skip to main |
skip to sidebar
"ธานี"ย้ำคดียิง"สนธิ"เสร็จก่อนเกษียณ4เดือนคมชัดลึก : "ธานี"ย้ำคดียิง"สนธิ"เสร็จก่อนเกษียณราชการ 4 เดือนแน่นอน ยันยังไม่ออกหมายจับใคร รอหลักฐานหนาแน่นก่อน พร้อมเรียกประชุมสอบคดี"7ต.ค."
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. และพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตย ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีโดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.ธานี กล่าวภายหลังประชุมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการให้ชุดทำงานรายงานผลการสืบสวนสอบสวนว่าดำเนินไปได้แค่ไหน เนื่องจากขณะนี้ยังรวบรวมพยานหลักฐานได้ไม่ครบก็ได้สั่งการให้ไปดำเนินการต่อและรายงานผลในอีก 7 วัน และยืนยันว่ายังไม่มีการออกหมายจับใคร ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นอนจริงๆ ก่อน ส่วนที่ขาดคือหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวชุดทำงานไม่สามารถทำคดีให้คืบหน้าได้เนื่องจากเจอตอ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า อะไรคือตอ การประชุมวันนี้ก็เน้นย้ำชุดทำงานว่าอย่าไปฟังข่าวลือ เพราะมีทั้งจริงและไม่จริง ตำรวจต้องทำงานแม้มีอุปสรรคอะไรก็ตาม
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า เวลาคนธรรมดาลงมือ ตำรวจทำงานไม่ยาก แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแสดงว่าคดีเกี่ยวข้องกับคนมีสี พล.ต.อ.ธานี ก็ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
“เร็วๆ นี้คดีคงไม่ยังไม่เสร็จ แต่ตำรวจก็พยายามอย่างเต็มที่ในการทำงาน เนื่องจากเวลานับตั้งแต่เกิดคดีประมาณ 1 เดือนก็ถือว่านานแล้ว ส่วนเบาะแสกลุ่มมือปืนต้องดูชัดเจนก่อนว่าเป็นกลุ่มใด การขออนุมัติหมายจับต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะจับกุม พร้อมยืนยันเหมือนเดิมว่าจะทำคดีให้เสร็จภายใน 4 เดือนก่อนเกษียณแน่นอน” พล.ต.อ.ธานี กล่าว
"ธานี"เรียกประชุมสอบคดี"7ต.ค."
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 พฤษภาคม พล.ต.อ.ธานี กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้เปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จาก พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นพล.ต.อ.ธานี ว่า คดีนี้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสืบสวนจนมาถึงตนเป็นคนที่ 4 แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีคดีสำคัญๆ ที่รับผิดชอบอยู่หลายคดี แต่เมื่อมีคำสั่งมาต้องต้องทำตาม
พล.ต.อ.ธานี กล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดของคดีขณะนี้ยังไม่ทราบ เนื่องจากยังไม่ได้เรียกประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวน เพราะเพิ่งได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่ก็เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีในวันพุธที่ 27 พฤษภาคม นี้
Daily News Online : Varietyพรรคพันธมิตรฯตั้งง่ายแล้วยังไงต่อเชื่อเหลือเกินว่าหลังการประชุมสภาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 24-25 พ.ค.ผ่านไป การเมืองไทยจะมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นใหม่ 1 พรรค ส่วนจะใช้ชื่อว่าพรรคพันธมิตรฯ พรรคเทียนแห่งธรรม หรือพรรคการเมืองใหม่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันในอนาคต
ช่วงหนึ่งในการประชุมสภาพันธ มิตรฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีว่า “193 วันคือประวัติศาสตร์ของเรา พรรคอื่นมีประวัติศาสตร์หรือไม่ ประชาธิปัตย์เป็นที่รวมกลุ่มอำมาตยกิจที่จะปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง ส่วนพรรคอื่นก็รวมตัวกันของนักเลือกตั้ง ซื้อ ส.ส. กันคนละ 50 ล้าน ส่วน นายบรรหาร ศิลปอาชา มีประวัติตรงไหน พรรคเพื่อไทย มีประวัติศาสตร์ตรงไหน ของเรา มีครบทุกรูปแบบทั้งอุปสรรค อุดมการณ์ ซึ่งพี่น้องต้องรู้ว่าเรากำลังเดินก้าวแรก และต้องผ่านภูเขา แม่น้ำ หุบเหว เราต้องไม่ท้อที่สำคัญต้องมีศรัทธาว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง โดยมีธรรมะและพุทโธนำหน้า”
ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรฯ สรุปผลการหารือที่นำไปขอมติใน 3 เรื่องคือ 1.จะร่วมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190, 237 และมาตรา 309 และมาตราใด ๆ ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ 2.จะสร้างการเมืองใหม่ ด้วยการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาต่อสู้ไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ในฐานะการเมืองภาคประชาชน 3.จะมอบหมายให้ 5 แกนนำ รับเอาเจตนารมณ์ของที่ประชุมพันธมิตรฯ ไปพิจารณาออกแบบและจัดโครงสร้างของพรรคแล้วนำมาขอความเห็นชอบจากพี่น้องพันธมิตรฯทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง
จริงอยู่การตั้งพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การดำรงอยู่ไม่ให้เป็นพรรคเฉพาะกิจนั้นเป็นเรื่อง “ยาก” ในบรรดาทั้ง 6 คนรวมถึงนายสุริยะใส ดูเหมือนจะมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เท่านั้นที่เคยผ่านเวทีการเลือกตั้งในนามพรรคพลังธรรมมาก่อน
พรรคพลังธรรมเคยขึ้นจุดสูงสุดและลงต่ำสุดเช่นกัน ถ้าจำได้ “จุดที่แข็ง” ที่สุดของพรรคพลังธรรม คือ “ความสะอาด” และตัว พล.ต.จำลอง เจ้าของฉายา “มหา 5 ขัน” ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค
จึงเชื่อว่า “ประสบการณ์” ของ พล.ต. จำลอง จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพรรคพันธมิตรฯ
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ แล้วบทบาทของ “เอเอสทีวี” จะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นส่วนหนึ่งของพรรคพันธมิตรฯ เหมือนอย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่
ยังอีกไกลที่จะประเมินว่าพรรคพันธมิตรฯ จะมีใครเป็นหัวหน้าพรรค จะเป็น นายสนธิ หรือ พล.ต.จำลอง จะประสบความสำเร็จคือสามารถเปลี่ยนการเมืองไทยให้เป็นการเมืองใหม่ได้หรือไม่
แต่แค่การ “กล้า” ที่จะตั้งพรรคการเมืองเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในสังคมประชาธิปไตยก็ถือเป็นเรื่องที่ต้อง “ชื่นชม”
เป็น “ก้าวใหม่” ที่คงยืดเยื้อยาวนานกว่า 193 วันเป็นแน่.