Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Tuesday, July 28, 2009

แดงโห่ไล่'มาร์ค'ที่พัทยา ตร.สกัดอยู่หมัด

Daily News Online > แดงโห่ไล่'มาร์ค'ที่พัทยา ตร.สกัดอยู่หมัด
วันนี้(28 ก.ค.) ที่โรงแรมดุสิต รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. เดินทางมา สภ.เมืองพัทยา เพื่อฟังบรรยายการสรุปการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาร่วมรับประทานค่ำกับนักธุรกิจจีน ซึ่งบก.ตร. ภ.ชลบุรี ได้เตรียมแผนการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีอย่างเข้มงวด โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 600 นาย สารวัตรทหารจากมทบ.14 ชลบุรี อีก 150 นาย

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ลานประชาธิปไตย ซอยเพ็ชรตระกูล ย่านพัทยาเหนือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นางชุลีพร สินธุไพร ประธานชมรมคนรักประชาธิปไตยเมืองพัทยา ได้นำมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 500 คน เดินขบวนไปยื่นหนังสือให้กับตัวแทนนักธุรกิจชาวจีน ณ บริเวณวงเวียนปลาโลมา หน้าโรงแรมดุสิต รีสอร์ท พัทยา โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า ชมรมคนรักประชาธิปไตยเมืองพัทยา (คนเสื้อแดง) ยังคงให้การสนับสนุนการร่วมประชุมสัมมนาและเจรจาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีน ที่ออกมาแสดงเจตจำนงให้ทุกฝ่ายรับทราบว่าคนเสื้อแดงว่า ไม่ได้กีดกั้นการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจชาวจีน หรือชาวต่างชาติอื่นแต่อย่างใด แต่ขอเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลที่ท่านร่วมลงทุนด้วยนี้ เป็นรัฐบาลที่มาโดยไม่ชอบธรรมตามแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงได้รวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรมกลับคืนมา

ภายหลังนายหวัง ชิง เคอ เลขานุการสมาคมนักธุรกิจชาวจีน พร้อมล่ามชาวจีน ได้เดินออกมาจากโรงแรมดุสิตธานี พัทยา เพื่อมารับหนังสือจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยื่นหนังสือต่อตัวแทนสมาคมนักธุรกิจชาวจีนแล้วต่างพากันพอใจ และกำลังจะยกขบวนกลับ แต่ระหว่างนั้นมีขบวนรถของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่โรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ประชุมพอดี ทางกลุ่มเสื้อแดงจึงได้ใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีและตะโกนขับไล่ ก่อนที่จะพากันแยกย้ายเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงตามที่หลายฝ่ายคาดแต่อย่างใด.
อ่าน Post Today รายงาน คนเสื้อแดงจำนวน 200 คน

ภาพ | เดลินิวส์

เสื้อแดงประท้วงนายกฯเข้าพัทยา

โพสต์ ทูเดย์ - เสื้อแดงประท้วงนายกฯเข้าพัทยา
เสื้อแดงพัทยายันไม่รุนแรงนายกฯร่วมงานเลี้ยงนักธุรกิจจีนที่พัทยา

ที่พัทยา กลุ่มคนเสื้อแดง ประมาณ 200คน พร้อมรถจักรยานยนต์ จำนวน 50คัน รถกระบะ และเก๋ง รวมตัวกันที่หลังห้างบิ๊กซี พร้อมติดเครื่องขยายเสียงโจมตีการทำงานของรัฐบาล และพยายามจะเคลื่อนกำลังคนไปโรงแรมดุสิต รีสอร์ท พัทยา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารกับนักธุรกิจจีนในการประชุมสัมมนา และเจรจาจับคู่ทางธุรกิจไทย-จีน โดยตำรวจจำนวนหลายร้อยนายพยายามปิดกั้นถนนไม่ให้มีการเคลื่อนไหว

นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.ชลบุรี แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ได้มีตัวแทนของกลุ่มคนเสื้อแดงทำหนังสือขอบคุณที่นักธุรกิจจีนมาลงทุนที่พัทยากว่า 1.4 แสนล้านบาท ไม่ได้มีการป่วนแต่อย่างใด ขณะนี้ต้องยอมรับเศรษฐกิจโลกทรุด ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดอีกโดยมีนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเหลือไม่ถึง 10% นักธุรกิจบางคนลงทุนเป็นหมื่นล้าน ดอกเบี้ยเดือนละหลายร้อยล้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก
กลุ่มคนเสื้อแดงจะปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวใหม่ โดยจะมีวินัย มีระเบียบในการเคลื่อนไหว และถือป้ายร้องเรียนเท่านั้น จะไม่ใช้ความรุนแรง

ก่อนหน้่านี้ ห้องประชุมตึกรักษ์วินัย สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.นายสุนทร รัตนวราหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายมงคล ธรรมกิตติคุณ นายอำเภอบางละมุง ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร กรณีนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางมาพัทยา ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมตำรวจภูธรจัหวัดชลบุรี ได้ระดมพลจำนวน 600 นาย และกำลังทหารจาก มทบ.14 อีกจำนวน 150 นาย รถดับเพลิง และอุปกรณ์ต่างๆ ในการป้องกันเหตุ โดยมีการตั้งจุดตรวจสกัดกนัเป็นระยะ และมีการแบ่งการรักษาความปลอดภัยโดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ


“มาร์ค” ยิ้มรับ “พัชรวาท” ไม่พูดกระแสข่าวปลด!

Crime - Manager Online
“พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” รอซุ่มดักพบ “นายกรัฐมนตรี” ท่ามกลางข่าวร้อน ใกล้วินาทีปลดพ้น ผบ.ตร.ขณะที่ “ธานี” เข้าบ้านพิษณุโลก พบ “นิพนธ์ พร้อมพันธุ์” หลัง ป.ป.ช.ชี้มูล “พัชรวาท” ผิดวินัยร้ายแรง

วันนี้ (28 ก.ค.) ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเป็นประธานกล่าวต้อนรับในงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Welcome Dinner) คณะนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนโลก ท่ามกลางกระแสข่าวปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตธานี โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ประมาณ 3,000 นาย ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้สื่อข่าวรอดักสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกระแสข่าวปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ผู้สื่อข่าวได้เห็น พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางมาที่โรงแรมดุสิตธานี แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจะไปสัมภาษณ์ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้รีบเข้าไปในห้องรับรอง และไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไป โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท มารอพบ นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกฯจะเดินทางกลับ

ต่อมาเวลา 20.40 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ปรากฏตัวมารอส่งนายกรัฐมนตรี เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ไม่อยากให้สัมภาษณ์ ส่วนข่าวเรื่องปลด ก็เป็นเพียงกระแสข่าว ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง และตนก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไร โดยตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ก็มีข่าวถูกปลดหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นความจริง ต่อข้อถามที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม 2551 พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตนทราบแล้ว ส่วนในวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะติดภารกิจ อย่างไรก็ตาม ต่อข้อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะอยู่จนถึงเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนข่าวปลดก็เป็นเพียงข่าว ต่อข้อถามว่า ที่มาพบนายกรัฐมนตรี เพื่อดับกระแสข่าวปลดหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ที่เดินทางมาเนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้โทร.สอบถามว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง จึงได้เดินทางมาดูสถานการณ์ด้วยตนเอง

จากนั้นเวลา 21.05 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกมาจากห้อง และเมื่อพบกับ พล.ต.อ.พัชรวาท นายกรัฐมนตรี สอบถามว่า มาด้วยหรือ สถานการณ์ใต้เป็นอย่างไรบ้าง ดีไหม และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว พร้อมโบกมือว่า ไม่ให้สัมภาษณ์นะ ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่สัมภาษณ์ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นที่น่าสังเกตว่า นายตำรวจติดตาม พยายามกันสื่อไม่ให้ถาม โดยพูดอยุ่ตลอดเวลาว่า พอได้แล้ว พอได้แล้ว

สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกัยกระแสข่าวปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า ระหว่างที่การประชุมคณะรัฐมนตรี มีการประชุม ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 12.30 น.ปรากฏว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงได้ออกจากห้องประชุมไปช่วงหนึ่ง โดยได้ให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน จนกระทั่งในเวลา 13.00 น.ทั้ง นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ได้เดินทางเข้าประชุม ครม.อีกครั้งด้วยหน้าตาแจ่มใส เป็นช่วงเดียวที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 อีก 2 คน โดยหนึ่งในนั้นมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.รวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้ ในเวลาใกล้เคียงกัน ที่บ้านพิษณุโลก พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าคณะทำงานสอบสวนคดี นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เข้าพบ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ ได้มีกระแสข่าวสะพัด นายกฯ และ นายสุเทพ ได้เดินทางไปสมทบที่บ้านพิษณุโลก แต่ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ ปฏิเสธว่า นายกฯ และ นายสุเทพ ไม่ได้เดินทางไปยังบ้านพิษณุโลกตามที่มีกระแสข่าว แต่เป็นหมายส่วนตัว

ขณะที่ในเวลา 16.50 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 71 ปี ย่าง 72 ปี ของ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ โดยนายกฯอวยพรให้นายชวน มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เป็นกำลังหลักทำงานให้ประเทศ ช่วยประเทศชาติ และประชาธิปัตย์เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมต่อไป

ด้าน นายชวน กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจนายกฯในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ประสบความสำเร็จ รู้ดีว่าเหนื่อยยากและจะเหนื่อยมากยิ่งขึ้น ขอให้สุขภาพแข็งแรงมีกำลังใจในการทำงาน ขณะที่ นายสุเทพ อยู่ที่พรรคด้วย แต่ไม่ได้ร่วมการอวยพรพร้อมกับนายกฯ

ต่อมาเวลา 17.50 น.หลังจากการอวยพร นายชวน แล้ว นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสุเทพ ได้เดินลงมาจากห้องทำงานที่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมกัน ด้วยสีหน้าชื่นมื่น โดย นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ผมต้องจับมือโชว์ให้เห็นไหม” ซึ่งทำให้ นายสุเทพ หัวเราะ

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คุยกับนายสุเทพ ถึงความคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล และตอนนี้ต้องรีบเดินทางไปพัทยา ขณะที่ นายสุเทพ กล่าวว่า เดี๋ยวจะไปคุยกับนายกฯในรถประจำตำแหน่งของนายกฯระหว่างทางไปพัทยา

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าจะได้คำตอบหรือไม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ก็ขึ้นรถประจำตำแหน่งของนายกฯเพื่อเดินทางไปพัทยาด้วยกัน


กองทัพปลด!! "จ่าปัญญา" เรียบร้อย พร้อมร่วมมือ ตร.ตามตัวดำเนินคดี

Manager Online
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ในคดีลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพิ่มเติมว่า เท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการทำหนังสือขอตัวทหารคนใดเพิ่มเติม เพราะปกติการจะทำหนังสือขอตัวกำลังพลจากกองทัพ ต้องมีการออกหมายจับก่อน ซึ่งขณะนี้มีเพียงการขอตัว จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา นายทหารสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษคนเดียวเท่านั้น

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า กรณีของ จ.ส.อ.ปัญญา ที่ยังคงหลบหนีการจับกุมของตำรวจ กองทัพพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัว จ.ส.อ.ปัญญา มาดำเนินคดี และให้ความร่วมมือ หากตำรวจจะไปตรวจค้นในหน่วยทหารใด ทั้งนี้ กองทัพบกไม่ได้ให้สถานที่พักพิงหรือช่วยเหลือ จ.ส.อ.ปัญญา แต่อย่างใด รวมทั้ง ยังมีการสั่งการว่า หากกำลังพลคนใดพบเห็น จ.ส.อ.ปัญญา พักพิงอยู่ที่ใด ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทันที และหากใครให้สถานที่พักพิง จ.ส.อ.ปัญญา ถือว่ามีความผิด อย่างไรก็ตาม กองทัพคงไม่ถึงกับนำกำลังพลลงไปช่วยตำรวจในการตรวจค้นหาตัว จ.ส.อ.ปัญญา เพราะหน้าที่ดังกล่าวเป็นหน้าที่ของตำรวจ
โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 ที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ จ.ส.อ.ปัญญา ได้เซ็นคำสั่งปลด จ.ส.อ.ปัญญา เรียบร้อยแล้ว เพราะ จ.ส.อ.ปัญญา เป็นนายทหารชั้นประทวน จึงไม่ต้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้เซ็นปลด ซึ่งสาเหตุที่มีคำสั่งปลด จ.ส.อ.ปัญญา เนื่องจากเข้าข่ายผิดกฎหมายทหาร 2 ข้อ คือ 1. จ.ส.อ.ปัญญา ถูกส่งไปช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ซึ่งตามกฎหมายทหารห้ามไม่ให้กำลังพลที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลาราชการเกิน 3 วัน และ 2.กำลังพลที่หนีหมายจับ สามารถสั่งปลดได้ ซึ่งถือว่า จ.ส.อ.ปัญญา เข้าข่ายทั้ง 2 กรณี

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีลอบยิงนายสนธินั้น กองทัพบกขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทหารส่วนใหญ่มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจหลัก คือ การสนองตอบและช่วยเหลือประชาชน ซึ่งที่ผ่านมากองทัพแสดงให้สังคมเกิดความมั่นใจว่ากองทัพจะไม่ปกป้องนายทหารนอกแถวเป็นอันขาด


Wednesday, July 22, 2009

ป๋าห่วงเสื้อแดงงัดแผนตากสิน2 ป่วน

โพสต์ ทูเดย์ - การเมือง - ป๋าห่วงเสื้อแดงงัดแผนตากสิน2ป่วน
โพสต์ทูเดย์ — “ป๋าเปรม” ห่วงเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ 27 มิ.ย. ที่ท้องสนามหลวง

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบถึงแผนตากสิน 2 ที่กลุ่มเสื้อแดงจะใช้ในการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 27 มิ.ย. จากหนังสือพิมพ์ และในฐานะคนไทยรู้สึกห่วงประเทศชาติเหมือนกัน แต่การดูแลเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงปฏิเสธว่าไม่มีจริงทั้งแผนตากสิน 1 และ 2 เป็นเรื่องของคนจิตทรามที่กุข่าวขึ้นมา โดยเอาบุคคลที่มีชื่อในส่วนต่างๆ มาเขียนเป็นนิยาย และหากมีอะไรเกิดขึ้นในวันที่ 27 มิ.ย. จะปรับแผนการชุมนุม อาจจะยืดเยื้อหรือไม่ยืดเยื้อก็ได้ แต่ก็ไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. กล่าวว่า หลังจากมีข่าวแผนตากสิน 2 ออกมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โทรศัพท์มาหาเพื่อขอความเป็นธรรม โดยข่าวนี้เผยแพร่ทางสำนักข่าวผู้จัดการ จึงไม่มีความน่าเชื่อถือ และรัฐบาลนำเรื่องนี้มากลบเกลื่อนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการจุดประเด็นก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนปช. 2-3 วัน อาจมีความคิดที่จะเตรียมสร้างสถานการณ์เพื่อใช้กำลังจัดการกับคนเสื้อแดงด้วยหรือไม่

“ผมเป็นคนไม่ชอบสาบาน แต่ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และขอร้องนายสุเทพ (เทือกสุบรรณ) ให้ผมเข้าไปดูแผนตากสิน 2 นี้เป็นบุญตา และอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่รายงานมาว่าอย่างไร” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นการสร้างข่าวเท็จ และทีมกฎหมายได้หารือกันแล้วว่าจะดำเนินการฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญาผู้ที่ออกมากล่าวหาให้ถึงที่สุด

วันเดียวกัน นายสุเทพได้เข้าร่วมประชุมกับผู้นำเหล่าทัพที่กระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมหารือถึงแผนการรักษาความปลอดภัยในช่วงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) และประเทศคู่เจรจา ในวันที่ 16-23 ก.ค.นี้

นายสุเทพ กล่าวหลังการหารือว่า จะบอกว่าเป็นการพูดคุยเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ได้พูดคุยถึงเรื่องการประชุมเออาร์เอฟในเดือนก.ค. ทั้งนี้จะมีการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยจะนำเข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยจะประกาศใช้เฉพาะ จ.ภูเก็ต

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 27 มิ.ย. ได้ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งการและให้นโยบายว่า ต้องให้ข้าราชการ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้ตามปกติ ซึ่งการชุมนุมต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ดำเนินการตามมาตรฐานสากล ไม่มีหย่อน

“จะรักษาทำเนียบได้หรือไม่ ต้องถามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ แต่เขาบอกผมว่าเขารักษาได้” นายสุเทพ กล่าว

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นสถาบัน บช.น.พบว่าแกนนำกลุ่มนปช. ที่ขึ้นเวทีปราศรัยท้องสนามหลวง คืนวันที่ 23-24 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีคำพูดปราศรัยเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุมัติศาลออกหมายจับ

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. กล่าวว่า มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุม ตำรวจนครบาลเตรียมใช้แผน “กรกฎ 48” ระดมกำลังตำรวจปราบจลาจล ในสังกัดบช.น. บช.ตชด. บช.ก. ภ.1 2 และ 7 รวมทั้งหมด 16 กองร้อย (2,400 นาย) โดยวางกำลังตำรวจ 600 นาย ดูแลพื้นที่รอบท้องสนามหลวง


Friday, July 17, 2009

“ธานี” เปิดใจเหตุคดียิง “สนธิ” อืด-จวก ตร.ไร้จิตวิญญาณทำตัวเป็นไส้ศึก

Crime - Manager Online

"ธานี" เปิดใจเหตุคดีลอบสังหาร “สนธิ” ล่าช้า ระบุตำรวจบางนายขาดจิตวิญญาณการเป็นตำรวจ บางคนทำตัวเป็นไส้ศึก ปล่อยความลับรั่วไหล ขณะบางนายถูกข่มขู่ จนคนทำงานเหลือน้อย ระบุตนเองไม่ได้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน มีหน้าที่แค่กำกับดูแล แต่เมื่อคดีไม่คืบหน้าจึงต้องลงมาดูแลเอง ยันส่วนตัวไม่มีใครมาข่มขู่ เพราะอยู่ที่ตัวเองว่าทำให้ข่มขู่ได้หรือไม่
วันที่ 15 ก.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงความคืบหน้าคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งล่าสุดมีการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คนแล้ว โดยในช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.ธานีได้เปิดใจถึงปัญหาสำคัญซึ่งทำให้การทำคดีเกิดความล่าช้า

จนถึงขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังถูกข่มขู่อยู่หรือเปล่า
“มันทำงานมีปัญหาตลอด ยังเสียดายว่า ถ้าคนทำงานเนี่ย บางคนนะ มีจิตวิญญาณของการเป็นตำรวจ มันจะทำงานได้เร็วกว่านี้อีกเยอะ จะได้เร็วกว่านี้อีกเยอะ”

หลายๆ คนที่จะออกหมายจับเพิ่ม ระหว่างการรวบรวมหลักฐานนี่เป็นบุคคลในเครื่องแบบ หรือว่าเป็นพลเรือน
“ทางการสืบสวนงานนี้ พ.ต.ท.(พลเรือน-ตำรวจ-ทหาร)”

ช่วงนี้มี อะไรที่มากดดันท่านหรือเปล่า
“กดดันไม่มีหรอก มันเพียงแต่ว่าคนที่จะทำงานมันเหลือน้อย คนจะทำงานมันเหลือน้อย”

เหลือเวลาอีกไม่นานท่านก็จะพ้นจากตำแหน่ง ท่านจะสาวไปถึงระดับไหน
“อ้าว ครั้งแรกคุณถามผมไม่ใช่เหรอว่าจะต้องออกหมายจับก่อนเกษียณ ใช่ไหม ต้องได้ตัวก่อนเกษียณใช่ไหม นี่ยังมีเวลาตั้ง 2 เดือนกว่าจะเกษียณน่ะ ได้ก่อนแล้วอ่ะ”

เมื่อวานท่านได้เข้าพบนายกฯ ได้กำชับหรือว่า ท่านได้รายงานถึงข้อติดขัดอะไรหรือเปล่า
“ไม่อ่ะ ท่านก็สั่งการตามหน้าที่ว่าให้ทำงานต่อไป”

ได้รายงานท่าน ผบ.ตร.หรือยัง
“ยัง มีคนอื่นเขาไปรายงานแล้ว ผมไม่ต้องรายงานหล่ะ มีคนอื่นคอยรายงานตลอดอยู่แล้ว มีตลอดอยู่แล้วไง เสียดายว่างานนี้ถ้าคนทำงานมีจิตใจเป็นตำรวจ รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มันจะได้ผลเร็วกว่านี้”

ก่อนท่านเกษียณจะได้ตัวคนบงการไหม
“ก็ตอนก่อน 4 เดือน คุณก็ถามว่าจะรู้ตัวได้ตัวก่อนผมเกษียณไหม แล้วนี่มีเวลาอีก 2 เดือนกว่าก็ออกหมายจับได้แล้ว ช่วงเวลาต่อไปก็สืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายกันต่อไป”

ออกหมายจับแล้ว มั่นใจไหม หรือว่าจะแค่ออกหมายจับคาไว้เฉยๆ
“มันจะคาไว้ได้ยังไงหมาย ผมบอกแล้วไง ออกหมายจับเป็นเศษกระดาษแล้วไม่มีทางจะได้ตัวคนร้ายแล้วจะออกไว้ทำไม”

ท่านบอกว่าถ้าคนทำงานมีจิตวิญญาณมากกว่านี้ หมายถึงว่าคนทำงานเขาเตะถ่วงกันเองหรือเปล่า
“มันบางทีก็อย่างที่บอกไง บางคนก็ถูกข่มขู่บ้าง ไอ้บางคนก็ทำตัวเหมือนกับเป็นไส้ศึกบ้าง ความลับอะไรต่างๆ บางทีมันก็รั่วไหลไป ถ้าคนมันมีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจมันต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องรู้หน้าที่การเป็นตำรวจ”

หมายถึงเมื่อวานที่มีข่าวหมายจับรั่วออกมาหรือเปล่า
“ไม่รู้ ตั้งแต่ทำงานน่ะ คือเดี๋ยวนี้ตัวรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเนี่ย ความจริงผมไม่ได้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนนะ ผมไม่ใช่นะ สำนวนนี้เป็นสำนวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่งตั้งรองผู้บัญชาการเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ผมเนี่ยมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแล แต่เห็นว่างานมันไม่เดิน มันมีภาระ มีปัญหามาก ก็เลยต้องรับมาดำเนินการเอง”

เรื่องหมายจับเพิ่มจะใช้เวลาอีกนานไหม
“บอกไม่ได้ มันแล้วแต่พยานหลักฐาน”

หลักฐานสำคัญมันมีอาวุธปืนที่ใช้ยิงหลายกระบอก ตอนนี้ตามมาได้หรือยัง
“ยังไม่ได้สักกระบอก กำลังหาอยู่”

ถ้าเกิดอาวุธปืนที่ใช้ยังหาไม่ได้จะมีปัญหากับกระบวนการสอบสวน หรือกับพยานหลักฐานไหม
“มันก็เป็นส่วนเดียว อย่างอื่นก็มีตั้งเยอะ พยาน”

จำเป็นต้องเอา 2 คนนั้นมาสอบขยายผลต่อไหม
“รอได้ตัวก่อนสิ”

มีการประสานต้นสังกัดของทหารไหม
“ยังเลย เอาว่าตอนนี้ก็เร่งทำ ไอ้โน่นเร่ง ไอ้นี่ เรื่องพยานหลักฐานอะไรต่างๆ นานาก็ทำกันจ้าละหวั่นอยู่แล้ว คุณไปสังเกตสำนักงานผม กลายเป็นห้องปฏิบัติการไปแล้ว”

“ชัดเจนไหม ผมไม่ใช่หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนนะ ผมมีหน้าที่กำกับดูแลคดี เพียงแต่คดีมันมีคืบหน้าไม่ก้าวหน้า ผมก็เลยต้องลงมาทำหน้าที่ ต้องลงมาทำหน้าที่เพราะต้องกำกับดูแล”

แล้วในส่วนตัวท่านเองเคยถูกข่มขู่ไหม
“ใครจะมาข่มขู่ผมล่ะ เขาไม่เรียกผมหรอก ไม่มีใครเขามาเรียกผมหรอก ไม่มีใครเขามาข่มขู่ผมหรอก ไม่มี เราต้องทำตัวเองน่ะ เราต้องดูตัวเราเองว่า ทำให้เขาข่มขู่ได้ไหม ตัวของตัวเองน่ะ มันมีส่วนสำคัญ เราเป็นตำรวจจริงๆ เนี่ย โดยถ่องแท้เนี่ย ได้ยินไหมอย่างเงี้ย”


Label Cloud