โพลหลายสำนัก ระบุ ตรงกันว่า ยุคนี้คนไทยเป็นโรคเครียด 2 เรื่องหลักๆคือเศรษฐกิจและการเมือง
โดยเฉพาะเรื่องหลัง จากก่อนหน้านี้อาจมีเพียงแค่คนเฉพาะกลุ่มให้ความสนใจพูดคุย แสดงความเห็น
แต่วันนี้ "การเมือง" กลายเป็นเรื่องที่คนทุกระดับ คุยกันได้ตั้งแต่ในสวนผลไม้ ในที่ทำงาน ในห้องประชุม บนโต๊ะกินข้าว และบนอินเทอร์เน็ต
คลิปการเมืองว่อนเน็ต
วันนี้ ปรากฏการณ์ "วิดีโอ คลิป การเมือง" กลายเป็นข้อมูล และหลักฐานสำคัญ ที่ถูกนำมากล่าวอ้างบนเว็บไซต์ นอกเหนือจากบทความ ข้อเขียนต่างๆ โดยเฉพาะมีให้เห็นมากขึ้นตามเว็บไซต์ดังๆ ที่เปิดให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง
"วันฉัตร ผดุงรัตน์" ผู้ก่อตั้งเวบไซต์พันทิป (www.pantip.com) ที่มีห้องราชดำเนินต้อนรับคอการเมือง แสดงความเห็นว่า วันนี้การแสดงความคิดเห็นในกระทู้การเมือง มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นแบบลอยๆ จับต้องไม่ได้อีกต่อไป เพราะแต่ละฝ่ายจะนำข้อมูลหลักฐานที่สามารถอ้างอิงที่มาที่ไป นำมาโต้เถียงกันมากกว่าในอดีต
"ในราชดำเนินตอนนี้ นอกจากหลักฐานบทความต่างๆ ก็จะมีข้อมูลด้านมัลติมีเดีย อย่างวีดีโอ คลิป หรือหรือลิงค์ข่าวพร้อมรูปภาพต่างๆ ที่ถูกนำมาถกเถียงหาข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นพัฒนาการทางความคิดของคนยุคปัจจุบัน เราเองไม่ได้กวดขัน หรือกลั่นกรองอะไรเป็นพิเศษ เพราะยังเชื่อว่า ภาพวิดีโอจะตัดต่อได้ไม่เนียน เท่ากับภาพนิ่งที่ตรงนั้นอาจจะต้องพิจารณากันมากหน่อย"
อย่างคลิป วิดีโอ ทางการเมืองที่ทางสภาฯ ไปนำเสนอกันช่วงประชุม 2 วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นคลิปที่สมาชิกในห้องราชดำเนินถกเถียงกันไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งมีทัศนะทั้งฝ่ายเหลือง แดง และกลางๆ โดยเห็นว่าคนที่เข้ามาในห้องนี้มีวิจารณญาณเลือกที่จะเชื่อ หรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ที่ยังหนักใจ และยังต้องดูแลใกล้ชิดต่อเนื่องก็คือ ข้อความที่หมิ่นเบื้องสูง
เสียงจริง..ของคนบนเว็บ
วันฉัตร ให้ความเห็นว่า จากที่คลุกคลีกับการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ มานานบนเวบ ถือว่าความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต ณ วันนี้เป็น "เสียงสะท้อน" ที่แท้จริงของคนในสังคม ตามแต่ละสถานการณ์ แต่ก็ยังเห็นว่า ความเห็นบนเน็ต ก็เป็นเพียงแค่ทัศนะของคนหนึ่งคน หลากคนก็หลากทัศนะมีหลายมุมมอง แต่มีข้อดีกว่าอดีต คือ ระบบสามารถตรวจสอบได้ เพราะต้องมีการล็อกอิน ทำให้มั่นใจว่าคนที่มาแสดงความคิดเห็นนั้น มีตัวตนอยู่จริงๆ
"วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ห้องราชดำเนินจะมีคนสีกลางๆ ที่ไม่ใช่เหลือง และแดงเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงความเดือดร้อนที่เขาได้รับจากความวุ่นวายทางการเมือง การปิดถนนในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก เฉพาะวันที่ 13 มีจำนวนเพจวิวสูงมากที่สุดคือ 4.7 แสนเพจวิว"
ขณะที่ ฝั่งสีแดง และเหลืองต่างก็เอา หลักฐานต่างๆ มาเพื่ออธิบายถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็ถือว่า เป็นช่วงที่ "ราชดำเนิน" ร้อนที่สุดก็ว่าได้ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย กลุ่มคนที่เราเชื่อว่าเป็นกลางๆ ไม่ใช่ทั้ง 2 สี ก็ค่อยๆ หายไป เพราะส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะเป็นคนทั่วไปที่เน้นเรื่องการทำมาหากินเป็นหลัก และเห็นว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายเขาก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขได้
แม้วันนี้สถานการณ์การเมืองยังไม่คลี่คลายแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ "วันฉัตร" เผยว่า ยังไม่มีใบสั่งจากใครใดๆ ทั้งสิ้น ให้กวดขันควบคุมเนื้อหา แม้ว่าครั้งหนึ่งห้องราชดำเนินจะเคยถูกเพ่งเล็งจาก "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" (คมช.) ขอให้ตรวจสอบเนื้อหาการแสดงความเห็นช่วงการเมืองร้อนแรงให้มากขึ้นเป็นพิเศษ
ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่เวบพันทิปต้องตัดสินใจปิดห้องราชดำเนินชั่วคราว!!!
Find Other Sides of Thai Politic. Update you on the political turmoil in Thailand.
Upcoming
Sunday, April 26, 2009
ราชดำเนิน การเมืองบนโลกไซเบอร์
Labels: Media
นปช.ปรับยุทธศาสตร์ ไม่ไล่ป๋าเปรม-มาร์ค
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

แกนนำนปช.ระบุชุมนุมสนามหลวงถือเป็นผลสำเร็จ เตรียมดาวกระจายเริ่มอุบลฯจังหวัดแรก2พ.ค.ก่อนชุมนุมใหญ่ กทม. ปรับยุทธศาสตร์ไม่ไลป๋าเปรม-อภิสิทธิ์
สนามหลวง 25 เม.ย. -นายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำนปช. เปิดเผยว่า การชุมนุมในวันนี้เป็นการยืนยันว่าคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย รักสันติวิธี และชุมนุมโดยเปิดเผยปราศจากอาวุธ รัฐบาลต้องทบทวนบทบาทรีบสร้างประชาธิปไตย คืนดีสเตชั่น เพราะยังมีทั้งทหารและตำรวจไปปิดสถานี และนำอุปกรณ์ทรัพย์สินออกไป ดังนั้นขอให้เอามาคืนโดยด่วน การเตะถ่วงถือเป็นพฤติการณ์ของเผด็จการ และการชุมนุมต่อจากนี้จะนำข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับการปราบปรามประชาชนมานำเสนอ
นายสมยศ กล่าวอีกว่า การที่มีผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมมากในวันนี้ถือเป็นผลสำเร็จ เพราะมีผู้ชุมนุมจำนวนมากภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำแถลงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่สภาไม่เป็นที่น่าพอใจ วันนี้ (25 เม.ย.) ในเวลา 19.30 น. จะมีการปล่อยลูกโป่งสีขาวและจุดเทียนเพื่อเป็นการแสดงพลังบริสุทธิ์ รำลึกถึงผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ
ถามว่า การชุมนุมยังมีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายสมยศ กล่าวว่า การล้มล้างรัฐบาลยังมีอยู่ ตราบเท่าที่รัฐบาลยังไม่ตอบสนองการประกันเสรีภาพของแกนนำ และยังมีคำถามเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งทางกลุ่มยืนยันให้ใช้รธน.ฉบับปี 40 เป็นหลัก และหวังว่ารัฐบาลจะเร่งคลี่คลายวิกฤติ
นายสมยศ กล่าวอีกว่า คืนนี้จะไม่มีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือนายจักรภพ เพ็ญแข ทั้งนี้เรายินดีรับทุกความคิดเห็น แต่คืนนี้จะมีการโฟนอินของกลุ่มคนรักประชาธิปไตยที่นิวยอร์ค และลอสแองเจอริส สหรัฐ ซึ่งจัดการชุมนุมไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ทางกลุ่มจะจัดกิจการรมในต่างจังหวัดโดยจัดเวทีเช่นเดียวกับที่สนามหลวง โดยจะเริ่มที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 2 พ.ค. หลังจากนั้นจะไปที่ จ.ลพบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และพัทลุง จากนั้นจะกลับมาชุมนุมใหญ่และเดินขบวนที่กทม.ในปลายเดือน พ.ค.
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย หนึ่งในแกนนำ กล่าวถึงจุดประสงค์การชุมนุมว่ามีข้อเรียกร้อง 3 ประการ คือ 1.ปล่อยผู้ถูกจับกุม และยกเลิกหมายจับแกนนำ 2.เคารพเสรีภาพสื่อโดยเฉพาะวิทยุชุมชน และดีสเตชั่น ซึ่งปัจจุบันยังปิดอยู่ และ 3.ตั้งกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในวันนี้จะมีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์โดยจะไม่ไล่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หรือนายอภิสิทธิ์ และตอนนี้กำลังกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ การปราศรัยจะไม่มีซุปเปอร์สตาร์มาขึ้นเวที

"อัศวิน" แย้มข่าวดีจับคนร้ายยิงถล่ม "สนธิ" ภายใน 7 วัน
Manager Online

"ธานี"ประชุมชุดสืบสวนยิงถล่ม "สนธิ ลิ้มทองกุล" หลังครบ 7 วัน เผยคืบหน้ามากตัดหลายประเด็นไม่เกี่ยวล้างแค้น หรือ “เสื้อเหลือง-เสื้อแดง” มุ่งเรื่องการเมืองและการพูดโจมตีบุคคลต่างๆ เตรียมนัดสอบปากคำด้วยตนเอง "อัศวิน" เผยใน 7 วันมีข่าวดีจับตัวคนร้าย
วันนี้ (25 เม.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและสอบสวน(ผบช.กมส.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมชุดสืบสวนฯได้เข้าประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเหตุลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากแบ่งหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงตรวจสอบ เพื่อรวบรวมเก็บข้อมูลในพื้นที่ หลังครบระยะเวลา 7 วันนับแต่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดี มาเพื่อติดตามผลการสั่งงานที่ได้รับมอบหมาย โดยพบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งในส่วนของมือปืน พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ก็มีความชัดเจนมากขึ้น มั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่นั้นสามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้แน่นอนแต่ยังไม่ระบุระยะเวลาว่าจะเป็นเมื่อไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ขณะนี้ทางตำรวจได้ตัดประเด็นการสืบสวนสอบสวนไปหลายประเด็นแล้ว เช่น เรื่องส่วนตัว เรื่องชู้สาว โดยเทน้ำหนักมาที่ประเด็นทางการเมือง ซึ่งรวมทั้งกรณีที่นายสนธิเคยออกมากล่าวโจมตีบุคคลต่างๆ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ไปดูแลเรื่องหลักฐานและขั้นตอนการทำงาน ซึ่งทุกคนก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แบ่งงานทำงานช่วยกันไม่ว่าจะพบเบาะแสที่ไหนก็จะติดตามไปตามพยานหลักฐานที่ได้มา
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายสนธิ เกี่ยวกับคดีแล้วหรือยัง พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่าคงต้องมีการไปสอบปากคำ แต่ยังไม่ได้นัดวันเวลาที่จะเดินทางไป แต่ตนก็จะไปร่วมสอบปากคำกับพนักงานสืบสวนสอบสวนด้วยตนเองด้วย
ส่วนกรณีที่พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ “เสธ.แดง” ออกมาพูดถึงอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ใครพูดอะไรเราก็ฟัง แต่คงไม่มีการประสานขอข้อมูลอะไร เพราะไม่เช่นนั้นใครพูดอะไรเราก็ต้องประสานไปหมด เราทำคดีตามพยานหลักฐาน คดีนี้ไม่มีตันก็ทำไปได้เรื่อยๆ ไม่มีตอ
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้เกี่ยวกับการล้างแค้นหรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องล้างแค้น หรือกรณีที่เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงก็ไม่ใช่ คาดว่าคดีนี้คงใช้เวลาอีกไม่นานเพราะครบกำหนดเวลา 7 วันแล้วก็มีความคืบหน้าไปมาก ส่วนการออกหมายจับขณะนี้ยังไม่มี
ด้านพล.ต.ท.อัศวิน กล่าวหลังร่วมประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิ ว่า เรื่องคดีต้องสอบถาม พล.ต.อ.ธานี ส่วนเรื่องการจับกุมนั้นภายใน 7 วันจะมีข่าวดี
“ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ภายใน 7 วันนี้แหละจะมีข่าวดี ซีเรียสทอล์คนะเนี่ย” พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวอย่างอารมณ์ดี โดยย้ำประโยคที่ว่า ซีเรียสทอล์คถึงสองสามครั้ง

Labels: Investigation, Sondhi L.
Saturday, April 25, 2009
เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
Image via Wikipedia
nationchannel: เสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (25 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าวัดป่าสาลวัน ถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.นครราชสีมา โดยการนำของ นายฉลอง แสงราษฏร์เมฆินทร์ และนายลออ เปียทอง พร้อมสมาชิก นปช.จำนวน 20 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถส่วนตัวการเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่ท้องสนามหลวง ในวันนี้ (25 เม.ย.)
นายฉลอง กล่าวว่า กลุ่ม นปช.นครราชสีมา ได้ส่งตัวแทนไปร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนประมาณ 30 คน โดยใช้รถส่วนตัวและรถโดยสาร โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเวทีประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ ของกลุ่ม นปช.ยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ , นายกต้องลาออก-ยุบสภา และเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้แทนรัฐธรรมนูญ ปี 2550 รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย
"อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย ชัยภูมิ สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 150 คน" นายฉลอง กล่าว
Labels: Aftermath, Red Shirt, red-shirted
นายกฯปัดตอบ เอ็ม16 สั่งตร.เกาะติดเสื้อแดง
นายกฯปัดตอบเอ็ม16 สั่งตร.เกาะติดเสื้อแดง - กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

"อภิสิทธิ์"ปัดตอบเอ็ม16 หน้าหมอชิตเกี่ยวการเมือง พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามการชุมนุมเสื้อแดงที่สนามหลวงใกล้ชิด
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 25 เม.ย -เมื่อเวลา 10.40 น.ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเซียครั้งที่ 10 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ถึงกรณีที่ตำรวจ สน.บางซื่อได้จับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืน เอ็ม-16 และกระสุนได้ที่หน้าสถานีขนส่งหมอชิต ว่า ตนได้เห็นข่าวนี้แล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อก่อความไม่สงบหรือไม่นั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนเสียก่อน
กำชับเจ้าหน้าที่ติดตามการชุมนุมเสื้อแดงใกล้ชิด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่ท้องสนามหลวง ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานข่าวอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย และการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ติดตามสถานการณ์ หรือไม่เฝ่าระวังเหตุการณ์ต่างๆ เพียงแต่จะไม่มีการใช้อำนาจพิเศษเท่านั้นเอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบรียบร้อยอยู่แล้ว เราทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปอาจจะทำให้มีอารมณ์ตกค้างอยู่บ้าง เราก็พยายามทำความเข้าใจและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆคลี่คลายสถานการณ์ จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ว่าขอให้ช่วยดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อย
เมื่อถามว่าการที่ศาลให้ประกันตัว 3 แกนนำ นปช.คิดว่าจะทำให้การชุมนุมมีปัญหารุนแรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตนบอกแล้วว่าทุกอย่างที่เรามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะพยายามไปไล่ล่าหรือไม่ให้ใช้สิทธิทางการเมือง แต่เป็นการใช้ พ.ร.ก.เพื่อให้เกิดความสงบ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์จราจล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ทุกอย่างก็กลับเข้าสู้ภาวะปกติ เราก็หวังว่าทุกคนจะเคารพกฎหมาย เพราะทุกคนมีบทเรียนมาแล้วว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันสร้างความสียหาย ไม่ใช่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความเครียด ความรู้สึกของคนไทยได้รับผลกระทบ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาแก้ไขปัญหาที่อาจจะค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ หรือการเดินไปข้างหน้า ขอให้ไปใช้เวทีตรงนั้นเป็นหลัก ส่วนการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นสามารถทำได้ แต่ควรคำนึงถึงการช่วยกันทำให้บ้านเมืองไม่ย้อนกลับไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีแนวทางที่จะดำเนินการกับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ที่หลบหนีหมายจับอย่างไร เพราะยังเคลื่อนไหวด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโจมตีประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ติดตามตัวอยู่ แต่ไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ โดยที่เราไม่ทราบว่าตัวอยู่ที่ไหน เมื่อถามว่าในเรื่องการเคลื่อนไหวใต้ดินที่แกนนำ นปช.ประกาศนั้น มีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวหรือไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรที่รุนแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามข่าวและคลี่คลายสถานการณ์
เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่าจะมีการใช้ความรุนแรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานข่าวเฉพาะเจาะจงในลักษณะนั้น มีเพียงการให้สัมภาษณ์ของแกนนำเท่านั้น ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันนี้จะลุกลามบานปลายอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราติดตามอย่างใกล้ติด และเชื่อว่าทุกคนที่มาชุมนุมจะทราบว่าวันนี้สังคม คนไทยส่วนใหญ่ และประเทศ ต้องการอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรียังเชื่อแนวทางปฏิรูปการเมืองที่จะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาของประเทศในขณะนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเมื่อผู้ชุมนุมมีประเด็นเรื่องประชาธิปไตย และคิดว่าเป็นความไม่ยุติธรรม เราก็ต้องเอาประเด็นเหล่านี้มาพิจารณา โดยให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อถามว่าประเด็นเรื่องนิรโทษกรรมจะนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องไปพิจารณาในเบื้องต้น โดยที่พรรคการเมืองจะเป็นคนกลุ่มแรกที่เสนอความเห็นเข้ามา และทุกคนจะต้องฟังเสียงของสังคมด้วย
เมื่อถามว่าสถาบันพระปกเกล้ายังจะเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมืองอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางสถาบันพระปกเกล้ายังยืนยันว่าพร้อมที่จะทำงาน มีเพียงนายสุจิต บุญบงการ เท่านั้นที่ขอถอนตัว ส่วนการดำเนินการปฏิรูปการเมืองจะใช้สถาบันพระปกเกล้าหรือไม่นั้น ต้องอยู่ที่การหารือของ 3 ฝ่าย
เมื่อถามว่าการออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ในวันนี้หลังเกิดเหตุความรุนแรง แสดงว่ามั่นใจในความปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะพยายามปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ช่วงนี้จะคล้ายกับช่วงแรกเมื่อตอนที่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะทำให้เราต้องกลับไปทบทวนเรื่องมาตรการต่างๆ และต้องเสียเวลากับการประชุมในส่วนกลางค่อนข้างมาก แต่ก็จะพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุม ครบถ้วน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีจะไปร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 1 พ.ค.นี้ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องดูกำหนดการอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้นำประเทศคู่เจรจาที่จะต้องเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจายังแสดงความไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยที่จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคงต้องไปพูดคุย ปรึกษาหารือกับทั้ง 16 ประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และคิดว่าระยะเวลาในช่วงที่ผ่านมาจนถึงช่วงนี้ เราจะทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม และจะดำเนินการจัดการประชุมต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันประชุมได้ ต้องรอความสะดวกในเรื่องเวลาของผู้นำแต่ละประเทศก่อน แต่แน่นอนว่าเดือน พ.ค.นี้ คงไม่สามารถจัดการประชุมได้ ต้องรอไปถึงเดือน มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงอย่างไรในเดือน มิ.ย.นี้ก็ต้องจัดการประชุมให้ได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกประเทศต้องการให้จัดการประชุมโดยเร็ว เพราะมีประเด็นที่อยากประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่จะเป็นผลดีกับทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

Subscribe to:
Posts (Atom)








![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=dbad0b8c-7137-804a-9e5f-7755262f8785)

![Reblog this post [with Zemanta]](http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=369def0b-de31-89e8-9f59-984eeba91370)

