Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Thursday, June 11, 2009

กกต.ยุติสอบ"เนวิน"ช่วยตั้งรบ.

โพสต์ ทูเดย์ - กกต.ยุติสอบ"เนวิน"ช่วยตั้งรบ.
กกต.มีมติ ให้ยุติเรื่อง "เนวิน" ช่วย "อภิสิทธิ์" ตั้งรัฐบาล ชี้ มีสาระเดียวกับที่เคยให้ความเห็นไปแล้ว

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณามีมติเสียงข้างมากให้ยุติเรื่องกรณีคำร้องของนายพิชา วิจิตรศิลป ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และเครือข่าย ที่ขอให้ กกต.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยน่าจะมีการขอให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่นนายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นต้น นั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ เนื่องจากเห็นว่าข้อร้องเรียนของนายพิชา มีสาระในทำนองเดียวกับที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ร้องเรียน และกกต.ก็เคยมีความเห็นให้ยุติเรื่องไปแล้ว

กรณ์เมินใช้เงินสำรองกระตุ้นศก.

โพสต์ ทูเดย์ - กรณ์เมินใช้เงินสำรองกระตุ้นศก.
รมว.คลังเมินนำเงินสำรองใช้กระตุ้นศก.รอบ2ยันสภาพคล่องยังดี
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่นักวิชาการออกมาแสดงความเห็นว่า รัฐบาลควรนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่จำนวนมากในขณะนี้ มาใช้ลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 แทนการกู้เงินจำนวนมากว่าการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ไม่ได้อยู่ในแผนงานของรัฐบาล เนื่องจากสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่ขณะนี้ มีเพียงพอรองรับการลงทุนของรัฐบาลโดยย้ำว่าแผนการกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาทจะเป็นการกู้ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการเข้ามารับซื้อพันธบัตรของรัฐบาล ที่จะนำออกมาจำหน่ายให้กับนักลงทุน สำหรับระดมเงินไปใช้ในการลงทุน ซึ่งถือเป็นการรักษาสภาพคล่องเพื่อให้รัฐบาลเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่กระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในระบบมากนัก

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่า ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังพิจารณาว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ในขณะนี้มีมากหรือน้อยอย่างไร เพื่อนำไปพิจาณาถึงการแก้ไขกฎหมายการเงิน ซึ่งหากเห็นว่าเงินทุนสำรองมีมากเกินไป ก็อาจมีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้สามารถนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาใช้สำหรับการลงทุนในอนาคตได้ต่อไป.

Tuesday, June 9, 2009

กต.ยัน"แม้ว"ถูกเยอรมันเลิกวีซ่า"เชงเก้น" หลังพบเข้าปท. "นพดล"โต้ข่าวปลอมชื่อไร้สาระ ไปไหนคนก็จำได้

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
กต.ยัน"แม้ว"ถูกเยอรมันเลิกวีซ่า"เชงเก้น" หลังพบเข้าปท. "นพดล"โต้ข่าวปลอมชื่อไร้สาระ ไปไหนคนก็จำได้

กต.ยัน"ทักษิณ"ถูกเยอรมันเลิกวีซ่า"เชงเก้น" หลังพบเข้า ปท. "นพดล"โต้ข่าวปลอมชื่อไร้สาระ ไปไหนก็จำได้ "เทพไท"เชื่อเป็นแค่สมมติฐาน ยัน"มาร์ค"รับผิดชอบคำพูด รมต.บัวแก้วรับกำลังตรวจสอบอยู่ ไม่รู้ใช้กี่ชื่อ

"นพดล"โต้"ทักษิณ"ปลอมชื่อไร้สาระ ไปไหนใครก็จำได้

นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุพ.ต.ท.ทักษิณใช้ชื่อปลอมเดินทางไปต่างประเทศว่า เป็นเรื่องไร้สาระ ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณใช้ชื่อเดิมทุกครั้งและไม่เคยเปลี่ยนชื่อในการเดินทาง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปไหน ก็มีคนรู้จัก จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ ดังนั้น นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงไม่จำเป็นต้องมาสอบเรื่องนี้

"การที่พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางไปที่ใดก็ได้ เนื่องจากต่างประเทศเข้าใจและเห็นใจ ที่ถูกเล่นงานจากเกมการเมืองในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีและนายกษิตควรเอาเวลาไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปราสาทเขาพระวิหารดีกว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่ที่เมืองดูไบ ส่วนกรณีที่ประเทศเยอรมันนีถอนวีซ่าเดินทางเข้าประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เนื่องจากวีซ่าเข้าเยอรมันได้ประทับตราในพาสปอร์ตของไทย แต่เมื่อทางการไทยยกเลิกพาสปอร์ตเล่มดังกล่าว ส่งผลให้วีซ่าเข้าเยอรมันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ถือว่าเป็นเรื่องปกติ" นายนพดล กล่าว

ยัน"ทักษิณ"ถูกเยอรมันเลิกวีซ่า"เชงเก้น" หลังพบเข้า ปท.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่วีซ่าเข้าเยอรมนีของพ.ต.ท.ทักษิณถูกยกเลิก เมื่อถูกยกเลิกพาสปอร์ตของไทยว่า ตนได้ตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยแล้ว และได้รับแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางเข้าประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนธันวาคมปี 2551 โดยใช้พาสปอร์ตนิคารากัวและใช้วีซ่าเชงเก้นไปอยู่ที่เยอรมนีเป็นเวลา 2 วัน หากเป็นการเดินทางโดยทางรถยนต์ จะไม่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง ดังนั้น เยอรมนีจะไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ามาได้อย่างไร โดยทางเยอรมนีเพิ่งตรวจพบเมื่อเดือนเมษายนปี 2552 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ามา หลังจากได้ยินข่าวดังกล่าวแล้ว จึงได้ยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณ

"การที่นายนพดลระบุว่า ทางการเยอรมันไม่ได้ยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ถูกยกเลิกไปเพราะทางการไทยยกเลิกหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ทางเยอรมันยังยืนยันว่าได้ให้ความสัมพันธ์สูงสุดกับความสัมพันธ์ของสองประเทศ เห็นได้จากการที่มีการยกเลิกวีซ่าเชงเก้นของพ.ต.ท.ทักษิณที่พบเป็นข่าว ก่อนที่จะแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ" นายชวนนท์ กล่าว

เมื่อถามว่า ทางการเยอรมนีได้ยืนยันกับฝ่ายไทยหรือไม่ว่า หลังจากนี้จะไม่มีการออกวีซ่าเชงเก้นให้กับพ.ต.ท.ทักษิณอีกต่อไป นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดแบบนั้น แต่เชื่อว่าน่าจะตีความได้ว่าทางเยอรมนีคงจะไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าประเทศอีกแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่ยกเลิกวีซ่าเก่า รวมทั้งยังได้รีบชี้แจงมายังไทย อย่างไรก็ดี เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่ได้เปลี่ยนชื่อในหนังสือเดินทางของประเทศอื่น เพราะไม่เช่นนั้นทางการเยอรมนีคงไม่สามารถตรวจสอบพบได้ว่า มีการเดินทางเข้าไปโดยใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่น


โฆษก"มาร์ค"เชื่อข่าว"แม้ว"ปลอมชื่อแค่สมมติฐาน แต่เชื่อมีมูล

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ไม่รู้จริงเกี่ยวกับการใช้ชื่อปลอมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พวกตนได้รับข่าวเรื่องการเปลี่ยนชื่อเดินทางไปประเทศต่างๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ มานานพอสมควรและพยายามที่จะตรวจสอบ ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากการตรวจสอบไปยังประเทศที่พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ ไม่ปรากฎชื่อพ.ต.ท.ทักษิณเข้าออกในประเทศนั้นๆ จึงมีการตั้งสมมติฐาน และเชื่อว่าน่าจะเป็นไปได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณใช้ชื่อบุคคลอื่นจริง ไม่เช่นนั้นคงจะมีชื่อพ.ต.ท.ทักษิณในพิธีการทูตและการเข้าออกประเทศนั้น ๆ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลจะได้ตรวจสอบต่อไปเพื่อนำหลักฐานมายืนยัน

"สิ่งที่ท่านนายกฯได้เปรยเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเชื่อว่าท่านนายกฯคงได้รับกระแสข่าวนี้เช่นเดียวกัน จึงทำให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ออกมาสัมภาษณ์ว่าถ้าไม่รู้จริงไม่ควรพูด ผมยืนยันว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นที่รับผิดชอบในคำพูดและสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดน่าจะมีมูลความจริง" นายเทพไท กล่าว

"กษิต"รับกำลังตรวจสอบ"แม้ว" ใช้ชื่อปลอมร่อนทั่วโลก

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน. 6) ถึงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาในหลายคดี ใช้ชื่อปลอมในการเดินทางไปกบดานในประเทศต่างๆ ว่า "ตรวจสอบอยู่"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณใช้ชื่อปลอมกี่ชื่อ นายกษิตปฏิเสธว่า "ไม่ทราบ"

กล้วยไม้ป่า ๑ มติชน - ไขปริศนา ทักษิณเข้าเยอรมันอย่างไร

ตามรายงานข่าวของ นสพ ท้องถิ่น รายงานว่า

....เมื่อ นช ทักกี้ โผล่หน้าเหลี่ยมๆ ไปที่ สนง ตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 29 ธค 51 เพื่อยื่นขอให้ทางการออกวีซ่าประเภทพํานักอาศัยเป็นเวลา 1 ปีนั้น

เสมียนที่ สนง คงจะคิดว่า ตนก้มหน้าทํางานตามขั้นตอน ดีกว่ามานั่งถามคําถามอะไรมากมาย

เนื่องจากชาวต่างชาติผู้นี้ ไม่เหมือนพวกต้องการลี้ภัย และ นักศึกษาต่างประเทศอื่นๆ เพื่อจะต้องเข้าคิวรอกันนานนับชั่วโมงเพื่อยืนเรื่อง แต่เขามาพร้อมกับ "ตัวใหญ่" หลายคน หนึ่งในนั้น เป็นนักกฏหมายที่มีชื่อเสียงมากในวงการกฏหมายของประเทศเยอรมัน

คนที่สองเป็นอดีตผู้บัญชาการตํารวจ ของกรุงบอน์นในด้านการสืบสวน สอบสวนอาชญากรรม

คนที่สี่นั่งข้าง นช ทักกี้ แจ้งว่าชื่อ Richard Nelson.
เสมียนผู้นั้นเข้าใจว่าได้ยินคนชื่อ Nelson บอกว่า ตัวเขาเกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านข่าวกรองของรัฐ ที่มีชื่อย่อว่า BND

เมื่อมีการสอบสวนเรื่องราวในกาลต่อมาที่กรุงบอน์น ซึ่งมีผลให้มีคําสั่งยกเลิก เพิกถอนวีซ่าฉบับที่อนุญาตไปแล้ว โดยประกาศยกเลิกเมื่อ วันที่ 28 พค 52 ที่ผ่านมานี้

แต่ผลสอบไม่ปรากฏว่าหน่วยงาน BND มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด

เนื่องจากเมืองบอน์นไม่เหมือนที่อื่น ผู้คนชาวเอเซียไม่ค่อยจะอยู่ปะปนในสังคมมากนัก และจะพยายามหลบหน้าจากฝูงชนให้มากที่สุด

นิวาศสถานของ นช ทักกี้ ก็เป็นเรื่องลึกลับซ่อนเงื่อน ในช่วงระหว่างปีที่ผ่านมา เขาโผล่ไปพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่นครปักกิ่งเมื่อปีก่อน แล้วก็เคลื่อนย้ายออกไปพักแรมที่ นครลอนดอน อยู่หลายเดือน จนกระทั่งประเทศอังกฤษ ประกาศยกเลิกวีซ่าของเขาไป

ตามข้อมูลของ นสพ ท้องถิ่นเยอรมันที่รายงานข่าวเรื่องนี้ นช ทักกี้ เดินทางไปหลายประเทศเมื่อเขาได้รับการอนุมัติวีซ่าสหภาพยุโรป เป็นเวลา 90 วัน ที่ออกให้จากฝรั่งเศส

ตามที่สํานักข่าวต่างๆ รายงานว่า พบเห็น นช ทักกี้ ที่ฮ่องกง เกาะบาหลี UAE มอนเตนิโกร และแมัแต่ในแอฟริกา นั้น

แต่โดยแทัจริงแล้ว นช ทักกี้ ไม่ได้เคลื่อนไปไหนเลย ตัวเขาพํานักอยู่ที่เมืองบอน์นนี่แหละตลอดช่วงเวลานั้น

นสพ รายงานว่า ในขั้นต้น หน่วยงานข่าวกรอง BND ของทางการเยอรมันสงสัย บุคคลที่สี่ที่มากับ นช ทักกี้ ว่าจะเป็นสายลับต่างชาติ แต่เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลทางลึก ปรากฏว่า คนที่ใช้ชื่อ Nelson เป็นชื่อเรียกกันทั่วไปของพวกนักสืบเอกชน

ขณะเดียวกัน คนที่ชื่อ Werner Mauss นักกฏหมายที่มีชื่อเสียงมากที่พา นช ทักกี้ ไปยื่นเอกสาร กระทําการในฐานะส่วนตัว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ ทํางานให้กับ หน่วยงาน BND แต่อย่างใดทั้งนั้น

หลายปีที่ผ่านมานี้ ชื่อของ Mauss ปรากฏบนหน้า นสพ ในเยอรมันบ่อยๆ ในฐานะนักแก้ปัญหาอิสระ ผู้มีกึ๋นดั่งเหล็กกล้า และมี สายสน กลใน ที่แผ่กว้างไพศาลมากในแวดวงตํารวจ และหน่วยราชการทั้งหลายในเมืองบอน์น ซึ่งเคยเป็นนครหลวงสมัยยังเป็นเยอรมันตะวันตก

แน่นอนหล่ะว่า นช ทักกี้ มีเงินมากพอที่จะจ่ายเป็นค่าบริการใดๆที่ นาย Mauss ผู้มีชื่อเสียงและเส้นสาย จะเรียกเก็บกับเขา

เจ้าหน้าที่เสมียนที่ สนง ตรวจคนเข้าเมืองได้สอบถามกับ นช ทักกี้ว่า เจ้ามี--มากพอที่จะใช้จ่ายด้วยตัวเองไหม

ทั้งนี้เพื่อจะให้แน่ใจว่า นช ทักกี้ จะไม่เที่ยวมารบกวนสวัสดิการสังคมของเยอรมันเมื่อเข้ามาอาศัยแล้ว

ซึ่งคําตอบก็ต้องว่า มีทรัพย์มากพอที่จะอยู่ได้สบาย

ถามว่า นช ทักกี้ เจ้ามีประกันสุขภาพของเจ้าเองมั้ย คําตอบก็ต้องว่า มีครับ

ด้วยความช่วยเหลือจากผู้ที่พา นช ทักกี้มาที่ สนง เป็นคนช่วยสื่อสารกับเสมียนผู้นั้น นช ทักกี้

ระบุว่า ตัวเขาขณะนั้นพํานักอยู่ในเขตอาศัยที่หรูหราที่สุดในกรุงบอน์น ที่มีชื่อว่า Bad Godesberg เป็นแหล่งพักอาศัยที่อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง มีสวนดอกไม้มากมาย และเต็มไปด้วยบ้านโบราณหลังใหญ่ๆ ที่มีระเบียงสามารถนั่งมองความสวยงามของแม่นํ้า Rhine อย่างมีความสุข

เมื่อเสมียนผู้นั้น ตรวจสอบกับฐานข้อมูลกลางว่า ชาวต่างประเทศผู้นี้ไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือ มีความผิดเรื่องวีซ่าของกฏหมายเยอรมันแต่อย่างใดไม่แล้ว ก็ให้การอนุมัติคําร้องขออนุญาตวีซ่าพํานักอาศัย 1 ปีนั้นไป

นสพ ฉบับดังกล่าว ตั้งข้อสังเกตุว่า ในขั้นต้น นช ทักกี้คงจะได้รับอนุมัติวีซ่า 90 วัน เพื่อเข้าเยอรมัน ด้วยความช่วยเหลือจาก อดีตนักการเมืองเยอรมันสายอนุรักษ์นิยม ที่แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ สนง ตรวจคนเข้าเมืองว่า

นช ทักกี้ ได้รับเชิญมาให้ข้อมูลเรื่องการเมืองของประเทศไทยให้แก่ผู้สนใจได้รับทราบกัน

แล้ว นช ทักกี้ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเยอรมันนานขนาดไหน ไม่มีใครทราบแน่ชัด

ไม่มีการรายงานให้ทราบว่า นช ทักกี้ เดินทางออกไปเมื่อไร แต่ นสพ ฉบับนั้น รายงานว่า ขณะนี้ นช ทักกี้ ถือพาสปอร์ตทางการทูตของประเทศนิคารากัว ซึ่งระบุว่า เป็นทูตผู้มีหน้าที่พิเศษ ทํางานให้แก่ประเทศในอเมริกากลางแห่งนั้น

เมื่อข่าวนี้ถูกเปิดเผยขึ้น มีการไล่เรียงเอาเรื่อง เอาราวกับหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับสูงสุดของผู้นําประเทศ

แทนที่จะทําการจับกุม และโยนนักการเมืองที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมายออกไปจากประเทศ หรือ อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้นําประเทศไทยคนปัจจุบัน ด้วยการเพิกเฉย

แต่ประเทศซีกโลกตะวันตกมักจะ "ปิดประตู" ไม่ให้ผู้นั้นเข้าประเทศอีกต่อไป เพราะจะได้ไม่มีเรื่อง ร้อน ร้อน ติดตามมาภายหลัง

นสพ ฉบับดังกล่าว รายงานต่อไปว่า สนง ผู้นํารัฐบาล (คล้ายๆ สํานักนายกฯ) และ กระทรวงต่างประเทศเยอรมันทําการกดดันให้ทาง มลฑล North Rhine Westphalia ที่นครบอน์นตั้งอยู่ ทําการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เสีย และให้ประกาศเพิกถอนวีซ่าอนุญาตให้พํานักอาศัย โดยทันที..........

รัฐบาลเยอรมันหัวเสียมากกับเหตุการณ์นี้ ที่เสมือนเป็นการฉีกหน้าเขา เพราะเขากลัวจะกระทบความสัมพันธ์กับประเทศไทย เนื่องจากทางเยอรมันมีการลงทุนมาก

ดังนั้น เขาไม่สนใจผู้นําถูกถีบตกเก้าอี้อีกต่อไป

ผลประโยชน์ประเทศของเขาต้องมาก่อน

ผิดกับ นช ทักกี้ ต้องเอาประโยชน์ข้ามาก่อน ข้ามีเงิน ข้าใช้เงินซื้อทุกอย่างใ้มีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ

ใครเป็นไงช่างแม้งงง แล้วบอกว่า ข้ารักรากหญ้าสุดขาดใจ เพราะ ข้าคือ ประชาธิปไตย โว้ยยยย

จาก comments: กล้วยไม้ป่า @ มติชน

ทูตเยอรมนีแจงขึ้นบัญชีดำ"ทักษิณ" ห้ามเข้าเมืองเบียร์ ยกเลิก"วีซ่าเชงเก้น" ตั้งแต่โฟนอินก่อเหตุ

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
ทูตเยอรมนีแจงขึ้นบัญชีดำ"ทักษิณ" ห้ามเข้าเมืองเบียร์ ยกเลิก"วีซ่าเชงเก้น" ตั้งแต่โฟนอินก่อเหตุ

บัวแก้วแจง ได้รับแจ้งจากสถานทูตเยอรมนีในไทย ขึ้นบัญชีดำ "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าเยอมนี เว็บไซต์เมืองเบียร์แฉ "ทักษิณ" ติดต่อนายตร.ใหญ่เยอรมันเพื่อออกวีซ่าให้พำนัก 1 ปี ก่อนทางการจับได้

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองของกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยว่า ทางเยอรมนีได้ใส่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไว้ในบัญชี national exemption คือเป็นบุคคลที่ห้ามเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศไทยบ่อยครั้ง ขณะนี้ ทางการเยอรมนี กำลังตรวจสอบอยู่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับใบอนุญาตให้มีถิ่นพำนักในเยอรมนี (resident permit)จากใคร เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีสิทธิได้ใบอนุญาตดังกล่าวเนื่องจากถูกทางการเยอรมนีขึ้นบัญชีดำไว้แล้ว

ดังนั้นใบอนุญาตของพ.ต.ท.ทักษิณจึงเป็นใบอนุญาตที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลไม่ได้รับรู้เพราะทางพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้แจ้งให้ทางการ (federal) ของเยอรมนีทราบ และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบด้วยว่าพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาทำอะไรในเยอรมนี

"นอกจากยกเลิกวีซ่าเชงเก้นแล้วยังได้ยกเลิกใบอนุญาตให้มีถิ่นพำนักในเยอรมนีของพ.ต.ท.ทักษิณด้วย ทางการเยอรมนียืนยันว่า รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลอียูจะไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น และจะไม่ยอมให้ใครใช้ประเทศตนเป็นฐานในการโจมตีประเทศอื่นอีกด้วย ทั้งยังได้ประกาศว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเยอรมนีอีกก็จะถูกควบคุมตัว" นายชวนนท์ กล่าว

เว็บไซต์มอนสเตอร์แลนด์คริติคส์ดอทคอม (monstersandcritics.com) รายงานโดยอ้างหนังสือพิมพ์ Sueddeutsche Zeitung ระบุว่าเมื่อถดูร้อนปีก่อน ทักษิณได้ใช้วีซ่า 90 วันเข้าไปยังเยอรมนี จากนั้นในวันที่ 29 ธันวาคมปี 2008 ปรากฎว่าเขาได้รับวีซ่าพำนักในเยอรมนี 1 ปี โดยไม่มีการแจ้งให้กับรัฐบาลกลางทราบ

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้รายงานว่าต่อมารัฐบาลเยอรมันได้สั่งยกเลิกวีซ่าพำนักในเยอรมนี 1 ปีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา และยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเวลานี้เขาพักอยู่ที่ไหน ขณะที่ Sueddeutsche บอกต่ออีกว่าเขาใช้พาสปอร์ตทูตในการเดินทางหลังจากพาสปอร์ตไทยของเขาถูกยึด

Sueddeutsche รายงานว่าการตรวจพบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเมืองบอนน์ออกวีซ่าให้กับทักษิณ ได้จุดชนวนความสงสัยจากรัฐบาลกลางต่อหน่วยงานภายใน ทว่า กระทรวงต่างประเทศและสำนักงานข่าวกรองต่างประเทศ(บีเอ็นดี) ยืนยันว่าไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน และว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพำนักในย่านไฮโซ บาด โกเดสแบร์ก ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามติดกับแม่น้ำไรน์ ได้เดินทางมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับนายวาร์กเนอร์ มอสส์ อดีตนายตำรวจเยอรมนี ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายอาชญากรรมที่เป็นที่รู้จักดีในกรุงบอนน์ ทนายความเยอรมันมีชื่อคนหนึ่ง และชาวเยอรมันคนหนึ่งที่ในอดีตเคยทำงานให้กับหน่วยงานข่าวกรองเยอรมนี

สื่อมวลชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าใจว่า มอสส์ มาในฐานะตัวแทนของหน่วยข่าวกรองเยอรมนี จึงออกวีซ่าให้กับทักษิณ ที่ได้ก่อความไม่พอใจแก่เจ้าหน้าที่ทูตของเยอรมนี ที่หวั่นความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีกับไทยอาจตกอยู่ในอันตราย ที่เกิดจากความเข้าใจผิดว่าทางสำนักข่าวกรองเป็นผู้จัดการให้ แต่ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นการดำเนินการของนายมอสส์ เอง

Monday, June 8, 2009

ฟ้องกราวรูด 21 บิ๊ก บสท. ลูกหนี้เล่น กม.อาญายัดคุก

Manager Online
ASTVผู้จัดการรายวัน - แฉบิ๊ก บสท.กลั่นแกล้งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้สวมหัวใจสิงห์เดินหน้าชน ฟ้องกลับหลังถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่ศาลยก งานนี้บอร์ดระดับคนดังของประเทศ 21 ราย โดนเรียบ ทั้ง "เชาว์ สายเชื้อ-ธาริษา วัฒนเกส-ชฎา วัฒนศิริธรรม-ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" ลูกหนี้มั่นใจเอาเข้าคุกได้เหตุขัดกฎหมายอาญามาตรา 188 ชัด "อมใบหุ้น" โทษจำคุก 5 ปี ชี้ บสท.สองมาตรฐานเทียบกรณียึด "ไทยพับลิคพอร์ต" ประเคนตระกูลพานิชชีวะ จับตาศาลไต่สวนนัดแรก 27 ก.ค.นี้

บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. (Thai Asset Management Corporation – TAMC) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เมื่อปี 2544 ยุค นช.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเหตุผลให้ บสท.ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จแก้ปัญหาหนี้เสียและฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นธรรมเพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ในทางปฏิบัติหลายครั้งกลับพบว่า บสท.ใช้อำนาจอย่างมีวาระซ่อนเร้นในการปรับโครงสร้างกิจการลูกหนี้ โดยเฉพาะมาตรฐานที่แตกต่างกัน หากเป็นลูกหนี้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจจะได้รับความช่วยเหลือทั้งลดหนี้และยืดเวลาชำระหนี้ แต่ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้ามจะถ่วงเวลาให้มูลหนี้เพิ่มขึ้น หลายกรณีมักจบลงด้วยการฟ้องล้มละลาย

ล่าสุด นายจิระ รัตนะรัต ประธาน The Siam Chemicals Public co., LTD (บริษัท สยามเฆมี จำกัด มหาชน) และผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต (หรือเดิมคือ บริษัท สีชังทองเทอร์มินัล จำกัด ประกอบกิจการท่าเรือ คลังน้ำมัน) เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกหนี้ผู้เสียหายจากการใช้อำนาจมิชอบของ บสท. ถูกฟ้องล้มละลายเหมือนกับลูกหนี้อีกหลายราย แต่ได้ต่อสู้คดีจนศาลยกฟ้อง การกระทำของ บสท.ในครั้งนี้ควรจะถูกเปิดเผยให้สังคมรับรู้ เพื่อเป็นบทเรียนให้กับผู้บริหารและคณะกรรมการ (บอร์ด) บสท. และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง รวมทั้งลูกหนี้ที่เคยถูก บสท.กลั่นแกล้ง

นายจิระเล่าถึงเบื้องหลังก่อนถูกฟ้องล้มละลายแต่ศาลยกฟ้องว่า ตนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำกัด ต่อมาธุรกิจประสบปัญหา

มีภาระหนี้สูงถึง 6,000 ล้านบาท เจ้าหนี้ยึดกิจการ

หนี้ถูกโอนเข้า บสท. เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้าง

มีการลดมูลค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นลง ปรับลดหนี้หรือแฮร์คัตจาก 6,000 ล้านบาท เหลือ 600 ล้านบาท

โดยจะต้องมีการเพิ่มทุน 360 ล้านบาท

ในขั้นตอนการเปิดประมูลมีความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากผู้ถือหุ้นอีกรายคือนายสมบัติ พานิชชีวะ ชนะการประมูล ทั้งๆ ที่ตนก็ได้ยื่นประมูลโดยเสนอราคาที่สูงกว่า แต่ บสท.อ้างว่าขาดคุณสมบัติ จึงไม่ผ่านตั้งแต่คำขอยื่นประมูล

"นายสมบัติเสนอ 600 ล้านบาท ผมเสนอ 800 ล้านบาท ที่สำคัญผมมีเงินและพร้อมจะวางเงินสด ส่วนนายสมบัติไม่มีการวางเงิน แต่อ้างว่ามีเงินอยู่ในตู้เซฟที่ออฟฟิศ 360 ล้านบาท ผมขำนะ บ้าหรือเปล่า ตู้เซฟที่ไหนเก็บเงินเป็นร้อยๆ ล้าน คุณรู้มั้ยต้องใช้ที่กว้างมากๆ ในการเก็บเงินสด 360 ล้าน เรื่องนี้เกิดเมื่อปี 2546-2547 ตอนนี้เงิน 360 ล้าน ไม่รู้จ่ายครบหรือยัง บางทีอาจจะโยงกับเรื่องที่นายสมบัติผลักดันดอนเมืองโทลล์เวย์ (บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ) เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะหากเข้าไปได้แล้วเงินที่ระดมทุนได้อาจจะมาชำระให้แก่ บสท." นายจิระอธิบายและว่า ตนเคยถือหุ้นใหญ่สุดในบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำนวน 70% เมื่อถูกลดทุนจึงเหลือหุ้น 35% และปัจจุบันเหลือ 0.5% ส่วนนายสมบัติจากผู้ถือหุ้นไม่ถึง 10% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต

***แฉ 2 มาตรฐานฆ่าศัตรู-อุ้มพวกพ้อง

นายจิระเชื่อว่า มีการวางแผนปล้นและยึดกิจการ ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการจัดตั้ง บสท. เห็นได้จากมีการวางแผนเป็นขบวนการโดยมีนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลศ กรรมการผู้จัดการ บสท. ในขณะนั้นให้ความร่วมมือกับนายสมบัติ และเมื่อบริษัทฯ ถูกยึดเป็นของนายสมบัติ ตนไม่ยอมเพราะเห็นว่าถูกรังแก จึงพยายามคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ เมื่อเห็นว่าตนไม่ยอม ผู้บริหาร บสท.จึงไปซื้อหนี้ส่วนตัวที่มีอยู่ในธนาคารไทยธนาคารมูลหนี้ 39 ล้านบาท หวังทำลายชื่อเสียงและธุรกิจที่ผมเป็นเจ้าของกิจการอีกหลายแห่ง เชื่อว่าน่าจะมีการตั้งธงให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะหลังจากซื้อหนี้มา บสท.มีการเตะถ่วงไม่ปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูหนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

"ผมจำนำหุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ บสท.ไม่ยอมบังคับคดี ไม่นำไปหักหนี้แล้วยังบวกดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ 86 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมยื่นฟ้องล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลาง ต่อมาศาลนัดฟังคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายนพิพากษายกฟ้อง ศาลเห็นว่ารูปคดีไม่พอฟังได้ว่าผมมีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชี้ 2 ประเด็นคือประเด็น บสท.มีอำนาจฟ้อง แต่ประเด็นลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ปรากฏว่าศาลยกฟ้อง ผมจึงฟ้องเพื่อให้เป็นบทเรียนกับผู้บริหารและบอร์ด บสท. นอกจากเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองแล้ว ผมอยากให้เป็นมาตรฐานและอยากเห็นลูกหนี้ที่ถูกกลั่นแกล้งลุกขึ้นสู้ด้วย"

ศาลเห็นว่าการฟ้องล้มละลาย ประเด็น บสท.อ้างว่าประนอมหนี้ตามขั้นตอนโดยผ่านเอกสารไปตามที่อยู่ลูกหนี้นั้น ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และหลังจากลูกหนี้นำบัญชีเงินฝากมาแสดงต่อศาล ชี้ให้เห็นว่าลูกหนี้มีสินทรัพย์เพียงพอต่อการชำระหนี้

"จากที่ถูกฟ้อง 86 ล้านบาท ผมเอาบัญชีเงินฝากที่มีอยู่มาแสดงต่อศาล 87 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 มี.ค.แต่เมื่อ บสท.เห็นกลับอ้างเรื่องเอกสารขอคุยกับผู้ใหญ่ก่อน แล้วขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 26 มี.ค. แต่พอถึงวันที่ 6 มีหนังสือจากกรมบังคับคดีเรียกเพิ่มอีก 11 ล้านบาท ผมก็เอาเงินฝากเพิ่มรวมเป็น 98 ล้านบาท ตอนนี้เงินถูกอายัดไปทั้งสิ้น 96 ล้าน ผมไม่ติดใจจำนวนเงินมากเท่ากับถูกรังแก จึงลุกขึ้นสู้ด้วยการฟ้องกลับ" นายจิระย้ำ

โดยประเด็นกฎหมายที่ปกป้อง บสท.นั้น นายจิระยืนยันว่ามีข้อกฎหมายที่พิสูจน์ชัดถึงความผิดชัดเจนคือกฎหมายอาญา มาตรา 188 "ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท" โดยเล่นงาน บสท.อมใบหุ้นที่ตนวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวน 1.148 ล้านหุ้น ซึ่งเคยคุ้มมูลหนี้แต่ราคาหุ้นลดลงตามภาวะตลาด ปัจจุบันเหลือประมาณ 11 ล้านบาท แต่ก็ยังใช้หักจากเงินต้นได้ จุดนี้แสดงว่า บสท.ยังผิดกฎหมายมาตรา 284 ของ บสท.ที่ห้ามไม่ให้อายัดทรัพย์เกินกว่ามูลหนี้ เพราะเงิน 96 ล้านบาทได้ถูกยึดไปแล้ว แต่ 11 ล้านบาทยังไม่คืน อย่างไรก็ตาม

จากการศึกษาข้อกฎหมาย บสท.พบว่ามีแต่ใช้อำนาจ ไม่มีบทลงโทษผู้บริหาร

ไม่ว่ามาตรา 51 57 28 หรือแม้แต่ 284 หากลูกหนี้ฟ้อง บสท.ก็ได้รับการคุ้มครอง แม้แต่มาตรา 157 ของ ป.ป.ช.เพราะพนักงานและผู้บริหาร บสท.ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

"มีเพียงกฎหมายอาญามาตรา 188 เท่านั้น ที่เหลือทำอะไรคน บสท.ไม่ได้ นี่คือความชั่วร้ายของคนที่คิดจะเอาเปรียบคนอื่น ไม่มีกฎหมายแบบนี้ที่ไหนในโลก ผมไม่อยากพูดว่า บสท.เกิดสมัยรัฐบาลทักษิณ (พ.ศ. 2544) เขียนไว้เพื่ออะไร พวกปล้นทรัพย์ เอาเปรียบประชาชน ถ้าจะให้พูดตรงๆ บสท.ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูพรรคพวก ใครไม่ใช่พวกโดนทำลาย เรื่องนี้หลายคนไม่กล้าพูด" นายจิระกล่าวและย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเป็นการเลือกปฎิบัติของผู้บริหาร บสท.ที่มี 2 มาตรฐาน กล่าวคือกรณีไทยพับลิคพอร์ตลดหนี้ให้นายสมบัติ ฟื้นฟูเอื้อประโยชน์แต่กรณีตนปล่อยให้ยอดหนี้สูงเกือบร้อยล้าน ไม่มีการติดต่อเจรจาให้ไปฟื้นฟู

นายจิระเปิดเผยว่า จะฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง โดยขณะนี้ได้ยื่นฟ้องผู้บริหารบสท.ทั้ง 21 คน ต่อศาลอาญา ซึ่งศาลรับฟ้องและนัดไต่สวนนัดแรกในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ส่วนผู้ถูกฟ้องร้องหรือจำเลยมีทั้งอดีตบอร์ด บสท.และบอร์ดปัจจุบัน ได้แก่

  • นายเชาว์ สายเชื้อ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
  • คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์
  • นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ อดีตกรรมการผู้จัดการ บสท.
  • นายกัญจนพันธุ์ พันธุ์สุวรรณ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บสท.
  • นายวิชิต ชุมชัยเวทย์
  • นายปรีชา อาภาวัฒนาสกุล
  • น.ส.ธนษร เพชรแสงใสกุล
  • นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง
  • รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ร.ต.คัมภีร์ แก้วเจริญ
  • นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • นายชัยวัธ มะระพฤกษ์วรรณ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
  • นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
  • นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย
  • นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทยและประธานสมาคมธนาคารไทย
  • นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาสมาคมธนาคารไทย
  • นายวิรัช กฤตผล รองประธานกรรมการ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) และ
  • นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

***บิ๊ก บสท.อ้างทำตามกฎหมาย

แหล่งข่าวบอร์ด บสท.ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของ บสท.พิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ไม่มีปัญหา บสท.ทำตามกฎหมาย เชื่อว่าสามารถแก้ต่างได้ เพราะ บสท.ไม่มีอำนาจตรวจสอบทรัพย์ กฎหมายไม่ได้ระบุให้ บสท.เอาหุ้นลูกหนี้ออกขายและหุ้นที่ลูกหนี้จำนำไว้ไม่มีสภาพคล่องให้ซื้อขาย อย่างไรก็ตาม บสท.เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เจรจา (<<หลังจากโดนฟ้องกลับ - TDMZ)

"การฟ้องล้มละลายลูกหนี้เป็นสิทธิ์ที่ บสท.ในฐานะเจ้าหนี้ทำได้ตามกฎหมาย มีสิทธิ์บังคับหรือไม่บังคับขายหุ้นที่ลูกหนี้จำนำไว้ เพราะหุ้นที่จำนำเป็นสิทธิ์ของ บสท. กฎหมายให้ฟ้องหรือไม่ฟ้อง บังคับหรือไม่บังคับก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว

TDMZ - อเมริกามี Chapter11 Bankruptcy Protection เมืองไทยกลับมีแต่อยากจะให้ลูกหนี้ล้มละลาย

Chapter 11

Reorganization Under the Bankruptcy Code

The chapter of the Bankruptcy Code providing (generally) for reorganization, usually involving a corporation or partnership. (A chapter 11 debtor usually proposes a plan of reorganization to keep its business alive and pay creditors over time. People in business or individuals can also seek relief in chapter 11.)

Label Cloud