Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.

อ่าน ทวิตเตอร์

Upcoming

Tuesday, April 28, 2009

ตร.ชี้แม้วผิดหมิ่นสถาบัน

โพสต์ ทูเดย์ - ตร.ชี้แม้วผิดหมิ่นสถาบัน
สันติบาลชี้ทักษิณจ้อสื่อนอกเข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามป.อาญามาตรา 112

พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการได้พิจารณากรณีการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วเห็นว่า มีมูลความผิดเข้าข่ายล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยพิจารณาได้จากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สัมภาษณ์หลังวันที่ 12 เม.ย.52 ซึ่งรวบรวมจากเว็บไซต์, ข้อมูลจากสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร และข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลประกอบกัน ส่วนนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน

ทั้งนี้ จะส่งรายงานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งอาจตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ หรือส่งเรื่องให้กองปราบปรามดำเนินคดีต่อไป แต่การติดตามตัวทั้งสองคนกลับมารับโทษนั้น เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด ที่จะดำเนินการประสานขอความร่วมมือในระดับชาติต่อไป


Monday, April 27, 2009

"ประวิตร"เรียก"เสธ.แดง"แจง หลังพาดพิงสร้างขั้วใหม่ร่วม"เนวิน"

NationChannel : "ประวิตร"เรียก"เสธ.แดง"แจง หลังพาดพิงสร้างขั้วใหม่ร่วม"เนวิน"
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อบ่ายวันที่ 27 เมษายน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเพื่อนเตรียมทหารรุ่น11 ได้ประสานงานมาให้ไปพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ห้องรับรอง สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ และขอให้ช่วยชี้แจงกรณี ที่ตนไปให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประวิตร เป็นส่วนหนึ่งของขั้วอำนาจใหม่ทางการเมือง โดยมี นาย เนวิน ชิดชอบ รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ได้สัมภาษณ์ไว้ในประเด็นเรื่องการลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

“ตอนนี้ต้องทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำ รมว.กลาโหม เพี่อนำข้อมูลที่ท่าน พล.อ.ประวิตร ได้บอกกับผมมาชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจว่า ท่านไม่ได้เป็นขั้วอำนาจใหม่ตามที่มีการวิเคราะห์ของสื่อ และ สิ่งที่ผมให้สัมภาษณ์ก็เป็นการวิเคราะห์จากข่าว และจากที่ลูกชายของนาย สนธิพูด แต่จากการที่ได้พูดกับ พล.อ.ประวิตร ท่านบอกว่า ไม่คิดเล่นการเมือง และไม่คิดตั้งพรรคการเมือง รวมทั้งไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูง การมาเป็น รมว.กลาโหม ก็เพราะเขาเชิญมา ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือ เข้าไปพรรคประชาธิปัตย์เลย มาทำหน้าที่ตรงนี้ก็เพื่อดูแลกองทัพ และ น้องๆ ให้ทำงานได้”พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ยังบอกให้ตนช่วยดูแลกองทัพ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เพราะทำงานเพื่อส่วนรวมอยู่ ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่าที่ผ่านมาได้ทำทุกอย่างในการปกป้อง ทั้งกองทัพ และ พล.อ. อนุพงษ์ มาตลอด ทั้งออกหน้าทะเลาะกับสีเหลือง ชี้แจงแทนกองทัพในเรื่องการสลายชุมนุมว่าไม่มีคนตาย รวมทั้ง เรื่องกระสุน พล.ร.9 ซึ่งกลับโดนตำหนิ อีกทั้งผู้บังคับบัญชาก็ฟังแต่คนรอบข้าง ไม่ได้ฟังว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เขาคิดกันอย่างไร ซึ่งตนได้สะท้อนข้อมูล และ สถานการณ์ผ่านมาให้ รมว.กลาโหมฟัง อันเป็นเรื่องที่ท่านไม่เคยรับรู้มาก่อน เพระรอบข้างมีแต่ลิ่วล้อ ไม่ค่อยมีขุนพลคู่ใจ ต้องมีจั่นเจาอย่างตนคอยให้ข้อมูลถึงจะได้ข้อมูลรอบด้าน

“ผมบอกว่าตอนนี้มีท่านเพียงคนเดียวที่มีบารมี ท่านทำได้ คือ ต้องชี้แจงให้นายกฯ รู้ว่าสภาพการเมืองตอนนี้แตกแยกกัน เราต้องละลาย โดยยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ล้างเหลือง แดง น้ำเงิน ให้หมด แล้วไปสู่สนามเลือกตั้ง ตอนนี้มีท่านที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีบารมี มีน้องๆ ในกองทัพ ที่ฟังท่าน แถมพี่ป้อมยังเข้าถึง ป๋าเปรม ได้ด้วย เนวิน มันเห็นว่าท่านมีประโยชน์ สามารถคุมสภาพได้หมด แต่เมื่อทุกอย่างสำเร็จตามจุดประสงค์ พี่ทำอะไรได้ตามเป้า เนวิน มันก็จะหักหลังท่านอีก ซึ่งเมื่อผมวิเคราะห์ตรงนี้ให้พี่ประวิตรฟัง ท่านก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ” พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งกลายเป็นโฆษกประจำตัว รมว.กลาโหม กล่าว

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็นว่า เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ในสิ่งที่ พล.อ.ประวิตร บอกว่าจะไม่เล่นการเมืองหรือตั้งพรรคการเมือง แต่ ตอนนี้ พล.อ.ประวิตร ถือเป็นคนที่มีบารมีที่สุด เป็นคนที่นิ่งที่สุด เหมาะจะเป็นนายกฯ ใครๆ ต่างก็ให้การยอมรับ ซึ่งในอดีตทหารก็มีการตั้งพรรคการเมืองมาแล้ว ทั้งพรรคเสรีมนังคศิลา ของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม พรรคสหภูมิ ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพรรคสามัคคีธรรมของ รสช. แต่ตนไม่รู้ว่าจะมีการตั้งพรรคโดยทหารขึ้นอีกหรือไม่ แต่ พล.อ.ประวิตร ขอให้ตนมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง กับขั้วอำนาจใหม่อย่างที่สื่อวิเคราะห์กัน ก็ขอทำหน้าที่ โฆษกฯ ให้ท่าน เท่านั้นเอง


เสื้อแดงเชียงใหม่แจกซีดี-ชวนชาวบ้านต้านรัฐ

NationChannel : เสื้อแดงเชียงใหม่แจกซีดี-ชวนชาวบ้านต้านรัฐ
กลุ่มเสื้อแดงประมาณ 3-4 คน ได้นำรถเครื่องเสียง 1 คันประกาศเชิญชวนผ่านทางเครื่องขยายเสียง ตามตลาดสดหลายแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ให้มวลชนเสื้อแดงออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่ใช้การจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะประเด็นการแจ้งจับแกนนำในพื้นที่ โดยกลุ่มดังกล่าวมุ่งโจมตีว่า รัฐบาลได้ใช้ 2 มาตรฐานในการดำเนินคดีกับการชุมชนุมของกลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากการโจมตีเชิญชวนให้ชาวบ้านทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายซื้อของในตลาดร่วมกันต่อต้านรัฐบาลแล้ว ชายกลุ่มดังกล่าวยังได้นำแผ่นซีดีที่อ้างว่าเป็นภาพทหารทำร้ายกลุ่มเสื้อแดงมาแจกให้กับประชาชนซึ่งมีจำนวนที่จำกัด จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวได้พากันขับรถเครื่องเสียงออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างกับการเปิดเวทีปราศรัยเป็นเวลานานในช่วงก่อนหน้าช่วงสงกรานต์ที่รัฐบาลยังไม่มีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม


"สุรชัย แซ่ด่าน"สวมชุดนักรบป่า-เครื่องแบบพคท.มอบตัว

May Day 2006 - Communist PartyImage by nic0 via Flickr

NationChannel : "สุรชัย แซ่ด่าน"สวมชุดนักรบป่า-เครื่องแบบพคท.มอบตัว
เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 27 เม.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย (แซ่ด่าน) ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลพัทยา ในกรณีเป็นแกนนำเสื้อแดง บุกล้มการประชุมอาเซียนที่ พัทยา จ.ชลบุรี และ หมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในกรณีพกพาอาวุธปืน และชักปืนหลังจากที่กลุ่มเครือข่ายรักป๋าเปรม เข้าไปต่อต้านการชุมนุมขนคนเสื้อแดงไปยัง กทม.ก่อนวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ติดต่อกับ พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอเข้ามอบตัวสู้คดีดังกล่าว
โดยเมื่อเดินทางมาถึงยังกองบังคับการ ภ.นครศรีธรรมราช พบว่า นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้สวมเครื่องแบบทหารป่าสีเขียวขี้ม้า และ มีดาวแดงเป็นสัญลักษณ์บนหมวกเขียว โดยหน้าอกด้านซ้ายปักตัวอักษร ทปท.บนพื้นสีแดง ซึ่งเป็นตัวย่อจากข้อความว่า “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย” และมีทนายความรวมถึงผู้ติดตามใกล้ชิดเช่น นายประกอบ แต้มสีทอง และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทยเก่า พรรคพลังประชาชน และ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งชาวบ้าน ซึ่งพบว่าเป็นอดีตผู้เคยเคลื่อนไหวในฝ่ายซ้ายมาก่อนราว 10 คน เดินทางตามมาให้กำลังใจ

พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าตามหมายจับของทั้งสองคดีในคดีที่เกิดขึ้นใน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นคดีพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และในอีกคดีคือ คดีที่ศาลพัทยา เป็นผู้ออกหมายจับ
โดยในคดีแรกพนักงานสอบสวนจะรับมอบตัว และให้ทนายความยื่นขอประกันตัวตามขั้นตอน ในอีกคดีคือที่ศาลพัทยาพนักงานสอบสวนจะทำบันทึกการรับมอบตัวแล้วนำตัวไปส่งมอบยังพนักงานสอบสวนเจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุต่อไป ซึ่งขอยืนยันว่าดำเนินการไปตามกระบวนของกฎหมาย ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เปิดเผยว่าในข้อหาที่ถูกออกหมายจับนั้นขอปฏิเสธทั้งหมด ทั้งในส่วนของนครศรีธรรมราช และที่พัทยา ซึ่งตนเองไม่ได้เข้าร่วมเข้าไปในโรงแรมที่ประชุมด้วย หลังจากที่ถูกออกหมายจับตนได้หลบมากบดานในป่าแถวนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นพื้นที่ใด

ซึ่งหากมีการไล่ล่าตนเองเตรียมที่จะเข้าป่าต่อสู้อีกครั้งอยู่แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายตนเองจึงออกมามอบตัวสู้คดี
ต่อข้อถามการสวมเครื่องแบบ พคท.จะเป็นการสื่อความหมายถึงการสานต่อการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไทยใหม่ หรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า การออกมาเปิดเผยแนวคิดก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องเล่นๆเท่านั้น แต่มาวันนี้ต้องการให้เกิดการเมืองขั้วที่ 3

“เราเคยคาดหวังกับนโยบาย 66/23 และ เราเคยประกาศไว้ว่าเราวางอาวุธแต่ไม่วางอุดมการณ์ ที่ผ่านมาเป็นการหลอกให้เราวางปืน แต่ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เหล่านี้เป็นสาเหตุในการเข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง ”นายสุรชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้ประกาศในการเริ่มก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยใหม่ จนเป็นข่าวโด่งดัง และต่อมาได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์ตนเองตามลำดับ และ สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในภาคใต้ ได้มีการรวมตัวกันในหลายพื้นที่บ่อยครั้งเช่น ที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และตรัง

ซึ่งมีความเคลื่อนไหวอย่างหนักช่วงเหตุการณ์ความวุ่นวายและมีการจับตาความเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
ส่วนนายสุรชัยนั้นมีรายงานว่า ได้หลบกบดานอยู่ใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายสุรชัย กว้างขวาง และเคยเคลื่อนไหวในอดีต


Reblog this post [with Zemanta]

"ทนายผู้เสียหายสลายพันธมิตร" ถอนฟ้อง "พัชรวาท-อำนวย"

NationChannel : "ทนายผู้เสียหายสลายพันธมิตร" ถอนฟ้อง "พัชรวาท-อำนวย"
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 27 เม.ย.52 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อ.4142/2551 ที่ นายสิทธิพร โพธิโสตา อาชีพทนายความ ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ที่ผ่านมา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. , พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีร่วมสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

โดยวันนี้ทนายความจำเลยเดินทางมาศาลเพื่อเตรียมการซักค้านพยานแต่ปรากฏว่า นายสิทธิพร โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท จำเลยที่ 2 , พล.ต.ท.สุชาติ จำเลยที่ 4 และพล.ต.ต.อำนวย จำเลยที่ 5 ไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องนายสมชาย จำเลยที่ 1 ไปตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.51 และถอนฟ้อง พล.ต.อ.จงรัก จำเลยที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.52 ซึ่งการถอนฟ้องโจทก์ระบุว่าไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป และเพื่อความสมานฉันท์และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยศาลสอบถามฝ่ายจำเลยไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสิทธิพร นั้นมีรายงานข่าวระบุว่ามีความสนิทสนมกับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.และถูกมองว่านำคดีดังกล่าวมาฟ้องเพื่อหวังให้ ป.ป.ช.ยุติการไต่สวนนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังสลายการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 86 ได้บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.รับคำกล่าวหาที่เกี่ยวกับเรื่องที่ศาลรับฟ้องในประเด็นเดียว


"พณิช"ชี้ห้ามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไปยูเออีไม่ได้

Emirates of the UAEImage via Wikipedia

หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
"พณิช"ชี้ห้ามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไปยูเออีไม่ได้

นายพณิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานว่า มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกถอนสิทธิ์เลือกตั้งจากการยุบพรรคบางคน เตรียมที่จะเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า ในหลักการรัฐบาลไม่สามารถปิดกั้น หรือสั่งห้ามมิให้เดินทางออกนอกประเทศได้ นอกจากบุคคลเหล่านี้จะมีทั้งหมายจับ และถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

"เราไม่ทราบว่าพวกเขาไปยูเออีเพื่ออะไร โดยทั้ง 111 คนไม่ได้ทำผิดทั้งหมด ความจริงพวกเขาสามารถเดินทางไปไหนทั่วโลกได้เป็นปกติ เว้นแต่เล่นการเมืองเท่านั้น แต่หากในจำนวนนี้มีผู้ที่ถูกหมายจับ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทางกระทรวงก็มีหน้าที่แจ้งไปยังต่างประเทศ เพื่อช่วยกันติดตามตัวบุคคลเหล่านี้กลับมาดำเนินคดีในประเทศ" นายพณิชกล่าว
Reblog this post [with Zemanta]

Label Cloud