Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label NGV Bus. Show all posts
Showing posts with label NGV Bus. Show all posts

Thursday, June 11, 2009

BMTA TOR 4000 NGV Buses Draft 11 - ร่าง TOR ขสมก เช่ารถเมล์ NGV 4000 คัน ครั้งที่ ๑๑

BMTA TOR 4000 NGV Bus Draft 11
BMTA TOR 4000 NGV Bus Draft 11 TP T.O.R. draft for BMTA's 4,000 NGV buses project 2009


๔,๐๐๐ คัน"ไม่มี TOR"แต่ว่าขออนุมัติงบ? - เปลว สีเงิน

๔,๐๐๐ คัน"ไม่มี TOR"แต่ว่าขออนุมัติงบ? | ไทยโพสต์

ไม่มีเวลาไปชี้แจงเรื่องเช่ารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน ต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานซืน (๙ มิ.ย.๕๒) แต่นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก.มีเวลาไปฟ้อง "นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์" ส.ส.ปชป.ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ต่อศาลอาญาเมื่อวานนี้ ในข้อหาหมิ่นประมาท โทษฐานแถลงข่าวกล่าวหาว่าเขามีส่วนร่วมทุจริตโครงการ "ทั้งที่โครงการนี้ยังอยู่ระหว่างรอมติ ครม.อนุมัติ"

อืมมมม...รถเมล์ NGV นี่ทำท่าจะเป็น "รถเมล์ผีสิง" เฮี้ยนตั้งแต่อยู่ในท้องเพื่อนเนวินเสียแล้ว เพราะยังไม่ทันถึงไหนก็ฟ้องร้องกันเป็นปฐมฤกษ์ แบบนี้เห็นทีกว่าจะสรุปโครงการ คดีความไม่บานเบิกเถิกตะเกียงกันไปรึนั่น?

แต่ต้องขอบคุณ "นายชัยรัตน์ สงวนซื่อ" อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเขานะครับ คือกรรมาธิการฯ เขาเชิญนายปิยะพันธ์ไปตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงการรถเมล์ แต่นายปิยะพันธ์อ้างว่าติดอัดเทปรายการโทรทัศน์ที่นัดหมายไว้ก่อน เลยมอบหมายให้นายชัยรัตน์ในฐานะ "รองประธานบอร์ด ขสมก." ไปแทน

นายชัยรัตน์ก็คงเป็น "ลูกน้องเก่า" เพราะกรมขนส่งทางบกนี้ ตอนรับราชการยุคทักษิณ นายปิยะพันธ์เป็นอธิบดีกรมนี้อยู่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นอยู่ตรงที่ว่า นายชัยรัตน์ตอบข้อซักถามคณะกรรมาธิการฯ ด้วยซื่อ และด้วยความซื่อนั้น ทำให้เห็นไส้ในโครงการส่อถึงความไม่โปร่งใสจนผมต้องหยิบมาคุยกันวันนี้

ไม่ใช่ประเด็นเรื่องขึ้นป้าย ซื้อหน้าหนังสือพิมพ์โฆษณาชวนเชื่อโครงการหรอก นั่นเป็นของแถม เพราะใครๆ ก็คงนึกว่า พรรคภูมิใจไทยควักกระเป๋าทำเอง-จ่ายเอง เพราะใครเห็นก็รู้ว่า นี่คือป้ายและข้อความจงใจโฆษณาพรรคภูมิใจไทย แต่นายชัยรัตน์สารภาพว่า เปล่าหรอก...ไม่ใช่พรรคจ่าย

แต่ประชาชนคนไทยทุกคนนี่แหละจ่าย

เพราะใช้เงินหลวง ผ่านงบของ ขสมก.!!


เนื้อเต่ายำเต่า เข้าใจเล่นนะ อย่างนี้มันไม่ค่อยภูมิใจไทยซักเท่าไหร่หรอก แต่ก็ดี ผมชอบ ซื้อหน้าหนังสือพิมพ์ทีละ ๒ หน้า ๓ หน้า

อย่างนี้ หนังสือพิมพ์ที่ผู้บริหารคนหนึ่งออกมาสารภาพว่าอยู่ได้ด้วย "งบประชาสัมพันธ์ทางราชการ" เขาจะได้มีเงินเลี้ยงดูพนักงาน ผมสนับสนุน แต่ขอให้ทำอย่างตรงไป-ตรงมา อย่าซิกแซ็กโฆษณาพรรค แล้วตีขลุมไปเบิกเงินหลวงอย่างนี้

เนี่ยะ..เล็กๆ น้อยๆ ยังตอดเป็นปลาแขยงตอดขี้ แล้วที่ใหญ่ๆ ระดับกว่า ๑ แสนล้าน ลดลงมาเหลือ ๖ หมื่น ๔ พันล้าน มีหรือที่มันจะไม่คิดขม้ำ?

เอ้า..ก็เข้ารายการที่ผมบอกว่าเป็นประเด็นเสียที ส.ส.ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ เขาซักนายชัยรัตน์ว่า

"เอกสารที่ ขสมก.เสนอให้ ครม.พิจารณามีการอ้างถึง TOR แสดงว่ามีการจัดทำ TOR เสร็จสิ้นแล้วก่อนที่จะเสนอ ครม.ใช่หรือไม่?" นายชัยรัตน์ขมีขมันชี้แจงว่า

"TOR ยังไม่แล้วเสร็จ ยังอยู่ระหว่างการฟังความเห็น ยังสามารถปรับปรุงได้อีก และที่ผ่านมาก็ขยายเวลาการจัดทำมาแล้ว ๑๑ ครั้ง"

ครับ..ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ลูกน้องนายปิยะพันธ์ชี้แจงได้ "ซื่อดี" ไม่ซื่อเพียงเท่านี้ แต่ยังซื่อตั้งแต่ต้นยันปลาย ดังจะเห็นได้ว่า เมื่อตอบไปแล้ว TOR คือเงื่อนไขการประกวดราคารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน ยังไม่เสร็จ ส.ส.ชาญชัยก็ถามต่อทันทีว่า

"อ้าว..ในเมื่อ TOR ยังไม่เสร็จสิ้น แล้วจะนำมาเสนอให้ ครม.พิจารณาได้อย่างไร?" นายชัยรัตน์ที่ตกหลุมจนมิดหัวได้แต่อ้อมๆ แอ้มๆ ว่า

"เพียงแค่ส่วนประกอบเท่านั้น"!?

ตรงนี้แหละถือว่าเป็นประเด็น "ซ่อนเงื่อนปม" สำคัญมาก TOR ยังไม่เสร็จ แล้วนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย นำโครงการเสนอ ครม.ขออนุมัติได้อย่างไร เพราะอย่างนี้นี่เล่า โครงการจากราคาแสนล้าน จึงลดราคาง่ายๆ เหมือนสามล้อกลัวผู้โดยสารจะหนี จากกว่าแสนล้านเหลือหกหมื่นกว่าล้าน

ครม.อนุมัติไปก็ซวย (คนเสียภาษี) แต่รวยพวกเขา มีอย่างที่ไหน เงื่อนไขการประกวดราคายังไม่รู้เลยว่าจะเอายังไง แต่ดันอนุมัติงบโครงการให้ไปก่อนแล้ว เหมือนจ่ายสินสอดทองหมั้นตั้งแต่เจ้าสาวเพิ่งเสียตัวคืนแรก แล้วแน่ใจเลยว่าท้องแน่ แถมรู้ซะด้วยว่าต้องคลอดออกมาเป็นหญิงแน่ๆ

ถ้า ครม.อนุมัติไปแบบนี้ มีหวัง "ติดคุก" กันทั้ง ครม.!

ไปดูทางกรรมาธิการของวุฒิสภาบ้าง วันเดียวกัน เขาประชุมร่วมกันทีเดียว ๕ คณะด้วยเรื่องรถเมล์ภูมิใจเนวิน ก็มีกรรมาธิการคมนาคม, กรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล, กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค, กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน และกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วม

เขาแถลงหลังประชุม ประเด็นก็สอดคล้องกับกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร เช่นว่า การจัดทำ TOR ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากอัยการสูงสุด เพราะมีปัญหาหลายประเด็น เช่น การบริหารในสัญญามีการแบ่งเป็นช่วง และพบหลายประเด็นที่ทำให้รัฐจะเสียประโยชน์ เช่น

-การเสียค่าปรับ หากมีการส่งมอบรถไม่เป็นไปตามสัญญา ๑๑.๙๐ บาท/วัน/คัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก

-ค่าประกันภัยรถ รวมอยู่ในค่าเช่า ซึ่งรัฐต้องเป็นผู้รับภาระ ทั้งที่ควรเป็นของเอกชน

-ค่าซ่อมที่ต้องจ่าย กม.ละ ๗.๕๐ บาท แต่หากวิ่งเกินวันละ ๒๐๐ กม.จะคิดค่าซ่อมเพิ่มเติมตามจริง แต่ไม่ได้กำหนดว่า หากวิ่งไม่ถึง ๓๐๐ กม. ผู้ให้เช่าต้องคืนส่วนต่างตรงนี้หรือไม่ ซึ่งเฉลี่ยแล้วรถเมล์จะวิ่ง ๒๔๐ กม./วัน

-การกำหนด TOR เช่นนี้ ทำให้รัฐขาดทุน ถือว่าจงใจทุจริต และการที่ ขสมก.และรัฐบาลบอกว่า โครงการนี้จะได้กำไร ๕ หมื่นล้านบาท แต่ความจริงขาดทุนถึง ๖ หมื่นล้านบาท ในระยะ ๑๐ ปีข้างหน้า!

ครับ..นั่นเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการฯ ท่านจะว่าของท่านไป แต่ที่สรุปได้แก่นตรงกันหมด ทั้งจากกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนฯ-วุฒิสภา ทั้งคนที่มาให้ปากคำกรรมาธิการฯ และกระทั่งตัวนายปิยะพันธ์ ประธานบอร์ด ขสมก.ผู้อหังการเอง คือ โครงการเช่ารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คันนี้ ยังไม่มี TOR คือเงื่อนไขการประกวดราคายังไม่เสร็จเลย

แต่นายโสภณ ซารัมย์ กลับนำเสนอให้ ครม.อนุมัติโครงการด้วยงบกว่า ๖๔,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว!?

นี่ดีว่านายกฯ อภิสิทธิ์ "ส่งไปดอง" ไว้ที่สภาพัฒน์ก่อนนะ ถ้า เยส โน โอเค ไปตั้งแต่ต้นสัปดาห์ละก็ ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี แน่ๆ

พระท่านว่า "กรรมเป็นเครื่องส่อเจตนา" และกรรมลุกลี้-ลุกลน และกรรมปกปิดซ่อนเร้นประเด็นต่างๆ นี้ "ส่อเจตนา" ว่าคณะพรรคภูมิใจไทยประสงค์ "หักดิบ" แบบไหน อย่างไร วิญญูชนพึงรู้ได้ เห็นได้มิใช่หรือ?

พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ถ้านายอภิสิทธิ์ยอมให้โครงการนี้ผ่าน โดยแลกกับการยกมือของภูมิใจไทยเป็นอายุรัฐบาล ผมก็เกรงว่า ยาวนั้นมันจะสั้นในเชิงอนาคตของคนชื่ออภิสิทธิ์น่ะ!

ประชาธิปัตย์ใช่ว่าไม่เคยเป็น "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" มาก่อน ผมคิดว่าในอนาคตไม่ไกล คงได้เป็น "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" อีกครั้ง ลองศึกษาเคล็ดลับวิชาจากท่านปรมาจารย์ "ชวน หลีกภัย" เตรียมไว้ อย่างเร็ว ปลายกรกฎา อย่างช้า ปลายกันยา อาจได้ใช้วิชานี้ก็ได้

แต่มีอีกประเด็นที่ทุกคนมองข้าม สมมุติโครงการนี้ ครม.อนุมัติให้รถเมล์เนวินออกมาวิ่งฉลุย วัฒนธรรมหนึ่งอันเป็น "วัฒนธรรมใหม่" ที่คนขึ้นรถเมล์ทุกคนต้องปรับตัวตาม นั่นคือระบบ "ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์"

เข้าใจกันง่ายๆ คือ รถเมล์เนวิน ๑ คัน จะมีพนักงานในรถเพียง ๑ คนเท่านั้น คือ "พนักงานขับรถ" จะไม่มีกระเป๋า จะไม่มีนายตรวจให้เห็นอีกต่อไป ใครขึ้นรถเมล์ก็จะต้องใช้การ์ดเสียบเครื่องเก็บค่าโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ประตูจึงจะเปิดให้เข้าไปในตัวรถ ปัญหาแรกที่ต้องเกิดตามมาคือ ปัญหาว่าจะเอากระเป๋าและนายตรวจไปไว้ที่ไหน

และกรณีมีคนขับคนเดียว ไม่มีกระเป๋าคอยดูแลคนขึ้น-ลงตามป้าย ปัญหาขั้นที่สองที่ต้องเกิดตามมาแน่นอน คือ

๑.รถเมล์มีคนขับคนเดียว โดยไม่มีพนักงานดูหัว-ดูท้ายรถ จะมีใครยอมขับบ้าง?

๒.ผู้โดยสารรถเมล์ใช่ว่าจะใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์เป็นเหมือนกันทุกคน แล้วใครจะดูแลตรงนี้?

๓.เครื่องเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์เสียแล้วคนโดยสารจะขึ้นรถอย่างไร?

๔.ใครจะดูแลผู้โดยสารขณะขึ้น-ลงตามป้าย และคอยส่งสัญญาณบอกให้คนขับรู้?

๕.มีปัญหาขึ้นมาภายในรถไม่ว่าด้านใดๆ แล้วใครจะคอยจัดการ-แก้ไขประสานกับคนขับ?

๖.ในขณะผู้โดยสารเต็มคัน ถึงแม้มองทางกระจก คนขับก็ย่อมมองไม่เห็นผู้โดยสารทั่วคัน แล้วจะทำไง?

๗.แล้วใครจะคอยตะโกน เลยๆๆๆๆ ลูกเพ่ จอดป้าย..จอดป้าย..หรือชิดหน้า-ชิดใน และมองหลังให้ล่ะ?

นี่คือปัญหาจากประสบการณ์จริงของคนนั่งรถเมล์อาชีพอย่างผม ท่านโสภณคงขับแต่รถเก๋งให้ท่านเนวินนั่ง ท่านสูงเกินระดับที่จะมานั่งรถเมล์ ฉะนั้น ย่อมจินตนาการไม่ออกหรอกว่า รถเมล์ทั้งคัน ถ้าไม่มีกระเป๋าดูหัว-ดูท้าย ปัญหามันจะมากมายขนาดไหน และคนขับ..จ้างเขาก็ไม่ยอม

เอาเข้าจริง ลงท้ายพยากรณ์ได้เลย เครื่องเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับรถ และก็ต้องมีพนักงานเก็บเงิน ทำหน้าที่ผู้จัดการทั่วไป ผู้แนะนำการเสียบการ์ดอิเล็กทรอนิกส์กับผู้โดยสารบางคน และทั้งต้องคอยกำกับคิวผู้โดยสารจากที่เคยแย่งกันขึ้นรถมาเป็นเรียงคิวเสียบการ์ด-ขึ้นรถทีละคน

ชั่วโมงเร่งด่วน เช้า-เย็น รถเมล์จะคาป้ายรอคิวคนเสียบการ์ดยาวทั้งจำนวนรถ และยาวทั้งจำนวนคนในแต่ละคิวขนาดไหน คิดเผื่อกันไว้หรือยัง?

และนี่จะเป็นกรณี "ผีถึงป่าช้า" เพราะเมื่อถึงเวลา จากโครงการรถเมล์ฝังโคตรเพชรที่ ๑ คัน ๑ คนขับ ก็ต้องขยับขยายเป็น ๑ คัน ๑ คนขับ และ ๑ พนักงานประจำรถ ถามว่า "แล้วใครจ่าย?" ที่ต้องจ้างคนอย่างน้อยอีก ๘,๐๐๐ คน โดยคิดหยาบๆ ให้กลางวัน ๑ คน กลางคืน ๑ คน เท่านั้น แต่เอาเข้าจริง ทำงานคนละ ๘ ชั่วโมง แล้ววันหนึ่งรถเมล์ต้องวิ่งกี่ชั่วโมงต่อคัน คิดเอาแล้วกัน ปัญหาจริงที่ต้องจ่ายอันไม่มีใน TOR นี้จะทำให้ ขสมก.ต้องจ้าง "พนักงานประจำรถ" เองเป็นหมื่นๆ คน ...ขนลุกมั้ยล่ะ?!

Friday, June 5, 2009

ความลับรถเมล์ 4 พันคัน - ลม เปลี่ยนทิศ

[คอลัมน์]ความลับรถเมล์ 4 พันคัน

ไทยรัฐออนไลน์ โดย ลม เปลี่ยนทิศ
28 พฤษภาคม 2552, 05:00 น.

เรียกว่ารู้แกวดี ทันทีที่มี เสียงทักท้วง จาก คณะที่ปรึกษานายก-รัฐมนตรี เรื่องโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน และโครงการขายข้าว ข้าวโพดในราคาขาดทุนย่อยยับ นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.ก็เหยียบดิสเบรกทันที ไม่ส่งเรื่องเช่ารถเมล์ 4 พันคัน กลับเข้า ครม.ใหม่เมื่อวันอังคาร

ทั้งๆที่ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม แถลงข่าวล่วงหน้าว่าจะเสนอเข้า ครม.อีกครั้ง หลังจากที่ยอมลดดอกเบี้ยให้ 1 เปอร์เซ็นต์

ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขอปรึกษาหารือกับ ที่ปรึกษานายกฯทั้ง 5 ท่าน และทีมที่ปรึกษา ขอให้นายกฯยึดหลักความถูกต้อง และ ประโยชน์ของประชาชน ในการบริหารประเทศ โครงการอะไรที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง หรืออนุมัติไปแล้วจะมีเรื่องทุจริตคอรัปชันตามมา ก็ไม่ควรยอม
คำปรึกษาอย่างนี้ ผมขอปรบมือให้ด้วยความชื่นชม

การเป็นผู้นำบริหารประเทศต้องยึดความถูกต้อง ผลประโยชน์ของชาติและผลประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลัก ไม่ใช่ยึดการเมืองนํ้าเน่าเป็นหลัก อย่างที่บางกลุ่มบางคนแนะนำ ให้ยอมปล่อยผ่านโครงการที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางไม่ชอบ เพื่อประนีประนอมทางการเมือง

อย่างเรื่อง การเช่ารถเมล์ 4 พันคัน 10 ปี ค่าเช่า 69,788 ล้านบาท หากปล่อยผ่านออกไปตามที่เสนอ มันอาจจะกลายเป็น "โครงการโคตรโกง" ที่เป็น "รอยด่าง" ของ พรรคประชาธิปัตย์ ไปตลอดชีวิตก็ได้ ถ้าไม่ทบทวนให้รอบคอบ

ยิ่งได้ฟัง นายโสภณ ซารัมย์ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เอาตัวเลขต่างๆมาแจกแจงนักข่าวแล้ว ก็ยิ่งเห็น "ตัวเลขซ่อนเร้น" ที่ไม่เคยเปิดมาก่อนจนน่าตกใจ

ไม่เพียง ค่าดอกเบี้ย ที่คิดแพงกว่าตลาดถึง 3.15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน เพิ่งมาเปิดเผยเมื่อบอกว่าจะลดดอกเบี้ยให้ 1 เปอร์เซ็นต์ และเรื่องรถเมล์เช่าทุกคันต้อง เปลี่ยนเครื่องยนต์ เมื่อวิ่งครบ 4 แสนกิโลเมตร โดยใช้ซากเก่าสวมใส่เครื่องยนต์ใหม่ แต่ยังคิดค่าเช่าในราคารถใหม่เหมือนเดิม

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม ก็ออกมาเปิดเผย "ความลับอีกเรื่อง" ของ "รถเมล์ 4 พันคัน" โดยไม่รู้ตัวว่า

ค่าเช่ารถเมล์ 4 พันคันที่เขาลดราคาให้ ครม.พันกว่าล้านบาท จากราคาเต็ม 69,788 ล้านบาท เหลือ 67,992 ล้านบาทนั้น จะเก็บค่าโดยสาร 30 บาทต่อคนต่อวัน มีรายได้คันละ 11,000 บาทต่อวัน จากผู้โดยสาร 300 คนต่อวันต่อคัน ตลอดการเช่า 10 ปี ขสมก.จะมีรายได้มากกว่า 100,000 ล้านบาท

ผมมาติดใจตรงที่ รายได้ 11,000 บาทต่อคันต่อวัน เป็นรายได้

ที่สูงมากทีเดียว เมื่อเทียบกับ ค่าเช่ารถเมล์ 4,780 บาทต่อคันต่อวัน หมายความว่า ขสมก.จะมีกำไร 6,220 บาทต่อคันต่อวัน กำไรถึง 130 เปอร์เซ็นต์ เป็น "เสือนอนกิน" ที่ฟันกำไรโหดยิ่งกว่าพ่อค้าหน้าเลือดที่ค้ากำไรเกินควรเสียอีก

ผมลองเอาตัวเลขกำไรต่อคันต่อวันมาคำนวณดู กำไร 6,220 บาทต่อคันต่อวัน ปีละ 365 วัน ก็ฟันกำไรไป 2,270,300 บาทต่อคันต่อปี เช่า 10 ปี ก็เอา 10 คูณ ฟันกำไรไปเหนาะๆคันละ 22,703,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าเช่ารถเมล์อีกคันละ 1,744,700 บาทต่อปี หรือคันละ 17,447,000 บาทต่อการเช่า 10 ปี
ถ้าเอารถเมล์ 4,000 คันคูณเข้าไป โอ้ พระเจ้าจอร์จ ขสมก.ฟันกำไรไปเบ็ดเสร็จ 10 ปี เป็นเงิน 90,812 ล้านบาท นี่ยังไม่รวม ค่าเช่าที่โคตรแพงอีก 67,992 ล้านบาท เบ็ดเสร็จโครงการนี้คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 158,804 ล้านบาท ไม่ใช่ 67,992 ล้านบาท อย่างที่เราเข้าใจกันเบื้องต้น

เงินค่าเช่าและกำไรก้อนโต 158,804 ล้านบาทนี้ "คนกรุงตาดำๆ" ที่ยากจนไม่มีรถส่วนตัวจะต้องเป็น "ผู้รับภาระจ่ายทั้งหมด" ผ่าน "ค่าโดยสารรถเมล์" ที่ ขสมก.จะเก็บจากประชาชน รู้ตัวกันหรือยังจ๊ะ.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

สมัคร สั่งถอนเช่ารถNGV 6 พันคัน

ย้อนเวลา
สมัคร สั่งถอนเช่ารถNGV 6 พันคัน
นายกรัฐมนตรี สั่ง ครม. ถอนวาระเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 6 พันคันออกไปก่อน อ้างเกี่ยวพันกับโครงการเมกะโปรเจกต์

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมถอนโครงการเช่ารถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี ) เป็นเชื้อเพลิง จำนวน 6,000 คันขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ออกจากวาระการประชุม ครม.วันนี้ไปก่อน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะขอเข้าไปพิจารณาในรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะเป็นโครงการที่เกี่ยวพันกับโครงการเมกะโปรเจกต์ตามแผนระบบขนส่ง

ด้าน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ประเด็นการจัดเช่ารถโดยสารระบบ NGV นั้น ได้ถูกนำไปให้คณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อพิจารณาต่างหาก นอกจากจะเป็นการเช่ารถแล้ว คณะรัฐมนตรียังมีการหารือในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งในส่วนของรถ NGV นั้น เบื้องต้น ยังไม่มีการกำหนดระยะเวลา หรือกรอบเวลาในการนำกลับเข้ามาพิจารณาใหม่

รัฐเร่งเช่ารถเมล์ NGV 6 พันคันฟื้นขสมก. เล็งใช้ตั๋วราคาถูกเริ่มต้น 15 บาท

ย้อนเวลา
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ [http://www.thannews.th.com]
"สมัคร" เปิดทางให้ ขสมก. ฟื้นฟูกิจการ สั่งเร่งจัดหารถเมล์ NGV 6,000 คันวิ่งให้บริการแทนรถเมล์ใช้น้ำมันดีเซล ด้านคมนาคมเตรียมชงฝเรื่องเข้า ครม. อนุมัติแผน 10 มิ.ย.นี้ "สันติ" คาด มี.ค.2552 ได้ใช้ล็อตแรก 3,000 คัน จากนั้นอีก 4 เดือนจะได้ใช้ครบทั้งหมด 6,000 คัน เตรียมใช้ตั๋ว E-ticket เก็บค่าโดยสารราคาถูก เริ่มต้นที่ 15 บาท เชื่อปี 2553 เริ่มมีกำไร หลังดึงช่วยรับภาระดอกเบี้ยกว่า 2,000 ล้าน/ปี แทน พร้อมหามาตรการเยียวยารถร่วมเอกชนด้วย

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุม คณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แล้ว โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ คือ ให้ ขสมก.จัดหารถที่ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิง จำนวน 6,000 คัน ด้วยวิธีการเช่า ซึ่งจากนี้ไป ขสมก.ต้องไปดำเนินการตามระเบียบพัสดุ

ทั้งนี้ คาดว่าการเปิดประมูลเช่ารถเมล์ NGV จะเสร็จสิ้นและ ได้เอกชนผู้ให้เช่าประมาณเดือนกันยายนนี้ จากนั้นอีก 6 เดือน ขสมก.จะได้รับมอบรถส่วนแรก จำนวน 3,000 คัน หลังจากนั้นอีกประมาณ 4 เดือน จะได้รับมอบรถส่วนที่เหลืออีก 3,000 คัน ซึ่งรถเมล์ NGV ที่ขสมก. เช่าใหม่นี้จะติดระบบตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-ticket

โดยระบบตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะมีทั้งแบบรายวัน ซึ่งจะคิดราคาเริ่มต้นสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียว 15 บาท แต่ถ้ามากว่า 1 เที่ยวต่อวัน จะจ่ายค่าโดยสารในราคาแค่ 30 บาท ส่วนรายสัปดาห์ จะคิดค่าโดยสารในราคา 150 บาท ขณะที่รายเดือนจะคิดค่าโดยสารในราคา 900 บาท ส่วนผู้พิการและคนชราจะได้รับส่วนลด 50% ขณะเดียวกันก็จะมีส่วนลดพิเศษสำหรับนักเรียน-นักศึกษาด้วย โดยคาดว่าหาก ขสมก. ดำเนินการได้ตามแผนที่กล่าวมาข้างต้น ขสมก.จะเริ่มมีกำไรประมาณ 500 ล้านบาทได้ภายในปี 2553

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับภาระหนี้ ที่ ขสมก. มีอยู่ 69,000 ล้านบาทนั้น คณะกรรมการ มีมติว่าให้พักการชำระหนี้ไว้ก่อน โดยจะให้กระทรวงการคลังรับภาระดอกเบี้ยปีละกว่า 2,000 ล้านบาทแทน ขสมก. เพราะถือว่าภาระหนี้นี้เกิดจากการที่ ขสมก.ตรึงค่าโดยสารไว้ เพื่อลดผลกระทบให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มิถุนายนนี้

"ประมาณเดือนมีนาคมปีหน้าเราจะมีรถเมล์ NGV ให้บริการล็อตแรก 3,000 คัน โดยแผนนี้รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือให้งบประมาณแก่ ขสมก. เลย เพราะเขาจะใช้รายได้ของตัวเองมาจ่ายค่าเช่า ซึ่งเราประเมินไว้ว่า ขสมก.จะเริ่มมีกำไรในปี 2553 ประมาณ 500 ล้านบาท ก็จะแบ่งตรงนี้มาจ่ายค่าเช่ารถ และชำระหนี้อีกกว่า 69,000 ล้านบาท ซึ่งภาระหนี้จะลดลงเรื่อยๆ ทุกปี เนื่องจากกระทรวงการคลังจะรับภาระดอกเบี้ยให้" นายสันติ กล่าว

นายสันติ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากได้รับรถใหม่ 6,000 คันแล้ว ขสมก.จะนำรถเก่ามาเปิดประมูล โดยให้สิทธิ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน เพื่อนำรถไปใช้ประโยชน์ เช่น รับ-ส่งนักเรียน จากนั้นจึงจะให้สิทธิ์เอกชนทั่วไปเข้าประมูลแข่งขัน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

สำหรับรถร่วมบริการ ขสมก.นั้น จะไม่มีการยกเลิกสัญญาสัมปทานโดยเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีเยียวยาผู้ประกอบการ โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคม กำลังประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขอเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานประมาณ 9,000 ล้านบาท มาให้เอกชนกู้ยืม เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพรถ โดยรัฐจะไม่บังคับว่าต้องปรับเป็นรถ NGV หรือ ต้องใช้ระบบ E-ticket แต่จะให้ดำเนิน การด้วยความสมัครใจ

"เราต้องดูแลคนทุกระดับในสังคม อย่างรถร่วมบริการเราถือว่า เขามีส่วนช่วยเหลือสังคมมากเช่นกัน และก็ต้องเข้าใจว่าการประกอบกิจการ ต้องมีรายได้มีกำไร การที่เขามาขอขึ้นค่าโดยสารถือเป็นเรื่องจำเป็นมีเหตุมีผล เพราะราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมาก และเขามีภาระหนี้ มีครอบครัวต้องเลี้ยงดู อีกอย่างถ้าหากไปยึดสัมปทานคืนหมด เดี๋ยวขสมก.จะได้ใจ เราจึงคิดว่าใช้วิธีเยียวยารถร่วมบริการเพื่อให้เขามาเดินรถแข่งกับขสมก.จะดีกว่า" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว

ขสมก.จ่อปลดกระเป๋ารถเงินเดือนสูง-โละรถร่วม

ขสมก.จ่อปลดกระเป๋ารถเงินเดือนสูง-โละรถร่วม
ขสมก.จ่อปลดกระเป๋ารถเงินเดือนสูง-โละรถร่วม

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มี.ค. จะเรียกนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเรื่องการจัดระเบียบรถร่วมขสมก. ซึ่งเป็นรถแอร์ที่วิ่งให้บริการประชาชนในปัจจุบันจำนวน 1,800 คัน โดยหากมีการตรวจพบว่า รถร่วมขสมก. คันใดมีสภาพที่ไม่เหมาะสมในการให้บริการประชาชนก็ควรมีการปรับปรุงหรือซื้อรถใหม่เข้ามาให้บริการ รวมทั้งจะหารือจำนวนรถร่วมขสมก. ที่มีแนวโน้มจะเข้าร่วมในโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ด้วยว่าควรมีปริมาณเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการสนองความต้องการใช้ของผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าภายในเดือนมี.ค.นี้ จะสามารถเปิดซองประกวดราคาเพื่อเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจเข้ามาซื้อซอง ซึ่งจะทำให้โครงการดังกล่าวเป็นรูปธรรมได้ในเดือนเม.ย.นี้

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า โครงการการเช่ารถโดยสารใช้เอ็นจีวี 4,000 คัน จะต้องเดินหน้าควบคู่กับแผนฟื้นฟู ขสมก. เพื่อให้ขสมก.ลดปัญหาขาดทุน ซึ่งหลักการนั้น ขสมก.จะต้องปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยการปรับลดพนักงาน จัดให้มีโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด จัดอบรมพนักงานเก็บเงินไปปฏิบัติหน้าที่อื่นหลังจากใช้ระบบเก็บเงินอัตโนมัติ

"ปัจจุบันพบว่าพนักงานเก็บเงินของขสมก. บางคนเงินเดือน 3 หมื่นบาท ซึ่งสูงมาก แต่เขาทำงานกับขสมก. มานาน ซึ่งตอนนี้ต้องขอความร่วมมือให้เข้าโครงการเกษียณอายุ เพื่อลดต้นทุนให้กับองค์กร และให้สิทธิลูกเข้ามาทำงานใน ขสมก.แทน ซึ่งอัตราเงินเดือนจะไม่สูงมาก เพราะเป็นการเริ่มงานใหม่" นายโสภณ กล่าว

ที่มา:หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2552
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.phpnewsid=TURObFkyOHdPREEwTURNMU1nPT0=&sectionid=TURNd05RPT0=&day=
TWpBd09TMHdNeTB3TkE9PQ==

สภาพัฒน์มั่นใจ 1 เดือน ได้ข้อสรุปรถเมล์ฉาว 4 พันคัน

Business - Manager Online
สภาพัฒน์ ได้รับมติ ครม.ให้สอบโครงการเช่ารถเมล์ฉาว 4,000 คัน เรียบร้อยแล้ว พร้อมประสานประธานบอร์ด เพื่อจัดประชุมพิจารณานัดแรก "พนัส สิมะเสถียร" ขอเวลาทำงานสักระยะ มั่นใจเสร็จตามกรอบ 30 วันแน่

นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า สศช.ได้รับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบให้ สศช.เป็นเจ้าภาพในการพิจารณาความเหมาะสมโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีอื้อฉาว 4,000 คัน เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด ตนเองได้ทำหนังสือถึง นายพนัส สิมะเสถียร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สศช.เพื่อขอนัดประชุมชี้แจงรายละเอียดมติ ครม.เป็นอย่างไร เพื่อให้ความเห็นก่อนว่า กรอบการศึกษาตามมติ ครม. ควรจะเน้นไปที่ประเด็นอะไร ควรตั้งสมมุติฐาน และความเสี่ยงอย่างไร

ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง คงไม่สามารถให้ความเห็นได้ในขณะนี้ เพราะถือเป็นดุลพินิจของทางคณะกรรมการ ส่วนจะมีการประชุมนัดแรกเพื่อพิจารณาโครงการดังกล่าวได้เมื่อใดนั้น เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ตนเองเพิ่งส่งหนังสือถึง ประธานฯ เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2552 (วานนี้) พร้อมคาดว่า นายพนัส จะทราบเรื่องในวันนี้ และน่าจะทราบว่าจะมีการนัดประชุมนัดแรกได้หรือไม่ ช่วงเย็นวันนี้ หรืออย่างช้า น่าจะเป็นวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552

ส่วนประเด็นที่ว่า สศช.มีความหนักใจหรือไม่ ที่ต้องเป็นหนังหน้าไฟรับพิจารณาโครงการร้อน ซึ่งกำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างอยู่ในเวลานี้ นายอำพล กล่าวว่า ไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด เพราะถือเป็นหน้าที่โดยตรงของ สศช.อยู่แล้วที่จะต้องศึกษานโยบายเรื่องความเหมาะสม ความคุ้มทุน การลงทุนของประเทศ พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจว่า การพิจาณาจะเสร็จสิ้นทันตามกรอบระยะเวลา 30 วัน ตาม มติ ครม. แน่นอน

ด้านนายพนัส สิมะเสถียร ประธานคณะกรรมการ สศช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตนเองยังไม่ได้รับหนังสือเพื่อให้ศึกษาโครงการเช่ารถเมล์4,000 คัน จากทาง เลขาธิการ สศช. ทำให้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะมีการนัดประชุมนัดแรกได้เมื่อใด อย่างไรก็ดี ตนต้องขอเวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนว่า รัฐควรจะใช้รูปแบบการเช่า หรือซื้อ แบบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน เพราะ ครม. เพิ่งจะมีมติในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมานี้เอง

กรุงเทพฯ สีเขียวด้วยรถเมล์ NGV รุก ขสมก. ลดภาวะโลกร้อน เปลี่ยนใช้ก๊าซ NGV

ย้อนเวลา Deal ขสมก สมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ปลายปี 2550/2007

ข้อสังเกตุ และคำอ้าง
  • อ้างว่าขาดทุนปีละ 6000 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2550
  • อ้างว่าโครงการนี้ จะทำให้ ขสมก ยืนได้ด้วยตัวเองใน 3-5 ปี โดยลดการขาดทุน
  • อ้างว่าโครงการนี้ ช่วยรัฐลดค่าใช้จ่ายค่านำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 7500 ล้านบาทต่อปี (ถ้าหักลบกับการขาดทุน 6000 ล้านบาทต่อปี กับต้นทุนค่าแกส NGV ที่เพิ่มขึ้น การประหยัดค่าน้ำมันนี้ เกือบจะทำให้ ขสมก กลับมาทำกำไรได้เลยทีเดียว)
  • เมื่อเร็วๆนี้ ในคำแถลงเรื่องเช่ารถเมล์ NGV 4000 คัน กว่า 1 ปี ครึ่งที่ผ่านมา ขสมก ยังใช้ตัวเลขขาดทุนตัวเดิม คือ 6000 ล้านบาทต่อปี แม้ในปีที่แล้ว 2551 จะประสบปัญหาน้ำมันแพง แต่ก็ได้มีการขึ้นราคาค่าโดยสารช่วยไปแล้ว รายได้ที่ลดไปในช่วงปี 2551 ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการ "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน" ที่เกิดจากอดีตนายกสมัคร จนถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในปัจจุบัน "รถเมล์ฟรี จากภาษีประชาชน" และล่าสุด จากเหตุการณ์ เมษาแดงเดือด ขสมก สรุปค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
  • อ้างว่าจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในรถ เช่น GPS และ e-ticket 1 ปีครึ่งผ่านไป ยังไม่เห็นการนำระบบ e-ticket มาใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม
  • อ้างว่าเป็นการลดมลพิษ แต่บริษัท จะรับซื้อรถเมล์เก่า ราคาคันละ 300,000 บาท มูลค่ารวม 750 ล้านบาท แล้วนำไปบริจาคให้โรงเรียนยากจน หน่วยราชการในต่างจังหวัด คือเท่ากับ ย้ายมลพิษ จากกรุงเทพ ไปสู่ต่างจังหวัด
  • บริษัท ซันลอง ได้เข้าร่วมประมูล รถประจำทางด่วนพิเศษ กทม. (BRT) พร้อมกับบริษัทปรินทร์ อิมพอร์ต เอ็กพอร์ต และ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด (ผู้ชนะประมูล) อยู่ระหว่างการสอบสวนจากการทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว เนื่องจาก บริษัททั้งสอง ต่างถือหุ้นอยู่ในบริษัท ซันลอง
  • จากการสอบถามศุนย์ข้อมูลภาครัฐ (1111) ถึงเรื่องมูลค่าโครงการซื้อรถเมล์ NGV 2500 คัน และรายละเอียด ศูนย์ข้อมูลไม่สามารถให้รายละเอียดได้ โดยให้หมายเลขของ ขสมก มา เมื่อสอบถามทาง ขสมก ได้รับแจ้งว่าเป็นเรื่องของ ฝ่ายนโยบายของ ขสมก และบริษัท ซันลอง ไม่สามารถเปิดเผยได้ั ทั้งๆที่เป็นโครงการสาธารณะ
  • จากการโทรศัพท์ถึง บริษัท ซันลองเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโครงการ NGV 2500 คัน โดยใช้หมายเลข 02-750-3901-4 พบว่า เป็นหมายเลขของ บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป เมื่อถามว่าเป็นบริษัทซันลองใช่หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าใช่ เมื่อสอบถามถึงเรื่องรถเมล์ NGV ผู้รับสายเข้าใจว่าสอบถามถึง รถเมล์ NGV 4000 คัน ที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน เมื่อแจ้งว่าไม่ใช่ จึงได้รับคำแนะนำให้สอบถามบุคคลอื่นต่อไป
  • โครงการเช่ารถเมล์ NGV 6000 คัน ของ ขสมก เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอดีตนายกสมัคร สุนทรเวช

กรุงเทพฯ สีเขียวด้วยรถเมล์ NGV รุก ขสมก. ลดภาวะโลกร้อน เปลี่ยนใช้ก๊าซ NGV
Thursday, 1 November 2007
บริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด (Sunlong Motors Thailand Co., Ltd.) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย “รถโดยสาร NGV” กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV ว่าบริษัทได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนในการรับซื้อรถโดยสารเก่าของ ขสมก. และของรถร่วมบริการ ขสมก. ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีอายุใช้งานกว่า 15 ปี และเป็นผู้ให้บริการจัดหารถโดยสาร NGV ใหม่มาทดแทน โดยรถโดยสารรุ่นใหม่ทุกคันจะติดตั้งเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย เป็นโครงการในฝันของคนกรุงเทพฯ ในการได้รับบริการที่ดี สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นด้วยการช่วยลดมลภาวะ ประเทศสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 7,500 ล้านบาท/ปี โดยงบที่ประหยัดได้ในส่วนนี้สามารถนำมาใช้ปรับปรุงคุณภาพบริการและประสิทธิภาพของ ขสมก. ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ ขสมก. ได้เป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองภายในระยะเวลา 3-5 ปี โดยลดปัญหาการขาดทุนปีละ 6,000 ล้านบาท โดยในโครงการนี้คาดว่าจะมีการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV จำนวน 2,500 คัน ซึ่งจะสามารถลดมลพิษในอากาศได้มากกว่า 250 ตัน/ปี ทำให้การแก้ปัญหามลพิษในกรุงเทพฯได้ผลเป็นรูปธรรม โครงการนี้จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ของระบบขนส่งมวลชน ให้คนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง

นายหลิน เข่อ นั่ว ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด แถลงถึงการเปิดตัวโครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางเก่าเป็นรถโดยสารประจำทาง NGV ใหม่” เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในการโดยสารรถประจำทาง ซึ่งปัจจุบันรถโดยสารประจำทางยังเป็นระบบขนส่งมวลชนสำคัญในการสัญจรไปมาของผู้โดยสารที่มีรายได้จำกัดมากกว่า 3 ล้านคนต่อวันแต่ผู้โดยสารจำนวนร้อยละ 80 ยังไม่พอใจกับมาตรฐานการบริการโดยรวมนอกจากนั้นรถโดยสารประจำทางยังเป็นต้นเหตุของการก่อให้เกิดมลพิษ และ อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดจากสภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐานและยังมีอายุการใช้งานมานานกว่า 15 ปีขึ้นไป โครงการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV เป็นโครงการที่เน้นให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน ให้มีความสนใจและตระหนักถึงปัญหาต่างที่เกิดขึ้น โดยโครงการมีนโยบายในการนำรถโดยสารประจำทางเก่ามาแลกเป็นรถโดยสารประจำทาง NGV ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับการให้บริการ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐในการนำเข้าเชื้อเพลิง ประมาณ 7,500 ล้านบาท/ปี

โครงการนี้มีหลายหน่วยงานของรัฐและเอกชนเกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบไปด้วย กรมขนส่งทางบก ปตท. ขสมก. รัฐบาลท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน สภาหอการค้าระหว่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทูตพาณิชย์สาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัท โกลเด้นดราก้อน (ประเทศจีน) ซึ่งเป็นโครงการที่นับได้ว่าเป็นกรอบของความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างเต็มที่จากทั้งบริษัทเอกชนที่เดินรถร่วมบริการ ขสมก. โดยเบื้องต้นมีบริษัทเอกชนสั่งซื้อรถโดยสาร NGV มาที่บริษัทฯเพื่อให้บริการผู้โดยสารแล้วจำนวน 6 รายรวมกว่า 200 คัน และกำลังอยู่ในช่วงทำความตกลงกับทาง ขสมก. โดยรัฐบาลจีนยินดีสนับสนุนด้วยการส่งมอบรถโดยสารรุ่นใหม่ จำนวน 2,500 คัน โดยทางรัฐบาลไทยเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการผ่อนชำระยาวนานถึง 10 ปี นอกจากนี้ทางรัฐบาลจีนยังยินดีให้ทางรัฐบาลไทยกำหนดอัตราผ่อนซื้อบนพื้นฐานรายได้ของ ขสมก. โดยทางบริษัทฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน ยินดีซื้อรถเก่าที่เสื่อมสภาพทั้งหมดคืนในราคาคันละ 300,000 บาท หรือเป็นจำนวน 750 ล้านบาท โดยไม่มีการหักจากค่าผ่อนซื้อแต่อย่างใด และในส่วนของรถเก่าที่ทางบริษัทซื้อคืนนั้น ทางบริษัทฯจะนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนยากจนและหน่วยงานราชการในต่างจังหวัดรวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ ซึ่งรถโดยสาร NGV ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนนั้นจะมาพร้อมกับการรับประกันเหมาซ่อมไม่จำกัดระยะทางในเวลาที่กำหนด

มร. หลิน ได้กล่าวเสริมถึงประโยชน์ของโครงการนี้ว่า หากเราได้เปลี่ยนรถโดยสาร NGV ตามเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 2,500 คัน จะสามารถลดมลพิษได้มากกว่า 250 ตัน/ปี ทำให้กรุงเทพฯ ไม่มีควันดำบนท้องถนนอีกต่อไป รวมถึงการประหยัดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศประมาณ 150 ล้านลิตร/ปี โดยสามารถหันมาใช้ผลผลิตทางด้านพลังงานราคาถูกที่ผลิตในประเทศแทน สามารถช่วยเอกชนรถร่วมบริการ หรือ ขสมก. ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงประมาณ 1,799 ล้านบาท/ปี อีกทั้งนำประโยชน์การใช้ก๊าซสู่ประชาชนผู้ใช้บริการโดยตรง

ดังนั้นโครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางเก่าเป็นรถโดยสารประจำทาง NGV ใหม่” จะเป็นหนึ่งในการผลักดันให้เกิดประโยชน์ในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การสาธารณูปโภคที่ให้บริการแก่ประชาชนและที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อนที่นับวันก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นทุกวัน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร ที่เน้นในเรื่องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม เพื่ออากาศที่สดใสไร้มลพิษในกรุงเทพฯ โดยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจึงเป็นที่มาของงาน “กรุงเทพฯ สีเขียวด้วยรถโดยสาร NGV”

สำหรับจุดเด่นของนวัตกรรมรถโดยสาร NGV นี้อยู่ที่การติดตั้งระบบความปลอดภัยชั้นสูง ที่จะสามารถควบคุมพฤติกรรมของคนขับรถ รถทุกคันที่ส่งมอบจะใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยจำกัดความเร็วสูงสุดของการเดินรถ มีระบบล็อคอัตโนมัติหากประตูไม่ปิดให้สนิทรถจะไม่สามารถเคลื่อนที่ออกได้ ที่ด้านข้างประตูและด้านท้ายรถจะติดตั้งกล้องวงจรปิดแสดงผลผ่านหน้าจอบนแผงหน้าปัดพวงมาลัยรถเพื่อให้พนักงานขับรถสามารถตรวจความเรียบร้อยในช่วงการขึ้นลงของผู้โดยสารและในขณะถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือนการถอย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการบริการและความปลอดภัยสูง สำหรับเทคโนโลยีอื่นๆที่ปัจจุบันมีใช้งานอยู่ในระบบรถโดยสารในประเทศจีน ได้แก่ระบบ GPS ที่จะสามารถควบคุมพฤติกรรมของคนขับรถ ทั้งยังทำให้ศูนย์ควบคุมกลางสามารถควบคุมความถี่ของการปล่อยรถได้ ใช้ปรับเพิ่มความเร็วในชั่วโมงเร่งด่วน หาก นอกจากนี้ยังมีระบบ E-Ticket ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ด้วยการใช้บัตรคอนแท็คเลสสมาร์ทการ์ด (เทคโนโลยี RFID - ThaiDMZ)(Contactless Smartcard) เหมือนกับปัจจุบันที่ใช้กับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ( BTS และ BMCL ) ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารแล้ว ยังช่วยลดปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ โดยดำเนินการแบบ

One Man Operation มีเพียงพนักงานคนขับท่านเดียวที่ดูแลและให้บริการ เทคโนโลยีทั้งสองส่วนนี้หาก ขสมก. เลือกใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดต้นทุนด้านแรงงาน สามารถลดจำนวนพนักงาน Back Office ซึ่งเป็นนายท่าประจำอู่โดยสารกำกับดูแลการปล่อยรถมากกว่า 1,200 คน และจำนวนกระเป๋ารถเมล์กว่า 7,000 คน สำหรับยอดลดต้นทุนรวมด้านแรงงานปีหนึ่งๆ คิดเป็นยอดเงินมากกว่า 2,000 ล้านบาท/ปี ประกอบด้วยการลดต้นทุนค่าแรงนายท่า จำนวน 216 ล้านบาท/ปี และพนักงานกระเป๋ารถเมล์ จำนวน 1,260 ล้านบาท/ปี จึงเชื่อว่าในอนาคตทางรัฐบาลไทยจะนำระบบ E-Ticket และ GPS มาใช้กับรถโดยสารประจำทาง เนื่องจากทั้ง 2 ระบบนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดต้นทุนและปรับปรุงคุณภาพการบริการ ทั้งยังลดต้นทุนการใช้แรงงานปีหนึ่งๆ มากกว่า 2,000 ล้านบาทอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานเป็นการเปิดตัวโครงการ “กรุงเทพฯสีเขียวด้วยรถโดยสาร NGV” ซึ่งนำเข้าและจัดจำหน่าย “รถโดยสาร NGV” โดยบริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์และเชี่ยวชาญด้านการผลิตรถโดยสารด้วยเทคโนโลยีคุณภาพสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีน ผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียและในภูมิภาคอื่นๆของโลก โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายหลิน เข่อ นั่ว ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย นายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ อธิบดีกรมขนส่งทางบก นายเกรียงศักดิ์ กองพลพรหม รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ นายเฉิน เต๋อ ไห่ กงสุลที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมพิธีการส่งมอบกุญแจรถโดยสาร NGV และพีธีมอบเช็คชำระค่ารถโดยสารเก่าที่ซื้อจากกลุ่มบริษัทรถร่วมบริการ ขสมก. ที่ได้เข้าร่วมโครงการ แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานได้แก่ คณะทูตจากประเทศฮังการี คณะทูตจากประเทศแคนนาดา นายแจ๊คกี้ เฉิน รองประหอการค้าระหว่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเฉิน จิน ฉาย ประธานกลุ่ม บ.โกลเด้น ดราก้อน คณะสื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์ CCTV สาธารณรัฐประชาชนจีน คณะสื่อมวลชน ซิง หัว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายหวัง เจียง และ นายปรินทร์ โรจนะโกสินทร์ กรรมการผู้จัดการ ของบริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่พีทีที มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ ( แดนเนรมิตเก่า )

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด

บริษัท ซันลอง มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด (Sunlong Motors Thailand Co., Ltd.) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย “รถเมล์ NGV” เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2546 ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และบริษัทในเครืออีก 65 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 95 ล้านบาท ที่ตั้งสำนักงานเดียวกัน เลขที่ 111 ถนน บางนา-ตราด กม.13.5 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

วัตถุประสงค์หลัก คือ การนำเข้า ผลิต และจำหน่ายรถบัสโดยสารและรถหัวลาก และดันแปลงระบบเชื้อเพลิง (NGV) ที่มีคุณภาพสูง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีราคาที่เหมาะสม พื้นที่โรงงานประกอบรถบัสกว่า 300,000 ตารางเมตร โดยทางบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุน ด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และได้รับความไว้วางใจเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จาก Xiamen Golden Dragon Van Co., Ltd. (Golden Dragon) ซึ่งนับได้ว่าบริษัท Xiamen Golden Dragon Van Co., Ltd. เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถบัสรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีฐานการผลิตใหญ่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

บริษัท Sunlong Motors Thailand จำกัด แผนกประชาสัมพันธ์โทรศัพท์ : 0-2750-3901-4 โทรสาร: 0-2750-0225


Thursday, June 4, 2009

นายกฯปัดยื้อดึงรถเมล์ให้กทม.ดู

โพสต์ ทูเดย์ - นายกฯปัดยื้อดึงรถเมล์ให้กทม.ดู
นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธ ดึงรถเมล์เอ็นจีวี ให้กทม.ดูแล ยืนยัน ไร้วาระซ่อนเร้น ลั่นทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ ขสมก.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ส่งเรื่องให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาข้อดี-ข้อเสียของโครงการเช่าซื้อรถประจำทางที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง 4 พันคันให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ไม่ได้เป็นการเตะถ่วงหวังดึงโครงการไปให้กรุงเทพมหานคร(กทม.)ดำเนินการแทนกระทรวงคมนาคมเพื่อเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)

ทั้งนี้ในสมัยที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ว่าฯ กทม.เคยมีแนวความคิดที่จะขอโอนกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) มาบริหาร แต่ติดขัดที่ ขสมก.มีภาระหนี้สินเป็นจำนวนมาก และขณะนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ก็เป็นคนของประชาธิปัตย์เช่นกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระยะเวลา 1 เดือนที่บอร์ดสภาพัฒน์จะใช้ในการศึกษาเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของโครงการนี้เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายเวลาออกไปถึง 3 เดือนหรือให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เข้ามามีส่วนร่วมตามข้อเสนอของ ส.ว.บางกลุ่ม เนื่องจากบอร์ดสภาพัฒน์มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีเครือข่ายที่กว้างขวาง สามารถดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมพิจารณาได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การพิจารณาเรื่องนี้มุ่งหวังที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารงานของ ขสมก.โดยไม่ได้คำนึงถึงประเด็นทางการเมือง และมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล

"ผมทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ ขสมก." นายอภิสิทธิ์ กล่าว

Tuesday, June 2, 2009

รายงานพิเศษ : เช่ารถเมล์ 4 พันคัน...วัดใจ “ปชป.” รักชาติจริงหรือไม่?

Politics - Manager Online
อมรรัตน์ ล้อถิรธร.....รายงาน

ไม่เพียงต้องลุ้นว่า โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ที่ “โสภณ ซารัมย์” รมว.คมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย เป็นโต้โผ จะได้เข้าที่ประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) หรือไม่ แต่ยังต้องลุ้นด้วยว่า หากได้เข้า แล้ว ครม.จะกล้าอนุมัติโครงการดังกล่าวหรือเปล่า เพราะแม้ด้านหนึ่ง แกนนำพรรคภูมิใจไทย จะขู่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหากไม่ผ่านโครงการดังกล่าว แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจะรับมือไหวหรือไม่ หากผ่านโครงการ แล้วถูกประชาชนยื่นถอดถอน ครม.ทั้งคณะ นี่ยังไม่รวมที่ ส.ว.ขู่คว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน หากรัฐบาลดึงดันผ่านโครงการเช่ารถเมล์ ...งานนี้ ไม่เพียงรัฐบาลต้องคิดหนัก แต่ยังเป็นการวัดใจพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า...ชาติและประชาชนต้องมาก่อนจริงหรือไม่

ขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ระยะเวลา 10 ปี มูลค่าเกือบ 7 หมื่นล้านบาทของ ขสมก.กำลังดังกระหึ่มไปทั้งสังคม แต่รัฐมนตรีคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน อย่างนายโสภณ ซารัมย์ ก็ยังพยายามดันโครงการเจ้าปัญหาเข้า ครม.ในสัปดาห์นี้ (3 มิ.ย.) หลังถูกที่ประชุม ครม.เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน(19 พ.ค.)ตีกลับให้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง) เพื่อให้ได้ข้อยุติก่อน แล้วค่อยเสนอกลับเข้ามาใหม่ใน 2 สัปดาห์ เพราะตัวเลขวงเงินของโครงการไม่เพียงสูงเอาการ แต่ยังดูสับสน และสร้างความคลางแคลงใจชนิดที่ว่า ค่าเช่ารถว่าแพงแล้ว แต่ค่าซ่อมรถยังแพงกว่าค่าเช่าเสียอีก โดยค่าเช่าอยู่ที่คันละประมาณ 4,780 บาทต่อวัน โดยเป็นค่าเช่าตัวรถคันละ 2,195 บาท คิดเป็นเงิน 32,047 ล้านบาท ขณะที่ค่าซ่อมรถปาเข้าไปคันละ 2,250 บาทต่อวัน คิดเป็นเงิน 32,850 ล้านบาท โดยต้องเสียค่าซ่อมตั้งแต่วันแรก ทั้งที่เป็นรถใหม่!?!

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณให้มีการตีกรอบรถเมล์ที่จะเช่าว่า ต้องผลิตในประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และให้ปรับลดตัวเลขต่างๆ ในโครงการลงตามที่คณะทำงานชุด พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม หลังหารือกับกระทรวงการคลังแล้ว ก็ยอมลดมูลค่าโครงการลงจาก 69,700 กว่าล้าน เหลือ 67,900 กว่าล้าน ขนาดค่าเช่ารถ ยังยอมตัดใจลดลงให้ตั้ง 4 บาท จากคันละ 4,784 บาทต่อวัน เหลือ 4,780 บาท

หลังปรับแต่งตัวเลขใหม่ นายโสภณ ก็เดินหน้าดันโครงการนี้เพื่อให้เข้าที่ประชุม ครม.อีกครั้งในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ โดยอ้างว่า ครบ 2 สัปดาห์ที่ ครม.ให้ไปหารือกับกระทรวงการคลังแล้ว ดังนั้นต้องเสนอเข้าที่ประชุมใหม่ โดยไม่สนใจเสียงท้วงติงจากหลายภาคส่วนในสังคมที่คัดค้านและเรียกร้องให้ชะลอหรือยกเลิกโครงการนี้ แถมยังมีสัญญาณจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยด้วยว่า หาก ครม.ไม่อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ต้องมีเหตุผลที่ฟังได้ว่าเพราะอะไร หาไม่แล้ว งานนี้อาจมีการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล!

ลองไปดูกระแสคัดค้านโครงการนี้กันบ้างว่าเป็นอย่างไร กลุ่มแรกๆ ที่ออกมาคัดค้านน่าจะเป็นกลุ่ม 40 ส.ว.นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ที่เปิดฉากชี้ให้สังคมเห็นถึงความไม่โปร่งใสของโครงการดังกล่าว ทั้งเรื่องค่าเช่ารถที่สูงเกินควร ,ค่าซ่อมรถที่ไม่สมเหตุสมผล, ระยะเวลาเช่ารถที่ยาวเกินควร, การประมาณการรายรับที่ ขสมก.จะได้ในอนาคตเพื่อมาจ่ายค่าเช่ารถสูงเกินจริง นอกจากนี้ ยังมีการส่อฮั้วกันระหว่างนักการเมืองกับบริษัทที่มีความใกล้ชิดกับนักการเมือง โดยกำหนดให้การประมูลต้องมีค่าประกันซองสูงถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุด ประชาชนที่ได้เข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันกับ ส.ว.(27 พ.ค.) ได้ข้อสรุปว่า พร้อมจะเข้าชื่อยื่นถอดถอน ครม.และผู้เกี่ยวข้อง หากอนุมัติโครงการที่ส่อทุจริตดังกล่าว

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.1 ใน 40 ส.ว.และประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ชี้ว่า โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ไม่เพียงส่อทุจริต แต่ยังเป็นการแปรรูป ขสมก.โดยไม่ต้องแก้กฎหมายอีกด้วย เพราะกำไรทั้งหมดอยู่ที่บริษัทให้เช่ารถ ส่วนภาวะขาดทุนตกอยู่กับ ขสมก.

“ตัวเลขของทางรัฐมนตรีที่เสนอมาเกี่ยวกับเรื่องโครงการนี้เนี่ย มันมีการประเมินรายได้ที่สูงเกินจริง และมีการทำรายจ่ายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะฉะนั้นโครงการนี้ออกมาก็ขาดทุนทันทีน่ะ ซึ่งการขาดทุนทันทีหมายความว่า ขสมก.ก็ต้องเป็นคนแบกรับหนี้สินตรงนี้ แล้ว ขสมก.แบกรับ ก็คือ ประชาชนก็ต้องแบกรับ ใช่มั้ย เพราะอย่างรัฐมนตรี ยกตัวอย่างนะ เขาบอกว่าจะมีรายได้วันละ 11,000 บาท ซึ่งก็คือกำไรแค่วันละ 1,000 บาทต่อคัน ซึ่งถ้าเกิดไม่ได้ 11,000 เนี่ย คุณจะว่ายังไง เพราะค่าใช้จ่ายที่รัฐมนตรีบอกว่าประมาณวันละ 9,000 กว่าบาท จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันวันละ 12,000 บาท ดูจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดนะของ ขสมก. ขสมก.เขามีประเมินไว้เลย ก๊าซเอ็นจีวีวันละ 2,100 บาทต่อคันต่อวัน พนักงานขับรถ 2,400 บาทต่อคันต่อวัน ฝ่ายบริหาร เพราะ ขสมก.ไม่ได้มีแต่คนขับรถนะ เขาก็มีฝ่ายบริหารของเขา ซึ่งก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ต้องถูกเอามาเป็นโสหุ้ยในส่วนของที่จะมาคิดคำนวณกับรายได้ ในส่วนของฝ่ายบริหารเนี่ย 1,121 บาท และดอกเบี้ยอีกประมาณ 70,000 ล้านของเขาเนี่ย ก็เป็นดอกเบี้ยตกวันละ 1,412 บาทต่อคันต่อวัน พนักงานสนับสนุนอีก 693 นี่รวมตัวเลขนี้ก็ 7,700 บาท 7,700 ไปบวกกับค่าเช่ารถของเขา 4,780 บาท ตอนนี้เขาลดลงมาเหลือ 4,657 ก็ 12,000 แล้วคุณหากำไรวันละ 11,000 เนี่ย มันจะกำไรได้ยังไง มันขาดทุนตั้งแต่วันแรกที่ทำ ใช่มั้ย”

“แล้วกรณีนี้เนี่ย มันเป็นแปรรูปกิจการของ ขสมก.โดยพฤตินัย โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย คือกำไรทั้งหมดจะไปอยู่ที่บริษัทที่เอารถมาให้เช่า ส่วนขาดทุนจะอยู่กับ ขสมก.เพราะอุปมานะว่า บริษัทให้เช่ารถก็เหมือนอู่แท็กซี่ ขสมก.กลายเป็นแท็กซี่ อู่ที่เป็นคนให้เช่าแท็กซี่ พอครบกำหนด อ้าว! คุณต้องจ่ายฉันวันละ 1,000 คุณจะได้กำไรหรือคุณจะมีรายได้เท่าไหร่ เขาไม่เกี่ยว ใช่มั้ย บอก เฮ้ย! ทำไมกลายเป็น ขสมก.ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเส้นทางการเดินรถทั้งหมดเนี่ย ทำตัวที่จะให้บริษัทที่มา (ให้) เช่ารถได้กำไร แต่ตัวเองรับภาระการขาดทุน รับภาระความเสี่ยงต่างๆ โครงการแบบนี้มันส่อว่ามันทุจริต มันไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว”

น.ส.รสนา ยังจับพิรุธโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันอีกว่า นอกจากการประเมินรายได้ที่ ขสมก.จะได้รับสูงเกินจริง และประเมินค่าใช้จ่ายของ ขสมก.ต่ำกว่าความเป็นจริงแล้ว ก็ยังไม่เห็นแผนบริหารหนี้ของ ขสมก.และแผนรองรับการปลดพนักงานเก็บตั๋วรถเมล์อีกนับหมื่นคน หากเปลี่ยนมาใช้ระบบอี-ทิกเก็ตแทน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า รัฐมนตรีคมนาคมเป็นผู้จัดการหรือเจ้าของบริษัทที่จะให้เช่ารถเมล์หรืออย่างไร ถึงได้สามารถกำหนดค่าเช่ารถหรือปรับลดค่าเช่าทันทีทันใดได้

“เป็นเรื่องที่ประหลาดมากเลยว่า รัฐมนตรีมาเคาะตัวเลขเอง เป็นไปได้ไง ปกติแล้วการประมูลอะไรทั้งหลาย คุณต้องตั้งราคากลางขึ้นมา แล้วคุณกำหนดทีโออาร์ขึ้นมาว่าคุณต้องการอะไร แล้วคุณก็ต้องเปิดให้คนเข้ามาเสนออะไรเข้ามา ไม่ใช่คุณกำหนดราคา แล้วก็ลดได้ทุกวันเลย จาก 69,000 ล้าน แล้วก็ลดลงมาเหลือ 67,900 ล้าน เฮ้ย! ลดกันเป็นรายวันเลย มันเกิดอะไรขึ้น มันน่าสงสัยมั้ยล่ะ ใช่มั้ย คือมันอย่างกับต่อรองซื้อเงาะกันแน่ะ พอคนเขาท้วงว่าแพง เอ้า! วันก่อนเนี่ย 4,784 บาท เอ้า! ลดให้ 4 บาท เหลือ 4,780 บาทถ้วนๆ มาถึงวันนี้ ลดลงมาเหลือ 4,657 บาท พอคนออกมาถล่มๆๆๆ รัฐมนตรีออกมาลดราคาให้ รัฐมนตรีตกลงเป็นคนจัดการเช่ารถเองเหรอ เป็นบริษัทให้เช่ารถหรือยังไง ...เมื่อเช้า (1 มิ.ย.) รัฐมนตรีเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะได้กำไรเพราะเขาจะปลดคนน่ะ อ้าว! เฮ้ยคุณจะปลดคนเนี่ยนะ ขสมก.มีพนักงานขายตั๋วประมาณ 8,000 คน ใช้ อี-ทิกเก็ต ปุ๊บเนี่ย พวกนี้ตกงานหมดนะ คุณมีอะไรรองรับเขามั้ย หรือคุณเขี่ยเขาไปเลย อ้าว! ทำไง เขาเป็นรัฐวิสาหกิจน่ะ แล้วคน 8,000 คนออกไปปุ๊บเนี่ย ครอบครัวแต่ละคนเนี่ย สมมติมี 3 คน 24,000 แล้วนะ ถ้าเกิดครอบครัวละ 5 คน ก็ 40,000 คน คุณคิดว่าโอ๊ย! เล็กน้อย ตัดทิ้งไปเลยหรือเปล่า ขสมก.รู้เรื่องมั้ยเนี่ย”

ส่วนกรณีที่ พรรคภูมิใจไทย อาจถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หาก ครม.ไม่ผ่านโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันนั้น น.ส.รสนา บอกว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องไปว่ากันเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่รัฐบาลตัดสินใจอนุมัติโครงการดังกล่าว เพียงเพราะกลัวว่าพรรคภูมิใจไทยจะถอนตัว ย่อมสะท้อนว่า รัฐบาลเห็นแก่ประโยชน์ของพรรคมากกว่าประโยชน์ของชาติและประชาชน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ประชาชนก็คงไม่เอารัฐบาลไว้เหมือนกัน

น.ส.รสนา เผยด้วยว่า วันที่ 3 มิ.ย.นี้ กลุ่ม ส.ว.จะประชุมหารือ จากนั้นอาจยื่นเรื่องให้นายกฯ ทบทวนโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันในวันเดียวกัน

ด้านนายจารึก อนุพงษ์ ส.ว.สรรหา และประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา ซึ่งคัดค้านโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันเช่นกัน ก็ได้ออกมาตั้งคำถามที่ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีคมนาคมอย่าง นายโสภณ ซารัมย์ จะตอบได้หรือไม่ว่า “ถ้าจะเช่ารถเมล์ในโครงการนี้ ต้องใช้เงิน 67,922 ล้านบาทในเวลา 10 ปี เฉลี่ยต่อปี 6,792 ล้านบาท แสดงว่า ขสมก.ต้องหารายได้วันละ 186 ล้านบาท เมื่อนำเอาค่าโดยสาร 30 บาทต่อคนไปหาร ต้องมีผู้โดยสารมาใช้บริการวันละ 6.2 ล้านคน ผมถามว่า ขสมก.จะไปหาผู้โดยสารจำนวนนี้มาจากไหน เพราะผู้โดยสารปัจจุบันมีไม่ถึง 4 ล้านคน จะเอาปัญญาจากไหนไปหา และสถิตินี้จะลดจำนวนลงอีก เพราะอนาคตขนส่งมวลชนอื่นจะดึงผู้โดยสารจาก ขสมก.มากขึ้นอีก”

ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ใช้สิทธิตรวจสอบโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน โดย พล.ต.ท.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบความไม่ชอบมาพลของโครงการดังกล่าวว่า ทำไมต้องเช่าในวงเงินสูงถึง 5-6 หมื่นล้านบาท

ด้านนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องชี้แจง ทั้งในส่วนของบอร์ด ขสมก.-รัฐมนตรีคมนาคม คนปัจจุบัน รวมทั้งรัฐมนตรีคมนาคมในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เพราะโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันนี้ เริ่มส่อเค้าไม่ชอบมาพากลตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัครแล้ว

“โครงการมันต่อเนื่องมาจากคุณสมัคร (สุนทรเวช) ตั้งแต่รัฐบาลสมัยคุณสมัคร ตั้งแต่เดือน เข้า ครม.ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.2551 เป็นการแก้ปัญหาหนี้สินของ ขสมก.7 หมื่นกว่าล้าน ก็แบ่งเป็นหลายรายการ รายละเอียดก็เยอะมาก วิธีการแก้ ก็คือ การที่จะขอเช่าซื้อรถ 6,000 คัน ทีนี้หลังจากนั้นก็มีปัญหาเกิดขึ้น ก็ตั้งคณะกรรมการใน ครม.ใหม่ มอบให้คณะรัฐมนตรีโดยมี เสธ.หนั่น (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ) ไปพิจารณาใหม่ ก็เหลือ 4,000 คัน จากนั้นราคาก็ปรับลงมาใหม่ พอปรับลงมาใหม่ มันก็ยังไม่ถูกต้องกันอีก ก็มีปัญหาที่จะต้องพิจารณาเรื่องรายละเอียดว่า การเช่าซื้อนั้นยังแพงไป ค่าบำรุงรักษายังแพงไป สรุปแล้วตัวเลขที่คาดการณ์ว่า เดิมทีรถ ขสมก.มีอยู่แค่ 1 ล้าน 8 แสนคนที่ใช้บริการอยู่ จะไปหาลูกค้าที่จะมานั่งอีกประมาณ 4 ล้านคนอย่างนี้ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมีเหตุปัจจัยอื่น เช่น มีการลงทุนรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และระบบขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า ก็ลงทุนไปประมาณ 5 แสนล้าน อันนี้ก็จะลงทุนอีก 6.7 หมื่นล้าน มันก็เลยจะทำให้ภาระหนี้ทั้งหมดเนี่ยมันไม่เป็นไปตามนั้นแล้ว แก้ไขไม่ได้แล้วยังเป็นภาระหนี้ตามมาอีก อันนี้ประเด็นเรื่องรายละเอียดนะ ทีนี้ตัวเลขไม่ตรงกันเพราะอะไร ใครเป็นคนคิด และคิดยังไง และการคิดครั้งนี้มันมีวาระซ่อนเร้นเรื่องทุจริตเกิดขึ้นมั้ย ใครได้รับผลประโยชน์ ผลประโยชน์นั้นมันตกกับใคร อันนี้จะดูรายละเอียดถึงทีโออาร์ด้วย ว่าจะทำให้เกิดความโปร่งใสยังไงในการเปิดประมูล มันก็เลยเกิดเป็นประเด็นข้อที่จะต้องศึกษาต่อเนื่อง ขณะนี้รอวันที่ 2 ให้เขามาชี้แจงว่า เขาคิดยังไงตามที่เราตั้งโจทย์ไว้”

“(ถาม-เราคงไม่เชิญรัฐมนตรีมา?) รัฐมนตรีต้องเชิญแน่ รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีด้วย ตั้งแต่สมัยคุณสันติ (พร้อมพัฒน์) เป็นโครงการต่อเนื่องมา และเขาไปปรับลด และตอน ครม. ขณะนี้ผมกำลังไล่เรียงมติ ครม.ซึ่งมีเป็นสิบ โอ๊ย! อ่านจนมึนหัวเลย (ถาม-ผลสอบของเราจะทัน ครม.เหรอ ถ้ามีการอนุมัติ?) เราคงไม่ไปยึดตัวนั้นเป็นหลัก เราจะยึดข้อเท็จจริง แล้วเราคงจะใช้เวลาสัก 4 ครั้ง ประชุม 2 ครั้ง เราจะได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นจะดูว่ามันไปเกี่ยวข้องกับใคร เพราะมันเป็นลายเซ็นการอนุมัติ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ แย้ง มันมีข้อโต้แย้งเยอะนะ แต่ข้อโต้แย้งเนี่ย ไม่ปฏิบัติตามก็เยอะพอสมควรเหมือนกัน เอกสาร (ถาม-4 ครั้งน่าจะกินเวลาประมาณเท่าไหร่?) เดือนเดียวน่าจะจบ เพราะเป็นการพิจารณาวาระพิเศษเลยเที่ยวนี้ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.เขาให้วิธีการพิจารณาเป็นกรณีแยกออกไปจากประชุมปกติ”

ส่วนถ้าสอบแล้วพบทุจริตในโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ของสภาฯ จะทำอย่างไรได้บ้างนั้น นายชาญชัย บอกว่า ถ้าพบข้าราชการทุจริต ก็ส่งให้นายกฯ และส่งให้หน่วยงานที่เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการรายนั้นลงโทษทางวินัยหรืออาญาต่อไป แต่ถ้าเป็นนักการเมือง ก็นำเรื่องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าปัญหาโครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล นายชาญชัย ซึ่งสวมหมวก 2 ใบ คือ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่คำนึงถึงตรงนั้น เพราะหากสงสัยว่าทุจริต ต้องตรวจสอบ หากไม่อยากให้ตรวจสอบ รัฐบาลต้องไม่ทุจริต

นายชาญชัย ยังเผยด้วยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการ กำลังหาวิธีอุดรอยรั่วไม่ให้มีการทุจริตในวงราชการ ด้วยการออกระเบียบให้คณะกรรมการหรือบอร์ดที่ดูแลกิจการของหน่วยงานต่างๆ ต้องเปิดเผยบัญชีการเงิน รวมทั้งกำหนดให้มีบทลงโทษทางวินัย เพื่อไม่ให้ผู้บริหารเหล่านี้ทำงานแบบสุกเอาเผากินหรือกระทำการทุจริต ซึ่งคาดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยป้องกันการทุจริตได้ง่ายกว่าการมานั่งไล่จับหรือควานหาตัวผู้กระทำผิดเมื่อเกิดการทุจริตขึ้นแล้ว!!

Monday, June 1, 2009

วุฒิฯจี้ถาม “ชวรัตน์” ดันทุรังรถเมล์ 4 พันคัน หวังผลเพื่อใคร

Politics - Manager Online
อนุกรรมธิการสอบโครงการรัฐ วุฒิสภา จี้ถาม “ชวรัตน์” เร่งรัดดันทุรังรถเมล์ 4 พันคัน หวังเพื่อใคร ซัดยังไม่เห็นประชาชนคนไหนออกมาโวยวายว่าล่าช้านอกจากนักการเมือง ประกาศเดินหน้าสอบเต็มสูบ

วันนี้ (1 มิ.ย.) นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ รองประธานกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชน อนุกรรมาธิการตรวจสอบโครงการของรัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจ ออกมาแสดงความไม่พอใจที่โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน เกิดความล่าช้าในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ว่า อยากถามว่าประชาชนคนไหนร้องเรียนว่า โครงการดังกล่าวเกิดความล่าช้า ยังไม่เห็นมีประชาชนคนไหนออกมาพูดบอกว่า เราต้องการโครงการดังกล่าว ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกใจ เพราะยังไม่เห็นว่ามีประชาชนคนไหนที่เดือดร้อนจากความล่าช้าของโครงการ

“อยากขอร้องให้เห็นแก่ประเทศชาติบ้าง ในภาวะที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ยังดันทุรังผลักดันโครงการดังกล่าว ไม่อย่างนั้นประชาชนทั้งประเทศจะคลางแคลนใจ วอนคิดให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นการบริหาราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้จะสะดุดได้ หากยังเดินหน้า วุฒิสภาก็จะเดินหน้าตรวจสอบเหมือนกัน และเชื่อว่าไม่ใช่ในสภาเท่านั้น นอกสภาก็จะตรวจสอบเหมือนกัน” นางนฤมล กล่าว


“หม่อมอุ๋ย” หนุน “มาร์ค” เต็มสูบขวางรถเมล์ฉาว แฉพบมีเอื้อนักการเมือง

Politics - Manager Online
“หม่อมอุ๋ย” ออกโรงหนุน “มาร์ค” เลิกโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ชี้ ทำประชาชนคลางแคลงใจ ต่อตัวเลขที่สูง แฉพบข้อมูลเชิงลึกมีผลประโยชน์ในกลุ่มนักการเมือง เชื่อแม้เสนอเข้า ครม.พรุ่งนี้ก็ไม่เป็นผล แนะนายกฯ เห็นแก่ประเทศ อย่ากลัวแค่พรรคร่วมจะถอนตัว

วันนี้ (1 มิ.ย.) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำกลุ่มรักษ์เมืองไทย กล่าวว่า ทางกลุ่มรักษ์เมืองไทยดีใจที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาขัดขวางรถเมล์ 4,000 คัน เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนไทยที่ติดตามเรื่องนี้ โดยเชื่อว่าเรื่องนี้มีผลประโยชน์แน่นอน เพราะตัวเลขสูงมากและมีการปรับลดลงง่ายๆ และจากข้อมูลเชิงลึกที่ทางกลุ่มทราบมีความชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มนักการเมือง ซึ่งคนไทยอึดอัดเรื่องนี้มานานมากและรู้สึกว่าไม่เห็นมีผู้นำคนไหนมาหยุดเรื่องนี้ได้เลย ดังนั้น การที่นายกฯออกมาขวางแบบนี้และสามารถขวางได้สำเร็จจริงๆจะทำให้ขวัญและกำลังใจของคนไทยดีขึ้น

“อยากให้นายกฯยกเลิกโครงการนี้ไปเลย เพราะอะไรที่ทำไปแล้ว คนสงสัยและมีข้อมูลชัดว่ามีผลประโยชน์แอบแฝง ถ้านายกฯไม่ขวางและไม่หยุดโครงการนี้ไว้คนก็จะหมดหวังนายกฯแน่นอน จึงขอให้นายกฯทำให้สุดไปเลย ยกเลิกไปเลย เพราะโครงการแบบนี้ทำใหม่ก็ได้ แต่อย่าให้เห็นชัดว่ามีผลประโยชน์ซ่อนเร้นแบบนี้ นายกฯอย่าทำให้ประชาชนท้อ เพราะคนกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ประชาชนต้องการผู้นำที่ดีและกล้าหาญ ผมย้ำว่า ถ้ารัฐบาลจะต้องไป หรือจะต้องหลุด แต่ถ้าเป็นไปเพื่อความถูกต้องก็ต้องทำ และเชื่อว่า ถ้าทำถูกต้องไม่มีทางหลุดแน่นอน” กล่าว

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า แม้ว่าทางกระทรวงคมนาคมจะผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าไปในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เชื่อว่า จะไม่เป็นผล เพราะประเด็นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เมื่อเข้าไปได้ก็ต้องถอนออกได้ ถ้านายกฯมีความแน่วแน่ และยึดหลักรักษาความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด เชื่อว่า นายกฯจะขัดขวางโครงการเช่ารถเมล์นี้ได้สำเร็จ ส่วนเรื่องพรรคภูมิใจไทยจะตีรวน หรือถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลนั้น ขอให้นายกฯอย่าไปคิดเรื่องนี้ เพราะถ้าคิดว่าได้ทำเพื่อความถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำไปเลย อย่าไปกลัว เพราะความดีจะเป็นเกราะป้องกันและกระแสประชาชนจะสนับสนุนนายกฯเอง


ขสมก.หนุนเช่ารถเมล์ NGV

โพสต์ ทูเดย์ - ขสมก.หนุนเช่ารถเมล์ NGV
ประธานบอร์ดขสมก.ชี้รบ.ควรเช่ารถเมล์ NGV หนุนศึกษาจัดซื้อควบคู่

นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาความเข้าใจในโครงการรถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คันว่า เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีให้ศึกษาแนวทางการจัดซื้อรถเมล์ ควบคู่ไปกับการเช่า ซึ่งหากกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะรับองค์กรของ ขสมก.ไปดูแล ก็จะเป็นการดี แต่ห่วงเรื่องประสบการณ์การเดินรถ

นายปิยะพันธ์ ยืนยันว่า จากการทำงานที่ผ่านมาการจัดเช่ารถเมล์นั้นถือว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และจำเป็นต่อการฟื้นฟูสถานะของ ขสมก. ที่ขณะนี้ขาดทุนสูงกว่า 6,000 ล้านบาท และจะมีผลขาดทุนสะสมมากกว่า 100,000 ล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อีกทั้งการจัดเช่ารถ ทำให้องค์กรไม่ต้องแบกรับภาระค่าซ่อมบำรุงตลอดอายุ 10 ปี ของสัญญา แต่การจัดซื้อจะมีหลักประกันซ่อมบำรุงเพียง 3 ปีแรก นอกจากนี้ ตัวเลขที่มีการเช่ารถ 4,657 บาทต่อคันต่อวัน เป็นราคาที่เหมาะสม พร้อมกับยกโครงการ BRT ของ กทม.เมื่อหลายปีก่อนเป็นกรณีตัวอย่าง

ขสมก.เตรียมของรถเมล์เอ็นจีวีเพิ่มอีก 2 พันคัน

ไฮไลท์คมชัดลึก : รถเมล์ NGV 4,000 คัน ผลประโยชน์ใคร

ขสมก.แถลงด่วนรถเมล์เช่า NGV

โพสต์ ทูเดย์ - ขสมก.แถลงด่วนรถเมล์เช่าNGV
ประธานบอร์ดขสมก.นัดแถลงรถเมล์เช่าNGVบ่าย3วันนี้พร้อมตอบทุกข้อสงสัย
นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในเวลา 15.00 น.วันนี้ ตนจะเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาความเข้าใจในโครงการรถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน ในทุกประเด็นที่สื่อมวลชนมีข้อสงสัย ตั้งแต่ปัญหาทำไมการเช่าจึงดีกว่าการซื้อ ที่มาของต้นทุนค่าเช่าในแต่ละวัน ค่าซ่อมบำรุง/คัน/กม.ที่ 7.50 บาท เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจ หลังจากมีความสับสน ซึ่งคณะกรรมการ ขสมก.ที่เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ก็อึดอัดมานาน

โดยนายปิยะพันธ์ กล่าวถึงประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า โครงการจัดเช่ารถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 4,000 คัน นั้น มีจำนวนที่ไม่เหมาะสม และเกรงว่าหากการเดินรถในอนาคต เมื่อรถเมล์เอ็นจีวีเหล่านี้ประสบปัญหาขาดทุน ก็จะต้องมีการมาของบประมาณชดเชยจากรัฐ กลายเป็นภาระของงบประมาณอยู่ดี

นายปิยะพันธ์ กล่าวว่า แนวทางการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีนี้ เป็นแนวทางแก้ปัญหาขาดทุนที่ ขสมก.มีมายาวนาน ปีละ 6,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ทำอะไรก็ขาดทุนเช่นนี้ และมากขึ้นทุกปี ในเมื่อมีทางเลือกที่จะทำอะไรให้ดีขึ้นไปสักทาง แต่ไม่ให้โอกาสคนทำงานดำเนินการ ก็ถือเป็นเรื่องที่เสียดาย

“ถ้าหากท้ายที่สุดรัฐบาลเห็นว่าไม่ควรดำเนินโครงการนี้ รัฐบาลก็จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อประชาชน เพราะในฐานะคนทำงาน ประธานบอร์ด ขสมก. ผมได้แสดงความพยายาม และทำงานอย่างเต็มที่แล้ว หากรัฐบาลไม่ทำ ก็คงต้องไปหาทางทำให้ ขสมก.เลิกขาดทุนเอง เพราะขณะนี้ขาดทุนปีละ 6,000 ล้าน และเชื่อว่าผลขาดทุนสะสมจะทะลุ 100,000 ล้าน ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า “นายปิยะพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายปิยะพันธ์ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ค่าซ่อมบำรุงต่อ กม.ของโครงการ ที่ 7.50 บาท/กม.แพงไป ว่า อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ไปตรวจสอบย้อนหลังดู อย่างโครงการรถบีอาร์ทีของกรุงเทพมหานคร ที่พรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแล จัดซื้อรถคันละ 7 ล้านบาท มีค่าเหมาซ่อม อีก 1.6 ล้านบาท/คัน เป็นการจ่ายค่าซ่อมล่วงหน้า 3 ปี ซึ่งเรื่องนี้อยากให้ไปพิสูจน์ดูว่า ทำได้หรือไม่ และค่าซ่อมแพงไปหรือเปล่า

ที่ผ่านมา ขสมก.ได้พยายามปรับลดวงเงินค่าเช่าของโครงการรถเอ็นจีวี. 4,000 คันลงแล้ว ทั้งการปรับสิ่งที่ลงทุนโดยไม่จำเป็นในตัวรถ เช่น กล้องวงจรปิดบนรถ (ซีซีทีวี) ป้ายอัจจฉริยะ จนเป็นที่มาของค่าเช่า 4,657 บาท/คัน/วัน ซึ่งก็เป็นราคาเช่าที่ดำเนินการศึกษาและปรับลดส่วนเกินอื่นๆออกหมดแล้ว.

Label Cloud