูกมด ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงที่ มาตั้งเป็นเงื่อนไขนั้นไม่เกี่ยวข้องกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการชุมนุมเห็นว่าอยู่ในกรอบของกฎหมายสามารถกระทำได้ในวิถีของกฎหมาย แต่ถ้ามีการกระทำผิดก็ไม่ถือว่าไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย สำหรับการวีดีโอลิงท์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นการปลุกระดมมากขึ้น เพราะถือว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ตัวเองไม่ได้อยู่ในประเทศ และครอบครัวก็ไปต่างประเทศหมดแล้ว
ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการแจ้งไปยังประเทศต่างๆว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ศาลมีคำพิพากษามีความผิดทางอาญา ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง จึงต้องนำตัวมาลงโทษทางกฎหมาย เมื่อเป็นคนไทยกระทำผิดกฎหมายก็ต้องมารับโทษ จะมาเรียกร้องให้มีข้อยกเว้นไม่ได้ เพราะในแนวทางประชาธิปไตยทำผิดกฎหมายแล้วก็ต้องมารับโทษ
"บุคคลที่มาชุมนุมวันนี้ประสงค์ได้ประชาธิปไตยจริงๆหรือไม่ใช่เป็นฉาก หน้าตกเป็นเครื่องมือเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หากต้องการประชาธิปไตยจริงก็เข้ามาสู่ระบบปฏิรูปด้วยกัน อย่างหวังเพื่อใช้ความรุนแรงเพื่อเป็นเงื่อนไขให้ตัวเองกลับมาลบล้างความผิด ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับบ้านเมือง ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือ ตกเป็นเหยื่อคนบางคนที่เคยเป็นเผด็จการมาแล้ว รัฐบาลมีแนวคิดเดิมคือไม่ใช้ความรุนแรง ความรุนแรงจะไม่เริ่มจากรัฐบาลแน่นอน แต่ผู้ชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่าทำอะไรรุนแรง"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
Wednesday, April 8, 2009
Red Shirt Demonstrators Numbers
The "Red Shirt" protesters -- named for the color of their shirts -- had gathered outside Government House in Bangkok, according to the chief of the Metropolitan Police Bureau.
Demonstrations have intensified in recent weeks to destabilize the government of Prime Minister Abhisit Vejjajiva.
The Red Shirt protesters have declared Wednesday their D-Day, claiming they will draw up to 300,000 people from the eastern and northern part of the country.
Those regions are a stronghold of former Prime Minister Thaksin Shinawatra, to whom the Red Shirts owe their allegiance.
Thaksin was deposed from power in a coup in 2006, but still wields considerable clout. A party loyal to him, the People Power Party, assumed office in 2007 elections.
Those opposed to Thaksin took to the streets, dressed in yellow shirts and earning the moniker, the "Yellow Shirts."
They staged sit-ins for more than two months last year -- occupying the headquarters of the government and blockading Bangkok's major international airport.
The demonstrations ended December 2 when a court ruled the People Power Party was guilty of electoral fraud.
The move paved the way for Abhisit to assume the prime ministership.
Now, the tables are turned -- with Thaksin supporters demonstrating.
They maintain Abhisit's government was not democratically elected. They want him to leave office and schedule new elections.

สมาคมสื่อเป็นห่วง"เสื้อแดง"คุกคามนักข่าว
จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 7 และสำนักข่าวเนชั่น ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงคุก คาม โดยการขว้างปาขวดน้ำพร้อมทั้งเข้ามารุมด่าทอ ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับ ไล่เผด็จการ (นปช.) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552
วันนี้ (8 เม.ย.) นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และนายวันชัย วงศ์มีชัย อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงว่า
ทั้ง 2 สมาคมวิชาชีพ มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเห็นว่าการคุกคามการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวการชุมนุม ได้สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวและสร้างความอัดอัดใจต่อการทำหน้าที่ของ สื่อมวลชนที่ต้องรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ และถึงแม้แกนนำผู้ชุมนุมได้พยายามชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของ กลุ่มมือที่ 3 แต่แกนนำผู้ชุมนุมย่อมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ เพียงการกล่าวอ้างว่าเป็นการการกระทำของมือที่สามไม่ได้
แกนนำสมาคมวิชาชีพกล่าวต่อไปว่า สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้แกนนำผู้ชุมนุมมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอย่าง ชัดเจนและเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับผู้ชุมนุมต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ทำงาน โดยปราศจากอคติ ขณะเดียวกัน ก็ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนภาคสนามว่า มีความยากลำบากอย่างไร การคุกคามในลักษณะดังกล่าว อาจสร้างความหวาดกลัวและอึดอัดใจต่อการทำหน้าที่ของสื่อจนอาจส่งผลต่อการทำ หน้าที่ในการรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบด้วย
นายกสมาคมนักข่าววิทยุ และโทรทัศน์ไทย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการชุมนุมไม่ควรเพิก เฉยต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนดังกล่าว และควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เป็นที่พึ่งของสื่อมวลชนเมื่อเกิด เหตุการณ์รุนแรงได้
“ในการรายงานข่าวการชุมนุมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สื่อมวลชนเอง ก็ต้องรายงานข่าวและข้อเท็จจริงด้วยความครบถ้วนรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคข่าวสารสามารถใช้วิจารณญานในการพิจารณาข้อมูลข่าว สารที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวันชัยกล่าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ได้เดินทางเข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงให้ กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร องนายกรับมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลา 30 นาที จากนั้นพล.ต.ต.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เป็นห่วงมือที่สาม ที่มีข่าวว่าเป็นพวกป่วน แต่สิ่งบอกเหตุอย่างอื่นยังไม่มี และนายกฯก็ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ และยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เราต้องดูแลโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เนื่องจากเป็นห่วงพวกก่อกวนเท่านั้น ผู้ สื่อข่าวถามว่า มีข่าวจะมีการเอารถระเบิดเพลิงมาขวางตามสี่แยก รองผบช.น. กล่าวยอมรับว่า ได้รับข่าวดังกล่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร เป็นผู้ดูแล โดยมีการเตรียมรถยกเอาไว้ตามแยกและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หากเกิดเหตุจริงก็พร้อมดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามือที่สามมีมากพอสมควร และไม่ได้แฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อยู่รอบนอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รู้ และตามประกบอยู่ แต่ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่ามือที่สามจะก่อเหตุในลักษณะใด พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า คล้าย ๆ ว่าจะใช้ระเบิดเพลิงที่จะมีการเผา ซึ่งเป็นไปตามข่าวว่าจะมีการลอบเผาสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างไรก็ตามผบช.น.ได้สั่งการไปยังผู้การแต่ละกองบังคับการให้ดูแลพื้นที่ ของตัวเองที่รับผิดชอบตามจุดล่อแหลมต่าง ๆ หวั่นเกิดความรุนแรงสั่งเพิ่มกำลังตรวจเข้มบ้าน"ป๋า" พล. ต. ต.สุพร พันธ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครลบาล กล่าวว่า ในช่วงเวลาค่ำของคืนนี้ได้มีการสั่งดูแลความปลอดภัยบ้านสี่เสาเทเวศ ของ พล.อ.เปรม ติลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เข้มงวดเป็นพิเศษ อีกทั้งมีการติดกล้องวงจรปิดโดยรอบ นอกจากนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งให้มีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ และยาเสพติดในพื้นที่รอบในเพิ่มอีก 12 จุด รอบบิรเวณการชุมนุมเพื่อป้องกันการเข้ามาสร้างสถาการณ์ ส่วนในพื้นที่รอบนอกให้ สถานีตำรวจนครบาลแต่ละแห่งตั้งจัดตรวจค้นเพิ่มขึ้นอีก สน.ละ 2 จุด และ ตั้งด่านจราจร อีก สน.ละ 1 จุด พร้อมทั้งส่ง่เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญ หลังมีรายงานด้านการข่าวของ จนท.ตำรวจ ว่าจะมีความรุ่นแรงเกิดขึ้น
(8เม.ย.) เมื่อเวลา 16.45 น.ผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้ ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลด้านถนนพิษณุโลก โดยเฉพาะหน้าเวทีปราศรัยใหญ่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ โดยผู้ชุมนุมต้องการเข้ามาให้ใกล้เวทีมากที่สุด เพราะมีการปราศรัย มีการแสดงดนตรี ของ ส.ส. บางส่วนถึงขั้นปีนเข้าไปในหน้าสำนักงาน กพ.เพราะทนความแออัดไม่ไหว
ขณะที่บรรยากาศในภาพรวมภายหลังผู้ชุมนุมเสื้อแดงปิดล้อมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์และเส้นทางโดยรอบส่งผลให้การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้รถโดยสารประจำทางหลายสายที่มีจุดหมายปลายทางสี่เสาเทเวศร์ ต้องเปลี่ยนเส้นทางการวิ่งใหม่ โดยอ้อมไปเส้นทางสะพานขาวผ่านหน้ามหาวิทยาราชภัฏจันทรเกษม ใช้เวลาเดินทางมากกว่าเดิม จนผู้โดยสารต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า การปิดถนนชุมนุมครั้งนี้ทำให้เกิดความเดือดร้อน
ด้านแม่ค้าขายของตลาดนัดข้างกระทรวงศึกษาธิการ ริมถนนพิษณุโลก กล่าวว่า เท่าที่ดูการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันนี้ ไม่มีอะไรรุนแรง ต่างจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลืองที่ใช้ความรุนแรงจนไม่สามารถตั้งร้าน ได้เกรงจะไม่ปลอดภัย แต่การชุมนุมครั้งนี้ผู้ค้าไม่ได้หลีกหนีหรือยกเลิกตลาดนัดยังตั้งแผงขายของ กันตามปกติ แต่มีคนเดินจับจ่ายใช้สอยกันบางตา
น.ส.อาริยา สุวรรณณรงค์ อายุ 37 ปีเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งที่มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง กล่าวว่า ต้องการเห็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง(???)และชอบการทำงานของอดีตนายกฯทักษิณ ที่ทำงานอย่างจริงจัง การมาครั้งนี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝง และจะชุมนุมไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

จักรทิพย์หวั่นมือที่ 3 ใช้ระเบิดเพลิงบึ้มเสื้อแดง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ได้เดินทางเข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงให้ กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร องนายกรับมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลา 30 นาที
จากนั้นพล.ต.ต.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เป็นห่วงมือที่สาม ที่มีข่าวว่าเป็นพวกป่วน แต่สิ่งบอกเหตุอย่างอื่นยังไม่มี และนายกฯก็ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ และยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เราต้องดูแลโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เนื่องจากเป็นห่วงพวกก่อกวนเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวจะมีการเอารถระเบิดเพลิงมาขวางตามสี่แยก รองผบช.น. กล่าวยอมรับว่า ได้รับข่าวดังกล่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร เป็นผู้ดูแล โดยมีการเตรียมรถยกเอาไว้ตามแยกและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หากเกิดเหตุจริงก็พร้อมดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามือที่สามมีมากพอสมควร และไม่ได้แฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อยู่รอบนอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รู้ และตามประกบอยู่ แต่ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่ามือที่สามจะก่อเหตุในลักษณะใด พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า คล้าย ๆ ว่าจะใช้ระเบิดเพลิงที่จะมีการเผา ซึ่งเป็นไปตามข่าวว่าจะมีการลอบเผาสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างไรก็ตามผบช.น.ได้สั่งการไปยังผู้การแต่ละกองบังคับการให้ดูแลพื้นที่ ของตัวเองที่รับผิดชอบตามจุดล่อแหลมต่าง ๆ
หวั่นเกิดความรุนแรงสั่งเพิ่มกำลังตรวจเข้มบ้าน"ป๋า"
พล. ต. ต.สุพร พันธ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครลบาล กล่าวว่า ในช่วงเวลาค่ำของคืนนี้ได้มีการสั่งดูแลความปลอดภัยบ้านสี่เสาเทเวศ ของ พล.อ.เปรม ติลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เข้มงวดเป็นพิเศษ อีกทั้งมีการติดกล้องวงจรปิดโดยรอบ
นอกจากนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งให้มีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ และยาเสพติดในพื้นที่รอบในเพิ่มอีก 12 จุด รอบบิรเวณการชุมนุมเพื่อป้องกันการเข้ามาสร้างสถาการณ์ ส่วนในพื้นที่รอบนอกให้ สถานีตำรวจนครบาลแต่ละแห่งตั้งจัดตรวจค้นเพิ่มขึ้นอีก สน.ละ 2 จุด และ ตั้งด่านจราจร อีก สน.ละ 1 จุด พร้อมทั้งส่ง่เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญ หลังมีรายงานด้านการข่าวของ จนท.ตำรวจ ว่าจะมีความรุ่นแรงเกิดขึ้น

โฆษกรบ.ยืนยัน "ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์"เดินทางไปนอกจริง "สาทิตย์"จับผิดเผ่นตปท. ส่งสัญญาณอะไร
นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผ่านทางโทรศัพท์ ยอมรับว่า ได้รับรายงานว่า ครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกนอกประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการทยอยออกไปทีละคนสองคนเท่านั้น ตั้งแต่เมื่อ 1-2 วันที่แล้ว และไม่ได้มีปลายทางแค่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้อ่านเอกสารอย่างละเอียดจึงไม่ทราบว่า มีนักการเมืองของพรรคฝ่ายค้าน เดินทางออกนอกประเทศด้วยหรือไม่ โดยเรื่องนี้หากต้องการรายละเอียดควรสอบถามเรื่องนี้กับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศโดยตรง
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพูดผ่านวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า อย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าต้องแตกหักให้ได้ ตนไม่เห็นประโยชน์ใดที่จะเกิดขึ้น นอกจากความย่อยยับของประเทศชาติ ถามว่าเราได้อะไรจากเรื่องนี้ ขณะนี้กัมพูชาเขาก็นั่งมองอยู่ ตนเชื่อว่าเขากำลังหัวเราะด้วยซ้ำว่าบ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่จะไป สู้เขาได้ เมื่อไรเราจะไปแก้ปัญหาเรื่องพิพาทเขาพระวิหารได้ เรื่องเศรษฐกิจเช่นกัน ไม่มีโอกาสฟื้นตัวๆ ได้เลย ผลประทบจริง คือ ประชาชนโดยรวม แต่เขาไม่ได้กระทบกับเรา นี่คือสิ่งที่เราห่วงใยและไม่อยากให้เกิดขึ้น
"ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากปัจจุบัน แต่สืบเนื่องมาสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น หากท่านคิดตรงนั้น ย้อนกลับไปดูว่าสิ่งที่ท่านทำไว้สมัยนั้น สร้างความเป็นธรรมให้กับข้าราชการหรือไม่ ท่านพูดเรื่องจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ท่านพูดว่าทำบนพื้นฐานความจำเป็นเท่านั้น ไม่เห็นต้องมาจัดซื้อยุทโธปกรณ์มากมาย แต่ช่วงที่ท่านอยู่ท่านเสนอให้กองทัพทำเป็นแพ็คเกจ วงเงินใหญ่ๆ ลองตอบคำถามตัวท่านเองว่าท่านคิดอะไรสมัยนั้น มาถึงตอนนี้ท่านคิดอะไรอีกอย่าง" ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว
เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะจบลงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยุติการเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า คงใช่ หากอยากเห็นบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติอย่างที่ท่านพูดมาตลอด การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อะไรคือการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ท่านบอกประชาชนและสิ่งที่ท่านพยายามบอก ประชาชน ถามว่าเกิดขึ้นได้หรือไม่ด้วยคำพูด ตนเชื่อว่าทำไม่ได้ เป็นลักษณะของการป่วนมากกว่าว่าขณะนี้การปกครองไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) รายงานข่าวแจ้งว่า นางพจมารถ ณ ป้อมเพชร(ชินวัตร) อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย และ น.ส.แพรทองธาร(อุ๊งอิ้ง) ชินวัตร ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยด้วย สายการบิน คาเธ่แปซิฟิค เที่ยวบินที่ cx750 ปลายทางเกาะฮ่องกง โดยเดินทางไปตั้งแต่คืนวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งในคืนวันเดียวกันนั้น น.ส.พิณทองทา(เอม) ก็ได้เดินทางออกนอกประเทศ โดยเดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 910
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยและ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้ออกเดินทางสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ด้วยสายการบินเอมิเรต เที่ยวบินที่ EX419 ซึ่งคาดว่าการเดินทางออกนอกประเทศของคนในครอบครัวชินวัตรทั้งหมด ก็เพื่อความปลอดภัย เพราะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ถ้ามีความรุนแรงหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้ไม่เป็นห่วง และคาดว่า คนทั้งหมดจะไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบอย่างแน่นอน
ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ เมื่อวันที่ 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังอยู่ในการควบคุม แต่เป็นห่วงเรื่องการปลุกระดมของบรรดาแกนนำตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนให้มีการใช้กำลังอย่างเปิดเผย รวมถึงที่มีกระแสข่าวว่าลูกเมียของพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกประเทศเช้าวันนี้ เป็นสัญญาณแปลกๆ ว่า อาจมีเหตุอะไรเกิดขึ้น
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านพักของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เงียบเหงาหลังจากที่มีกระแสข่าวว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ อดีตภรรยา นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทาและน.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปต่างประเทศก่อนหน้านี้แล้ว ไม่พบว่ามีใครพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านวีดิโอลิงก์ กับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 7 เม.ย. โดยเริ่มแรกกล่าวกับ นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ว่า ตนเป็นอาจารย์ใหญ่ที่เปิดโรงเรียนโดยที่คนไม่ต้องจบกฎหมายก็ได้เนติบัญ ฑิตเป็นแถว ปรากฎว่า ยังรู้ไหม เขาบอกว่า เวลาคนเราช่วงบุญมันไม่มาอะไรก็ไม่ดี ช่วงบุญมาอะไรก็ดีหมด เขาบอกพรุ่งนี้บุญผมจะดีมาก พี่น้องประชาชนจะมากันเยอะแยะ ผมถือว่า บุญนี้จะเป็นบุญประเทศ เราจะได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงสักทีหนึ่ง(???) พวกเราจะได้สัมผัสประชาธิปไตยที่แท้จริงเต็มมือสักที ถ้าได้เที่ยวนี้ อมาตย์ทั้งหลาย ทหารทั้งหลาย กลุ่มอภิสิทธิ์ชนทั้งหลายถูกปราม ครั้งนี้แล้วมีกฎหมายรัฐธรรมนูญออกมาชัดเจน มอบอำนาจที่แท้จริงให้กับประชาชนและตัวแทนประชาชน ผมคิดว่า ประชาชนจะได้สัมผัสประชาธิปไตยที่กินได้มากกว่าครั้งที่แล้วอีก
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ไม่เเครียดเลย ตอนบ่ายก็ได้ดู ละครน้ำเน่า แต่ว่า เล่นไม่เนียน ดันไปเอาผู้ร้ายมาเป็นพระเอก ผู้ร้ายก็เป็นผู้ร้ายทั้งปี ผู้ร้ายดันมาสอนพระเอกให้รู้จักเรื่องของความจงรักภักดี ต้องรู้ว่า ผมเป็นใคร ผมจะเล่าให้ฟัง ตอนสมัยเด็กๆ อยู่บ้านนอก พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส พระราชธิดา เสด็จฯ ที่ อ.สันกำแพง ผมใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ไปยืนรอรับเสด็จฯ ด้วยความชื่นชมพระบารมี ด้วยความชื่นชมต่อพระองค์ท่าน ตอนนั้นสมเด็จพระบรมฯ ทรงสูท ใส่สนับเพลาขาสั้น ชื่นชมตั้งแต่เด็กๆ มา
"ตอนผมเป็นนักเรียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชอาคันตุกะ ประธานาธิบดี ซูการ์โน แห่งอินโดนีเซียขณะนั้น ก็ได้มีการใช้บ้านพักของกรมป่าไม้ ตรงบันไดนาคขึ้นดอยสุเทพเป็นที่รับรอง ผมเป็นนักเรียนก็ไปเข้าแถวรอรับเสด็จฯ ก็ชื่นอกชื่นใจกลับมาเล่าให่แม่ฟัง ใจมีความจงรักภักดีตั้งแต่เด็ก มันอยู่ในสายเลือด และไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับป๊อก กับตุ้ย ก่อนไปเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ได้ทุนไปเรียนนอก กลับมาตอนจบก็ได้รับพระราชทานได้กระบี่ ได้สมรสพระราชทาน เป็น รัฐมนตรี รองนายกฯ นายกรัฐมนตรี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเยอะแยะ ทำไมต้องสอนความจงรักภักดีผมด้วย มันอยู่ในสายเลือด
พี่น้องก่อนที่ผมจะมาพบปะพี่น้อง วันนี้ ได้รับอีเมลจากเพื่อนที่วอชิงตันดีซี บังเอิญเพื่อนคนนี้ เป็นเเพื่อในสคริปต์วอยซ์ อดีตทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ไอ้เคราที่คุณพิจิตอ้างถึง เขาบอกว่าไม่พอใจ เลย ทำไมคุณพิจิตไปอ้างว่า เขามาพูดเรื่องบัญชีเงินฝากผมที่เคย์แมน เขาไม่เคยพูดเรื่องเงินฝากเลย เขาไม่เคยมีข้อมูลเรื่องเคย์แมนเลย"
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เห็นไหมว่า วันนี้ ดาหน้าออกมาทุกรูปแบบ แต่ทั้งหมดสรุปได้ว่าเก่ามาก แม้กระทั่งคนหนุ่มที่ไปร่วมคณะทั้งหลายก็ยังคิดเก่าๆ มีลูกน้องตนคนหนึ่งแอบบอกว่า วันพรุ่งนี้ เขาจะเอาคนปลอมเป็นเสื้อแดง ไปสร้างความวุ่นวายแล้วเอาช่อง 11 ตามถ่ายเพื่อที่จะได้เห็นว่า คนเสิ้อแดงเย่ รู้ทันกันหมดวิธีเก่าๆ ต้องถาม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รู้ดี ตอนไปปราศรัยที่บุรีรัมย์ มีคนปลอมเสื้อแดงแล้วเอาไข่ขว้างณัฐวุฒิจำได้ไหม และวันนี้กระทรวงคมนาคมแอคทีฟเป็นพิเศษ ห้ามรถทัวร์บรรทุกคนเสื้อแดงเข้ากรุงเทพ ถ้าใครบรรทุกเข้ามาจะไม่ต่อทะเบียนให้ มันสุดจะเก่า
พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวต่อว่า เมื่อ 2 วันก่อน เข้าใจว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ไปพูดเรื่องความดีความเลว ตนขอบอกว่า ความจริงระบอบการเมืองเรา คำว่า ความดีคือการสร้างความมั่งคั่งและผาสุกให้กับประชาชน(???) การให้สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมกับประชาชนใช่ไหม ความดี คือ ประชาธิปไตยและคนที่ทำงานเพื่อประชาธิปไตย เพื่อประชาชนจริงๆ ความ เลว คือ เผด็จการ ปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้ประเทศเสื่อมเสีย ทำให้ประชาชนเกิดความทุกข์ ยิ่งไปกว่านั้น พอปฏิวัติเสร็จผิดกฎหมาย ไปเหมือนกับบังคับให้พระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไท เพื่อให้สิ่งที่ผิดเป็นสิ่งถูก ระบบประชาธิไตยของไทย อะไรกันแน่ อย่างนี้เรียกว่า เลวครับป๋า แล้วถ้าใครเป็นผู้นำการปฏิวัติ วางแผนปฏิวัติ พาเข้าเฝ้าฯ ด้วย ยิ่งเลวกว่าอีก "พี่น้องครับผลสุดท้ายวันนี้ก็สรุปได้ชัดเจนว่า เรากำลังมาถึงจุดที่ว่า เกิดการต่อสู้ทางแนวความคิดและแนวปฏิบัติทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2475 ก่อนคณะราษฎร์ยึดอำนาจ ในวันนั้น รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานประชาธิปไตยให้กับประชาชน และเรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 รัฐธรรมนูญฉบับนั้นเข้าใจว่ามาตรา 12 ระบุว่า ใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฐานันดรศักดิ์อะไร เมื่อเกิดเป็นคนไทยมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด เขาไม่ได้ให้มีอภิสิทธิ์ชนเลย แต่จากนั้นก็เกิดความพยายามต่อสู้ของอภิสิทธิ์ชนทั้งหลาย โดยที่ไมีต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นอำมาตย์ ทหารผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์ชนทั้งหลาย รวมถึงกลุ่มนักการเมืองที่ทำมาหากินกับการเมือง(???) คนเหล่านี้ได้ประโยชน์จากการเมืองอ่อนแอ จากรัฐบาลล้มแล้วล่มเล่า แต่ประชาชนเสียประโยชน์ตลอดเวลา การต่อสู้นี้ต่อเนื่องยาวนาน มีเเลือกตั้งมา 22 ครั้ง มีปฏิวัติที่สำเร็จ 10 ครั้ง แสดงว่า 2 ครั้งเลือกตั้งก็ปฏิวัติทีหนึ่ง แล้วใครจะเชื่อถือประเทศไทย ใครจะคบประเทศไทยลองเทอม แล้วพี่น้องประชาชนจะได้ประโยน์อะไรในเมื่อการเมืองไทยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าราย วัน"
"พี่น้องครับ วันนี้เป็นวันที่สำคัญที่สุด ที่เราต้องเลือกว่าจะยอมให้การเมืองเป็นแบบเก่ามีอภิสิทธิ์ชน มีอำมาตยาธิปไตย มีทหารคอยเป็นเครื่องมือปฏิวัติ(???) แต่พวกเราลำบากแล้วลำบากอีก เราจะยอมต่อไปมั้ย ผมคิดว่า เรายอมต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอำนาจการตัดสินใจทางการเมือง เป็นอำนาจของประชาชนและตัวแทนที่ถูกต้องของประชาชนเท่านั้น ไม่มีผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ไปแอบสั่งราชการตรงนั้นตรงนี้ ไปสั่งองค์กรอิสระ ไปสั่งศาล ไม่มีครับ ความเป็นธรรมความเสมอภาคเกิดขึ้นทันที(???) ถามว่า เราจะไปแบบประเทศที่เจริญแล้วหรือเราจะเป็นอย่างนี้ ถ้าเราจะไปแบบประเทศที่เจริญแล้วเราต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้ พวกนี้นำมาใช้ประโยชน์ พวกนี้อิงสถาบันเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งนั้น"
"ลำพังเป็นทหารแก่เกษียณคนหนึ่ง สั่งศาลได้มั้ย สั่งองค์กรอิสระได้มั้ย สั่งทหารปฏิวัติได้มั้ย วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มทยอยเข้ามา ทราบว่า พรุ่งนี้ ร้านอาหารบางร้านจะปิด ร้านทำผมบางร้านก็จะปิด เจ้าของร้านและคนงานจะมากัน น่ารักมาก ไม่กี่วันนี้ เป็นช่วงที่เราจะเสียสละ เราถือว่า เรามาร่วมทำบุญเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนดีกว่า ถ้าประเทศเจริญ มีความเป็นธรรม ประชาชนมีความสุข พระเจ้าอยู่หัวจะมีความสุขมาก
วันนี้ขอร้องอย่ามาพูดว่า วันนี้รอก่อนไม่เป็นไร เดี๋ยวจะแก้รัฐธรรม เอาคนกลางมาแก้รัฐธรรมนูญ คนกลางรับผิดชอบต่อประชาชนหรือเปล่า ใครก็ตามที่เข้ามาตัดสินใจทางการเมืองต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อการเมือง ระบบเขาดีอยู่แล้ว วันนี้ต้องยอมอดทน เจ็บปวด แล้วเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ให้มีการปฏิวัติอีกแล้ว พอแล้ว ท่าน พล.อ.เปรม ก็อายุ 88 สิงหาคมนี้แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีปฏิวัติ ถ้ามีปฏิวัติเมื่อไหร่ ประชาชนชาวเสื้อแดงจะนำลุกฮือก่อนเพื่อน มันไม่หมูเหมือนเอารถถังไปยึดสถานีโทรทัศน์อีกแล้ว พี่น้องอดทนไม่กี่วัน เพื่อนาคตอันรุ่งเรืองของเรา อะไรจะเกิดขึ้นถ้ามีประชาธิปไตยที่แท้จริง พี่น้องจะเห็นความมีเสรีภาพของประชาชนที่มีกติกากำหนดชัดเจน ไม่ใช่กติกาเลือกใช้แต่ตัวอภิสิทธิ์ชน เปิดเผยชัดเจนว่าเรามีเสรีภาพอะไรบ้าง เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ความเสมอภาคทางสังคมต้องเกิด ความเป็นธรรมต้องเกิด ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันหมด ศาลไม่ต้องเขียนกหมายเองเพราะคนเขียนกฎหมายคือสภาฯ แล้วท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยอย่างรวดเร็วมาก ผมกล้ายืนยันว่า ภายใน 5-6 ปีท่านจะเห็นเปลี่ยนหมดในประเทศไทย คนไทยจะมีงานทำทั้งหมด งานที่คนไทยไม่ทำ ประเทศเพื่อนบ้านมาทำ แต่งานที่คนไทยอยากทำมีให้ทำหมด ผมมองศักยภาพประเทศไทย สามารถจ้างงานได้อีกเยอะ ไม่ใช่ปล่อยให้คนไทยตกงานเป็นล้านแบบนี้ นั่งรถไปทำงาน 3 ชม.กลับ 3 ชม.ไม่มีแล้วต่อไปนี้ รถไฟฟ้าเต็มเมือง ชาวบ้านทำนามีชลประทาน 25 เปอร์เซ็นต์ ต้องขยายพื้นที่ชลประทานด่วน ทำได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นประชาธิปไตยไม่ต้องมีใครดึงงบฯ ไปซื้ออาวุธ อาวุธซื้อเท่าที่จำเป็น ลูกหลานต้องเรียนหนังสือหอบคอมพิวเตอร์ไปโรงเรียนทุกคน(???)
พี่น้อง มันต้องพัฒนาประเทศโดยด่วน ประเทศไทย เนรมิตได้ง่ายมาก ต้องให้เมืองทุกเมือง มีความเบ็ดเสร็จในตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไกล ถามว่าสร้างได้มั้ย ง่ายมาก เงินเยอะไปหมด วันนี้เงินเขาหาที่ลง แต่เขาชอบประเทศไทยมาก คนไทย น่ารัก สวยงาม อาหารอร่อย คนอยากมาอยู่ คนอยากมาทำงาน แต่เขามองเมื่อไหร่จะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เดี๋ยวก็ปฏิวัติ ปฏิวัติใครรวย นายพลไม่กี่คนรวย คนทั้งประเทศจน ต่อไปนี้ เราจะเข้าสู่ยุคของประชาธิปไตยแท้จริงที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่มีอำมาตย์มายุ่ง มีหน้าที่ถวายรับใช้ไม่ใช่มายุ่งการเมืองอย่างทุกวันนี้ ทหารต้องเป็นทหารอาชีพมีหน้าที่ปกป้องรักษาประเทศชาติ อันนี้ไม่รักษาคอยจะยึดสถานีโทรทัศน์อย่างเดียว ปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตของเขาเอง เลือกใครก้เลือกของเขา ไม่ดีคราวหน้าก็ไม่เลือก ไม่ใช่ไปบังคับเขา ไปตั้งนายกฯให้เขา เขาไม่อยากได้
พี่น้องครับ วันพรุ่งนี้ผมอยากจะบอกพี่น้องว่า ช่วยโทรศัพท์เชิญชวนเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องออกมาให้หมด เราจะมากันอย่างสันติ เราไม่ใช่คนเกเร เราไม่มีระเบิดปิงปอง เราไม่ปลอมเหมือนคนอื่นมาปลอมเรา เราต้องการปริมาณมากๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่า คนไทยทั้งประเทศรับไม่ไหวกับการเมืองแบบเก่าอีกแล้ว คนไทยวันนี้ต้องการให้ประเทศก้าวหน้า ลูกหลานเห็นอนาคตตัวเองหมด เพระฉะนั้นเขาสกัดเท่าไหร่ ใช้วิธีการเก่าๆ เท่าไหร่ เท่ากับเป็นการเสริมให้พวกเรา พร้อมกันมาเท่านั้น จะปิดข่าวก็ขอขอบคุณเพราะพวกเราอยากจะมาดูด้วยตาของตัวเอง"
"ผมเตือนไว้แล้วว่า พฤษภาทมิฬพังเพราะปิดข่าว วันนี้เหมือนกันไม่ยอมพัฒนาเลย ผมอยู่ข้างนอกเห็นหมด พร้อมทันทีถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตย พร้อมที่จะหาเงินจากต่างประเทศไปลงทุนในประเทศไทย พร้อมจะเอาสินค้าไทย และความชำนาญไทยไปลงทุนในต่างประเทศ พร้อมจะเอาสินค้าไทยและความชำนาญไทยไปทำเงินในต่างประเทศ ผมไม่จำเป็นต้องเป็นเอง แต่ถ้าจำเป็น พี่น้องบอกว่า จะใช้ผม ผมก็จะทำ(????!!!!) ใช้อะไรก็ทำถือว่า เราได้มาร่วมกันด้วยหัวใจแล้ว พี่น้องที่เคารพ
พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ถือเป็นวันประวัติประศาสตร์ เชิญพี่น้องคนไทยที่รักเสรีภาพ ความเป็นธรรม ลูกหลาน รักอนาคต รักสถาบันออกมาพร้อมกันเยอะๆ แสดงพลังกันให้เต็มที่และผมจะอยู่เคียงข้างกับพี่น้อง"

"เสื้อแดง"ลานพระบรมรูปทรงม้าเหงา ไร้เงาแกนนำ

ทักษิณบอก"เนวิน"แถลงแค่ละครน้ำเน่า
คมชัดลึก :"ทักษิณ" วิดีโอลิงก์มบอกพรุ่งนี้จะเป็นบุญของประเทศที่จะได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้ จริงเสียทีหนึ่ง เตรียมออกกฎหมายจัดการอำมาตย์ ทหารใหญ่ และอภิสิทธิ์ชน มอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน พร้อมกับระบุวันนี้ไม่เครียดเพราะได้ดูละครน้ำเน่า
เมื่อเวลา 20.20น.วันที่ 7 เม.ย.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์มาที่การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล โดยได้ระบุว่า บอกว่าพรุ่งนี้บุญตนจะดีมากเลยเพราะประชาชนจะมาร่วมชุมนุมมาก ซึ่งจะเป็นบุญประเทศจะได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเสียที ได้สัมผัสประชาธิปไตยเต็มมือ หลังจากนั้นจะมีการออกกฎหมายจัดการกับอำมาตย์ ทหารใหญ่ และอภิสิทธิ์ชนทั้งหลาย และมอบประชาธิปไตยให้กับประชาชนแล้วยิ่งกว่ากินได้เสียอีก
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่เครียดเพราะตอนบ่ายได้ดูละครน้ำเน่า ที่เอาผู้ร้ายมาเป็นพระเอก นี้ผู้ร้ายมาสอนพระเอกได้อย่างไร ต้องรู้ว่าผมเป็นใคร อยากจะบอกว่าหลังจากที่ตนออกมาแฉแล้วมีการกล่าวหาตนฝากเงินเกาะเคย์แมนนั้น ขอบอกว่าไม่มีอย่างแน่นอน
"พรุ่งนี้จะมีคนปลอมเป็นคนเสื้อแดงและสร้างความเสื่อมเสียให้กับคนเสื้อ แดง อย่างเช่นวันนี้มีการขนคนไปที่กระทรวงคมนาคมนั้น พฤติกรรมอย่างนี้เป็นเรื่องเก่าเขาไม่ทำกันแล้ว" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

เปิดเบื้องลึก'น้ำตาเนวิน'
คำบอกเล่า ก็เป็นเพียงคำบอกเล่า ไม่ได้หมายความด้วยท่าทีของ เนวิน ชิดชอบ และกลุ่มเพื่อนเนวิน ในช่วงก่อนที่ "ขั้วการเมือง" จะพลิกผัน ไม่ได้มีสัญญาณอะไรที่บ่งชัดว่าแนวทางของกลุ่มเพื่อนเนวิน จะไปในทิศทางนี้
กระทั่ง "วันสุกดิบ" ก่อนที่กลุ่มเสื้อแดง ภายใต้การปลุกเร้าของ ทักษิณ ชินวัตร จากนอกประเทศ จะรวมพลป่วนเมือง เนวิน ได้เปิดแถลงข่าวตอกย้ำคำบอกเล่าในก่อนหน้า
"องคมนตรีแต่ละท่านมาจากการโปรดเกล้าฯ ตามพระราชอัธยาศัย ในฐานะที่ผมเป็นคนไทย ผมถือว่าคำว่าพระราชอัธยาศัยมีความหมายและมีความสำคัญยิ่งกว่าพระราชอำนาจ ด้วยซ้ำไป เมื่อพระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว ผมอยากฝากถามแกนนำผู้ชุมนุม และท่านนายกฯ ทักษิณว่า คุณมาบอกว่าคนที่พระองค์ท่านทรงแต่งตั้งเป็นคนเลว คนไม่ดี คุณมีเป้าหมายอะไร"
ส่วนหนึ่งจากถ้อยแถลงอันยาวนานของเนวิน ที่ถือว่ายาวที่สุดนับแต่ถูกสั่งเว้นวรรคการเมือง
ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังมีคำถามว่า เหตุใด เนวิน ถึงเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนเอาในวันสุกดิบ ก่อนที่การชุมนุมใหญ่จะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง
มือการเมืองระดับนี้ มีหรือจะอ่านไม่ออกว่า เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการระดมคนจากทั่วสารทิศ บางส่วนมาถึงสถานที่ชุมนุมแล้วด้วยซ้ำไป นั้น ต่อให้หลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดการชุมนุมก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี
ลุ้นก็เพียงแค่ว่า ความรุนแรงหรือเหตุบานปลายจะเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น
ไม่มีใครรู้หรอกว่า สิ่งที่หวาดหวั่นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แต่หลายต่อหลายคนรู้ว่า หากเกิดขึ้นจริง การดำรงสถานะรัฐบาลของรัฐบาลชุดนี้ เป็นไปอย่างยากลำบากยิ่ง
หากเกิดเหตุนองเลือด โอกาสที่จะมีการยุบสภา หรือลาออกเป็นไปได้ทั้งนั้น
หากไม่ได้มุ่งหวังว่า การพูดร่วม 1 ชั่วโมงมีผลเพียงแค่ "กระตุกแขนเสื้อ" ...มองในแง่การเมืองนี่คือจังหวะที่เหมาะเจาะลงตัวที่สุด สำหรับการเปิดตัวของเนวิน
ยิ่งมีข่าวสะพัดมาว่า กลางดึกคืนก่อนที่จะมีการแถลงข่าว เนวินได้ไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ยิ่งทำให้ภารกิจอันหนักอึ้งของเนวินครั้งนี้ ดูเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่
ยิ่งผู้คนที่เป็นฐานเสียงของกลุ่มเพื่อนเนวิน ยิ่งสะเทือนใจไปกับน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสาย ทั้งของ เนวินและผองเพื่อน ก็ยิ่งปลุกเร้ากระแสจงรักภักดี และความรักในผองเพื่อนเนวิน อย่างแยกกันไม่ออก
ผองเพื่อนเนวิน ที่วันนี้ ผนึกแน่นกับกลุ่มวังน้ำยม ของสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เรียกว่า มีอนาคตที่สดใสและจะกลายมาเป็นอีกขั้วการเมืองที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับพรรค เพื่อไทยโดยตรง
หลายคนที่เนวินเอ่ย เอื้อนถึง ก็ล้วนแต่ผนึกแน่นกับภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น เสนาะ เทียนทอง แห่งประชาราช สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน รวมทั้ง สมศักดิ์ เทพสุทิน
คนเหล่านี้ เนวินประกาศชัดว่า "เจ็บช้ำ" กับทักษิณ มาทั้งนั้น
นี่คือยุทธศาสตร์การเมืองที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่ว่าการเมืองจะพลิกผันไปอย่างไร ไม่ว่าจะยุบสภา หรือนายกรัฐมนตรีลาออก (ซึ่งเป็นไปได้ยาก) พรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคที่ลอยตัวออกจากสมรภูมิ และเก็บเกี่ยวเอาชัยชนะจากแทบทุกสนามเลือกตั้ง
ด้วยฐานของสมศักดิ์ ป๋าเหนาะ เพื่อนเนวิน และยังมีฐานจากพรรคเพื่อแผ่นดิน มาเสริมทัพ โดยมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะถูกนำมาเป็นจุดขายของพรรคอีกครั้ง แม้จะติดขัดเพราะถูกเว้นวรรค แต่เท่านี้ก็ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่ต่างจากพยัคฆ์ติดปีก
.........
ไม่ว่าจะมองในด้านไหน จังหวะก้าวของเนวิน ก็มีแต่บวกกับบวก
ได้ใจจากทั้งกลุ่มพันธมิตร พรรคพันธมิตร จนแทบจะกลายเป็น "องคุลีมาลทางการเมือง"
ถ้าหากรัฐบาลผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จนถึงวันที่สมควรลาจาก ซึ่งหากโชคดีครบกำหนดที่จะปลดโซ่ตรวนการเมืองที่ถูกสั่งเว้นวรรค วัดจากทุกด้านแล้ว น้ำตาที่หลั่งออกไปย่อมมีค่าตอบแทนที่ดี

Saturday, April 4, 2009
Friday, April 3, 2009
แนวหน้า ผ่าประเด็นร้อน: เจรจาแม้วยุติศึกเสื้อแดง วัฒนธรรมผิดๆฮั้วนักโทษหนีคุก
ความจริงการเคลื่อนไหวของนักโทษชายแม้วและม็อบเสื้อแดงไร้ความชอบธรรม ตั้งแต่แรก แต่เพราะความหน่อมแน้มของรัฐบาลปล่อยให้ขบวนการเพื่อแม้วเปิดเกมรุกทำตัว เป็นอาญาเถื่อนอยู่เหนืออำนาจรัฐด้วยการปิดล้อมทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล จนที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต้องหนีหัวซุกหัวซุนงดประชุม หรือแอบไปประชุมที่อื่น ซึ่งสภาพอย่างนี้จะไปเรียกความเชื่อมั่นต่อนานาชาติได้อย่างไรเพราะมีรัฐบาล ก็เหมือนกับไม่มี
การที่นักโทษชายแม้ว และกองทัพเสื้อแดงถึงขนาดประกาศโค่นล้มอำนาจรัฐ จาบจ้วงต่อสถาบันองคมนตรีโดยส่อเจตนาตีวัวกระทบคราดไปถึงสถาบันเบื้องสูง และนับวันพยายามที่จะจุดชนวนสร้างสถานการณ์ให้เกิดความระส่ำระสายในบ้าน เมืองจนไปสู่การนองเลือดโดยไม่คำนึงถึงความวิบัติหายนะของชาติบ้านเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดทำเพื่อคนคนเดียว คือ นักโทษชายแม้ว แต่รัฐบาลก็ยังหน่อมแน้มจนเหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปเรื่อยๆ อันเป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นจนส่งผลซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ
ความจริงพฤติกรรมของ นักโทษชายแม้ว และม็อบเสื้อแดงเข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐชัดแจ้ง เพราะประกาศปลุกระดมให้คนเสื้อแดงลุกฮือขึ้นโค่นล้มอำนาจรัฐและยังเข้าข่าย บ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการดำเนินคดี นักโทษชายแม้ว และบรรดาแกนนำม็อบเสื้อแดงอย่างจริงจัง แต่รัฐบาลกลับตั้งรับเพราะกลัวว่าจะตกหลุมพราง นักโทษชายแม้ว ที่จะอ้างเหตุการณ์ถูกกระทำจากรัฐเพื่อจุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมือง ทั้งๆที่รัฐบาลมีความชอบธรรมและถึงอย่างไร นักโทษชายแม้ว ก็ไม่มีทางหยุดทำสงครามแตกหัก ตราบใดที่ตัวเองยังไม่บรรลุเป้าหมายสำคัญอย่างน้อย 2 ประการที่ตัวเองต้องการนั่นคือฟอกโทษความผิดของตัวเองทั้งหมด และทวงทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาท ของตัวเองที่ถูกฟ้องยึดคืน
นอกจาก นายสุเทพ ที่ออกมาเปิดประเด็นเรื่องเจรจากับ นักโทษชายแม้ว แล้วก็มีบุคคลสำคัญอีกหลายคนที่ออกมาสนับสนุนแนวคิดเรื่องเจรจาฮั้วทางการ เมืองเพื่อยุติสงครามม็อบเสื้อแดงซึ่งรวมทั้ง นายชัย ชิดชอด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายประสพ สุขบุญเดช ประธานวุฒิสภา ซึ่งการเปิดประเด็นแนวคิดนี้ภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าเชยเต็มทีเหมือนฝัน ที่ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้เลย
เพราะแค่ปัญหาเริ่มต้นก็ยากที่จะเป็นจริงแล้วนั่นคือ ใครจะเป็นผู้มีบารมีพอที่จะมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เพราะแม้แต่ผู้มีบารมีสูงสุดอย่างประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษยังถูกถล่มจน ยับเยิน และหากเป็นบุคคลอื่นจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ปัญหาประการต่อมาซึ่งมีความสำคัญมากคือจะเจรจากันในประเด็นไหนโดยเฉพาะหาก เป็นประเด็นเรื่องที่จะฟอกโทษความผิดและคืนทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาทที่ถูกฟ้องยึด ให้กับ นักโทษชายแม้ว แทนที่จะยุติความแตกแยกกลับจะกลายเป็นชนวนไปสู่ระเบิดปรมาณูทางการเมืองลูก ใหม่เพราะจะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ลุกฮือออกมาต่อต้านอย่างแน่นอน
ในด้านกลับกันหากการเจรจาไม่มีการฟอกโทษความผิดและคืนทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาทให้ นักโทษชายแม้ว ก็อย่าหวังว่าสงครามม็อบเสื้อแดงจะยุติ
ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือการฮั้วกันทางการเมืองแบบยื่นหมูยื่นแมวเช่นนี้จะ เป็นการสร้างวัฒนธรรมบรรทัดฐานทางสังคมที่ผิดๆ เพราะต่อไปหากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองโกงบ้านกินเมืองและประพฤติชั่วก็จะใช้ วิธีการเดียวกัน คือ ปลุกม็อบเพื่อกดดันแล้วเจรจาต่อรองเพื่อยุติศึก
ที่สำคัญความผิดของ นักโทษชายแม้ว บางคดีศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วคือคดีซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกที่ศาล สั่งจำคุก 2 ปี นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคดีที่ศาลใกล้จะมีคำพิพากษา ซึ่งหากมีการเจรจาฮั้วการทางการเมืองเท่ากับเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ และความน่าเชื่อถือของระบบศาล กฎหมาย และความยุติธรรมของสังคมอย่างไม่มีชิ้นดี
เพราะฉะนั้นสังคมไทยควรเลิกเสียทีสำหรับวัฒนธรรมการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะ จมูก โดยอ้างความปรองดอง แต่ควรจะสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วยการยึดถือความถูกต้องและหลักแห่งกฎหมาย อย่างจริงจัง และความจริงอีกประการหนึ่งที่ต้องไม่หลงประเด็นก็คือ คนส่วนใหญ่ของประเทศมีความสามัคคีและอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าไม่มี ความแตกแยกแต่อย่างใด แต่ปัญหาวิกฤติความวุ่นวายตึงเครียดทางการเมืองตลอดช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด เกิดจากคนเพียงหยิบมือเดียวที่สร้างความแตกแยกบ่อนทำลายชาติบ้านเมืองโดยตัว ต้นเหตุสำคัญมาจากคนเพียงคนเดียวนั่นคือ นักโทษชายแม้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยการสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในอำนาจรัฐ และดำเนินการตามกฎหมายกับนักโทษชายแม้วอย่างจริงจังและโดยเร็ว อย่ามัวแต่กลัวว่าทำแล้วจะมีปัญหาตามมา เพราะถึงไม่ทำทุกวันนี้ก็ถูกจุดไฟเผาบ้านป่วนเมืองขณะที่นักโทษชายแม้วก็ เดินหน้าทำสงครามแตกหักอยู่วันยังค่ำ
แนวหน้า

"จักรภพ"เตรียมนำม็อบบุกคิงเพาเวอร์ จี้ยุติเป็นกลุ่มทุนหนุนนักการเมือง
(neutralized headline - original "อีเพ็ญ"เตรียมนำม็อบบุกคิงเพาเวอร์ จี้ยุติเป็นกลุ่มทุนหนุนนักการเมือง)
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กล่าวว่า เวลา 12.00 น.วันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจาก จ.นครราชสีมา ดาวกระจายวันที่สอง ไปชุมนุมหน้าอาคารบริษัท คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ถนนพญาไท เพื่อยื่นข้อเรียกร้องผู้บริหารบริษัท คิงเพาเวอร์ ยุติบทบาทการเป็นกลุ่มทุนให้นักการเมืองในระบอบอำมาตยาธิปไตย ย้ำหากมีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมมาขัดขวางจะหลีกเลี่ยงการปะทะ
MGR









![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=e742601a-1bef-8e62-ba04-950116685b68)


![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=817ee6c2-d2fd-40de-94ac-3374130ec719)
![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=c8c643b2-0b0f-89f2-b71c-d6f1114cd3ac)
![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=e76eb54c-0305-8171-b6f1-f3dc4e417fe2)





