Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Monday, June 8, 2009

ฟ้องกราวรูด 21 บิ๊ก บสท. ลูกหนี้เล่น กม.อาญายัดคุก

Manager Online
ASTVผู้จัดการรายวัน - แฉบิ๊ก บสท.กลั่นแกล้งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้สวมหัวใจสิงห์เดินหน้าชน ฟ้องกลับหลังถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่ศาลยก งานนี้บอร์ดระดับคนดังของประเทศ 21 ราย โดนเรียบ ทั้ง "เชาว์ สายเชื้อ-ธาริษา วัฒนเกส-ชฎา วัฒนศิริธรรม-ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" ลูกหนี้มั่นใจเอาเข้าคุกได้เหตุขัดกฎหมายอาญามาตรา 188 ชัด "อมใบหุ้น" โทษจำคุก 5 ปี ชี้ บสท.สองมาตรฐานเทียบกรณียึด "ไทยพับลิคพอร์ต" ประเคนตระกูลพานิชชีวะ จับตาศาลไต่สวนนัดแรก 27 ก.ค.นี้

บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. (Thai Asset Management Corporation – TAMC) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เมื่อปี 2544 ยุค นช.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเหตุผลให้ บสท.ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จแก้ปัญหาหนี้เสียและฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นธรรมเพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ในทางปฏิบัติหลายครั้งกลับพบว่า บสท.ใช้อำนาจอย่างมีวาระซ่อนเร้นในการปรับโครงสร้างกิจการลูกหนี้ โดยเฉพาะมาตรฐานที่แตกต่างกัน หากเป็นลูกหนี้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจจะได้รับความช่วยเหลือทั้งลดหนี้และยืดเวลาชำระหนี้ แต่ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้ามจะถ่วงเวลาให้มูลหนี้เพิ่มขึ้น หลายกรณีมักจบลงด้วยการฟ้องล้มละลาย

ล่าสุด นายจิระ รัตนะรัต ประธาน The Siam Chemicals Public co., LTD (บริษัท สยามเฆมี จำกัด มหาชน) และผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต (หรือเดิมคือ บริษัท สีชังทองเทอร์มินัล จำกัด ประกอบกิจการท่าเรือ คลังน้ำมัน) เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกหนี้ผู้เสียหายจากการใช้อำนาจมิชอบของ บสท. ถูกฟ้องล้มละลายเหมือนกับลูกหนี้อีกหลายราย แต่ได้ต่อสู้คดีจนศาลยกฟ้อง การกระทำของ บสท.ในครั้งนี้ควรจะถูกเปิดเผยให้สังคมรับรู้ เพื่อเป็นบทเรียนให้กับผู้บริหารและคณะกรรมการ (บอร์ด) บสท. และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง รวมทั้งลูกหนี้ที่เคยถูก บสท.กลั่นแกล้ง

นายจิระเล่าถึงเบื้องหลังก่อนถูกฟ้องล้มละลายแต่ศาลยกฟ้องว่า ตนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำกัด ต่อมาธุรกิจประสบปัญหา

มีภาระหนี้สูงถึง 6,000 ล้านบาท เจ้าหนี้ยึดกิจการ

หนี้ถูกโอนเข้า บสท. เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้าง

มีการลดมูลค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นลง ปรับลดหนี้หรือแฮร์คัตจาก 6,000 ล้านบาท เหลือ 600 ล้านบาท

โดยจะต้องมีการเพิ่มทุน 360 ล้านบาท

ในขั้นตอนการเปิดประมูลมีความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากผู้ถือหุ้นอีกรายคือนายสมบัติ พานิชชีวะ ชนะการประมูล ทั้งๆ ที่ตนก็ได้ยื่นประมูลโดยเสนอราคาที่สูงกว่า แต่ บสท.อ้างว่าขาดคุณสมบัติ จึงไม่ผ่านตั้งแต่คำขอยื่นประมูล

"นายสมบัติเสนอ 600 ล้านบาท ผมเสนอ 800 ล้านบาท ที่สำคัญผมมีเงินและพร้อมจะวางเงินสด ส่วนนายสมบัติไม่มีการวางเงิน แต่อ้างว่ามีเงินอยู่ในตู้เซฟที่ออฟฟิศ 360 ล้านบาท ผมขำนะ บ้าหรือเปล่า ตู้เซฟที่ไหนเก็บเงินเป็นร้อยๆ ล้าน คุณรู้มั้ยต้องใช้ที่กว้างมากๆ ในการเก็บเงินสด 360 ล้าน เรื่องนี้เกิดเมื่อปี 2546-2547 ตอนนี้เงิน 360 ล้าน ไม่รู้จ่ายครบหรือยัง บางทีอาจจะโยงกับเรื่องที่นายสมบัติผลักดันดอนเมืองโทลล์เวย์ (บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ) เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะหากเข้าไปได้แล้วเงินที่ระดมทุนได้อาจจะมาชำระให้แก่ บสท." นายจิระอธิบายและว่า ตนเคยถือหุ้นใหญ่สุดในบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำนวน 70% เมื่อถูกลดทุนจึงเหลือหุ้น 35% และปัจจุบันเหลือ 0.5% ส่วนนายสมบัติจากผู้ถือหุ้นไม่ถึง 10% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต

***แฉ 2 มาตรฐานฆ่าศัตรู-อุ้มพวกพ้อง

นายจิระเชื่อว่า มีการวางแผนปล้นและยึดกิจการ ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการจัดตั้ง บสท. เห็นได้จากมีการวางแผนเป็นขบวนการโดยมีนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลศ กรรมการผู้จัดการ บสท. ในขณะนั้นให้ความร่วมมือกับนายสมบัติ และเมื่อบริษัทฯ ถูกยึดเป็นของนายสมบัติ ตนไม่ยอมเพราะเห็นว่าถูกรังแก จึงพยายามคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ เมื่อเห็นว่าตนไม่ยอม ผู้บริหาร บสท.จึงไปซื้อหนี้ส่วนตัวที่มีอยู่ในธนาคารไทยธนาคารมูลหนี้ 39 ล้านบาท หวังทำลายชื่อเสียงและธุรกิจที่ผมเป็นเจ้าของกิจการอีกหลายแห่ง เชื่อว่าน่าจะมีการตั้งธงให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะหลังจากซื้อหนี้มา บสท.มีการเตะถ่วงไม่ปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูหนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

"ผมจำนำหุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ บสท.ไม่ยอมบังคับคดี ไม่นำไปหักหนี้แล้วยังบวกดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ 86 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมยื่นฟ้องล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลาง ต่อมาศาลนัดฟังคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายนพิพากษายกฟ้อง ศาลเห็นว่ารูปคดีไม่พอฟังได้ว่าผมมีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชี้ 2 ประเด็นคือประเด็น บสท.มีอำนาจฟ้อง แต่ประเด็นลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ปรากฏว่าศาลยกฟ้อง ผมจึงฟ้องเพื่อให้เป็นบทเรียนกับผู้บริหารและบอร์ด บสท. นอกจากเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองแล้ว ผมอยากให้เป็นมาตรฐานและอยากเห็นลูกหนี้ที่ถูกกลั่นแกล้งลุกขึ้นสู้ด้วย"

ศาลเห็นว่าการฟ้องล้มละลาย ประเด็น บสท.อ้างว่าประนอมหนี้ตามขั้นตอนโดยผ่านเอกสารไปตามที่อยู่ลูกหนี้นั้น ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และหลังจากลูกหนี้นำบัญชีเงินฝากมาแสดงต่อศาล ชี้ให้เห็นว่าลูกหนี้มีสินทรัพย์เพียงพอต่อการชำระหนี้

"จากที่ถูกฟ้อง 86 ล้านบาท ผมเอาบัญชีเงินฝากที่มีอยู่มาแสดงต่อศาล 87 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 มี.ค.แต่เมื่อ บสท.เห็นกลับอ้างเรื่องเอกสารขอคุยกับผู้ใหญ่ก่อน แล้วขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 26 มี.ค. แต่พอถึงวันที่ 6 มีหนังสือจากกรมบังคับคดีเรียกเพิ่มอีก 11 ล้านบาท ผมก็เอาเงินฝากเพิ่มรวมเป็น 98 ล้านบาท ตอนนี้เงินถูกอายัดไปทั้งสิ้น 96 ล้าน ผมไม่ติดใจจำนวนเงินมากเท่ากับถูกรังแก จึงลุกขึ้นสู้ด้วยการฟ้องกลับ" นายจิระย้ำ

โดยประเด็นกฎหมายที่ปกป้อง บสท.นั้น นายจิระยืนยันว่ามีข้อกฎหมายที่พิสูจน์ชัดถึงความผิดชัดเจนคือกฎหมายอาญา มาตรา 188 "ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท" โดยเล่นงาน บสท.อมใบหุ้นที่ตนวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวน 1.148 ล้านหุ้น ซึ่งเคยคุ้มมูลหนี้แต่ราคาหุ้นลดลงตามภาวะตลาด ปัจจุบันเหลือประมาณ 11 ล้านบาท แต่ก็ยังใช้หักจากเงินต้นได้ จุดนี้แสดงว่า บสท.ยังผิดกฎหมายมาตรา 284 ของ บสท.ที่ห้ามไม่ให้อายัดทรัพย์เกินกว่ามูลหนี้ เพราะเงิน 96 ล้านบาทได้ถูกยึดไปแล้ว แต่ 11 ล้านบาทยังไม่คืน อย่างไรก็ตาม

จากการศึกษาข้อกฎหมาย บสท.พบว่ามีแต่ใช้อำนาจ ไม่มีบทลงโทษผู้บริหาร

ไม่ว่ามาตรา 51 57 28 หรือแม้แต่ 284 หากลูกหนี้ฟ้อง บสท.ก็ได้รับการคุ้มครอง แม้แต่มาตรา 157 ของ ป.ป.ช.เพราะพนักงานและผู้บริหาร บสท.ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

"มีเพียงกฎหมายอาญามาตรา 188 เท่านั้น ที่เหลือทำอะไรคน บสท.ไม่ได้ นี่คือความชั่วร้ายของคนที่คิดจะเอาเปรียบคนอื่น ไม่มีกฎหมายแบบนี้ที่ไหนในโลก ผมไม่อยากพูดว่า บสท.เกิดสมัยรัฐบาลทักษิณ (พ.ศ. 2544) เขียนไว้เพื่ออะไร พวกปล้นทรัพย์ เอาเปรียบประชาชน ถ้าจะให้พูดตรงๆ บสท.ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูพรรคพวก ใครไม่ใช่พวกโดนทำลาย เรื่องนี้หลายคนไม่กล้าพูด" นายจิระกล่าวและย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเป็นการเลือกปฎิบัติของผู้บริหาร บสท.ที่มี 2 มาตรฐาน กล่าวคือกรณีไทยพับลิคพอร์ตลดหนี้ให้นายสมบัติ ฟื้นฟูเอื้อประโยชน์แต่กรณีตนปล่อยให้ยอดหนี้สูงเกือบร้อยล้าน ไม่มีการติดต่อเจรจาให้ไปฟื้นฟู

นายจิระเปิดเผยว่า จะฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง โดยขณะนี้ได้ยื่นฟ้องผู้บริหารบสท.ทั้ง 21 คน ต่อศาลอาญา ซึ่งศาลรับฟ้องและนัดไต่สวนนัดแรกในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ส่วนผู้ถูกฟ้องร้องหรือจำเลยมีทั้งอดีตบอร์ด บสท.และบอร์ดปัจจุบัน ได้แก่

  • นายเชาว์ สายเชื้อ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
  • คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์
  • นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ อดีตกรรมการผู้จัดการ บสท.
  • นายกัญจนพันธุ์ พันธุ์สุวรรณ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บสท.
  • นายวิชิต ชุมชัยเวทย์
  • นายปรีชา อาภาวัฒนาสกุล
  • น.ส.ธนษร เพชรแสงใสกุล
  • นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง
  • รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ร.ต.คัมภีร์ แก้วเจริญ
  • นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • นายชัยวัธ มะระพฤกษ์วรรณ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
  • นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
  • นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย
  • นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทยและประธานสมาคมธนาคารไทย
  • นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาสมาคมธนาคารไทย
  • นายวิรัช กฤตผล รองประธานกรรมการ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) และ
  • นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

***บิ๊ก บสท.อ้างทำตามกฎหมาย

แหล่งข่าวบอร์ด บสท.ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของ บสท.พิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ไม่มีปัญหา บสท.ทำตามกฎหมาย เชื่อว่าสามารถแก้ต่างได้ เพราะ บสท.ไม่มีอำนาจตรวจสอบทรัพย์ กฎหมายไม่ได้ระบุให้ บสท.เอาหุ้นลูกหนี้ออกขายและหุ้นที่ลูกหนี้จำนำไว้ไม่มีสภาพคล่องให้ซื้อขาย อย่างไรก็ตาม บสท.เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เจรจา (<<หลังจากโดนฟ้องกลับ - TDMZ)

"การฟ้องล้มละลายลูกหนี้เป็นสิทธิ์ที่ บสท.ในฐานะเจ้าหนี้ทำได้ตามกฎหมาย มีสิทธิ์บังคับหรือไม่บังคับขายหุ้นที่ลูกหนี้จำนำไว้ เพราะหุ้นที่จำนำเป็นสิทธิ์ของ บสท. กฎหมายให้ฟ้องหรือไม่ฟ้อง บังคับหรือไม่บังคับก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว

TDMZ - อเมริกามี Chapter11 Bankruptcy Protection เมืองไทยกลับมีแต่อยากจะให้ลูกหนี้ล้มละลาย

Chapter 11

Reorganization Under the Bankruptcy Code

The chapter of the Bankruptcy Code providing (generally) for reorganization, usually involving a corporation or partnership. (A chapter 11 debtor usually proposes a plan of reorganization to keep its business alive and pay creditors over time. People in business or individuals can also seek relief in chapter 11.)

Sunday, June 7, 2009

DSI รวบซี6 สตง.เรียกรับสินบน

โพสต์ ทูเดย์ - รวบซี6 สตง.เรียกรับสินบน
DSI-ปปท.รวบเจ้าหน้าที่ ซี6 สตง.ทุจริตต่อหน้าที่ เรียกรับสินบน 1 แสน อบต.แหลมฟ้าผ่า จ. สมุทรปราการ

ภายหลังจากที่ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา นายก อบต. แหลมฟ้าผ่าได้ร้องขอให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม)ที่ได้ทำการตรวจสอบการเงินทั่วไปของ อบต.แหลมฟ้าผ่า ระหว่างวันที่ 20-29 พ.ค. โดยเจ้าหน้าที่ สตง.คนดังกล่าวได้แจ้งให้นายก อบต. ทราบว่า จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า อบต.แหลมฟ้าผ่ามีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องถูกเรียกเงินคืนและถูกดำเนินการทางวินัย แต่หากนายก อบต. ยินยอมจ่ายเงินตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่สตง.คนดังกล่าว ก็จะช่วยดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผอ.สำนักคดีอาญาพิเศษ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตำรวจสภ.พระสมุทรเจดีย์ และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ร่วมกันจับกุมน.ส. รุ่งทิพย์ สิทธินันทนานนท์ อายุ 41 ปี ข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน 6 สังกัดสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม) พร้อมด้วยเงินสดของกลางจำนวน 100,000 บาท เป็นเงินที่ผู้ต้องหาเรียกรับจากนายกอบต.แหลมฟ้าผ่า

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ภายหลังสืบทราบข้อเท็จจริงชุดสืบสวนดีเอสไอร่วมกับสภ.พระสมุทรเจดีย์ วางแผนจับกุมผู้ต้องหา โดยมีการถ่ายสำเนาธนบัตรจำนวนทั้ง 100,000 บาท ไว้และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังสามารถบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้ต้องหา รวมถึงบันทึกภาพของผู้ต้องหาขณะทำการเรียกรับเงินจากอบต.แหลมฟ้าผ่า ซึ่งดีเอสไอได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

แม้วกบดานเยอรมันนานครึ่งปี

Location of the Federal Republic of Germany wi...Image via Wikipedia

โพสต์ ทูเดย์ - แม้วกบดานเยอรมันนานครึ่งปี
เยอรมันสวดหน่วยสืบราชการลับหลังทักษิณกบดานนานครึ่งปี

ทีวีไทย รายงานอ้างสื่อเยอรมันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพำนักอยู่ในเยอรมันเป็นเวลาถึงครึ่งปี โดยเดินทางเข้าเยอรมันอย่างถูกต้อง และถือหนังสือเดินทางของนิการากัว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางการเยอรมันได้รับวีซ่าแล้วและพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อาศัยอยู่ใน เยอรมัน

ทั้งนี้ การพำนักของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลายาวนาน ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถูกตำหนิอย่างหนัก เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทย นอกจากนี้ ยังถือเป็นความบกพร่องของหน่วยสืบราชการลับของเยอรมันที่ไม่มีข้อมูลการเข้า ประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ.
Reblog this post [with Zemanta]

"อภิสิทธิ์"วิพากษ์การศึกษาไม่สนองศก.-สังคม

"อภิสิทธิ์"วิพากษ์การศึกษาไม่สนองศก.-สังคม คมชัดลึก
คมชัดลึก :นายกฯ วิพากษ์ระบบการศึกษาไทยไม่ตอบสนองศก.-สังคม ชี้ผลิตกำลังคนกลับว่างงาน ขณะที่สถานประกอบการต้องการกำลังคนมากขึ้น หวังสหกิจศึกษาพัฒนาบัณฑิตมีคุณภาพ พร้อมทำงาน พร้อมเชื่อมกลับเข้าไปสู่ระบบการศึกษา

(6มิ.ย.) ที่ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็คเมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)จัดงานวันสหกิจศึกษาครั้งที่ 1 พ.ศ.2552 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานว่า ขณะนี้กำลังจะมีการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เพราะหลายฝ่ายมองว่าการปฏิรูปฯ รอบที่ผ่านมายังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทบทวนแนวทางการแก้ไขปรัปปรุงระบบการศึกษาครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เพราะรัฐบาลตระหนักดีว่าเรื่องการศึกษาและการสร้างคนเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ

ซึ่งเรื่องสหกิจศึกษาถือเป็นวาระสำคัญของการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 โดยเฉพาะในส่วนของผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ของระบบการศึกษา ซึ่งคงไม่ได้วัดเพียงว่าเด็กเรียนกี่ปี จบได้คะแนนเท่าใด หรือเรียนต่อในสัดส่วนเท่าใดเท่านั้น แต่จะต้องดูด้วยว่าท้ายที่สุดแล้วระบบการศึกษาได้เปิดทางให้เด็กได้ใช้ศักยภาพ และแสวงหาโอกาสในการประกอบอาชีพการงานเพื่อความก้าวหน้าได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงบทบาทในฐานะพลเมืองในสังคมที่ควรจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของส่วนรวมต่อไป

“จุดหนึ่งที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของการประเมินระบบการศึกษาไทยมาตลอดคือ ปัญหาการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งที่ผ่านมาเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพราะเรามีปัญหาความไม่สมดุล ซึ่งทุกปีจะได้ยินเสียงบ่นว่ามีบัณฑิตจำนวนมากที่จบการศึกษามาแล้วไม่สามารถหางานทำได้ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงเป็นข้อห่วงใยมากว่าบัณฑิตที่จบใหม่ จะเป็นกลุ่มคนสำคัญที่มีความเสี่ยงต่อการที่อยู่ในภาวะว่างงาน และทำให้เป็นสิ่งที่ซ้ำเติมทั้งภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ความเดือนร้อนของเด็กและครอบครัว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุนภาคเอกชน พบว่า อยากจะมาลงทุนแต่มีข้อจำกัดเรื่องบุคลากร ทั้งนี้เรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกัน เพราะขณะนี้มีคนอยากทำงาน แต่หางานทำไม่ได้ ทั้งๆที่ มีความต้องการของตลาดแรงงานมาก ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยยังไม่ตอบสนอง หรือปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมได้

อย่างไรก็ตามคงไม่ตำหนิผู้บริหารการศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่ ไม่ว่าประเทศใดคงไม่มีความคล่องตัว หรือยืดหยุ่นที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา เพราะการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งจะส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ทั้งนี้ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในยุคปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว ฉะนั้นความต้องการของภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น หากไม่สามารถทำให้ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงนี้เชื่อมโยงและย้อนกลับเข้าไปสู่ระบบการศึกษา ปัญหาความไม่สมดุลที่สะท้อนออกมาจากปัญหาในเรื่องการว่างงาน พร้อมๆ กับการขาดแคลนแรงงาน ก็จะเป็นปัญหาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อขีด ความสามารถของประเทศในแง่ของการลงทุน และจะกระทบต่อโอกาสของประชาชนคนไทยด้วย


"อุ๋ย"เตือนศก.สหรัฐยังไม่ฟื้น

โพสต์ ทูเดย์ - "อุ๋ย"เตือนศก.สหรัฐยังไม่ฟื้น
รมว.คลัง หวั่น เงินบาทแข็ง-น้ำมันพุ่งฉุดเศรษฐกิจร่วง ด้าน หม่อมอุ๋ยเตือนรัฐอย่าประมาทเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้น

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการสัมมนาประจำปี 2552 เรื่อง “โอกาส...ประเทศไทย” จัดโดยโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ว่า จากเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ถดถอยติดลบถึงร้อยละ 7.1 มองว่าน่าจะเป็นจุดต่ำสุด และจากนี้ไปการหดตัวจะลดลงไม่เท่ากับไตรมาสแรก

อย่างไรก็ตาม ยังหวั่นเศรษฐกิจต่างประเทศที่จะมากระทบไทย ดังนั้น รัฐบาลต้องหาแนวทางเข้าไปช่วยฟื้นเศรษฐกิจ เพราะเอกชนยังไม่พร้อมเดินหน้าลงทุน แต่จากกรณีปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐโดยเฉพาะปัญหาสถาบันการเงินที่กำลังมีปัญหาทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องดูแลสถาบันการเงินและการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกสู่ระบบเพิ่ม แม้จะทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายและส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยบ้าง แต่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลต่อเงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกและเมื่อเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวจะทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น มองว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยสำคัญกระทบเศรษฐกิจของไทยจะมีทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและปัญหาราคาน้ำมันแพง

นายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มเดินหน้ากู้เงิน 400,000 ล้านบาท และ พ.ร.บ.กู้เงินระยะยาวอีก 400,000 ล้านบาท เพื่อต้องการใช้เงินจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จากเงินลงทุน 1.43 ล้านล้านบาท จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น แม้รัฐบาลจะมีอายุไม่ถึงปี หากรัฐบาลใดมาสานต่อคงต้องดำเนินการใช้เงินจากโครงการเดิมที่รัฐบาลปูทางไว้ เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินผ่านโครงการดังกล่าว แม้การเมืองจะทำให้เศรษฐกิจสะดุด แต่ประชาชนอยากเห็นทุกรัฐบาลผลักดันโครงการลงทุนให้เดินหน้าต่อ

ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลคัดค้านโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งมองว่าไม่โปร่งใส ทำให้รัฐบาลมีคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นมากจากการต่อต้านโครงการที่ไม่โปร่งใส รัฐบาลจึงน่าจะมีอายุเกิน 1 ปี และสามารถผลักดันโครงการต่าง ๆ ต่อไปได้ แต่สำหรับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่มองว่าฟื้นตัวแล้ว จริง ๆ เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะการบริโภคของประชาชนยังอยู่ระดับต่ำสะท้อนเศรษฐกิจที่มีปัญหา และต้องติดตามดูว่าครึ่งปีหลังสถาบันการเงินจะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ดังนั้น คงไม่ต้องหวังพึ่งเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยดึงเศรษฐกิจไทย แต่ยังมีทางออกการค้าขายกับจีน เพราะนับจากครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจีนจะโตกว่าร้อยละ 10 อาจจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยด้วย


Saturday, June 6, 2009

ผกก.ลุมพินี?บอกดีใจถ้าได้ร่วมสางคดีคาราดีนกับ FBI

ผกก.ลุมพินี?บอกดีใจถ้าได้ร่วมสางคดีคาราดีนกับ FBI
พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี กล่าวถึงความคืบหน้าคดี นายเดวิด คาราดีน อายุ 73 ปี นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังชาวอเมริกา ว่า ได้นัดหมายผู้จัดการส่วนตัวนายเดวิดเข้าให้ปากคำในวันนี้ (6) แต่ได้รับแจ้งว่าติดธุระ โดยจะขอเข้าให้ปากคำอีกครั้งในสัปดาห์หน้าแต่ยังไม่ระบุวันเวลา ส่วนการสอบสวนนั้นยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุจากสถานบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงจะทราบผล ส่วนผลตรวจทางการแพทย์เพื่อหาสารเคมีในร่างกายผู้ตายนั้นใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ หลังได้ผลการตรวจทั้งหมดแล้วจะนำมาประชุมร่วมกับแพทย์และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตสหรัฐอเมริกา เพื่อสรุปผลและสาเหตุการตายร่วมกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรมเพราะต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี กล่าวถึงกรณีที่ภรรยานายเดวิด ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการฆาตกรรม และร้องขอให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมสอบสวนคลี่คลายคดีด้วย ว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าภรรยานายเดวิดจะร้องขอให้เอฟบีไอเข้าร่วมสอบสวนกับตำรวจไทยก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องทำตามขั้นตอน โดยทำเรื่องผ่านกระทรวงการต่างประเทศมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสั่งการมายังฝ่ายสืบสวน ซึ่งในเรื่องดังกล่าวตนเองไม่รู้สึกหนักใจ แต่กลับรู้สึกดีที่จะได้ทำงานร่วมกัน

Label Cloud