Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Showing posts with label phone-in. Show all posts
Showing posts with label phone-in. Show all posts

Tuesday, March 31, 2009

“สันติบาล” ชี้เนื้อหาบางส่วน “แม้ว” โฟนอินปลุกระดม-ดูข้อ กม.เอาผิด

สันติบาลเร่งศึกษาข้อกฎหมายเอาผิด “นช.แม้ว” โฟนอินปลุกระดม สั่งหน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดเชื่อมสัญญาณโฟนอิน เป็นแบบสดหรืออัดเทป ขณะที่ ผบช.น.ชี้โฟนอิน “แม้ว” จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง
      
       วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดและข้อกฎหมายว่าจะสามารถ ดำเนินการทางกฎหมาย รวมทั้งมาตรการทางศาลอย่างไรได้บ้าง กับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งยอมรับว่ามีเนื้อหาบางส่วนปลุกระดมมวลชน
      
       นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยข่าวต่างประเทศตรวจสอบจุดโฟนอินของอดีต นายกรัฐมนตรีว่า เชื่อมสัญญาณมาจากประเทศใด และการโฟนอินดังกล่าวเป็นเทป หรือเป็นการโฟนอินสด
      
       พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า อีกไม่นานจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงขึ้น ส่วนการเฝ้าระวังมือที่ 3 ฉกฉวยสร้างสถานการณ์นั้น จากการติดตามด้านการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ตนมองว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะสามารถพูดคุยกันได้
      
       ทางด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันว่าการออกประกาศเตือนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวานที่ผ่าน มา เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของคำสั่งศาลปกครองที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งพฤติกรรมการชุมนุมที่มีลักษณะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ในการเข้าไปปฏิบัติภารกิจภายในทำเนียบรัฐบาล
      
       ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบยังไม่พบเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นเพียงการหมิ่นตัวบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
      
       นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังกล่าวถึงการชุมนุมที่ปิดถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ประกอบกับงานกาชาด ซึ่งส่งผลกระทบกับการจราจรเป็นอย่างมาก โดยการประชุมในวันนี้จะหารือถึงเส้นทางการจราจรที่เข้ามาในงานกาชาดด้วย

mgr

Sunday, March 29, 2009

ทักษิน ก็มีความกลัว

26 มี.ค. 2552

ทักษินโฟนอิน

บอกว่ากำลังจะไปพบประธานาธิบดี ประเทศแอฟริกาประเทศหนึ่ง
ไม่ยอมบอกชื่อประเทศ...

วันต่อมา นพดล ออกมาบอกอีกว่า ทักษินได้รับเชิญจากประเทศแอฟริกา ให้ช่วยแก้จน
ไม่บอกอีกว่า ประเทศอะไร...

ทั้งๆที่ถ้าเป็นเรื่องจริง เช็คข่าวได้ ก็น่าจะเป็น credit ให้ทักษิน
ให้คนเสื้อแดงชื่นชม

หรือว่า...

ประเทศนั้น ไม่เป็นประชาธิปไตย

หรือประเทศนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย

หรือ..ทั้งหมด เป็นแค่ข่าวกุ เหมือนที่แล้วๆมา

ไม่ว่าจะอย่างไร ทักษินอยู่ภายใต้ความกลัว

กล้วคนจะรู้ความจริง
กลัวจะถูกจับโกหก
กลัวจะโดนจับ

ถามว่า ถ้าเป็นข่าวกุเหมือนที่แล้วมา ทักษินจะรู้สึกอย่างไร

...อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย...ทุกอย่างทำเพื่อเป้าหมายสูงสุด

...อาจจะละอายต่อตนเอง ว่าตนแย่ ขนาดที่ต้องโกหกคนอื่น และตัวเอง ว่ายังมีความสามารถ ยังมีความสำคัญอยู่ คนเก่งระดับทักษิน เคยทำอะไรได้ทุกอย่างที่อยากทำ ยังไงๆก็ต้องรู้สึกบางอย่างถ้าต้องโกหก

วันที่ 26 นั้น ดูเหมือนเขาจะไม่พร้อมที่จะพูด

วันที่ 27 สีหน้าของเขาก็ยังดูไม่ดี ไม่ได้ใส่เสื้อสีแดง อย่างที่ควรจะใส่ การพูดมีตะกุกตะกัก หยุดดูโพยบ้าง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวันที่เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทุกอย่างลื่นไหล แคล่วคล่อง ทั้งหมดนี้ ดูเขาไม่มีความสุขเลย ตาไร้แวว ไหล่ห่อ ไม่ผึ่งผายเหมือนเดิม ... บางช่วงดูยังไม่พร้อม... ทักษินพูดภาษาไทยกับคนที่ set up เครื่องเสียง "ได้ยินๆ" หรือจะเป็นคนไทยจาก NBT ตามข่าว จังหวะที่ทักษิน เอ่ยชื่อผู้มีบารมี ก็ไม่อยู่ในช่วงจังหวะที่สอดคล้อง ที่ต่างจากการปราศรัยสด ที่จังหวะจะสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้ฟัง หรือว่าชื่อนั้นไม่ได้สร้างความแปลกใจเลย เพราะเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว โจมตีกันมานาน ท่านที่โดนโจมตี ก็ไม่ได้ใส่ใจจะตอบโต้ แต่ทักษินใช้เป็นประเด็นที่จะปลุกคนเสื้อแดงออกมามากกว่า ถ้าไม่พูด ก็เหมือนกับไม่รู้ชกอยู่กับใคร คนที่เชียร์ ก็เชียร์มันส์ขึ้น ส่วนคนเสื้อเหลืองก็รู้มานานแล้ว

การเปิดเผยของทักษินครั้งนี้ มองในอีกแง่หนึ่งได้ว่า ทักษินเป็นคนขี้ขลาด เพราะเปิดเผยเมื่อมือนั้น เอื้อมไปไม่ถึง และทักษินอยู่ในที่ลับ ส่วนผู้มีบารมีอยู่ในที่แจ้ง...ทำไม ถ้าทักษินรักประชาธิปไตยจริงๆ และเรื่องที่ทักษินพูดเป็นเรื่องจริง ทำไมจึงไม่ "กล้า" ที่จะเปิดเผยตัวตนของผู้มีบารมีออกมาให้ทุกคนรู้ และแก้ไขระบบ (รัฐธรรมนูญ)ให้ถูกต้อง ในเวลาที่ตัวเองมีอำนาจจะทำได้ ตัวตนของทักษินจริงๆ จึงไม่ใช่คนที่จะ "กล้า" แก้ไขสิ่งที่ผิด ให้ถูกต้อง สิ่งที่พิสูจน์เรื่องนี้คือ ทักษินบอกว่า คอรัปชั่นแก้ยาก เพราะหยั่งรากลึกลงไปในสังคม คำพูดนี้ ขัดแย้งเป็นอย่างยิ่งกับบุคลิกของทักษินแบบ "can do" ทักษินทำอะไรได้ทุกอย่าง และต้องทำให้ได้ แม้แต่แก้จราจร กมท. ที่จริงๆแล้วทำไม่ได้ แต่ทักษินก็ยังให้สัญญาให้เวลา 6 เดือน

can do ของทักษิน จึงมีข้อยกเว้น

นั่นคือ ยกเว้นการปราบคอรัปชั่น


เพราะปราบไปๆ
สุดท้ายก็จะเจอหัวหน้าใหญ่ คือ ตัวทักษิน นั่นเอง




Label Cloud