Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Thursday, April 16, 2009

Abhisit Vejjajiva won the media battle but the hardest job is yet to come

timesonline: On Saturday he was made to look like a clown in front of Asia’s most powerful leaders. By Sunday it was hard to believe that he would be around for more than a few days. Yet despite this, yesterday the Thai Government of Abhisit Vejjajiva appeared to be slowing his country’s slither into anarchy.

Whether this is a temporary lull before more violence will become clear in the next few days. It is a sign of how far Thailand has fallen that news which in normal times would be disastrous, starts to sound quite positive. If early reports are correct and only two people died in Bangkok yesterday, reportedly in fights between locals and protesters, then Thais have got off lightly. When nervous soldiers with automatic weapons meet furious protesters with petrol bombs, tragedies can unfold in seconds. But the Thai troops seem to have followed orders to employ restraint, and disperse crowds rather than attack them — and to fire their live bullets well up into the air. Mr Abhisit won the media battle yesterday — in their respective television interviews with the BBC and CNN, he seemed reasonable, patient and articulate while Thaksin Shinawatra, his exiled antagonist, was shrill and unconvincing.

The hardest job is still to come. About 4,000 protesters have fallen back to the streets in front of Government House. There are women and elderly people there, and children. To clear such a crowd without bloodshed would be difficult anyway — and the suspicion lingers that some of the Red Shirts are courting a violent response. A few unambiguous martyrs, genuinely innocent victims, would galvanise the movement at a moment when it may be in danger of losing momentum. This is what Mr Abhisit must avoid at all costs.
click thumbnail to see original page with comments

Reblog this post [with Zemanta]

นายกฯเพิ่มมาตรการรปภ. พกเสื้อเกราะกันกระสุนติดรถ

มติชน: นายกฯเพิ่มมาตรการรปภ. พกเสื้อเกราะกันกระสุนติดรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกในรอบ 20 วัน เพื่อต้อนรับคณะทูตานุทูตกว่า 70 ประเทศ ชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยนายอภิสิทธิ์เดินทางด้วยรถเบนซ์กันกระสุนสีดำคันใหม่ รุ่นอี 600 เลขทะเบียน ชพ 1420  โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งรถคันเดียวกัน โดยรถคันใหม่นี้เป็นรุ่นเดียวกับรถเบนซ์ที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงรุมทุบทำลายใน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 12 เมษายน และยังใช้พลขับหน้าเดิม ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในรถของนายกฯ มีการจัดเตรียมเสื้อเกราะกันกระสุนอย่างอ่อนไว้ที่คอนโซลหลังรถเผื่อกรณีฉุกเฉิน


นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในขบวนรถนายกฯ อย่างเต็มอัตรา ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ของสารวัตรทหารเพื่อใช้นำขบวน รถโตโยต้า พราโดของเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) 2 คัน และมีการเพิ่มรถโตโยต้า พราโดของหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน และรถยนต์ของกองพันทหารสารวัตรที่ 11 เข้ามาในขบวนด้วย ส่วนรถเบนซ์กันกระสุนคันเก่าของนายกฯ เลขทะเบียน ษห 3835 ที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทุบได้ถูกส่งไปซ่อมบำรุงที่ประเทศเยอรมนีแล้ว


"พัลลภ"ลอยแพเสื้อแดง บอกเดินเกมพลาดเอาปชช.เป็นตัวประกัน

มติชน: "พัลลภ"ลอยแพเสื้อแดง บอกเดินเกมพลาดเอาปชช.เป็นตัวประกัน "สมเจตน์"อัดเป็นศัตรูประเทศชาติ

"พัลลภ"ชี้เสื้อแดงเดินเกมพลาด ทั้งปิดแยกอนุสาวรีย์ชัยฯ วางรถแก๊สหน้าแฟลตดินแดงเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ไล่นักข่าวพ้นม็อบ เหน็บทำไปวันไร้แผนล่วงหน้า ชมทหารทำดีแล้ว เชื่อ"แม้ว"อยู่รอดแม้ไม่มีพาสปอร์ต "สมเจตน์"อัด"แม้ว"เป็นศัตรูประเทศ เหมือนไม่คิดเป็นคนไทย

"พัลลภ"ชี้เสื้อแดงพลาด ยึดอนุสาวรีย์ฯ-เอาปชช.ตัวประกัน

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวถึงการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงของเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อวันที่ 13 -14 เมษายนที่ผ่านมาว่า จากข้อเท็จจริงก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะประกาศวันดีเดย์ดูจากแผนงาน ปรากฏว่าคำตอบที่ได้รับคือ กลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีแผนอะไรเลย ทำไปวันๆ ซึ่งหากทำอย่างนั้นคงไม่มีทางสำเร็จทำงานระดับนี้ทำแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้น ตนจึงต้องถอยออกมา และสิ่งที่พูดไปก็ต้องยกเลิกหมด

"การดำเนินการขึ้นอยู่กับ 3 คนเท่านั้น ผู้ควบคุมเหตุการณ์ไม่มี ผมมองอนาคตรู้เลยว่าจะไปไม่รอด หากเป็นเช่นนี้ทำงานใหญ่ไม่ได้ การทำงานใหญ่ต้องมีขั้นตอน 1,2 และ 3 เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีมือที่ 3 เข้าป่วน แค่อยู่เฉยๆก็พังแล้ว จะต่อสู้ได้อย่างไรเมื่อไม่มีแผนดำเนินการ และการต่อสู้แบบใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน เช่น การเอารถแก๊สไปวางไว้ที่แยกดินแดง มันไม่ถูกต้อง ทำงานแบบนี้ต้องดึงมวลชนมาเป็นพวก แต่การดำเนินการกลับตรงข้าม เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน แทนที่เขาจะร่วมมือ กลายเป็นโกรธแค้นแล้วออกมาต่อต้าน อย่างจุดที่ยิงมัสยิด ทำแบบนี้ได้อย่างไร ไม่สามารถเรียกมวลชนได้ รวมทั้งการขับไล่และทำร้ายสื่อมวลชนเป็นเรื่องผิดพลาดแอย่างแรง เขาไม่มีแผนเผชิญเหตุเลย" พล.อ.พัลลภ กล่าว

เชื่อ"แม้ว"อยู่รอด แม้ไม่มีพาสปอร์ต

เมื่อถามว่า สถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า คิดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะฝ่อไป จากการสังเกตเห็นได้ว่า ระดับแกนนำไม่มีใครมาร่วม และจากการที่ตนโทรศัพท์พูดคุยกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถามว่าเขารู้เรื่องนี้หรือไม่ เขาบอกว่าแกนนำไม่ให้ ร.ต.อ.เฉลิม เข้ามายุ่งเลย รวมถึงแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน เขาก็ไม่ให้มายุ่ง ตนก็งงว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ความจริงต้องมารวมกันทั้งหมด ทั้งนี้ ตนไม่ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเลย และคิดว่าการถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เขาคงไม่เดือดร้อนมีหลายประเทศรองรับเขาด้วยการให้ที่พักพิง

ชมทหารทำดีแล้ว ตามวิธีแยกฝูงชน

เมื่อถามถึงการปฏิบัติของทหารในการสลายการชุมนุม พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ทหารทำได้ดี เป็นไปตามยุทธวิธีของเขา ซึ่งเรื่องการแยกฝูงชน เรามีการศึกษากันอยู่ ซึ่งสามารถแยกเป็นส่วนย่อย แยกย่อยให้ง่ายต่อการควบคุมและปราบปรามได้ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเขาไม่รู้จึงแยกออกไปตามจุดต่างๆ จึงง่ายต่อการสลาย ซึ่งทหารรู้อยู่แล้วว่าการทำลายที่หมาย แต่ละขั้นตอนต้องแยกส่วนย่อยออกมา เป็นยุทธวิธีทางทหาร อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดอีกเรื่องของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ ปิดแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะปิดถนนแล้วคนเดือดร้อนทั้งการจราจร และโรงพยาบาล เขาพลาดตั้งแต่จุดนั้นไปสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทำงานแบบนี้ต้องดึงมวลชน แต่เขาไปผลักดันมวลชนออก

"สมเจตน์"อัด"แม้ว"ศัตรูประเทศ เหมือนไม่คิดเป็นคนไทย

ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ถึงสถานการณ์การเมือง ว่า การเมืองไทยคงดำเนินการต่อไป แต่การบริหารงานของรัฐบาลคงยาก ก่อนหน้านี้มองว่ารัฐบาลต้องมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกิน ดี แต่ขณะนี้ปัญหาหนักอยู่ที่เรื่องการเมือง ตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือ ตัวปัญหาหลัก ตราบใดที่รัฐบาลแก้ปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาอื่นได้

เมื่อถามว่า รัฐบาลต้องจริงจังในการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเอาผิดหรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ใช่ต้องแก้ที่ตัวปัญหา คือ พ.ต.ท.ทักษิณ หากจำกัดพื้นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่มีเวลา ไม่มีสมองดูเรื่องอื่น รัฐบาลต้องแก้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกมิติทุกเรื่อง

"อย่างกรณีของ ส.ส.บางคนที่อ้างเอกสิทธิ์ของนักการเมืองคุ้มครอง ซึ่งเอกสิทธิ์ดังกล่าวมีไว้เพื่อคุ้มครอง ส.ส.ที่ทำความดี แต่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ ส.ส.บางคนทำลายชาติกลับมาอ้างเอกสิทธิคุ้มครองของ ส.ส. ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นปัญหาหลักของรัฐบาล รวมทั้งบรรดาบริวารของเขา รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ หากแก้ไม่ได้ก็หมดโอกาสแก้ปัญหาเรื่องอื่น เป็นเรื่องด่วนที่ต้องทำ" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

เมื่อถามว่า เหตุการณืที่เกิดขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นจำเลยสังคมหรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คือ ศัตรูสำคัญของประเทศชาติ ไม่มีใครกล้าทำกับประเทศชาติขนาดนี้ เขาทำโดยไม่คิดว่าเขาคือคนไทย และครอบครัวเขาก็ไปเสวยสุขอยู่ในต่างประเทศ แต่ปล่อยให้ประชาชนคนไทยต้องมาบาดเจ็บล้มตาย ไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน

คลิป ประชาชนรวมตัวต้านเสื้อแดงที่ยมราช ทหารนำอาวุธร่วมปราบปรามจลาจล

มารู้จัก ระเบิดเพลิง อาวุธเสื้อแดง



Molotov cocktail, named after Vyacheslav Molotov and also known as the petrol bomb, benzene torch, Molotov grenade or Molotov bomb, is the generic name for a variety of crude incendiary weapons. While they are commonly associated with guerrilla forces and rioters, they are actually more frequently used for basic arson. In urban slang, they are often referred to as a “homemade frag,” "dragon's wrath," or “the poor man’s hand grenade.”

โมโลทอฟ คอคเทล ตั้งชื่อตาม Vyacheslav Molotov หรือ petrol bomb หรือเป็นที่รู้กันในนาม ระเบิดมือคนยาก (the poor man’s hand grenade) มังกรพิโรธ (dragon's wrath) ถูกใช้แพร่หลายโดยหน่วยกองโจร และกลุ่มผู้ก่อการจลาจล แต่จริงๆแล้ว ถูกใช้มากว่าในการวางเพลิง

A Molotov cocktail consists of a glass bottle partly filled with flammable liquid, typically gasoline. When gasoline is used as the main ingredient, motor oil or sugar is commonly added to help the gasoline cling to the target. A gasoline soaked rag is placed in the neck of the bottle, extending out of the neck. The bottle is then corked in order to hold the rag in place. The rag is then lit, and the bottle is thrown.

โมโลทอฟ คอคเทล ประกอบด้วย ขวดแก้วบรรจุเชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่ โดยมีการเติมน้ำมันเครื่อง หรือน้ำตาล เพื่อช่วยให้เชื้อเพลิง ติดอยู่กับเป้าหมาย ชนวนชุ่มเชื้อเพลิงถูกอุดไว้ที่ปากขวด ใช้งานโดยการจุดชนวน แล้วขว้างใส่เป้าหมาย

http://www.mopo.ca/2007/03/molotov-cocktail.html

File:Molotov cocktail flam.jpg

จากคลิปต่างๆ จะเห็นได้ว่าการใช้งานของ Molotov cocktail ของเสื้อแดง ผิดพลาดตรงที่ใช้ขวดที่แตกยาก เช่นขวด M ทั้งหลาย เมื่อตกกระทบพื้น ไม่แตกกระจายที่จุดตก แต่ลื่นไถลไป ไม่ระเบิดทันที นับเป็นโชคดีของเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนั้นทหารหน่วยปราบจลาจล จะต้องได้รับบาดเจ็บ และทำงานยาก มากมายกว่านี้แน่นอน

Case Study

Protesters throw a Molotov cocktail at troops
Protesters throw a Molotov cocktail at troops during protests in Caracas on Wednesday. Venezuelan National Guard troops fired tear gas and shot gun pellets to keep apart militant supporters of President Hugo Chavez and opposition marchers who were protesting against the government's military takeover of the city police force. — Reuters
บน - ผู้ประท้วงใช้ระเบิดเพลิง (Molotov cocktail) ในการประท้วงที่เวเนซูเอล่า
ล่าง - Not an IED damage but the work from a Molotov cocktail - ความเสียหายที่เกิดจาก Molotov cocktail (credit)






การปราบจลาจลในต่างประเทศก็มีการติดอาวุธ จะสังเกตุเห็นปืนพกที่เอวของเจ้าหน้าที่เพื่อการป้องกันตัว แต่น้อยนักที่ผู้ก่อการจราจลจะมีอาวุธปืน เพราะเป้าหมายคือการ "ทำลาย" มากกว่าการสังหาร ในประเทศทั่วไป การปราบจราจลเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ในเมื่อตำรวจไทยไม่ยอมทำงาน จึงต้องตกเป็นภาระของทหาร (ที่เป็นเหมือนที่พึ่งแห่งสุดท้ายของประชาชนเสมอๆ) ทำให้ภาพการปราบจราจลในสายตาสื่อต่างชาติเป็นการใช้ความรุนแรง เกินกว่าที่ควรจะเป็น


BBC News clip - Thaksin what u have done - 1



Comments from YouTube page

You are full of sh** and stupid beyond recognition.

From what I see here, nobody won and both red & yellow shirts sides are RUINING Thailand. They burned their own house to the ground.

This is totally f**ked up beyond recognition !

Label Cloud